กลับไปยังรายบอร์ด

สังข์ทิพย์ และการแก้ปัญหา "จักระที่เปิดมากเกินไป" (สำหรับผู้เปิดจักระแล้วมีปัญหา)

บทความต่อไปนี้ หากมีส่วนใดเป็นบุญกุศล
ข้าพเ้จ้าของอุทิศแด่ "เทพและจิตวิญญาณ"
ทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินไปโดยรู้เท่า
ไม่ถึงการณ์ ทั้งแม่พระธรณี (ต้องธรณีสาร
ด้วยการถมที่โดยไม่บอกกล่าวหรือเกี่ยวข้อง
กับผู้การะทำต้องธรณีสาร) ทั้งหลายทั้งปวง
ขอท่านทั้งหลายเมื่อได้รับบุญกุศลแล้วจงได้
ละเว้นโทษแก่ข้าพเ้จ้าด้วย


ส่วนใดพลั้งพลาดไปเป็นเวรกรรม
ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
การฝึกพลังจิตทุกชนิดเป็นดาบสองคม ไม่มีอะไรไร้ตำหนิ


แม้แต่การฝึกเปิดจักระ ก็มีข้อเสียบางประการ แต่ใช่ว่าจะห้ามฝึก
หรือฝึกไม่ได้ ไม่ได้ห้ามท่านฝึุก แต่การฝึกทุกอย่าง มีด้านตรง
ข้ามเสมอ คือ มีทั้งข้อดี ก็มีข้อเสีย คู่กัน เมื่อใดท่านได้รับผลที่
ไม่ดี ก็จะเป็นโอกาสให้ผู้อื่น ได้สร้างบุญบารมีร่วมกับท่าน เช่น
ถ้าท่านฝึุกเปิดจักระมาแล้วได้รับข้อเสียจากการฝึก ก็จะมีผู้อื่นที่
เข้ามาช่วยท่านได้ จึงได้บารมีร่วมกันไป อนึ่ง ผู้ฝึกเปิดจักระหรือ
หมุนจักระ หากมีบารมีถึงจุดหนึ่งจะได้ครอง "จักรทิพย์" ซึ่งจะมี
ลักษณะแตกต่างกันไป ขนาดเล็กใหญ่ ไม่เท่ากัน อานุภาพก็ไม่
กัน จักรทิพย์มีข้อดี เป็นของดี แต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เช่น คน
ที่มีจักรทิพย์ มักจรร่้อนเร่ไป อยู่ไม่ติดที่ แต่ถ้าอยู่กับคนที่มีคฑา
ทิพย์ หรือตรีทิพย์ ก็จะหมุนรอบ (ขับเคลื่อนทำกิจ) ก็จะอยู่ต่อได้
นาน แต่หากคนที่เป็นหลักนั้น มีกำลังไม่เพิ่มขึ้น ขณะที่คนมีจักร
จะมีกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการหมุนจักร สุดท้าย คนมีจักรย่อม
จรจากคนที่เป็นหลักนั้นไปสู่ "หลักใหม่ที่มั่นคงกว่า" รองรับกันได้


การเปิดจักระ ก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ ทำให้พลังงานต่างๆ เข้าสู่ตัว
ได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจได้ หากเป็นพลังลบ
การฝึกเปิดจักระ หมุนจักระ และฝึกปิดจักระ


บางท่านฝึกเปิดจักระแล้ว แต่ไม่ได้ฝึกปิดจักระ จักระเปิดกว้าง
ตลอด เปิดรับสิ่งต่างๆ และการเรียนรู้เต็มที่ ซึ่งก็เป็นข้อดีเช่น
กัน ทว่า ด้านเสียก็มี เพราะอาจเป็นการเปิดกว้างอย่้างไม่มีการ
เลือกสรรค์ หรือไม่รู้จักปิดบ้างในเวลาที่ควรปิด ทำให้ได้รับสิ่ง
ที่ไม่ดีได้ บางคน ฝึกถึงขั้นได้ครองจักรทิพย์แล้ว ยังใช้ไม่เป็น
พอไปเจอคนทักว่ายังไม่ได้เรื่อง อยากเก่ง อยากได้เรื่องก็เลย
ไปฝึกกับเขา เสียจักรไปเลยก็มี คือ มิติทิพย์เอาความได้เรื่อง
แบบที่เขาสอนมาให้เรา แล้วเขาก็เอาจักรของเราไป แลกกันนี่
ก็มีได้ เกิดได้ เรื่องในมิติทิพย์นี่เรามองไม่เห็น ระวังโดนหลอก


การเปิดจักระมากไป ทำให้ได้รับพลังงานทั้งดีและไม่ดี ส่วนที่
ไม่ดี ส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายและจิตใจได้ พึงระวังไว้
ดังนั้น ฝึกเปิดแล้วต้องปิดให้เป็นคือ รู้จักเปิดและปิดเหมาะสม
สังข์ทิพย์ ที่เข้ามาช่วยจักรทิพย์และผู้ฝึกจักระอย่างไร?


สังข์ทิพย์มีพลังแปรเปลี่ยนสิ่งอัปมงคลให้เป็นสิ่งมงคลได้ ในพิธี
พราหมณ์จะมีสังข์เข้าประกอบในพิธีด้วยเสมอ นั่นคือ พิธีกรรมที่
เขาสมมุติขึ้น ของจริงคือ "สังข์ทิพย์" งานที่ทำ พิธีกรรมที่ทำถ้า
มีสิ่งไม่ดี อัปมงคลแทรกเข้ามา (ซึ่งชอบมาทุกพิธีกรรมนั่นแหละ)
หากมีคนที่มีสังข์ทิพย์อยู่ด้วย ก็จะแปรเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี ก็
จะเปลี่ยนพลังด้านลบเป็นพลังด้านบวกได้ นี่คือ คุณวิเศษประการ
หนึ่งของสังข์ทิพย์ นอกจากนี้แล้ว สังข์ทิพย์ยังกินพลังที่ไม่ดีเข้าไป
เพื่อย่อยสลายแล้วกลายเป็น "ปัญญา" ทำให้คนที่มีสังข์ทิพย์เป็นผู้
มีปัญญามาก ไม่ใช่เพราะมีญาณมาก แต่เพราะมี "สังข์ทิพย์บอก"
สังข์ทิพย์มีจิตใจ พูดคุยได้ ทำให้คนๆ นั้น บางทีก็เหมือนพูดคุยอยู่
คนเดียว จริงๆ แล้วเขาคุยกับสังข์ทิพย์ที่อยู่ในตัวของเขาอยู่ นั้นเอง


จักรทิพย์กับสังข์ทิพย์ ประสานกันได้ เรียกว่า "สังขจักร" แต่ถ้าจักร
ไปประสานกับตรี ก็เรียกว่า "จักรตรี" นั่นเอง ซึ่งจะส่งเสริมกันและกัน
ลดจุดอ่อนข้อด้อยให้แก่กันและกันได้ เสริมอำนาจอานุภาพได้ดีขึ้น
การฝึกควรมีสหายธรรม คอยช่วยปรับธรรมให้แก่กัน


บางครั้ง เราไม่อาจฝึกสองสิ่งพร้อมกันในคราวเดียวได้ เพราะ
จะัสับสนเกินไป ดังนั้น คนหนึ่งคนจึงมักฝึก ๑ อย่าง แต่เมื่อมี
ข้อเสียของการฝึกจิตเกิดขึ้น เขาอาจแก้ไขเองไม่ได้ จึงต้องมี
อีกคนหนึ่งมาช่วยเหลือ การฝึกจิตแบบคู่ หรือการมีสหายธรรม
จะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น คนหนึ่งฝึกพลังจักระ จนได้จักร
ทิพย์ คนหนึ่งฝึกพลังทองเลน จนได้สังข์ทิพย์ ทั้งสองเกื้อกูล
กัน ก็จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องให้แก่กันและกันได้


การฝึกสองอย่างในคนเดียวได้ ก็มี แต่เป็นกรณีที่เป็นไปได้ยาก
อาการของ "จักระเปิดมากไป"


๑. ท่านรู้สึกว่าได้รับอะไรมากไป สันสน คลุมเครือ ไม่ชัดเจน
ปนเปกันไปหมด หรือมาจากหลายแหล่งหลายทางมากเกินไป

๒. ธรรมหรือสิ่งที่ท่านแสดงออกมา มีการปนเปื้อนอะไรมาก
ไม่ใส ไม่ใช่ธรรมจากแหล่งใดแหล่งเดียว ผสมปนกันมาเยอะ

๓. พลังภายในของท่าน ตีกันเองบ้าง ปั่นป่วนมากไปบ้าง ด้วย
พลังที่มากมายหลายชนิด ปะปนกัน จากการเปิดจักระรับมากไป

๔. ท่านได้รับข้อมูลจากต่างมิติ ค่อนข้างมาก แต่ดูแล้ว ข้อมูล
มีความสับสน หรือไปคนละทางบ้าง ก็มี มันไม่ได้มีเอกภาพเลย

๕. ท่านถูกแทรกด้วยจิตวิญญาณได้ง่ายๆ เช่น เวลาไปที่อาถรรพ์
ป่าช้า, ศาลเจ้า, ตำหนักทรง ฯลฯ ท่านจะมีอาการต่างๆ ได้ง่ายๆ

๖. พฤติกรรมหรือความคิด สับสน หรือขัดแย้งกันเอง โดยที่ท่าน
อาจจะไม่ทันสังเกตุตัวเอง หรือบางท่านเริ่มมีสติ เท่าทันบ้าง ก็มี

๗. ท่านเปิดรับหรือยอมรับอะไรง่ายเกินไป โดยขาดการคัดกรอง
หรือการพิจารณาก่อนรับเลือก อาจารย์ไหนดังไหนดี เปิดรับหมด


เหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้น ให้ท่านลองสังเกตุตัวเองดูครับ
การถูก "ชาวทิพย์" หลอกเอาของทิพย์?


บางครั้ง ท่านบำเพ็ญบารมีหรือฝึกจิต ฝึกพลังมาดี จนได้ครอง
ของทิพย์วิเศษบางชนิดแล้ว อาจรักษาไว้ไม่ได้ เพราะชาวทิพย์
สามารถหลอกเอาของทิพย์ท่านไปได้ โดยเฉพาะภาคมืด หรือ
ซาตาน จ้องเอาของพวกนี้อยู่ ไม่ว่าจะเ็ป็นของทิพย์, บุญบารมี
หรือแม้แต่จิตวิญญาณ ซาตานต้องการของเหล่านี้ โดยเขาจะมา
ทำให้เราเสียความมั่นใจใน "ธรรมชาติที่เราเป็นอยู่" เช่น ถ้าเรา
เป็นคนที่ดูดวงไม่เก่ง ดูไม่เป็น เขาก็มาทำให้เราเสียความมั่นใจ
ว่าเราดูดวงไม่เก่ง พอเราอยากเก่ง อยากดูดวงได้ เขาก็จะแลก
กับเรา คือ เอาของทิพย์เราไป แล้วเอา "ผีฤษี" มาอยู่ในตัวเรา
เราก็จะกลายเป็น "หมอดูที่เก่ง" ทันที แต่เราจะเสียของทิพย์ไป
ซึ่งของทิพย์เรามีคุณค่าเหนือกว่าผีฤษีที่แทรกเข้ามาในตัวเราอีก


ชาวทิพย์จะดลใจคนหรือครอบงำคนให้มาหลอกเราก็ได้
คนไม่ได้หลอกเรา คนไม่ได้ของทิพย์ แต่ซาตานจะได้ไป
ฝึกจักระมีคุณแลโทษ ฝึกเปิดแลจึงฝึกปิด จึงควรเป็นสิ่งที่ดี ขอบคุณพี่ชายที่กล่าวเตือนสติน้อง คงต้องทำให้พองามจึงจะเกิดคุณดีแล
กลับไปยังรายบอร์ด