กลับไปยังรายบอร์ด

ตรวจดวงชะตาชีวิต พลิกชีวิตเบิกด้วยบุญ กับ"นันทวัลย์" พบกันเร็วๆนี้ พ.ย 55



                       
"ธรรมะมักอยู่รอบๆตัวเราเสมอ"


                  


                         .........." เรื่องราวที่อยากแบ่งปัน"............

ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เขียนนี้จะมีประโยชน์กับใครได้บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่สนใจในสิ่งเร้นลับหรือเหนือธรรมชาติ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์จริงกับเรื่องที่พิสูจน์ได้ยากมาหลายครั้งแต่แต่อายุ20 ปัจจุบันอายุ27ปี ฝึกกรรมฐานมาพอสมควรและล่าสุดก็ได้ไปปฏิบัติเข้ากรรมฐานอย่างจริงจังด้วยการพักทางโลกหันเหตัวเองเข้าทางธรรมอย่างเต็มตัวด้วยการไปบวชชีมาประมาณ4เดือนเห็นจะได้และได้พบปัญญาในทาง ในการปฏิบัติ ได้เห็นว่าสังขารเราไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืนหรือมั่นคงและ กิเลสที่เกิดขึ้นในจิตเรา ที่จิตเราปรุงแต่งมันขึ้นให้เผาจิตของเราเองให้มัวหมอง รู้การวางให้จิตว่างและอีกหลายๆอย่างที่ได้จากการปฏิบัติ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่บวชอย่างเดียวเพราะการบวชไม่ได้เพียงบวชแต่กายสังขารต้องบวชที่จิตของเราด้วย และอาจเป็นเพราะสิ่งที่ติดตัวมานั้นหรือบุญเก่าได้ทำให้การปฏิบัตินั้นก็ทำให้รับรู้ได้เร็วขึ้น และทำให้เห็นและได้รู้แจ้งว่าการสร้างบุญนั้นมีผลเกิดขึ้นได้จริงและผลกรรมที่เราได้สร้างไว้เราก็ย่อมได้รับมันจริงเช่นเดียวกัน
              และการที่รู้ในสิ่งที่คนบางคนไม่รู้ ไม่เห็น แต่เรารับรู้ได้ด้วยจิต หรือพลังจิต หรือที่เรียกกันหลายๆอย่างบ้างก็ว่าญาณหรือการหยั่งรู้ ก็แล้วแต่จะเรียกกันหรือทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าคลื่นพลังงานคล้านคลื่นความถี่อะไรประมาณนั้น แล้วจะมีพลังงานบ้างอย่างส่งเข้ามา และจะบอกได้ในสิ่งที่คนอยากรู้ เริ่มจากการเห็นเทพเทวดาพระภูมิ เจ้าที่ หรือที่เรียกกันว่าผีหรือวิญญาณ และจิตสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่พยายามติดต่อผ่านเรา บ้างก็เป็นวิญาณที่อยากได้บุญกุศล บ้างก็ต้องการให้ช่วย มีหลายแบบด้วยกันแล้วแต่กรณีไปแต่จุดหมายก็คือพ้นทุกข์ด้วยทั้งสิ้นร่วมถึงมนุษย์หรือคนทั่วๆไปก็เยอะ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เรารู้หรือเห็นอะไรนอกเหนือธรรมชาติแต่เป็นสิ่งที่เราได้รับมาช่วยเหลือผู้อื่นต่างหากหรือคนที่ตกทุกข์ทางใจหรือกายให้บรรเทาเบาบางหรือให้คำแนะนำช่วยเหลือตามแต่บุคคลไป
            แต่ความอยากรู้ในสิ่งที่พิสูนจ์ไม่ได้นั้นยากแก่การที่จะเข้าใจได้ง่าย ก็ได้นำพาให้เข้าสู่การหมั่นฝึกด้วยตนเองและใช้การเรียนรู้จากการเข้ากรรมฐานและปฏิบัติธรรมสวดมนต์กำหนดจิตและขอบุญบารีจากเทพเทวาที่รักษาร่ายกายสังขารอยู่ ก็หาคำตอบได้ว่า สิ่งใดก็ไม่เท่าพุทธคุณของพระธรรม และคำสอนของพระพุทธเจ้า และได้เรียนรู้ว่า กายสังขารนี้ไม่เที่ยงแท้ ไม่มีสิ่งใดเป็นของของเรา ไม่มีตัวไม่มีตนตน ล้วนแล้วเกิดขึ้น ตั้งอยู่และท้ายสุดก็ดับไป สิ้นไป หากยึดไว้ก็ไม่พบสิ่งที่เที่ยงแท้ และได้รู้ว่าเราทำประโยชน์ให้พื้นดินไทยได้อีกมากหากมีจิต สติ ปัญญา แล้วนำมาใช้ในทางที่ถูกที่ควร ได้ช่วยคนที่มีทุกข์ บำรุงสุขให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็รู้สึกเป็นสุขใจ แต่บ้างครั้งคนเราก็มิอาจหนีกรรมของตนได้ทุกคนมีกรรมเป็นของของตนด้วยกันทุกคนไม่มีเว้น ก็คิดแค่ว่าวันนี้จะช่วยคนเท่าที่ทำได้ช่วยผู้ที่ลำกาย ลำบากใจอยู่หาทางออกในชีวิตไม่เจอเท่าที่จะทำได้เช่นกัน
         และการที่ถ่ายทอดที่มาดิฉันเชื่อว่ามีคนบนโลกใบนี้มีเรื่องราวอะไรที่เกิดขึ้นได้อีกมากมาย และยังหาทางออกของชีวิตไม่เจอ เดินหลงทางอยู่ หลงในจิต หรืออีกหลายๆปัญหาทั้งทางกายและใจหรือผู้ที่ใฝ่ในการปฎิบัติธรรมที่เป็นพื้นฐานที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
และวันนี้เมื่อสายธารบุญเรามาถึงกัน หากจิตใดเคยนำพาให้สงสัยข้องใจในชีวิต หรือต้องการคำแนะนำ แก้ไข ปรึษาในทางโลกและทางธรรม ยินดีเป็นสื่อหนึ่งที่จะช่วยกันค่ะ

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....

สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ





แ ด น ดิ น ถิ่ น พ ร ะ ธ ร ร ม
                                            
                   .....  ภาพงานการก่อสร้างศาลาปฎิบัติธรรม ......


                 ประมวลภาพย้อนหลังและ วันที่ 28 เมษายน 2555

                        " สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม "


        ที่ตั้งอยู่ บ้านคลองยาทันใจ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  

"ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา.........

    ในบุญมหากุศลมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ

                                      " สร้างศาลาปัญญาธรรม "                                             


มีแนวการปฏิบัติเน้นให้ผู้ฝึกมีสติรู้ในอิริยาบท ภาวนา เจริญสติ กำหนดในกายตน-จิตตน มองทุกอย่างให้เห็นว่าศีลอยู่ตรงไหน ศีลคืออะไร สมาธิจิตคืออะไร จิตสงบอย่างไร เป็นปัจจัตตัง เป็นจุดที่ต้องหาเหตุ  เป็นปัจจัยจึงเป็นจุดที่ต้องหาเหตุปฏิจจสมุปบาท เห็นเหตุที่เกิด-ดับไม่เที่ยง สิ่งหนึ่งเกิด-สิ่งหนึ่งดับ  เกิด-แก่เจ็บตาย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คือเป็นธรรมชาติ

ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน บวชชีพราหมณ์ บวชเนกขัมมะ (ศีล ๘) สัมมาปฏิบัติ และเป็นสถานที่พักและปฎิบัติธรรม แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนทั่วไปผู้ใฝ่ในทางธรรม


การถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า " การถวายวิหารทาน " แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม " วิหารทาน ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน " อนึ่ง การสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่ประชาชนใประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น " โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลาป้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง สุสาน เมรุเผาศพ " ก็ได้บุญมากในทำนองเดียวกัน






















   จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตของเราที่จะมีโอกาสสร้างบุญมหากุศลครั้งนี้
                                                 เป็นที่เผยแพร่พระพุทธศาสนา ให้พุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่ในธรรมได้มาเรียนรู้ ปฎิบัติธรรมวิปัสสนากรรรมฐาน เจริญภาวนา สติ สมาธิ  ปัญญา สู่หนทางแห่งพระนิพาน


                                  " สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม"
                                  ก่อกำเนิดเกิดสติ                     ภาวนาสมาธิบังเกิดผล
                                       หมั่นพากเพียร                         ฝึกฝนตน
                                          สู่มรรคผล                                โสดาปัญญาธรรม


บัญชีที่สามารถโอนบุญร่วมได้ที่...........


             ชื่อบัญชี          นันทวัลย์ โสดา
           ธนาคาร          ไทยพาณิชย์
           สาขา              ตลาดอุดมสุข (กบินทร์บุรี)
           เลขที่บัญชี        402-804876-9
           ประเภท           ออมทรัพย์

                            การให้ธรรมเป็นทาน  ชนะการให้ทั้งปวง
                  

              .......................................................................................................................
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....



                              ธรรมะ...ที่สั้นที่สุดของพระพุทธเจ้าคือคำว่า "ตื่น"

         แบ่งปันธรรมะ ต่อเติมทานบุญ  เกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

                  เดินตามรอยคำสอนพระผู้มีพระภาคเจ้า สู่หนทาง "พระนิพาน
                                      กับ นันทวัลย์ "พลังจิตทิพย์"


เปิด ..... ตรวจฐานชะตาชีวิต ให้คำปรึกษา และคำแนะนำ กับนันทวัลย์ พลังจิตทิพย์ ด้วยจิตสัมผัส  

              โดยตรวจผ่านทางโทรศัพท์ เปิดให้จองคิวกันได้ทุกวัน

                  ตรวจดวงชะตาชีวิตพลิกชีวิตด้วยพลังบุญ

                         .... เติมด้วยพลังบารี ....

           หนุนด้วยพลังธรรม กับ นันทวัลย์ (นุ้ย) พลังจิตทิพย์
        ..................................................................         

สามารถจองได้2 ช่อง


1.ในเว็ปบอร์ด ห้องญาณทิพย์ ที่ กระทู้"ตรวจดวงชะตาชีวิต กับนันทวัลย์
         - ลงชื่อจองคิวและแจ้งความประสงค์ว่าจองคิวตรวจดวงชะตา

2.ทางโทรศัพท์ กับคุณโจ

(ติดต่อประสานงานการจัดคิวตรวจดวงชะตาหรือสอบถามรายละเอียดในการจองคิว)
               
- สามารถสอบถามและลงชื่อจองคิวตามลำดับค่ะ

ติดต่อ สอบถามรายละเอียด และนัดจองคิวได้ที่  
                 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรบุญ    0860110187  K. โจ


                  "การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง "
                                       
วันสำคัญ คือวันนี้

วันพรุ่งนี้ อยู่ไกล ยังไม่เกิด

ช่างมันเถิด อย่าร้อน ไปก่อนไข้

วันวานนี้ ตายแล้ว ให้ตายไป

อย่าเอาใจ ไปข้อง ทั้งสองวัน


ถ้าวันนี้ สดชื่น ระรื่นจิต

อย่าไปคิด หน้า-หลัง มาคลั่งฝัน

สิ่งที่แล้ว แล้วไป ให้แล้วกัน

สิ่งที่ฝัน ไม่มา อย่าอาวรณ์

หลวงพ่อ จรัล ฐิตธัมโม
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....
                    
            "สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม "

   ที่ตั้งอยู่ บ้านคลองยาทันใจ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  



    ขอเชิญพุทธสาสนิกชนสายธารบุญสายธารธรรมผู้ใจบุญใฝ่ในธรรม

        มาร่วมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์แห่ง อาสงส์ทานบุญครั้งยิ่งใหญ่เป็นเจ้าภาพร่วมการสร้าง
                                    “แดนดินถิ่นลานธรรม”

                   ณ.  สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม
                                 
                           
                 



          ขอเชิญร่วมอนุโมทนาบุญสร้างสถานปฎิบัติธรรม

                     สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม โครงการก่อสร้างการสร้าง สถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ศาลาปฎิบัติธรรม ห้องสุขา ห้องน้ำ โรงทาน ศาลาเอนกประสงค์ รวมทั้ง ลานธรรม เพื่อเป็นสถานที่สำหรับปฎิบัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน เจริญสติ รักษาศีล   การดำเนินงานบุญในครั้งนี้ เพื่อวางโครงการก่อสร้างศาลาปฎิบัติธรรม ณ. สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญา    ให้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม สร้างทานบุญ กุศลบารี และเป็นที่สักการะบูชากราบไหว้ของเหล่าชาวพุทธ พร้อมกับสืบสานพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่กับคนไทยตราบนานเท่านาน...และเพื่อเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ จึงน้อมนำมาให้จัดสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม เพื่อจะได้เป็นแนวทางนำ มีแนวการปฏิบัติเน้นให้ผู้ฝึกมีสติรู้ในอิริยาบท ภาวนา เจริญสติ กำหนดในกายตน-จิตตน มองทุกอย่างให้เห็นว่าศีลอยู่ตรงไหน ศีลคืออะไร สมาธิจิตคืออะไร จิตสงบอย่างไร เป็นปัจจัตตัง เป็นจุดที่ต้องหาเหตุ  เป็นปัจจัยจึงเป็นจุดที่ต้องหาเหตุปฏิจจสมุปบาท เห็นเหตุที่เกิด-ดับไม่เที่ยง สิ่งหนึ่งเกิด-สิ่งหนึ่งดับ  เกิด-แก่เจ็บตาย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คือเป็นธรรมชาติ
บวชชีพราหมณ์ บวชเนกขัมมะ (ศีล ๘) สัมมาปฏิบัติ และเป็นสถานที่พักและปฎิบัติธรรม แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนทั่วไปผู้ใฝ่ในทางธรรม
สำหรับ พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา   สู่ทางธรรม ดำเนินตามรอยพระผู้มีพระภาคเจ้าตราบเข้าสู่พระนิพาน

                สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม ได้บอกบุญมายังสายธารธรรมและสาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลาย ได้เป็นเจ้าภาพสร้างศาสนวัตถุสถาน ซึ่งเป็นอานิสงส์ผลบุญกุศลที่น้อมนำมาบอกบุญต่อสายธารบุญสายธารธรรมทุกท่านให้ไดร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้      
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง  จงดลบันดาลให้ทุกท่านจงประสพแต่ความสุขความเจริญด้วยจตุพรพิธพร  อันประกอบด้วย  อายุ  วรรณะ  สุขะ  พละ  ปฎิภาณ  และธนสารสมบัติ พัฒนมงคล เพิ่มพูลเจริญผล ทุกธิพาราตรีกาล จะประสงค์สิ่งใดอันเป็นที่ชอบและที่ควร  ทั้งไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม  ก็ขอจงสำเร็จดังมโนปรารถนา ทุกประการเทอญ
                                          


สามารถอนโมทนาร่วมบุญได้ที่......................

               ชื่อบัญชี       :  นางสาวนันทวัลย์ โสดา

               เลขที่บัญชี    :  402-804876-9

               ธนาคาร        :  ไทยพาณิชย์
                      สาขา            :  ตลาดอุดมสุข (กบินทร์บุรี)

                      ประเภท         :  ออมทรัพย์


   

        
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....
                              
              " สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม "

    ที่ตั้งอยู่ บ้านคลองยาทันใจ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  


"ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา.........

    ในบุญมหากุศลมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเป็นเจ้าภาพประธานบุญ



                                                                     
                        ......" สร้างศาลาปัญญาธรรม"......

โครงการก่อสร้างศาลาปัญญาธรรม ได้ลงเสาเอกไปเมื่อวันที่ 21เมษายน 2555 ที่ผ่านมา
และได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาปัญญาธรรม มีเนื้อที่การก่อสร้าง โดยประมาณ 384 ตารางเมตร

สายธารบุญทุกท่านสามารถร่วมสร้างบุญอุปกรณ์ เสา อิฐ หิน ปูน ทราย กับศาลาปัญญาธรรม ได้ดังนี้

เสาศาลา หน้า10 จำนวน  31 ต้น  

        - เสา หน้า10         กองบุญ     1  กองบุญต้นละ       2,500   บาท


คานเสา   จำนวน  50 ตัว

       - คานเสา              กองบุญ     1  กองบุญตัวละ       3,500   บาท


อิฐบล็อค ประมาณ 2,500 ก้อน

        - อิฐบล็อค             กองบุญ     1    ก้อนละ           5.50    บาท

        - อิฐบล็อค             กองบุญ     49  ก้อน           269.50   บาท

        - อิฐบล็อค             กองบุญ     59  ก้อน           324.50   บาท

        - อิฐบล็อค             กองบุญ    100 ก้อน           550.00   บาท

        - อิฐบล็อค             กองบุญ    299 ก้อน        1,644.50   บาท


อิฐแดง ประมาณ 5,000 ก้อน

        - อิฐแดง               กองบุญ      1    ก้อนละ          1.40   บาท

        - อิฐแดง               กองบุญ    100  ก้อน          140.00   บาท

        - อิฐแดง               กองบุญ    299  ก้อน          418.60   บาท

        - อิฐแดง               กองบุญ    399  ก้อน          558.60   บาท

        - อิฐแดง               กองบุญ    499  ก้อน          698.60   บาท

         -อิฐแดง               กองบุญ    599  ก้อน          838.60   บาท
   
หิน
        - หินเล็ก                กองบุญ      1    คิวละ         450.00   บาท

        - หินเล็ก                กองบุญ      2    คิวละ         900.00   บาท


ปูน ประมาณ 450 ลูก


        - ปูนเขียว(โครงสร้าง)  กองบุญ      1    ลูกละ         115.00   บาท

        - ปูนแดง                  กองบุญ      1    ลูกละ         109.00   บาท

ทราย

        -ทรายหยาบ             กองบุญ      1   คิวละ          270.00   บาท
      

        -ทรายละเอียด          กองบุญ      1   คิวละ          420.00   บาท



         ......................................................................................

  และขออนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ บุญกับทุกท่านที่ร่วมอนุโมทนาบุญสร้างบุญในครั้งนี้ขอบุญบารี
ขอบุญเกื้อหนุน ค้ำจุ้นให้สุขสันต์ ปิติสุขทั้งทางโลกและทางธรรม เกษมสันต์สุข เจริญ ปัญญาธรรม
                                ...... อนุโมทนาสาธุบุญจ้า .......  
                                          

                            นันทวัลย์ (พลังจิตทิพย์)
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....
                       

               " สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญาธรรม "

    ที่ตั้งอยู่ บ้านคลองยาทันใจ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  


"ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา.........

    ในบุญมหากุศลมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเป็นเจ้าภาพประธานบุญ



                                                                     

                        ......" สร้างศาลาปัญญาธรรม"......

โครงการก่อสร้างศาลาปัญญาธรรม ได้ลงเสาเอกไปเมื่อวันที่ 21เมษายน 2555 ที่ผ่านมา
และได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาปัญญาธรรม มีเนื้อที่การก่อสร้าง โดยประมาณ 384 ตารางเมตร

สายธารบุญทุกท่านสามารถร่วมสร้างบุญอุปกรณ์ เสา อิฐ หิน ปูน ทราย กับศาลาปัญญาธรรม ได้



                       จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตของเราที่จะมีโอกาสสร้างบุญมหากุศลครั้งนี้
       เป็นที่เผยแพร่พระพุทธศาสนา ให้พุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่ในธรรมได้มาเรียนรู้ ปฎิบัติธรรมวิปัสสนากรรรมฐาน

                       เจริญภาวนา สติ สมาธิ  ปัญญา สู่หนทางแห่งพระนิพาน

                               " สำนักวิปัสสนาโสดาปัญญา
ธรรม"
                   ก่อกำเนิดเกิดสติ                     ภาวนาสมาธิบังเกิดผล
                   หมั่นพากเพียร                         ฝึกฝนตน
                  สู่มรรคผล                                โสดาปัญญาธรรม


บัญชีที่สามารถโอนบุญร่วมได้ที่...........

             ชื่อบัญชี          นันทวัลย์ โสดา
           ธนาคาร          ไทยพาณิชย์
           สาขา              ตลาดอุดมสุข (กบินทร์บุรี)
           เลขที่บัญชี        402-804876-9
           ประเภท           ออมทรัพย์

                            การให้ธรรมเป็นทาน  ชนะการให้ทั้งปวง
  












พระพุทธเจ้าตรัสถึงอานิสงส์ของการให้ทาน

  “บุคคลให้ข้าว           ชื่อว่า    ให้กำลัง

ให้ผ้า                       ชื่อว่า   ให้วรรณะ

ให้ยานพาหนะ            ชื่อว่า    ให้ความสุข

ให้ประทีปโคมไฟ        ชื่อว่า     ให้จักษุ

ให้ที่พักอาศัย             ชื่อว่า     ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง

ส่วนผู้พร่ำสอนธรรม    ชื่อว่า     ให้อมฤตธรรม

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....


-การให้
-การเสียสละ
-การบริจาค
ทาน คือการให้มี 4ประภท
1เจตนาทาน หมายถึงความตั้งใจดี ก่อนที่จะทำกุศล และทำครบ 3กาล คือ
              - คิดก่อนทำกุศล
              - ขณะทำกุศล
              - หลังการทำกุศล
2.วัตถุทาน หมายถึง การให้เครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆ ได้แก่ ข้าง น้ำ ยารักษาโรค เสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัยฯลฯ
3.อภัยทาน หมายถึง ความเป็นผู้มีจิตเมตตา มีความรักและปราถนาดีต่อสัตว์ทั้งปวง ไม่เข่นฆ่า ไม่อาฆาตพยาบาทจองเวร ไม่ถือโทษไม่โกรธตอบ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนและเป็นผู้อภัยต่อสัตว์ทั้งปวง
4.ธรรมทาน หมายถึง การให้ธรรมะ เป็นทาน(ต้องเป็นไปตามคำสอนของพระพุทธองค์ ไม่บิดเบือนไม่กล่าวตู่เป็นการอบรมจิตใจให้เกิดความสงบผ่องใสเพื่อพัฒนาจิตให้ก้าวการบรรลุอมตะธรรมในที่สุด) การจัดพิมพ์หนังสือธรรมะหรือร่วมบริจาคช่วยเผยแผ่พระธรรมเป็นทานเช่นเดียวกัน
ดังนั้น "ทาน" จึงหมายถึง การให้ความรัก ความสุข เครื่องอุปโภคบริโภค และมีสติปัญญาล้วนเป็นทานทั้งสิ้น ผู้ที่สามารถให้ทานได้ในขณะนั้น จะต้องมีจิตที่อ่อนโยน จิตที่ดีเป็นกุศล เป็นจิตที่ประกอบด้วยสติและปัญญา
สรุปทาน
การให้สิ่งของที่บริสุทธิ์ ให้ด้วยความเคารพนอบน้อมไม่กระทบผู้อื่นและไม่เบียดเบียนตนเองและครอบครัว
ให้เจตนาครบ 3กาล
  - ก่อนให้ มีความยินดีที่จะให้
  - ขณะกำลังให้ มีความเต็มใจที่จะให้
  - ให้แล้ว หวนรำลึกถึงเสมอๆ
ถ้าการให้ทานนั้นครบ 3กาลก็จะทำให้มีผลตอบสนองมากและอานิสงส์มากค่ะ



           
สำหรับผู้ที่อนุโมทนาร่วมบุญมหากุศลทาน รับฟรี

          "ธรณีปัฐพีปาฏิหาร์"



        คาถาบูชาธรณีปัฐพีปาฏิหาร์
(พุทธคุณด้านเมตตา ค้าขาย ทรัพย์ โชคลาภ)

ตั้งนะโม (3จบ)

ธรณี ธรณัง อะระหัง เมตตา
ปัฐพี คงคา นะมามิหัง
พุทธะทาโส พุทธะทาสี พุทธทาสา
มหาลาภา มะมะ มามา มหา อะ อุ
นะมะพะธะ นะโม พุทธายะ  (3จบ)
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....
ขอบคุณมากเลยค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้และทำให้ได้ปัญญา มีสติ และเข้าใจเพิ่มขึ้นค่ะ ค่ะ
สาธุครับ
เมตตา อุเบกขา ขันติ



                                    
           

                  ........ มาขอบอกบุญเชิญชวนสาธุชนร่วมสร้างบุญร่วมกัน .....


             "เหล่าชาวสายธารบุญและสายธารธรรมร่วมทั้งกัลยธรรมทั้งหลาย"


                           
ขอเล่าเกริ่นเรื่องราวความเป็นมาก่อนนะค่ะ

มีไม้ตะเคียนขนาดใหญ่รอยถูกไฟไหม้มานานแล้ว แต่ถ้าประมาณลำต้นก็ประมาณ10โอบน่าจะได้ แต่ด้วยตอนนี้เหลือเพียงตอและรากที่มีขนาดที่ใหญ่มากๆ จึงได้ดูด้วยตนเองก็พบปรากฎดั่งคล้ายตามที่ในฝันก็ได้พบไม้ขนาดใหญ่ที่อายุประมาณ800กว่าปีโดยประมาณ และได้สื่อสารกับท่านว่าต้องการสิ่งใด และท่านก็ได้บอกว่าต้องการผู้มีบุญมานำขึ้นจากธรณีให้ได้มีโอกาสขึ้นมาได้สร้างบุญบารี ขอเล่าโดยย่อประมาณนี้แล้วกันนะค่ะ ไปชมด้วยภาพถ่ายสถานที่จริงกันดีกว่านะค่ะ

  จึงเป็นที่มาแห่งสายใยสายสัมพันธ์สายธารการบอกบุญกับผู้มีจิตจะร่วมสร้างบุญให้ท่านได้ขึ้น
                       

.......ในเดือนแห่งปีใหม่ไทยนี้ เดือนเมษายน 2555......
.









ใช้แรงงานคนในการขุดดินตามแนวรอบๆตามรูปร่างของไม้ตะเคียนเพื่อรักษาการหักขาด และนำเอาดินที่ทับบริเวณไม้ตะเคียนออก หลังจากนั้นก็ต้องใช้เครนยกไม้ตะเคียนเพื่อพยุง ตั้งหลักเสาเหล็กและปูนซีเมนต์ในการค้ำยกไม้ตะเคียนขึ้น  สร้างศาลาเพื่อบังแดดบังฝนให้กับไม้ตะเคียนทองนี้ค่ะ

โอนปัจจัยสร้างบุญได้ที่  

                      ชื่อบัญชี            :    นางสาวนันทวัลย์  โสดา

                     เลขที่บัญชี         :    722-0-16518-2

                     ธนาคาร            :    ธนาคารกรุงเทพ

                     สาขา                :    เขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี

                     บัญชีประเภท      :    ออมทรัพย์

หมายเหตุ ผู้ที่โอนปัจจัยร่วมบุญช่วยเติมเป็นเศษสตางค์ด้วยนะค่ะจะได้ทราบจ้า

สามารถร่วมต่อเติมบุญตามกำลังศรัทธาในกุศลบุญ สาธุในกับทุกท่านค่ะ

        .............................  การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง .....................................
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ
สติ สมาธิ ปัญญา
ขอขอบคุณ คุณนุ้ยค่ะ ที่ช่วยเหลือค่ะ
อนุโมทนา สาธุ
Pigman เซียนบริโภค  อาหารร้านไหนอร่อยโปรดบอก
อานิสงส์การนับถือพระรัตนตรัย

การนับถือพระรัตนตรัยนั้นเรียกได้อีกอย่างว่าการเข้าถึงไตรสรณาคมน์แปลว่าผู้เข้าถึงสรณะทั้ง ๓ คือพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ สรณาคมน์มี ๒ อย่างคือ โลกิยสรณาคมน์และโลกุตตรสรณาคมน์
โลกิยสรณาคมน์ได้แก่การถึงพระรัตนตรัยของปุถุชน อันอาจเปลี่ยนแปลงได้ เพราะจิตใจของปุถุชนยังไม่แน่นอน อาจจะโลเลไปตามอารมณ์และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็ได้
โลกุตตรสรณาคมน์ได้แก่การถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของพระอริยบุคคลมีพระโสดาบันเป็นต้นไป จะไม่มีการหวั่นไหวด้วยเหตุปัจจัยภายนอก มีความเลื่อมใสมั่นคงแข็งแกร่ง จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงการเคารพนับถือพระรัตนตรัย แม้จะมีเหตุอันตรายจนถึงแก่ชีวิตก็ตาม
การเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์ของปุถุชนย่อมสำเร็จด้วยอาการ ๔ อย่าง คือ
๑. ด้วยการมอบให้ซึ่งตน
๒. ด้วยการมีพระรัตนตรัยเป็นเบื้องหน้า
๓. ด้วยการยอมตัวเป็นศิษย์
๔. ด้วยการแสดงออกซึ่งสามีจิกรรม คือมารยาทอันสมควรแก่พระรัตนตรัย
การเปล่งวาจาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอมอบตนแก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรียกว่า การเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์ ด้วยการมอบตน
การเปล่งวาจาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นเบื้องหน้า คือจะทำอะไรก็ยกเอาพระรัตนตรัยเป็นเบื้องหน้าเป็นหลักเกณฑ์ เรียกว่าการเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์ด้วยการมีพระรัตนตรัยเป็นเบื้องหน้า
การเปล่งวาจาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอแสดงตัวเป็นศิษย์ของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอท่านทั้งหลายจงจำข้าพเจ้าไว้อย่างนี้ เรียกว่าการเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์ด้วยการยอมตัวเป็นศิษย์
การเปล่งวาจาว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอแสดงความยำเกรงอย่างเต็มที่ต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือข้าพเจ้าจะแสดงออกซึ่งสามีจิกรรมคือมารยาทอันสมควร มีการอภิวาทกราบไหว้ วันทา อัญชลี ยืนขึ้นลุกรับ หลีกให้ทาง ขอท่านทั้งหลายจงจำข้าพเจ้าไว้อย่างนี้ เรียกว่าการเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์ด้วยการแสดงออกซึ่งสามีจิกรรม

บุคคลกระทำอาการทั้ง ๔ ดังกล่าวมานี้อย่างใดอย่างหนึ่งชื่อว่าการเข้าถึงพระรัตนตรัย หรือการเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์
ดังที่ใช้กันในปัจจุบันนี้โดยการเปล่งวาจาว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ................ ตะติยัมปิ.................... ก็ชื่อว่าเป็นการแสดงตนเพื่อเข้าถึงพระไตรสรณาคมน์เหมือนกัน ฉะนั้นขณะที่เราเปล่งวาจาว่า พุทธัง...ธัมมัง...สังฆัง สรณัง คัจฉามินั้น พึงตั้งจิตให้เกิดศรัทธาปสาทะในคุณของพระรัตนตรัยไปด้วยก็จะได้บุญกุศลอย่างเต็มที่ อย่าเพียงสักแต่ว่ากล่าวลอยๆ
ผู้ที่ถึงโลกุตตรสรณาคมน์ย่อมมีมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ เป็นอานิสงส์ ดังมีพระพุทธพจน์ที่ว่า บุคคลผู้ใดถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะแล้ว ได้เห็นแจ้งอริยสัจทั้ง ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ผู้นั้นย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้เพราะอาศัยสรณะนั้น
ผู้ที่ถึงโลกิยสรณาคมน์ ดังที่กัลยาณปุถุชนนับถือกันอยู่นั้น ย่อมเป็นปัจจัยให้ได้เข้าสู่สุคติโลกสวรรค์ ที่พรั่งพร้อมด้วยโภคสมบัติอันเป็นทิพย์ ดังคำของพรหมองค์หนึ่งที่กล่าวไว้ในมหาสมัยสูตรว่า "บุคคลเหล่าใดนับถือพระพุทธจ้าเป็นสรณะ บุคคลเหล่านั้นเมื่อละอัตภาพมนุษย์แล้ว จะไม่ไปสู่อบายภูมิ จะเข้าสู่ความเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เทพ"

ฉะนั้น ท่านสาธุชนทั้งหลายพึงผูกใจให้มั่นคงในความศรัทธาปสาทะมีความเชื่อความเลื่อมใส ต่อคุณของพระรัตนตรัย อันจะนำตนให้พ้นทุกข์พ้นภัยในวัฏฏสงสาร มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกเศร้าพิรี้พิไรรำพัน ทุกข์กายทุกข์ใจ คับแค้นใจ ได้อย่างแน่นอน ในกาลทุกเมื่อเทอญ
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....

พร ๔ ประการ

๑. อย่าเป็นนักจับผิด  
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง " กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก " คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส " จิตประภัสสร " ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี " แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข "

๒. อย่ามัวแต่คิดริษยา  
" แข่งกันดี ไม่ดีสักคน    ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน " คนเราต้องมีพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า " เจ้ากรรมนายเวร "   ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์   ฉะนั้น เราต้อง ถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น " ไฟสุมขอน " ( ไฟเย็น ) เราริษยา ๑ คน เราก็มีทุกข์ ๑ ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี  " แผ่เมตตา " หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา  แล้วปล่อยให้ลอยไป

๓. อย่าเสียเวลากับความหลัง
๙๐% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ " ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น " มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ " อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน " " อยู่กับปัจจุบันให้เป็น "   ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี " สติ " กำกับตลอดเวลา

๔. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
" ตัณหา " ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่ เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วย น้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วย เชื้อ  ธรรมชาติของตัณหา คือ " ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม " ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้  ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า " เกิดมาทำไม " " คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน " ตามหา " แก่น " ของชีวิตให้เจอ คำว่า " พอดี " คือถ้า " พอ " แล้วจะ " ดี "   รู้จัก  " พอ " จะมีชีวิตอย่างมีความสุข

ขอขอบพระคุณข้อมูล
ท่าน ว.วชิรเมธี เ

ข้าชม เว็บไซต์สถาบันวิมุตตยาลัย
บทความจาก http://www.oknation.net/
และสำนักงานพระพุทธศาสนา
และ
เว็บธรรมจักร

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....
การเจริญอานาปานสติกรรมฐาน
การเริ่มปฏิบัติ
          อิธ  ...
นันทวัลย์ โพสต์เมื่อ 1-8-2011 15:48

อนุโมทนาสาธุ ค่ะ:)
อนุโมทนา...สาธุ ค่ะ


อานิสงส์สร้างศาลาโรงธรรม

...อนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้สร้างอารามเชตวันมหาวิหารถวายแก่ พระศาสดา และสาวกทั้งหลาย
อยู่มาวันหนึ่งพระสาวกก็ปรารภกันว่าอนาถปิณฑิกเศรษฐี มีจิตศรัทธา
สร้างวัดวาอารามทั้งหลายถวายเป็นทานแก่พระพุทธเจ้า กับทั้งเป็นผู้เลี้ยงคุ้มครองรักษาพระศาสดาจะ
เป็นประโยชน์อย่างไรหนอ สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ทรงทราบโดยพระญาณของพระองค์แล้วเสด็จมา ใน
ที่พระสงฆ์ประชุมนั้น แล้วทรงถามดูกรภิกษุทั้งหลายได้ประชุมกันด้วยเรื่องอะไร ภิกษุมีพระอานนท์
เป็นต้น ก็กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ปรึกษากันด้วยเรื่องอนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้ก่อสร้าง
อาคามถวายพระพุทธเจ้าจะเป็นประโยชน์ จะได้อานิสงส์แก่ท่านอย่างไรพระพุทธเจ้าข้า

องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ตรัสพระธรรมเทศนาว่า ในกาลครั้งหนึ่งมีพระเจ้าสุทัสน์ได้เสวยราชสมบัติเป็น
กษัตริย์ในเมืองสุทัสน์นคร ในครั้งศาสนาของพระพุทธเจ้าปิยทัสสีได้สร้างอารามเป็นทานแก่พระพุทธ
เจ้าปิยทัสสี แล้วตั้งปณิธาน ความปรารถนาว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิด เมื่อ
สิ้นชีพตามอายุขัยแล้วก็ได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต เสวยสมบัติทิพย์มีนางฟ้าเทพอัปสรแสนหนึ่งเป็น
บริวาร มีวิมานทองสูง ๔๕ โยชน์ มีอายุยืนนานได้พันปีทิพย์ ครั้นจุติก็มาเกิดเป็นบุตรพยากาวิตะ
กษัตริย์ ในเมืองเสถะนคร ชื่อว่ารามวัตติกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วได้ดาบกายสิทธิ์ มีวชิราเพชรช้างแก้ว
ม้าแก้ว วัวแก้ว ปราสาทแก้ว เกิดขึ้นด้วยบุญกุศลราศี ที่ได้ก่อสร้างอารามศาลาให้เป็นทาน ครั้นได้ละ
จากอัตตภาพนั้น ก็ได้เสริมสร้างบารมีจนมาเกิดเป็นองค์พระตถาคตในกาลบัดนี้เมื่อพระบรมศาสดาได้
แสดงพระธรรมเทศนาจบลงแล้วเหล่าภิกษุทั้งหลายก็ได้สำเร็จพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระ
อนาคามีและพระอรหันตปฏิสัมภิทาญาณ
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....

๓๐ คำคม โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

๑. หนึ่งครั้งที่แม่ตบลงไปบนหน้าลูก
อาจก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนลึกลงไปสุดใจของลูก ทั้งชีวิต
หนึ่งอ้อมกอดที่แม่บรรจงหยิบยื่นให้ลูก อาจก่อให้เกิดความพันผูกข้ามกาลเวลาทุก ๆ ปฏิสัมพันธ์เป็นได้ทั้งบาดแผล และ ดอกไม้สำหรับลูก

๒. คนใกล้ชิดเป็นศัตรู แม้กำแพง ๗ ชั้น ก็ป้องกันไม่ได้
ศัตรูที่มาจากภายนอกต่อให้ยกมาถึง ๙ ทัพ เราก็มองเห็นและเตรียมตัวทันแต่ศัตรูที่มาจากคนในด้วยกัน คือศัตรูที่อันตรายที่สุด
เพราะเรามักมองไม่เห็น และไหวตัวไม่ทัน

๓. เวลาเรือเอียงเรามักจะมองเห็นและแก้ไขได้ทันท่วงที   
แต่ความลำเอียงในใจคนมักถูกปกปิดอย่างมิดชิดและแสดงออกอย่างแยบยล  กว่าจะรู้ว่าคนที่เรารักมากด้วยความลำเอียงบางครั้งมันก็สายเกินไป

๔. ไม่มีแรงใดเสมอด้วยแรงกรรม  แรงฟ้ามนุษย์แก้ได้ด้วยสายล่อฟ้า แรงน้ำมนุษย์แก้ด้วยการเปลี่ยนเส้นทาง หรือสร้างกำแพงกั้นน้ำ
แรงพายุมนุษย์แก้ได้ด้วยการปลูกป่า แต่แรงกรรมมีแต่ต้องก้มหน้ารับโดยส่วนเดียว

๕. อยู่คนเดียวจงระวังความคิด อยู่กับมิตรจงระวังวาจา
อยู่กับมารดาบิดาจงระวังการปฏิบัติตน
ถ้าคิดไม่ระวังจะกลายเป็นคิดฟุ้งซ่าน
ถ้าพูดไม่ระวังมิตรจะเข้าใจผิด
ถ้าปฏิบัติไม่ดีต่อมารดาบิดาจะเป็นการสร้างบาปให้ตนเอง

๖. ทำบาตรแตก ถ้วยแตก ชามแตก แก้วแตก ยังดีกว่าทำให้คนแตกกัน
เนื่องเพราะวัตถุที่แตกแล้วสามารถประสานให้ดีดังเดิม ได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าคนแตกสามัคคีกันเป็นฝักฝ่ายแล้ว
บางทีทั้งชีวิตก็ไม่สามารถสนิทสนมกันได้อีก

๗. สิ่งที่เราให้คนอื่น แท้จริงแล้วคือของที่เราฝากให้แก่ตนเองในวันข้างหน้า เช่น วันนี้เราด่าเขา วันข้างหน้าเราจะถูกเขาด่า
วันนี้เราโกงเขา วันข้างหน้าเราจะถูกเขาโกง
วันนี้เราเนรคุณเขา วันข้างหน้าเราจะถูกเขาเนรคุณ

๘. ความดีที่ทำไว้ในหมู่คนพาล ถึงมากมายมหาศาลก็สูญเปล่า
การทำสิ่งดี ๆ ให้แก่คนที่ไม่เห็นคุณค่า ก็ไม่ต่างอะไรกับการเทน้ำลงกองทราย ถึงเทอย่างไรก็ซึมหายหมด ดังนั้นจะทำดีกับใคร ควรใช้ปัญญาคิดให้รอบคอบ

๙. การมีความสุขที่ก่อความทุกข์ให้คนอื่นนั้น ไม่ใช่ความสุขที่แท้
มันเป็นได้แค่ความสุขจากการเกาขอบแผลที่กำลังคัน
ยิ่งเกาดูเหมือนยิ่งสุข แต่แท้ที่จริงมันคือความทุกข์ที่แฝงมาอย่างแนบเนียน

๑๐. ดูข่าวการเมือง ยิ่งดูยิ่งวุ่นวาย ยิ่งดูยิ่งฟุ้งซ่าน
แต่หากกลับมาดูใจของตนอย่างมีสติ
รู้เท่าทันทุกเรื่องที่คิด ทุกจิตที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
ความทุกข์มากมายจะดับลง ดูจิตวันละนิดจิตแจ่มใส

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....

๑๑. น้ำขุ่นที่ใส่สารส้มลงไป น้ำที่ขุ่นนั้นก็ใสได้เหมือนกัน
ใจขุ่นหากใส่สารแห่งความรู้สึกตัวลงไป
ไม่นานเท่าไรใจนั้นก็แจ่มกระจ่างเหมือนกัน
น้ำขุ่นแก้ได้ฉันใด ใจขุ่นก็แก้ได้ฉันนั้น

๑๒. คนที่ทำงานผิดพลาด แล้วป่าวประกาศว่าเป็นความผิดของคนอื่น คือคนที่มีแต่จะผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ส่วนคนที่ทำงานผิดพลาด แล้วลุกขึ้นมายอมรับอย่างองอาจเปิดเผย
คือคนที่ไม่มีโอกาสผิดพลาดซ้ำอีกเลยในชีวิต

๑๓. ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย
ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
ผู้ไม่ประมาทไม่มีวันตาย ผู้ประมาทไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว
กวีบทนี้ทำให้พระเจ้าอโศกเปลี่ยนจากกษัตริย์ที่ดุร้ายมาเป็นชาวพุทธชั้นนำ

๑๔. คนไทยไปงานศพแทบทุกเย็น
โดยไม่เคยรู้สักนิดว่าวันหนึ่งตัวเราจะเป็นศพ
ดังนั้นเราควรฝึกไปงานศพตัวเองทุกวัน
ด้วยการบอกกับตัวเองว่า ความตายอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก

๑๕. อยากโชคดี ไม่ใช่ไปหาวิธีลอดท้องช้าง
แต่อยากโชคดี เริ่มกันที่การมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขอเพียงมีปัญญา โชคดีก็ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
แต่ถ้าไร้ปัญญา โชคร้ายจะไหลเข้ามาเหมือนห่าฝน

๑๖. อ่านหนังสือเล่มนอกมากมาย
อาจทำให้รู้จักใครทั่วทั้งโลก แต่ไม่รู้วิธีดับทุกข์ในใจตัวเอง
ส่วนการอ่านหนังสือเล่มใน แม้ทำให้ไม่รู้จักใครอย่างกว้างขวาง
แต่นำไปสู่การรู้จักตนอย่างลึกซึ้ง ดับทุกข์ได้อย่างเด็ดขาด

๑๗. ในตัวเรามีทั้ง ๓ ฤดู
เมื่อความโกรธเข้าครอบงำจิต ใจร้อนเป็นไฟดั่งฤดูร้อน
เมื่อใดความโลภเข้าครอบงำอยากได้ จิตใจก็เพลิดเพลินเหมือนฤดูฝนเย็นฉ่ำ เมื่อใดความหลงเข้าครอบงำจิตใจ ก็มืดมนไหวสะท้านเหมือนเดินอยู่กลางฤดูหนาว

๑๘. แม้ประตูคุกปิดล็อกอย่างแน่นหนา แต่คนพาลมากมายทยอยสู่ที่คุมขัง ความเลวร้ายประดาในชีวิตเรา ไม่ได้เกิดจากมือที่มองไม่เห็นดลบันดาลให้เป็นไป แต่เกิดจากตัวเราพาตัวเข้าไปแส่หาด้วยความขลาดเขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น

๑๙. ชีวิตแสนสั้นอยู่กันไม่นานก็ลาจาก
ชีวิตเหมือนน้ำค้างสดใสในยามเช้า พอยามสายก็หายไป
ชีวิตเหมือนพยับแดด มองไกล ๆ เหมือนมีตัวตนน่าสนใจ
แต่พอเข้าไปใกล้กลับเหมือนแต่ความว่างเปล่า

๒๐. นิ้วทั้ง ๕ ไม่เท่ากันฉันใด ความสามารถของแต่ละคนมีไม่เท่ากันฉันนั้น ธรรมชาติต้องการสอนให้เราอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
บางสิ่งที่เขาขาด เราอาจมี บางสิ่งที่เขาดี เราอาจด้อย
เราเกิดมาเพื่อเติมเต็มกันและกัน
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....

๒๑. ในใจเรามีทั้งตัวสร้างและตัวเสื่อม
ตัวสร้างคือธรรมมะ ตัวเสื่อมคือกิเลส
เวลาอยากทำอะไรดี ๆ นั่นคือบทบาทของตัวสร้าง
แต่ในขณะที่เราอยากทำดีกลับรู้สึกว่าไม่ควรจะทำ นั่นคือบทบาทของตัวเสื่อม

๒๒. วิกฤตมีเพื่อพิสูจน์ปัญญา ปัญหามีเพื่อพิสูจน์ความสามารถ
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราล้วนมีความหมาย ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาอย่างว่างเปล่า ถ้าใช้ปัญญาพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะเห็นคุณค่าของทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต

๒๓. น้ำที่ไหลแรงที่สุดคือน้ำใจ
น้ำใจที่ปรารถนาจะช่วยคน ทำให้คนจำนวนมาก
ข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ตกยากได้อย่างไม่กลัวเหนื่อยล้า พรมแดนของประเทศก็ไม่สามารถขัดขวางน้ำใจคน

๒๔. ไฟจากเตาเผาไหม้มีแค่บางเวลา แต่ไฟกิเลสเผาไหม้อยู่ในใจตลอดเวลา ไฟที่ร้ายแรงที่สุดจึงเป็นไฟแห่งกิเลส
กล้องที่ส่องได้ไกลที่สุดคือ กล้องปัญญา
ที่ส่องทะลุทะลวงไปถึงอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต

๒๕. นัยอันลึกล้ำของคำว่าขอบคุณ
ขอบคุณความไม่มี ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

๒๖. คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความโกรธ
ต่อให้นอนบนเตียงราคาแพงลิบลิ่ว ปูด้วยพรมขนสัตว์ที่มีลวดลายบุปผชาติประดับไปทั้งผืน ก็ไม่อาจทำให้หลับตาลงอย่างเป็นสุขได้เลย ตลอดรัตติกาลอันยาวนาน

๒๗. นัยอันลึกล้ำของคำว่าขอบคุณ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ

๒๘. แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน ต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืนก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้ ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืน ก็ยังคงโง่เท่าเดิม

๒๙. นัยอันลึกล้ำของคำว่าขอบคุณ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ

๓๐. อยู่ให้คนเขารัก จากไปให้คนเขาอาลัย ล่วงลับไปให้คนเอ่ยอ้างถึง อยู่ให้คนรัก คืออยู่อย่างผู้ให้ จากไปให้คนอาลัย คือก่อนจาก สร้างสรรค์แต่สิ่งมีคุณค่า ล่วงลับไปให้คนระลึกถึง คือเวลามีชีวิต ทำแต่คุณงามความดีจนเป็นที่จดจำ.

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....

นั่งหายใจออกเข้าสุดเบาแผ่ว
ระลึกแน่วน้อมนตจิตจดจ้อง
เห็นรูปนามตามจริงอิงครรลอง
จิตก็ผ่องผุดแผ้วดังแก้วกานต์

น้อมจิตใคร่ไตร่ตรองครองไตรลักษณ์
จิตประจักษุ์แจ่มแจ้งแทงไขขาน
ย่อมรู้เห็นเป็นจริงไม่อิงกาล
หยุดสังขารปรุงแต่งแหล่งอบาย

เห็นสายเกิดสายดับแห่งวัฏฏะ
ดังองค์พระสัมมามาชี้สาย
ใจก็น้อมพร้อมพิศจิตก็คลาย
เกิดแหนงหน่ายในโลกวิโยกคลอน

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
อนุโมทนาบุญคะ

ธรรมทาน จาก ท่าน อ.พุทธทาส

"...เมื่อประสบความสำเร็จ
สิ่งแรกก็คือดีใจ จนลืมตัว และโง่ลงไปบางอย่าง
สำหรับจะประมาท หรือสะเพร่าในอนาคต
ความสำเร็จ เป็นครูที่ดีน้อยกว่า ความไม่สำเร็จ
ความไม่สำเร็จ แต่มีเสน่ห์จนคนทั่วไป เกลียดความไม่สำเร็จ
...
เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ
เราจะได้อะไร ที่มีค่ามากกว่า เมื่อประสบความสำเร็จไปเสียอีก
ถ้าเป็นจิตนิยม แต่เราไม่รู้-ไม่รู้สึก ถือเอาไม่ได้
แต่คนทั่วไป มองมันในแง่ลง เห็นเป็นความเสียหาย
และเกิดทุกข์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก เป็นโชคร้ายไปเสียโน่น
...
ถ้าต้อนรับความไม่สำเร็จ อย่างถูกต้อง
มันจะมอบความรู้ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ถึงที่สุดในกาลข้างหน้า
จนกลายเป็นผู้ทำอะไร สำเร็จไปหมด..."

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
... ลมหายใจแห่ง "สติ" ...
..... เป็นบ่อเกิดแห่ง...ปัญญา....
กลับไปยังรายบอร์ด