สมาชิกล่าสุดที่อ่านหัวข้อนี้

กลับไปยังรายบอร์ด

ตรวจกรรมกับคนมีญาณเจ้าเสน่ห์ " น้องวัน " ยอดหญิงญาณทิพย์

มีคนมีญาณคนใหม่มาแนะนำอีกแล้วครับ

  ที่จริงแล้วคนมีญาณคนนี้ ไม่ถือว่า เป็นคนใหม่ซะทีเดียว เพราะเธอคนนี้
เป็นคนมีญาณที่ได้เคยมีคนมานำเสนอในเว็บญาณทิพย์แล้วครั้งหนึ่ง และกระแสตอบรับเกรียวกราวมากๆ
หลายๆคนได้เคยไปตรวจกรรมกับเธอคนนี้ ทั้งการตรวจผ่านทางโทรศัพท์ และจรลีเดินทางไปตรวจถึงที่บ้าน ของเธอ และ feedback
ของคนที่ไปดูกับเธอมาส่วนใหญ่เห็นไปทำนองเดียวคือ

แม่นมาก !!

เหมือนว่า มีเนื้อชิ้นโตมาวางอยู่ปลายปากถ้ำเสือ มีหรือ เสือหนุ่มอย่างผมจะพลาดเนื้อชิ้นนี้  ความตั้งใจของผมก็คือ อยากไปทดสอบ
ทดลอง เพื่อจะมารีวิวเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า คนมีญาณสาวสวยนี้ ที่ชื่อ  

“น้องวัน”  



เป็นคนมีญาณที่ผ่านการ QC หรือ การันตี จาก รักไร้พ่ายมาแล้ว

แต่ เรื่องทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคาดไว้

กระทู้ของน้องวัน ที่ติดกระแสเรตติ้งทะลุเพดาน
กลับต้องถูกลบทิ้งไป !!
โดยที่หลายๆคนยัง งงงันจนถึงทุกวันนี้ และคนที่ลบกระทู้นั้นไปคือ บุรุษหัวใจทระนง มีนามว่า รักไร้พ่าย นั่นเอง

ทำไม คนชื่อ รักไร้พ่าย จึงต้องลบกระทู้ น้องวัน คนมีญาณคนเก่ง ทิ้ง เรื่องนี้มันค่อนข้างจะดราม่านิดนึง

อยากให้ลองติดตามอ่านบทความนี้แล้วคุณจะ หัวเราะร่า น้ำตาริน

ช่วงนั้นกระแส น้องวัน ดังมากๆในเว็บญาณทิพย์ มีคนพูดถึงกันอย่างกว้างขวางและหลายๆคนก็มาบอกให้ผมไปรีวิวเพื่อจะได้การันตีอย่างเป็นทางการ
และขึ้นทำเนียบคนมีญาณในเว็บญาณทิพย์
ตอนนั้นผมเองก็ยินดีอย่างยิ่ง เพราะแนวทางของผมคือการตามหาคนมีญาณ ก่อนหน้านี้ผมต้องออกไปเสาะหาคนมีญาณเอง
แต่กับน้องวันที่ไม่ต้องไปเสาะหา แต่มีคนมานำเสนอถึงที่ เหมือน มีคนเอาเนื้ออันโอชะมาวางหน้าปากถ้ำเสือให้เรียบร้อย
ไม่นานนักผมก็ได้ทำการโทรไปหา คนชื่อ น้องวัน ตามเบอร์โทรที่แจ้งไว้ในกระทู้

แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อผมโทรไป มีผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 27 ที่ผมต้องการจะคุยด้วยคือ
น้องวันเป็นคนรับสาย เมื่อผมได้สอบถามถึงรายละเอียดการตรวจกรรมกับเธอ แต่ดูเหมือนน้ำเสียงการพูดจาของเธอจะไม่ค่อยจะเต็มใจ
อยากจะคุยด้วยเลย เหมือนคนรีบๆ ไปทำอะไรสักอย่าง แล้วก็พยายามสรุปให้จบเร็วๆ ผมฟังแล้วรู้สึก เธอพูดห้วนๆเกินไป

ผมรู้สึก fail กับคำพูดของเธอและแอบน้อยใจว่า นี่หรือ คนมีญาณที่อยากช่วยเหลือคน ทำไมไม่พูดจาให้อ่อนหวานกว่านี้
คนที่มีทุกข์คนอื่นหากอยากมาให้เธอช่วย ถ้าได้เจอคำพูดห้วนๆ แบบนี้ เขาจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งปรกติผมไม่ค่อยได้เจอคนมีญาณแบบนี้เท่าไหร่

แม้ว่าหน้าที่ทาง จิตวิญาณของผมคือตามหาคนมีญาณ แต่สำหรับ น้องวัน คนนี้  ในขณะนั้น ความที่ผมเป็นคน
“ Sensi ถีบ”  กับความรู้สึกคน ทำให้ใจเอนเอียงไปในทาง Bias กับ น้องวัน และไม่อยากรีวิวิเธอคนนี้เลย

หลายๆคนก็ pm มาถามผมว่าเมื่อไหร่ จะ รีวิว น้องวัน สักที เธอแม่นถึงขนาดนี้  

ก็บอกแล้วไงว่า ผมมันอารมณ์ตี๊ด หนูไม่พอใจซะอย่าง หนูก็ไม่รีวิวอ่ะ

และจากนั้นไม่นาน เรื่องที่ทำให้ผมซีเรียสสุดๆกับ น้องวันก็เกิดขึ้น

เมื่อมีคนมาแจ้งผมว่า น้องวัน เขาไปเปิดเว็บใหม่ของตัวเองแล้ว เขาดึงคนจากเว็บญาณทิพย์ไปด้วย !!
ผมได้เข้าไปดูกระทู้ของ น้องวันในห้องญาณทิพย์ ไล่ดูไปเรื่อยๆ เห็นมีทีมงานของน้องวันหรือลูกศิษย์นี่หละมาโพสว่า
น้องวันเปิดเว็บใหม่ ชวนคนเข้าไปเว็บของเธอ

ตอนนั้นผมก็เดือดปุดๆ จากคดีเก่าที่ยังคั่งค้างอยู่ มาเจอคดีใหม่ทับซ้ำไปอีก ผมอึดอัดใจและเคืองใจมากๆ

ผมมองน้องวันคนนี้แย่ไปกว่าเดิม ผมไม่รู้เจตนาของคนมีญาณคนนี้คืออะไรกันแน่ ตอนนั้นผมคิดว่า
เธอคนนี้มาญาณทิพย์เพื่อหวังสร้างกระแส สร้างฐานลูกค้าตัวเอง เมื่อโกยคะแนนจากคนในเว็บได้แล้วก็จรลีออกไปตั้งตัวเปิดเว็บเสียเอง

ผมคิดว่าเธอคนนี้มาเพื่อหวังผลทางรายได้ มากกว่ามาช่วยคนด้วยใจ ซึ่งแนวทางของผมที่สร้างญาณทิพย์ขึ้นมาด้วยใจจริงๆ
ผมคาดหวังคนมีญาณที่มาอยู่เว็บญาณทิพย์ คือมาช่วยคนด้วยใจ  มีอุดมการณ์ร่วมกัน คนมีญาณหลายคนมาอยู่ที่นี่
ได้สร้างบุญบารมีในการช่วยคน ได้รับการยอมรับ หรือแม้แต่มีรายได้ในการเลี้ยงตัวเองจากที่นี่ อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ร่วมกันที่นี่ สร้างสิ่งดีๆไปด้วยกัน
ซึ่งเป็นความตั้งใจของผมที่อยากให้ที่นี่เหมือนครอบครัว อยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้อง และส่วนใหญ่ที่ผ่านๆมาก็เป็นไปตามนั้น

แต่การที่เรียกว่าดังแล้ว ออกไปตั้งตัวเอง อยากบินเดี่ยว เหมือนมาที่นี่ ไม่ได้มีความจริงใจกับทางเว็บ
ซึ่งหลายครั้งผมเห็นคนมีญาณมาเปิดตัวเอง แบบโฆษณาชวนเชื่อมากมายที่นี่ และบอกราคาคาดู พร้อมเบอร์ติดต่อ
เรียกว่า มาแบบธุรกิจเลย ซึ่งไม่ใช่แนวทางของที่นี่ และเป็นเหตุให้คนเหล่านั้นจึงอยู่ที่นี่ไม่ได้

ผมตามหาคนมีญาณที่ช่วยคนได้ด้วยใจ และมีความจริงใจที่อยู่ร่วมทางกับเว็บญาณทิพย์ ถ้าผิดไปจากนี้ นั่นไม่ใช่ทางของผมแล้ว

กรณีของน้องวัน ผมก็เข้าใจแบบนั้น เมื่อประมวลจากการคุยกับเธอวันนั้นและมาเห็นการที่เธอไปตั้งเว็บเอง ทำให้ผมรับไม่ได้กับแนวทางนี้

ดังนั้นผมจึงตัดสินใจทำ  Delete กระทู้ น้องวันทิ้ง !!

และวินาทีที่ผมได้ลบกระทู้น้องวันทิ้ง  เหมือนมีอะไรมากระแทกที่ใจผมอย่างแรง มันเจ็บแป๊บไปหมดเหมือนดั่งโดนฟ้าผ่ากลางใจเลย
ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร และเหมือนมีเสียงดังแว่วออกมาจากใจว่า

“เจ้าทำถูกแล้วหรือ” ?

ผมงงกับเสียงนี้มากๆ หรืออาจเป็นเพราะผมไม่เคยทำแบบนี้กับคนมีญาณเท่าไหร่ จึงรู้สึกเสียใจลึกๆ และเสียงที่ได้ยินนั่น อาจเป็นมโนสำนึกของผมก็ได้ จึงได้เตือนผมมา
ถึงอย่างไร ผมได้ตัดสินใจไปแล้ว และคิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

ก็เขาไม่ได้มาด้วยใจนี่นา ไม่ได้อยากมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ แต่อยากมาตักตวง มาหวังผลทางรายได้ ก็ช่วยไม่ได้นิ
ไปเลย จิ๊วๆ !!

หลังจากที่กระทู้น้องวัน ซึ่งมีคนเข้ามาอ่านเป็นหมื่นๆ ถูกลบหายไปจากเว็บญาณทิพย์ดั่งโดนซีนามิกวาดล้างไปชั่วพริบตา
เสียงผู้คน pm มาถามผมมากมาย ถึงสาเหตุที่กระทู้น้องวันหายไป ผมอึดอัดใจ ไม่อยากตอบสาเหตุที่แท้จริงได้ ก็ได้แต่เลี่ยงๆไป
จนหลายคนเริ่มมองผมว่าเป็น  เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้  มาเฟียญาณทิพย์ ทั้งที่จริง ผมเป็นเพียง ชินจัง หนูน้อยน่ารักของทุกคนต่างหาก
และทุกครั้งทีมีคนถามถึง น้องวัน ผมจะรู้สึกแป๊บๆเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางใจทุกครั้ง
ผมได้แต่ภาวนาขอให้คนลืมๆเรื่องน้องวันไปสักที ผมจะได้คลายความอึดอัดใจ

เมื่อเวลาผ่านไป กระแสน้องวันก็เริ่มหายไปทีละเล็กทีละน้อย คนใหม่ๆที่เข้ามาในเว็บก็ไม่ได้รู้จัก น้องวัน คนนี้อีกเลย
และผมเองก็ได้ลืมเรื่องน้องวันไปแล้ว

อยู่มาคืนหนึ่งผมฝันแปลกๆ ฝันเห็นภาพ 3 ภาพ วนเวียนไปมา คือ เห็นภาพ จังหวัดอยุธยา
และต่อมาเป็นภาพเต้นท์รถ และภาสุดท้ายเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผมยาวมาก นั่งร้องไห้

ผมก็งงว่า ภาพเหล่านี้คืออะไร เพราะภาพนี้ ติดตาผมมาตลอดแม้ว่าผมจะตื่นนอน แต่ภาพ 3 ภาพ คือ อยุธยา
ภาพเต้นท์รถ และภาพผู้หญิงร้องไห้  ภาพมันจะขึ้นมาในใจผมเรื่อยๆ

จากนั้นมีคนในเว็บหลายๆคน  ทั้งคนเก่า คนใหม่ ได้มาแนะนำคนมีญาณที่เขาอยากให้ผมไปหา และรีวิว คนมีญาณนั้นชื่อ
น้องวัน ( อีกแล้ว ) และดูเหมือนคราวนี้กระแสเรียกร้องจะมามากขึ้นเรื่อยๆ  

“พี่รัก ครับ อยากให้พี่รักไปรีวิวคนมีญาณชื่อ คุณวัน เธอแม่นมากเลยครับ”

“พี่รักคะ มีคนแนะนำให้หนูไปดูกับ ผู้หญิงชื่อพี่วัน หนูลองไปดูมาแล้ว  พี่วันทักหนูได้ตรงมากๆ หนูยังไม่ได้บอกอะไรพีเค้า
พี่เค้าพูดออกมาเอง หนูอยากแนะนำให้พี่รักได้รู้จักพี่วันค่ะ”

“คุณรักครับ ผมไปเจอคนมีญาณ ที่คิดว่า คุณรักกำลังตามหาอยู่แน่นอน เธอชื่อ วัน ครับ ดูด้วยญาณ ผมสัมผัสมาแล้ว
เธอรู้ความคิดของผม  ยังไม่ทันบอกอะไร เธอทักออกมาเป็นฉากๆ ตรงหมดเลยครับ จนผมอึ้งมาก อยากแนะนำให้คุณรักพิจารณาคนนี้ด้วยครับ”

และอีกหลายๆคนที่ pm มาหาผมเรื่องน้องวันแบบไม่ได้นัดหมายเลย
ผมก็ตอบกลับไปแบบตรงๆถึงสาเหตุที่ต้องลบกระทู้น้องวันทิ้ง หลายคนก็เข้าใจในเหตุผลของผม

แต่มีคำตอบหนึ่งที่ทำให้ผม สะดุดชะงัก

“คุณวัน เป็นคนอัธยาศัยดีมากครับ และมีความตั้งใจจะช่วยเหลือคนในเว็บญาณทิพย์นี้ ผมเข้าใจเหตุผลคุณรักนะครับ
แต่อยากถามว่า คุณรักได้ไปพบเจอน้องวันด้วยตัวเองเองหรือยังครับ ผมเชื่อว่าหน้าที่ของคุณรักคือการตามหาคนมีญาณและ
พิสูจน์ด้วยตัวเองก่อนจะตัดสินใจว่าคนนั้นดีหรือไม่ แต่ที่ผมฟังคุณมา ไม่ได้เป็นเหมือนคนมีญาณอื่นๆที่คุณรักได้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อน”


รู้สึกกองเชียร์ น้องวันเหล่านี้ เยอะจริงๆ จากเดิมที่ผมได้ลืมเลือนไปแล้ว กลับต้องมารื้อฟื้นคดีใหม่

ผมก็สองจิตสองใจที่จะไปหาน้องวัน เพราะใจนึงยังนอยๆกับเรื่องเก่าๆของเธอ แต่อีกใจหนึ่งก็เห็นด้วยกับคำแนะนำจากเพื่อนสมาชิก
คิดว่า เราเองก็ยังไม่เคยไปสุงสิงกับเธอเลย หรือว่า เราด่วนตัดสินเธอเร็วเกินไป

สองความคิดนี้ก็ขัดแย้งกันอย่างแรง
จะเอาไงดีฟะ !!

เอางี้ดีกว่า ลองโทรไปแย๊บๆดูท่าทีก่อนดีกว่า หรืออย่างมากก็ลองตรวจกรรมทางโทรสับดู ไม่เสียหาย อยากรู้นักว่า
คนไม่มีหัวใจให้กับญาณทิพย์คนนี้ จะดูได้แม่นจริงหรือไม่ อย่างน้อยก็ได้ทำตามหน้าที่ตัวเองให้สมบูรณ์ซะที
คือการได้เจอคนมีญาณ แม้ว่าคนนี้ เราไม่อยากสุงสิงด้วยก็ตาม

ผมได้โทรไปหา น้องวัน ตามเบอร์ที่ผมขอเอาจากคนที่มาแนะนำ

เมื่อผมโทรไป เป็นน้องวันคนเดิมรับสาย

แต่คราวนี้ เธอพูดจาดี น้ำเสียงอ่อนหวาน ผิดกลับคราวก่อนมาก

“พี่อยากตรวจกรรมครับ ไม่ทราบว่า น้องวัน คิดค่าดูยังไง”

“ค่ะ ถ้าดูทางโทรศัพท์ 199 ค่ะ ถ้ามาเจอตัว 300 ค่ะ”

“พี่อยากดูทางโทรศัพท์ครับ คิวว่างเมื่อไหร่ครับ”

“ ถ้าทางโทรศัพท์คิวว่าง อีก สองวัน ค่ะ”

“แล้วถ้าดูแบบเจอตัวหละ”

“ถ้ามาเจอตัว พรุ่งนี้ก็ว่างค่ะ”

“ถ้าดูแบบเจอตัว ดูที่ไหน”

“ดูที่บ้านวันค่ะ”

“บ้านน้องวันอยู่ไหนเหรอ”

“บ้านวันอยู่อยุธยาค่ะ”

“อยุธยา !! “

“ค่ะ ไกลหน่อย แต่ถ้าพี่ไม่สะดวก ก็ดูทางโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ”

ทันทีที่เธอพูดถึงคำว่า อยุธยา ภาพที่ผมเคยเห็น 3 ภาพนั้นก็ผุดขึ้นมาทันที

“แล้วบ้านเธออยู่ตรงไหนของอยุธยาหละ”

“อยู่ตรงหมู่บ้าน วารุณีค่ะ”

“อ๋อ หมู่บ้านวารุณี นั่นเอง”

“พี่รู้จักเหรอคะ”

“อ๋อ ไม่รู้จัก อยู่ตรงไหนเหรอ”

“พี่รู้จัก ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตไหม”

“รู้จัก”

“พี่นั่งรถตู้ต่างจังหวัดหน้าฟิวเจอร์นะคะ ที่ไปอยุธยา หนะ พี่บอกคนขับว่าไปลงหมู่บ้าน “วารุณี” คนขับเขารู้จักค่ะ
ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมงค่ะ พอถึงแล้วให้ข้ามสะพานลอยมาอีกฝั่ง จะเป็นหมู่บ้านวารุณีค่ะ”

“แล้วบ้านเธออยู่หลังไหน”

“บ้านวัน อยู่หน้าหมู่บ้านเลยค่ะ เป็นเต้นท์รถตู้  พี่มาถึงหมู่บ้านจะเห็นเต้นท์รถตู้ข้างหน้าเลย นั่นแหละบ้านวันค่ะ”

ผมนึกในใจ เต้นท์รถตู้ !!

ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง และก็รู้แล้วว่า ภาพที่ปรากฏให้ผมเห็น 3 ภาพ คือ อยุธยา เต้นท์รถ และผู้หญิงผมยาวร้องไห้ น่าจะเกี่ยวพันกับน้องวันคนนี้
หรือว่ามีอะไรมาบอกเป็นนิมิตให้ผมต้องไปหาน้องวันคนนี้

“พี่จะมาเจอตัวหรือดูทางโทรศัพท์คะ ถ้ามาที่บ้าน วันจะได้อยู่รอค่ะ”

ผมกำลังสองจิตสองใจจะไปดีไหม ใจหนึ่งไม่อยากไปเจอเธอคนนี้ แต่อีกใจหนึ่งอยากไป  และมีเสียงหนึ่งดั่งมาจากใจผมว่า
เจ้าต้องไป ๆ ๆ
เสียงดังมาตอลด เหมือนเป็นเครื่องช่วยตัดสันใจให้ผม

ผมพูดตอบกลับใจตัวเอง

“เออรู้แล้ว ไปก็ได้วะ !!”

แต่เผลอพูดออกทางโทรศัพท์

“อะไรนะคะ !!”

“อ๋อ เปล่าๆๆ ตกลงที่ไปดูที่บ้านเธอแล้วกันครับ พรุ่งนี้ 5 โมง เย็น ได้ไหม”

“ได้ค่ะ วันจะจองคิวไว้ให้คะ”

หลังจากได้วางสายไป ผมคิดว่าตอนแรกตั้งใจจะดูทางโทรศัพท์ แต่เมื่อภาพที่ผมเห็นมันตรงกับน้องวัน และเสียงในใจที่ยุให้ผมไป
ทำให้ผมต้องตัดสินใจไปบ้านน้องวันถึง อยุธยา

แต่การไปครั้งนี้ ต่างจากไปหาคนมีญาณคนที่แล้วๆมาที่ไปเพราะอยากเชิญชวนเขามาร่วมเว็บญาณทิพย์หากเขาดูแม่นและมีใจช่วยคน
แต่สำหรับน้องวันคนนี้ ผมอยากไป เพราะคนในเว็บกดดันให้มา  และอีกอย่างก็อยากดูซิว่า คนที่หักหาญน้ำจิตน้ำใจรักไร้พ่ายคนนี้
หน้าตาจะเป็นยังไง และอยากรู้เธอคนนี้จะเก่งกาจแค่ไหน

แต่ไม่คิดจะชวนมาร่วมเว็บญาณทิพย์หรอก

เพราะเว็บญาณทิพย์  ไม่รับคนเก่ง แต่ไม่มีใจให้เรา
เมื่อถึงวันนัดหมาย ผมได้ถ่อกายสังขารอันอวบอึ๋ม จากลำสาลี แล่นตรงไปถึงฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต แล้วต่อรถตู้ตรงท่ารถต่างจังหวัด
โดยนั่งรถตู้ ไปลงหมู่บ้าน วารุณี  ใช้เวลาประมาณ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

เวลา ห้าโมงเย็นกว่าๆ ก็มาถึง หมู่บ้านวารุณี ซึ่งต้องเดินข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่ง  ผมสังเกตเห็นหน้าหมู่บ้านจัดสรรนี้ มีเต้นท์รถตู้

ผมนึกถึงภาพที่ผมเห็นติดตามาตลอด คือ อยุธยา เต้นท์รถ และผู้หญิงร้องไห้ ผมรู้ว่าภาพนั้นเกี่ยวโยงกับที่นี่แน่นอน  
อยุธยาและเต้นรถ เราก็ได้คลี่คลายแล้ว ส่วนผู้หญิงผมยาวงร้องไห้หละ หมายถึงอะไร

หรือว่า จะเป็นน้องวันร้องไห้ แต่เธอร้องไห้ทำไมน๊า
สงสัย เธอโดนเบี้ยวค่าแชร์แน่ๆ เลย จึงร้องไห้ ฮ่าๆๆๆ ก๊ากกก

ผมได้เข้าไปยังอาณาบริเวณบ้านของน้องวัน สังเกตรอบๆ เป็นอาคารแยกเป็นหลังๆ  มีทั้งบ้านพัก โรงรถตู้จอดเรียงรายกันหลายคัน มีโรงซ่อมรถ

หน้าบ้านจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สูงประมาณ 2 เมตรกว่า

ผมเห็นบ้านเธอแล้ว โอ้ น้องวันคนนี้ฐานะดีใช่ย่อยเลยนะนี่

ผมเข้าไปถามคนงาน ถึง น้องวัน จนเธอออกมาเจอผม

ผมเห็นผู้หญิงสาว อายุ 20 กว่าๆ ผมยาวมาก หน้าคม ตาโต หุ่นผอมบางสูงชะลูด เดินเข้ามาสวัสดีผม และแนะนำตัวเอง

แล้วน้องวันก็ชวนผมไปนั่งในบ้าน

เราก็พูดจาปราศรัยทักทายกันหอมปากหอมคอ ผมนั่งในบ้าน ห้องรับแขกที่ไม่มีแอร์ เหงื่อผมแตกพลักๆ
จนน้องวันต้องเอากระดาษมาให้ผมซับเหงื่อ และก็ไปรินน้ำให้ผมดื่ม

น้องวัน :    ร้อนไหมค่ะพี่

รักไร้พ่าย  :   อ๋อ  ก็นิดหน่อยเอง ไม่เป็นไรหรอก

(  โอย กูร้อนชิบหาย แอร์เออก็ไม่มี ไรวะนี่ )

น้องวัน :    ขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้ติดแอร์ในห้องนี้

รักไร้พ่าย  :   อ๋อ  อย่างงี้ก็ดีนะ พี่ชอบ อากาศโปร่งโล่งดี

( โอยยยย วันหลังไปนัดตรวจที่ห้างดีกว่า อย่างน้อยก็มีแอร์  มาก็ไกล แถมร้อนอีก ยึ๊ย เสียรมณ์ )

ผมสังเกตดูน้องวันตั้งแต่เส้นผมจรดเท้า และฟังจากน้ำเสียงของเธอ ซึ่งไม่เหมือนกับที่โทรคุยกันเลย โดยเฉพาะตอนคุยกันครั้งแรกที่ผมรู้สึกไม่ค่อยดี
แต่พอมาเจอตัวจริงเธอคุยดี เสียงหวานไส จับใจหนุ่มโสดอย่างทีเดียว

แต่รอยเคืองคุ่นยังไม่สร่างไปจากใจผม สำหรับเธอคนนี้  ผมรู้สึกเขม่นๆเธออยู่

จากนั้น น้องวันได้หยิบปากกาและกระดาษ A4 แผ่นหนึ่งมา และมานั่งตรงหน้าผม พร้อมที่จะตรวจกรรม เธอเริ่มด้วยการถามอายุผม
จากนั้นก็ได้ขีดๆเขียนๆอะไรไม่รู้ในกระดาษ จากนั้นก็ได้ทำนายทายทักออกมา

น้องวัน  :    วันเห็นมีคนมาห้อมล้อมพี่มากมาย เวลาพี่จะทำอะไรจะมีคนมาช่วยงานพี่

ประโยคแรกที่ทักมา แม้จะดูกว้างๆอยู่ แต่ก็ตรงทีเดียว

น้องวัน  :    ที่อยู่ของพี่ ตอนนี้ เหมือนอยู่เป็นตึก ไม่ได้อยู่บ้าน

รักไร้พ่าย  :   เหรอ

น้องวัน  :    ค่ะ เห็นอยู่เป็นเหมือนอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดนี่แหละ

แล้วน้องวันก็เขียนเป็นรูปตึกสี่เหลี่ยมในกระดาษ A4

งะ ทักเราว่าอยู่คอนโด นี่เค้ามองเราด้วยญาณ หรือมองจากสารรูปของเรา ที่ไม่น่าจะมีบ้านอยู่วะนี่

แต่ก็ตรงอีกแล้ว เพราะผมอยู่ อพาร์ทเม้นท์หรู ย่านลำสาลี

ถึงตอนนี้ ผมรู้ว่า น้องวันคนนี้มีญาณค่อนข้างแม่นทีเดียว ปกติผมจะยินดีและดีใจที่ได้เจอคนมีญาณแม่นๆ แต่สำหรับน้องวันคนนี้ผมยอมรับว่า
ยังมี อคติกับเธออยู่กับความรู้สึกไม่ค่อยดี

ผมก็คิดว่า อยากจะแก้เผ็ดเธอสักหน่อย  อยากจะลองยียวน กวนประสาทดู

น้องวัน  :    มีช่วงหนึ่งพี่ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แต่ก็หยุดไป ขอให้ทำต่อไป

รักไร้พ่าย  :   อะไรนะ พี่เหรอ พี่ไม่ค่อยปฏิบัติธรรมนะ

น้องวัน  :    วันหมายถึงมีช่วงหนึ่งพี่ทำนะคะ ทำอย่างต่อเนื่องด้วย

รักไร้พ่าย  :   ไม่มีนะ

น้องวัน  :    มีสิ

รักไร้พ่าย  :   มีเหรอ เท่าที่จำได้ไม่มีนะ ปฏิบัติธรรม สวดมนต์อย่างต่อเนื่องเหรอ

น้องวัน  :    ก็วันเห็นแบบนี้หนะ แล้วช่วงนั้นพี่ก็ทานมังสวิรัติด้วย

รักไร้พ่าย  :   เหรอ พี่ทานด้วยเหรอ

น้องวัน  :    ใช่ค่ะ พี่จำไม่ได้เหรอคะ

รักไร้พ่าย  :   พี่ว่า ไม่มีนะ

ผู้อ่านครับ ผมจะบอกว่า เมื่อก่อนนี้ มีช่วงหนึ่ง ผมปฏิบัติธรรมแบบจริงจัง สวดมนต์ นั่งสมาธิแทบทุกวัน และทานมังสวิรัติประมาณปีกว่า
แต่ตอนนี้ เปลี่ยนบรรยากาศมาทานเนื้อสัตว์บ้าง เลยเลิกทานมังแล้ว และหาประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการเลิกสวดมนต์ นั่งสมาธิ

น้องวัน  :    ไม่มีจริงอ่ะ

เธอจ้องมองผมแบบกำลังหาพิรุธจากผม และผมก็ไม่กล้าสบตาเธอ

น้องวัน  :    วันเห็นภาพหนังสือขึ้นมา พี่คิดจะทำหนังสือธรรมะ

รักไร้พ่าย  :   หนังสือธรรมะเหรอ ป่าวนะ พี่ไม่เคยคิดจะทำหนังสือเลย เธอดูผิดคนรึป่าว

น้องวัน  :    ไม่ผิดแน่นอนค่ะ ก็เห็นแบบนี้จริงๆ พี่คิดจะทำนานแล้วด้วย ตั้ง 2 ปีมาแล้ว แต่ไม่ได้ทำสักที

( โอ้ จริงครับ ผมคิดจะทำหนังสือธรรมะ แต่เป็นธรรมะแบบคนมีญาณ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ เรื่องเร้นลับ แต่คิดจะทำตั้ง
2 ปีมาแล้ว ตอนนี้ยังไม่เริมทำเลย )

รักไร้พ่าย  :   อ่อๆ ก็ทำนองนั้นแหละ ก็คิดเล่นๆ อยากทำหนังสือธรรม สวดมนต์

น้องวัน  :    ไม่ใช่ค่ะ พี่ไม่ได้ทำหนังสือธรรมแนวสวดมนต์หรือ สติภาวนา หรือการปฏิบัติธรรม แต่พี่จะทำแนวผู้หยังรู้เรื่องกรรม
เรื่องเร้นลับ เรื่องเบื้องบน เบื้องล่าง พี่จะทำแนวนี้ต่างหาก


ผมเห็นสีหน้าของน้องวันเริ่มบึ้งตึง ใจหนึ่งก็สงสารเธอ แต่อีกใจหนึ่งสะใจ  นานๆได้ป่วนคนมีญาณสักครั้ง สนุกจริงๆ ฮ่าๆๆ

รักไร้พ่าย  :   ไม่นะ เรื่องยงๆ ญาณๆ ที่ไม่ค่อยสนใจหรอก

น้องวันก็ถอนหายใจเล็กน้อย เหมือนเธอรู้ว่าผมรู้เอยู่แก่ใจแต่ผมทำยอกย้อน กวนๆเธอ

น้องวัน  :    วันเห็นพี่ชอบใส่เสื้อขาวด้วยนะ เวลาพี่ไปทำบุญ หรือไปไหน มักใส่เสื้อสีขาว เวลาพี่อยู่บ้านก็ใส่เสื้อยืดสีขาวตลอด

โอ้ ถ้าไม่ใช่น้องวันนะ ถ้าทักมาแบบนี้ ผมต้องร้องอุทานออกมาดังๆ ว่า เป๊ะ เลย ผมชอบใส่เสื้อขาวไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือไปทัวร์บุญ  
เสื้อสีอื่นไม่ค่อยใส่


รักไร้พ่าย  :   เสื้อขาวเหรอ ก็ใส่บ้างนะ พอๆกับสีอื่นๆนั่นแหละ

น้องวัน  :    พี่ชอบทำบุญ และอ่านหนังสือธรรมะมาก อ่านมาเยอะเลยนะ

ที่ห้องผมหนังสือธรรมะเป็นกองๆ เป็นตั้งๆเลย เมื่อก่อนอ่านตั้งแต่เช้าจนถึงดึกทุกวัน อ่านเป็นเดือนๆติดต่อกัน

รักไร้พ่าย  :   ก็มีอ่านบ้าง พี่สนใจธรรมะ เหมือนคนสนใจธรรมะทั่วๆไปนั่นแหละ

น้องวัน  :    พี่มีไอเดียมาก ชอบคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเสมอนะ พี่ใช้เวลาคิดโปรเจคต่างๆเยอะมาก ขอบอกว่าเยอะมากค่ะ

รักไร้พ่าย  :   อึม ก็คงงั้นแหละ

อาชีพผม เป็นครีเอทีฟมาก่อน คิดนั่นนี่ เยอะมาก มี โครงการเยอะ

ผมอยากจะทดสอบเธอให้เธอดูตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไล่ไปทีละช่วงเลย

รักไร้พ่าย  :     ช่วยดูให้หน่อยว่าชีวิตตอนเด็กพี่เป็นยังไง


น้องวัน  :    ตอนเด็กๆ พี่ชอบเถียงพ่อแม่ และรู้สึกลำบากเมื่ออยู่กับที่บ้านพี่ แต่พี่ไม่ได้ลำบากกายนะ
พี่ค่อนข้างอยู่สุขสบาย แต่พี่จะลำบากใจมากกว่า อยู่ที่บ้านแล้วรู้สึกอึดอัด

อันนี้ถูกต้องเลยครับ แต่ผมต้องทำหน้าที่กวนประสาทต่อไป

รักไร้พ่าย  :   ก็อาจจะใช่นะ แต่ส่วนใหญ่หลายคนก็เป็นแบบนี้นะ เถียงพ่อแม่เป็นเรืองปกติของเด็กๆหนะ

น้องวัน  :    พี่เป็นคนเรียนดีนะ  แต่ตอนพี่เป็นวัยรุ่นเรียนหนังสือ เคยเลี้ยงปลา และปลามันตาย และติดกรรมตรงนี้ เป็นมั๊ย   
ทำให้พี่รู้สึกหายใจติดๆชัดๆ มีปัญหาเรื่องระบบหายใจ

โอ้ ผมตอนวัยรุ่น เรียนหนังสือมหาลัย ชอบซื้อปลามาเลี้ยง แล้วปลามันก็ตาย แล้วไปซื้อใหม่ มาเลี้ยงแล้วก็ตายอีก
แต่เรื่องหายใจติดขัด ไม่แน่ใจนะ เพราะไม่เด่นชัดมาก

รักไร้พ่าย  :   พี่ก็จำไม่ได้แล้ว เคยไหม

น้องวัน  :    แล้วพี่ก็เคยเอาหนังสติ๊กไปยิงนกด้วย

รักไร้พ่าย  :   เหรอ จำไม่ได้แล้ว แล้วปัจจุบันนี้หละ พี่เป็นยังไงบ้าง  เอาเรื่องงานก่อน งานประจำพี่เป็นยังไงบ้าง

ขออภัยที่ผมต้องตอแหลนะ แบบว่า อยากจะกวนๆเธอให้สาแก่ใจหน่อย จริงๆผมไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ตอนนี้มาทำงานอิสระ

น้องวัน  :    พี่ไม่ได้ทำงานประจำนะ งานที่ทำตอนนี้ เป็นงานอิสระค่ะ แต่ก็เหมือนทำงานประจำแหละ

รักไร้พ่าย  :   แล้วเธอรู้มั๊ยว่าพี่ทำงานไหนอยู่

น้องวัน  :    เกี่ยวกับทางอินเตอร์นท เห็นพี่ดูเว็บตลอดเลย

รักไร้พ่าย  :   งานอินเตอร์เนท แบบไหนหละ

น้องวัน  :    งานเกี่ยวกับการวางแผนเรื่องการเดินทาง พาคนไปวัด ไปเที่ยว ไปทำบุญ  เมื่อก่อนพี่ไม่ได้ทำแบบนี้นะ เพิ่งมาเริ่มทำจริงจังไม่นานนี้

รักไร้พ่าย  :   เรื่องไหน

น้องวัน  :    เรื่องพาคนไปทำบุญค่ะ วันเห็นพี่เกี่ยวข้องกับคนมีสัมผัสพิเศษ หรือ ผู้หยั่งรู้ ผู้มีญาณ

รักไร้พ่าย  :   เหรอๆ แต่เรื่อง ยงๆ ญาณๆอะไร พี่ไม่รู้จักนะ

ฮ่าๆ ตอแหละหน้าซื่อเลยตู  ผมเห็นอาการของน้องวันเริ่มหน้าเจื่อยๆ เหมือนเอือมๆกับผมไม่น้อยแล้ว
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
1

จำนวน

  • pppthailand

น้องวัน  :    วันคิดว่าพี่รู้นะ พี่รู้จักผู้มีญาณเยอะนะ พี่รู้จักกับ อ. “จ”  ( ขอสงวนนาม ) ที่ออกรายการ “ค....

รักไร้พ่าย  :   หา !!  อ. “จ” เหรอ  ใครเหรอ พี่ไม่รู้จักนะ

น้องวัน  :    พี่ค่ะ !! พี่รู้จักดีเลย พี่เป็นเพื่อนกับเขามาก่อน ก่อนที่จะดังซะอีก

โอ้ นี่ขนาดผมตอแหลเพื่อทำให้เธอไว้เขวนะ เธอยังยืนยันเสียงหนักเลย

น้องวัน  :    วันคิดว่า ถ้าพี่มาตรวจกรรมกับวัน อยากให้พี่เปิดใจกว่านี้หน่อยได้ไหมค่ะ

รักไร้พ่าย  :   ก็เปิดใจแล้วไง

น้องวันเริ่มถอนหายใจ

รักไร้พ่าย  :   พี่อยากให้เธอดูว่าชิวิตประจำวันของพี่เป็นยังไงบ้าง

น้องวันสีหน้าเจื่อยๆ และมองผมค้อนๆ

น้องวัน  :    พี่แบมือมา

ผมก็แบมือออกไป แล้วน้องวันก็เอามือมาแตะที่มือผม อุ๊ย แต๊ะอั๋งเราด้วย กรี๊ดดด

น้องวัน  :    พี่เป็นคนนอกดึกทุกวันเลย ใช่มั๊ย

ใช่ครับ ผมนอนดึกทุกวัน อิอิ

รักไร้พ่าย  :   ใช่ พี่นอนดึก ก็เป็นปกติหนะ คนยุคสมัยนี้ ส่วนใหญ่นอนดึกทั้งนั้น

น้องวัน  :    พี่พักผ่อนน้อยด้วย พี่นอนวันละไม่กี่ชั่วโมง

ปกติผมนอนวันละ 3 – 4  ชั่วโมงครับท่านผู้ชม

รักไร้พ่าย  :   พี่นอนเต็มอิ่มเลยนะ

น้องวัน  :    พี่กำลังบอกว่าวัน ทายไม่แม่น ทายกว้างมากใช่มั๊ยค่ะ

รักไร้พ่าย  :   ป่าวนะ ก็แบบว่า ก็แม่นในบางเรื่องเท่านั้น

ผู้อ่านครับ ที่แกทายผมมาตลอดนี่ 90 เปอร์เซ็นต์ตรงหมดครับ

รักไร้พ่าย  :   ที่เธอทายพี่มาก็ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แม่นเลยนะ เธอใช้ได้เลยนะ ถูกครึ่ง ผิดครึ่ง

ฮิฮิ ผมแอบหัวเราะหนุกหนานที่ได้ถากถางน้องวันในใจ เรื่องทรมานใจสาวๆ นี่ ผมถนัดนักแล

เธอก็สัมผัสมือผมต่อ และบอกว่า

น้องวัน  :    พี่ชอบกินอะไรที่เกี่ยวกับเส้นๆ เช่นพวกก๋วยเตี๋ยว โดยเฉพาะ กินมาม่า !!

โอ้ สุดยอดขอบอก ผมชอบกินก๋วยเตี๋ยว กินมาม่า เป็นชีวิติตเลย รู้ได้ไงวะนี่

รักไร้พ่าย  :   กินมาม่าเหรอ ก็มีบ้างนะแต่ไม่บ่อย

น้องวันผละมือออกไป และก็ทำหน้างอนๆ และเงียบไปคู่หนึ่ง เธอกำลังเซ็งกับชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ตรงหน้าเธอ
ผมรู้ว่าเธอรู้ว่าผมกำลังเล่นแง่กับเธออยู่ เธอกำลังคิดจะกำหราบผู้ร้ายปากแข็งอย่างผมยังไงดี ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า เธอจะทำยังไงต่อไป

สักครู่หนึ่งเธอ ก็บอกว่า

น้องวัน  :    คราวนี้พี่ปฏิเสธไม่ได้แน่

ผมฟังแล้วก็ตื่นเต้นเล็กน้อย อยากรู้ว่าเธอจะทายอะไรผมต่อ และถ้าเธอทายอะไรผมมา ผมจะ say no ท่าเดียว ฮ่าๆๆ

น้องวัน  :    พี่มีองค์พระพิฆเนศคุ้มครอง แล้วพี่ก็นับถือองค์ท่านด้วย

เธอจ้องตาผมเขม็งเหมือนตำรวจแจ้งหลักฐานมัดตัวคนร้ายได้อยู่หมัด

น้องวัน  :    คราวนี้พี่จะปฏิเสธมั๊ย

โอ้ เล่นไม้นี้เลย ไปไม่ถูกเลยตู

น้องวัน  :    เอ่อ ก็ ใช่

เธอบอกผมด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนว่า

น้องวัน  :    พี่คะ สิ่งที่วันบอกพี่ไป พี่เองก็รู้อยู่แก่ใจ พี่มาที่นี่วันก็รู้ว่ามาด้วยเจตนาอะไร แต่วันต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
พี่ถามอะไรมา วันก็ตอบไปตามที่เห็น พี่คะ ให้ความร่วมมือมากกว่านี้ได้มั๊ยคะ


ผมฟังเธอพูดงอนๆ กึ่งอ้อนๆ แต่เดิมที่คิดจะป่วนประสาทเธอเล่น ก็เริ่มลดลง และอีกอย่างก็อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับผมแบบจริงจังด้วย  
ผมจึงเลิกป่วนเธอ

รักไร้พ่าย  :   ใช่ พี่นับถือองค์พ่อ  พี่อยากรู้ว่า ท่านเป็นปางไหน

น้องวัน  :    ปางท่านั่งและแบมือข้างนึงแบบนี้ ( เธอทำท่าแบบมือประกอบการอธิบาย )ในมือมีขนมโมทกะ และมืออีกหนึ่งกำลังประทานพร

รักไร้พ่าย  :   ท่านสื่ออะไรมาบ้าง

น้องวัน  :    ท่านอยู่กับพี่โดยตรง ช่วยเหลือพี่ตลอด ไม่ว่าพี่จะขออะไรกับท่าน ท่านจะให้พี่ตลอด

รักไร้พ่าย  :   โอ้ เยี่ยมเลย

น้องวัน  :    ท่านช่วยเหลือพี่ตลอดเลย ท่านเป็นเทพที่ใจอ่อนมาก พี่เคยไปพูดกับท่าน และกอดรูปปั้นท่านใช่มั๊ย

รักไร้พ่าย  :   ใช่ ๆๆ

โห รู้ได้ไงวะเนี๊ยะ

รักไร้พ่าย  :   แล้วพี่อยากรู้ว่า งานของพี่ ควรทำด้านไหน

น้องวัน  :    วันรู้ค่ะ แต่ก่อนจะบอก วันอยากถามที่ว่า พี่อยากทำงานด้านไหนคะ

รักไร้พ่าย  :   พี่อยากทำหนังสือเกี่ยวกับเรื่องญาณ

น้องวัน  :    อ้าว  เมื่อกี้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ บอกไม่สนใจเรื่อง ยงๆ ญาณๆไงคะ พอพีนี้จะมาถามนะ

ผมก็หัวเราะแหะๆ  โดนเอาคืนซะแล้ว

รักไร้พ่าย  :   แล้วพี่จะทำได้ไหม

น้องวัน  :    พี่ตั้งใจทำมา 2 ปีแล้ว

รักไร้พ่าย  :   ใช่ แต่ทำไมจึงยังไม่ได้ทำสักที

น้องวัน  :    พี่ยังไม่พร้อมจริงจัง พี่อยากรวบรวมข้อมูลให้ได้มากๆ ต้องการเจอคนที่พร้อมจะมาช่วยพี่ก่อน แต่ตอนนี้พี่ริเริ่มจะทำแล้วนะ  
จะทำอะไรพี่จะมีคนช่วยเหลือตลอดเวลา มีคนห้อมล้อมพี่มากมาย  พีมีคนรักเมตตาและช่วยเหลือพี่นะ

ปีนี้พี่จะได้ริเริ่มโครงการที่จะทำ  พี่เป็นคนไม่ค่อยหยุดนิ่ง  เป็นคนชีพจรลงเท้า

รักไร้พ่าย  :   อึม แล้ว ช่วงที่ผ่านมาชีวิตพี่เป็นยังไงบ้าง

น้องวัน  :    ตอนพี่ อายุ 34 มีเรื่องหงุดหงิดใจ เรื่องงาน ความรัก ตอนพี่ อายุ 35 , 36 พี่เริ่มสนใจเรื่องเร้นลับ เริ่มตามหาเรื่องผู้หยั่งรู้ ไปตามหา คนนั้นคนนี้  
พออายุ 36 ปลายๆ จะเริ่มจริงจัง   และจะหลุดพ้นจากเรื่องคาราคาซัง พี่สังเกตไหมปีนี้ พี่มีมีโรงการเยอะมากๆในหัว

รักไร้พ่าย  :   ใช่ ปีนี้ไม่รู้เป็นไร ไอเดียโปรเจคผุดมาเพรียบเลย

น้องวัน  :    ก้อมันถึงเวลาที่พี่คิดไว้ จะได้เริ่มทำแล้ว ปีนี้ทุกอย่างเริ่มไปได้ดี และอีก ไม่เกิน 4 ปี สิ่งที่พี่ทำจะส่งผล ให้พี่พบความสำเร็จ

รักไร้พ่าย  :   พี่จะทำหนังสือ แล้วเงินทุนหละ จะเอามาจากไหน

น้องวัน  :    พี่จะออกเงินส่วนหนึ่งแต่ส่วนที่เหลือจะมีคนช่วย  มีคนจะสนับสนุน มาช่วยเหลือ มันขึ้นว่า การสานต่อ  
พี่ไม่ชอบยืมเงินใครมาทำโปรเจค


รักไร้พ่าย  :   ใช่ พี่ไม่ค่อยชอบยืมเงินใคร  พี่ชอบทำด้วยตัวเราเอง

น้องวัน  :    ปีนี้พี่ดีแล้ว

รักไร้พ่าย  :   แล้วหนังสือพี่ จะควรเป็นแบบไหน

น้องวัน  :    พี่จะทำอะไรมักนำเสนอเรื่องน่าสนใจเสมอนะ อย่างเช่น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้คนอื่นไปเขียนนำเสนอ
จะดูธรรมดา แต่พอพี่เขียนแนะนำ จะมีลูกล่อลูกชน ชวนคนให้ตื่นตาตื่นใจ เช่น ที่นี้เคยเป็นวังพญานาค
และเชิญผู้หยั่งรู้ด้วยญาณไปสื่อกับพญานาค ไปขอโชคลาภ คนอ่านติดกันงอมแงมเลยพี่ วันเห็นพี่จะทำออกมาแนวนี้

รักไร้พ่าย  :   อ่อ

น้องวัน ขีดๆเขียนๆในกระดาษ แล้วบอกว่า

น้องวัน  :    พี่เริ่มทำได้แล้วปีนี้ แต่ช่วงแรกอาจช้าๆหน่อย แต่จะไปได้เรื่อยๆ วันเห็นพี่ติดต่อกับผู้หยั่งรู้ ไปลงหนังสือ
พอปีหน้ากลางปี พี่จะได้เริ่มทำเกี่ยวกับรายการทีวี เกี่ยวกับผู้มีญาณ


รักไร้พ่าย  :   อึมๆ แล้วต่อไปคนมีญาณที่เก่งๆ พี่จะเจอไหม

น้องวัน  :    เจอแน่นอน  พี่รู้จักคนเก่งๆเยอะนะ ต่อไปจะได้เจอแต่คนเก่ง คนดีมาช่วยพี่ ตอนนี้เจอจริงมั่งไม่จริงมั่ง

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ  ถ้าทำหนังสือ จะทำไปได้ยาวไหม

น้องวัน  :    ทำได้ยาวค่ะ เห็นพี่ทำเกี่ยวกับตรงนี้ เป็นสิบๆปีเลย เห็นพี่อยู่กับหนังสือแนวนี้ตลอดเวลา

รักไร้พ่าย  :   ค่อยยังชั่วหน่อย มาปักหลักชีวิตกับเรื่องญาณ ก็กะจะอยู่วงการนี้ไปนานๆ

น้องวัน  :    ต่อไปพี่จะมีรถ มีคนขับรถให้ด้วย

รักไร้พ่าย  :   โห พี่มีฐานะเหรอ

น้องวัน  :    พี่จะไปไหน จะมีคนขับรถมารับด้วย

รักไร้พ่าย  :   พี่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องความรวยมาก แต่อยากคิดทำโครงการต่างๆ พี่สนุกกับความคิดของตัวเอง พี่มีความสุขกับการสร้างสรรค์

น้องวัน  :    ถ้าพี่ไม่ทานเนื้อนะ เจ้าแม่กวนอิมจะมาช่วยเหลือพี่ พี่ยังทานเนื้อใช่มั๊ย

รักไร้พ่าย  :   ยังกินอยู่

น้องวัน  :    วันอยากแนะนำให้พี่ไปขอพรกับท่าน พี่เคยไปสถานที่ๆมีเจ้าแม่กวนอิม ริมแม่น้ำ หรือริมทะเลมาไหม

รักไร้พ่าย  :   มีด้วยเหรอ

น้องวัน  :    นึกดีๆสิ ที่อยู่ตรงกลางแม่น้ำ พี่เคยไปมาแล้วนะ

ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่า เคยไปที่ไหนที่มีเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่ริมแม่น้ำ หรือริมทะเล แต่พอนึกดีๆ นึกได้เลยว่า
เมื่อหลายเดือนก่อนเคยไปเที่ยวชลบุรี ไปไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม ที่อยู่บนเกาะกลางทะเล ที่ จ .ชลบุรี

รักไร้พ่าย  :   นึกออกแล้ว พี่เคยไปไหว้ท่านที่ชลบุรี อยู่ริมแม่น้ำ

น้องวัน  :    พี่ไปขอพรกับท่านที่นั่น แต่คราวนี้ให้เอามือไปสัมผัสกับองค์ท่านและขอพรท่านให้งานที่คิดจะทำให้สำเร็จ
แล้วพี่จะสำเร็จแบบรวดเร็วเลย แต่ต้องเลิกทานเนื้อก่อนนะ


รักไร้พ่าย  :     อึมๆ  ตอนนี้พี่จัดทัวร์อยู่นะ เป็นยังไงบ้าง วันเห็นอะไรไหม

น้องวัน  :    ดีค่ะ แต่อีกไม่นาน พี่จะจัดทัวร์ไปเมือนอกนะ วันเห็น

รักไร้พ่าย  :   เหรอ นี่ตั้งใจไว้เหมือนกัน อยากพาคนไปเมืองนอก ส่วนตัวพี่ไมค่อยได้ไปเท่าไหร่ ว่าแต่เร็วๆนี้เหรอ แล้วเห็นมั๊ยพี่พาคนไปประเทศไหน

น้องวัน  :    ไม่รู่ว่าเป็นประเทศไร แต่เห็นมีวัดจีน  มีเจ้าแม่กวนอิม  มีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ด้วย รู้สึกจะอยู่แถวๆระแวกเอเชียนี้แหละ
เห็นคนจีน คนแขก แล้วเห็นตึกใหญ่ๆ แปลกๆ เหมือนเป็นรูปเรือบิน

รักไร้พ่าย  :   พี่จะจัดคนไปสิงคโปร์

น้องวัน  :    อ่อ มิน่าหละ

รักไร้พ่าย  :   นี่จัดครั้งแรกเลยนะ

น้องวัน  :    พี่อย่าลืมไป ขอพรกับ พระสังกัจจายณ์นะ  พี่รู้จักมั้ย ที่เป็นพระร่างอ้วนๆ

รักไร้พ่าย  :   รู้จักสิ ที่นั่นก็มีด้วย ที่ไชน่าทาวน์ สิงคโปร์

น้องวัน  :    พี่ไปขอพรกับท่านะ วันเห็นภาพท่านขึ้นมาเลย ท่าน ศักดิ์สิทธิ์มาก ให้พี่เอาเหรียญบาทไปอธิษฐานเรื่องเงินทองกับท่านนะ

รักไร้พ่าย  :   เหรอ ได้ๆ แล้วต่อไปพี่จะทำทัวร์ได้นานแค่ไหน

น้องวัน  :    เห็นพี่จะจัดไปธิเบตด้วย ต่อไปพี่เปิดบริษัททัวร์ได้เลย

รักไร้พ่าย  :   เหรอ อีกนานไหม

น้องวัน  :    อีกไม่เกิน 4 ปี พี่จะมีทุกอย่างพร้อมเลย ทั้งหนังสือ ทั้งทัวร์ วันเห็นพี่จะมีรถทัวร์เป็นของตัวเองด้วย

รักไร้พ่าย  :   โอ้ สุดยอดเลย พีมีโปรเจคเยอะเลยปีนี้ แต่ต้องเริ่มเรื่องหนังสือก่อน

น้องวัน  :    เห็นพี่นั่งคิดชื่อหนังสือด้วย  คิดไว้หลายชื่อเลยนี่

รักไร้พ่าย  :   โห รู้ได้ไงนี่

น้องวัน  :    วันดูชื่อได้ด้วยนะ

รักไร้พ่าย  :   เหรอ เธอไปเรียนวิชาดูชื่อมาเหรอ

น้องวัน  :    ป่าวค่ะ วันดูชื่อด้วยญาณค่ะ ว่าชื่อไหนดีไม่ดี

รักไร้พ่าย  :   จริงดิ

น้องวัน  :    ค่ะ แต่ปกติไม่ได้บอกใคร คนที่มาดูส่วนใหญ่ วันก็ดูกรรมให้ แต่ไม่ดูชื่อให้

รักไร้พ่าย  :   ทำไมไม่ดูให้

น้องวัน  :    เพราะเขาไม่ถาม ถ้าถามก็จะดูให้

รักไร้พ่าย  :   อ่อ งั้นดูชื่อพี่ให้หน่อยสิ ชื่อจริงพี่

น้องวัน  :    ได้ค่ะ

แล้วผมก็บอกชื่อจริงผมไป

น้องวัน  :    ชื่อพี่ ดีปานกลางค่ะ จะเป็นคนคิดเก่ง มีไอเดียตลอด ชีวิตไม่ได้ลำบากมากไม่ค่อยอยู่นิ่งกับที่  
และต่อไปจะได้เดินทางไปที่ต่างๆ และชีวิตจะค่อยๆเจริญขึ้นอย่างช้าๆแต่มั่นคง ระวังเรื่องอุปสรรคที่มาโดยไม่คาดคิด
ชีวิตพี่จะต้นร้ายปลายดี แต่บั้นปลายจะสุขสมหวัง มีทุกอย่าง พี่จะอยู่ในสังคมที่ดีมีแต่คนมีศีลธรรมและพี่จะเป็นผู้นำคนไปสู่ทางธรรม


รักไร้พ่าย  :   อึมๆ แล้วเธอเปลี่ยนชื่อได้มั๊ย

น้องวัน  :    วันเปลี่ยนไม่เป็นค่ะ ดูได้อย่างเดียว วันจะรู้ว่าชื่อนี้ดีหรือไม่ดี ชื่อที่ใช้จะส่งผลดีร้ายกับคนนั้นยังไง
อย่างบางคนมาดูกรรมกับวัน เขาทำธุรกิจ ก็เอาชื่อร้านชื่อบริษัทมาให้ดู วันทายไป เขาบอกตรงเป๊ะเลย ชื่อมันไม่ค่อยดี
แต่วันเปลี่ยนชื่อไมได้ เขาก็ไปหาหมอตั้งชื่อ เอามาหลายชื่อ แล้วให้วันเลือกชื่อไหนดีที่สุด อย่างนี้วันช่วยเลือกให้ได้

รักไร้พ่าย  :   โอ้ เธอนี่ มีความสามารถหลายด้านเลยนะ แล้วเธอทำอะไรได้อีก

น้องวัน  :    วันช่วยรักษาโรคได้ผ่านญาณ และจับพลังพระเครื่อง รักษาเรื่องคุณไสย์ มนต์ดำ

รักไร้พ่าย  :    โห เก่งมากๆเลย

น้องวัน  :    พี่นิสัยจะเหมือนเด็กๆ บางครั้งนิสัยเป็นแด็ก ชอบเล่นเกม

รักไร้พ่าย  :   โอ้ ใช่ๆ พี่ชอบเล่นเกมมาก  แต่ก่อนก็ทำงานเกี่ยวกับเกม  แล้วพี่จะทำเกมได้ไหม ตอนนี้ถ้าอยากทำเกมขายจะทำได้มั๊ย

น้องวัน  :    ทำเกม ?

รักไร้พ่าย  :   ทำเกมแบบให้เด็กๆเล่นๆ

น้องวัน  :    ทำได้ แต่ไปได้พอประมาณ แต่สู้ทำหนังสือไม่ได้  พี่ต้องอยู่กับด้านนี้เป็นหลัก หรืองานเกี่ยวกับการพาคนไปทัวร์

รักไร้พ่าย  :   เหรอๆ

น้องวัน  :    พี่ทำอะไร ถ้าทำด้วยใจ จะไม่คาดหวังผลว่ามันจะเป็นยังไง หลายครั้งที่พี่ทำอะไรไป แล้วขาดทุน แต่พี่เต็มใจ  
เพราะมันขึ้นว่า เต็มใจที่จะทำ เพราะพี่ไม่ค่อยเหมือนใคร


รักไร้พ่าย  :   พี่เป็นคนทำอะไรขึ้นกับความพอใจ ไม่ค่อยชอบใช้หลักการ

น้องวัน  :    เห็นพี่มีโรคเกี่ยวกับท้อง ลำไส้ ด้วย

รักไร้พ่าย  :   เหรอ เมื่อก่อน พี่เคยเข้า ร.พ เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ เป็นมาตลอดเลยหละ

น้องวัน  :    ปกติถ้ามีกรรมแบบนี้ วันจะแนะนำให้ไปถวายหม้อหุงต้มกับทางวัด เพื่อให้หม้อเป็นที่รองรับอาหารให้พระได้ฉันท์

รักไร้พ่าย  :   อ่อ ทำไมต้องเป็นหม้อ

น้องวัน  :    หม้อก็เหมือนท้อง เรา ที่รองรับอาหาร

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ ช่วยดูเรื่องความรักให้พี่หน่อย

น้องวัน  :    พี่มีความรักเข้ามามาก  แต่ไม่ค่อยสมหวัง

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ ไปดูที่ไหนเขาก็ทายแบบนี้

น้องวัน  :    พี่เคยคบผู้หญิงทีละ 4 ถึง 5 คนทีเดียวพร้อมกัน  แฟนพี่ แต่ละคนที่ผ่านมา มีทั้งที่มีครอบครัวแล้ว  
ยังโสดก็มี  แล้วเจอๆแล้วก็ต้องเลิกไป


รักไร้พ่าย  :   ทำไมเป็นยังงั้น

น้องวัน  :    พี่เจ้าชู้มาก่อนค่ะ

รักไร้พ่าย  :   แล้วเนื้อคู่จริงๆพี่หละ

น้องวัน  :    พี่เคยเจอมาแล้วนะ ในชาตินี้เลย แต่มันขึ้นว่า พลัดพรากจากกัน

รักไร้พ่าย  :   เหรอ เป็นเพราะอะไร

น้องวัน  :   ในชาติก่อนพี่เคยรักผู้หญิงคนนึงแล้วผู้หญิงคนนั้นรักพี่มาก เขารอพี่ไปสู่ขอ แต่สุดท้ายไม่ได้แต่งงานกัน
แต่พี่จะเจอเข้ามาให้รักอีกเรื่อยๆนะ


รักไร้พ่าย  :   พี่ไม่อยากเจอแบบคบๆเลิกๆอีกแล้ว อยากเจอแบบผัวเดียวเมียเดียว

น้องวัน  :    พี่ทำได้เหรอ

รักไร้พ่าย  :   เอ่อ น่าจะได้นะ แล้วคนที่พี่คบอยู่นี้หละ เธอเห็นไหม

น้องวันนิ่งไปครู่หนึ่ง

น้องวัน  :    ผมยาวใช่มั๊ย ผมยาวถึงหลังนี่  
( น้องวันทำมือไปที่หลังเพื่อวัดระดับ )

รักไร้พ่าย  :   ใช่ๆ  แต่ยาวน้อยกว่าเธอ

น้องวัน  :    หมวยๆ   คนนี้ดูน่ารัก หน้าตาแบ๊วๆ

รักไร้พ่าย  :   ใช่ๆ

น้องวัน  :    คนนี้ เคยมีแฟนมาแล้ว 2 – 3 แล้วเลิกๆกันไป

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ แล้วพี่กับเค้าเป็นไงบ้าง

น้องวัน  :    แพี่กับเค้าไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กันบ่อย แต่เข้าใจกันเหมือนเพื่อนสนิท

รักไร้พ่าย  :   พี่เจอกันอาทิตย์ละครั้งเอง แล้วนิสัยเป็นยังไง

น้องวัน  :    คนนี้เป็นคนไม่ค่อยยิ้ม เฉยๆ  นิ่งๆ แต่นิสัยดีนะ ไม้ค่อยมีอะไรเลวร้ายในชีวิต

รักไร้พ่าย  :   แต่นิ่งแบบ บื้อๆ นะ เฉยๆเอื่อย ๆเหมือนเต่าเลย

น้องวัน  :    ไม่นะ ลึกๆแล้วเค้าเป็นคนกุ๊กกิ๊กนะ เทคแคร์พี่ด้วย

รักไร้พ่าย  :   เหรอ

น้องวัน  :    วันเห็นเค้าตักอาหารให้พี่ด้วย ตอนไปกินข้าวกัน

โอ้ ทักยังกะตาเห็นเลย !!

รักไร้พ่าย  :   โอ้ ใช่ๆ  แต่ก็ยังบื้อๆนะ เขาไม่ค่อยเอนเตอร์เทนเลย อยู่นิ่งๆ เฉยๆ

น้องวัน  :    จริงๆเค้าหนะ เอาใจใส่พี่มาก เป็นห่วงพี่นะ แต่เค้าเหมือนพูดไม่เก่ง ไม่รู้จะเริ่มยังไง เขาไม่ค่อยแสดงออกให้พี่รู้

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ

น้องวัน  :    เขาจะตามใจพี่นะ ทำอะไรจะไม่ค่อยขัดใจพี่เหรอก

รักไร้พ่าย  :   ใช่ ตรงนี้แหละ ที่พี่คิดว่า ไปกันได้  แล้วเขามีกรรมอะไรไหม

น้องวัน  :    กรรมเกี่ยวกับโรค เกี่ยวกับภูมิแพ้ และเรื่องช่องท้อง

รักไร้พ่าย  :   ใช่ เขาเคยผ่าตัดไส้ติ่งมา แล้วกรรมอื่นๆหละ

เน้องวัน  :    gห็นกรรมกับคนในครอบครัว ไม่รู้ว่าที่บ้านเขามีคนสูงอายุเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดไหม ไม่นานนี้

รักไร้พ่าย  :   อึม แม่เขาเพิ่งผ่าตัดนิ่ว ที่ ร.พ ไม่นานนี้เอง เสียตังค์ไปหลายหมื่นเลย

น้องวัน  :    เธอคนนี้มีไฝที่ปากด้วย

รักไร้พ่าย  :   มีด้วยเหรอ เอ พี่ว่า ไม่มีนะ

น้องวัน  :    มีค่ะ หรือไม่ก็เคยมี

รักไร้พ่าย  :   แต่พี่เห็นเค้าไม่มีไฝนะ

( ผู้อ่านครับ ตอนนั้นที่น้องวันทักว่า ผู้หญิงคนนี้มีไฝที่ปาก ผมว่าน้องวันคงทายผิด เพราะไม่เห็นเธอมีไฝที่ปาก
แต่พอกลับไปถามยัยคนนี้ เธอตกใจ และบอกว่า เมื่อก่อนเธอมีไฝที่ปาก แต่ไปเอาออกแล้ว โห น้องวัน เจ๋งมาก  )

รักไร้พ่าย  :   แล้วเขาจะมีโรคร้ายแรงมั๊ย

น้องวัน  :    ต่อไประบบในช่องท้องเขาจะไม่ดี วันเห็นเป็นก้อน ในท้อง  ต้องระวังไว้นะ

รักไร้พ่าย  :   เหรอ อึมๆ

น้องวัน  :    วันเห็น เขาขับรถด้วย

รักไร้พ่าย  :   ใช่ แต่เป็นรถเก่าๆ

น้องวัน  :    แต่พี่ไม่มีรถ

รักไร้พ่าย  :   พี่รอเก็บเงินซื้อรถใหม่ ไม่อยากขับรถเก่า ช่วงนี้ก็ให้คนขับรถเมล์ ขับให้พี่ไปก่อน

น้องวัน  :    แล้วเขาก็เคยไปเมืองนอกบ่อยด้วย เมื่อก่อนะ

รักไร้พ่าย  :   ใช่ ไปแทบจะทั่วโลกแล้วมั๊ง  ดูอดีตชาติเขาได้ไหม

น้องวัน  :    พี่มีรูปไหมหละ

ผมก็หยิบกล้องถ่ายรูป เปิดรูปให้น้องวันดู เธอเพ่งดูแล้วบอกว่า

น้องวัน  :    เธอคนนี้ ชาติก่อนเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ มีศักดินา แต่คนนี้ชอบใช้คำพูดต่อว่าคนอื่น
เป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมาก เหมือนถูกเลี้ยงแบบคุณหนู

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ ตอนเด็กเขาบอกว่า เขาก็เป็นคนเอาแต่ใจมาก ชอบต่อว่าคน

น้องวันทายบุคคลที่สามได้แม่นและทายอดีตชาติของผู้หญิงคนนี้ตรงกับคนมีญาณอื่นๆเลย



รักไร้พ่าย :    แล้วพี่หละ อดีตชาติพี่เป็นใคร

น้องวัน  :    พี่เคยเกิดเทวดามาค่ะ อยู่บนสวรรค์นู้น

รักไร้พ่าย  :   วำวว สุดยอดเลย

ผู้อ่านครับ ช่วยโมทนากับผมด้วยนะ ที่ผมเคยเกิดเป็นเทวดาซะด้วย แม้ว่าจะเป็นอดีตชาติ แต่ก็ทำให้ผมภูมิใจ
ในคุณงามความดีที่ทำมา ทำให้รู้ว่าเราฝักใฝ่ในธรรมะ ในบุญกุศลมาก่อน ชาติหน้าขอไปเกิดเป็นเทวดาอีกรอบนะ

รักไร้พ่าย  :   แล้วพี่เป็นเทวดา  แสดงว่าเรานี่มีบุญญาธิการนะ พี่เป็นเทวดาระดับหัวหน้า รึป่าว

น้องวัน  :    ป่าวค่ะ

รักไร้พ่าย  :   เป็นเทวดาองครักษ์เหรอ

น้องวัน  :    ป่าวค่ะ พี่เป็นเทวดาถือไม้หวาด

รักไร้พ่าย  :   หา !!  ถือไม้กวาด  !!

เจ๊ดเป็ด !! ทำไมกูกระจอกจังวะ  เป็นเทวดาทั้งที นึกว่าจะเท่ห์  กลับมาถือไม้กวาดกลายเป็นเหวดาภารโรง เห้อ

น้องวัน  :    พี่ต้องมาทำหน้าที่ปัดกวาดสิ่งไม่ดี และช่วยเหลือคน

รักไร้พ่าย  :   อึมๆ  แล้วพี่กับเธอหละ ในชาติก่อนเคยรู้จักกันมาก่อนมั๊ย

น้องวัน  :    แน่นอนค่ะ ก่อนที่พี่จะเป็นเทวดา ชาติหนึ่งพี่เป็นคนช่วยงานพระในวัด พี่ช่วยสอนคนปฏิบัติธรรมในวัดแทนพระ
มีคนไปปฏิบัติธรรมกันเยอะในวัด วันก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปปฏิบัติธรรมที่นั่น  พี่ช่วยดูแลวันเรื่องอาหารและที่อยู่ด้วย


รักไร้พ่าย  :   อ่อ ยังงี้นี่เอง  ปรกติดูทุกวันไหม

น้องวัน  :    ทุกวันค่ะ

รักไร้พ่าย  :   ดูวันละกี่คน

น้องวัน  :    ถ้าดูทางโทรศัพท์ก็ประมาณ 5 คิวก็ เหนื่อยแล้วค่ะ

รักไร้พ่าย  :   ดูมากี่ปีแล้ว
รักคนอ่าน
น้องวัน  :    วันมีญาณตั้งแต่ อายุ 17 แต่ก็บอกไม่ได้ว่ามาได้ยังไง ต่อมาก็เห็นแบบชัดเจนจากนั้นก็ดูมาเรื่อยๆ  
แต่เริ่มตัดสินใจดูแบบจิงจัง ก็น่าจะ 6 เดือนนี้เอง

รักไร้พ่าย  :   ทำเป็นอาชีพเหรอ

น้องวัน  :    ที่ทำตรงนี้ก็ได้มีเงินส่วนหนึ่งเลี้ยงตัวเอง แต่อีกส่วนแบ่งไปทำบุญ ที่สำคัญได้ช่วยคน ได้แก้ไขทางเดินชีวิตให้เขา

และนี่คือเรื่องราวที่ผมได้ไปสัมผัสกับคนมีญาณชื่อน้องวัน ผมขอบอกว่าเธอคนนี้ไม่ธรรมดาเลย แม่น สมคำร่ำลือจริงๆ
ดูเหมือนว่า การมาหาเธอครั้งนี้จะเป็นเหมือนการไปเจอคนมีญาณทั่วๆไปที่ผมมักไปเจอและนำเสนอในเว็บ
หลายเรื่องผมได้ความกระจ่างไปแล้ว และได้พิสูจน์ถุงความแม่นยำ เธอสอบผ่านครับ
และได้ทำหน้าที่ค้นหาคนมีญาณได้ลุล่วงแล้ว


แต่ทว่า ยังมีอีกประเด็นที่ยังคาใจผมมาตลอดเกี่ยวกับน้องวัน แม้ว่าเธอจะดูแม่น แต่หากจะมาแบบอิงอยู่ในเว็บญาณทิพย์ ต้องมีใจให้เราด้วย
ซึ่งตรงนี้ ผมยังไม่ได้พิสูจน์ใจเธอ เรียกว่า พิสูจน์ญาณแล้ว ต้องพิสูจน์ใจด้วย

หากไม่มีใจให้เว็บญาณทิพย์ ก็ไม่จำเป็นที่ผมจะมานเสนอคนนี้ในเว็บ ซึ่งที่ผ่านมาผมยังมองเธอติดลบอยู่เรื่องนี้

รักไร้พ่าย  :   เธอรู้จักเว็บญาณทิพย์มั๊ย

น้องวัน  :    รู้ค่ะ  แต่ไม่ได้เข้าไปเล่นบ่อย

รักไร้พ่าย  :   เธอดูแม่นยังงี้ ไม่คิดจะไปช่วยคนในเว็บญาณทิพย์เหรอ เว็บนั้นเขารวมคนมีญาณ

น้องวัน  :    มีคนที่เคยมาดูกับวัน ไปโพสเรื่องของวันในเว็บญาณทิพย์ด้วย

รักไร้พ่าย  :   เหรอ

น้องวัน  :    แต่ทางเว็บเขาลบกระทู้วันแล้ว

รักไร้พ่าย  :   ทำไมเขาถึงลบทิ้งหละ

น้องวัน  :    มีคนบอกวันว่า เพราะเขาคิดว่าวันทำไม่ดีกับเว็บญาณทิพย์

รักไร้พ่าย  :   ไม่ดียังไง

ผมเห็นสีหน้าน้องวันเศร้า และน้ำเสียงสั่นเครือ

น้องวัน  :    เขาว่าวันไปอยู่ที่นั่นและพอดังแล้วก็ออกไปทำเว็บเอง

รักไร้พ่าย  :   เหรอ แล้วเป็นยังงั้นจริงมั๊ย

น้องวัน  :    ไม่จริงเลย !!

น้องวันพูดเสียงแข็งและน้ำเสียงเหมือนคนอัดอั้นตันใจมาก

น้องวัน  :    วันตั้งใจอยากจะไปช่วยคนในเว็บญาณทิพย์นะ แต่เขาเข้าใจวันผิด ที่ไปทำเว็บ ไม่ใช่วันเป็นคนทำนะ
แต่มีคนที่เขามาดูกับวันแล้วแม่น เขาอยากเผยแพร่เรื่องของวัน จึงเสนอเรื่องของวันในเว็บของเขา ไม่เกี่ยวกับวันเลยนะ


ผมฟังน้องวันพูดมาแบบนี้ สิ่งที่ผมคุ่นเคืองใจมาตลอดเริ่มคลี่คลาย ผมเริ่มเข้าใจน้องวันมากขึ้น

รักไร้พ่าย  :   เธอรู้มั๊ยว่า ใครที่เป็นคนลบกระทู้ของเธอทิ้ง

น้องวัน  :    พี่รักไร้พ่าย  เจ้าของเว็บญาณทิพย์

รักไร้พ่าย  :   เธอรู้จักเขาเหรอ

น้องวัน  :    ไม่รู้จักค่ะ รู้แต่ว่าเขาเป็นคนตัดสินชะตากรรมของวันที่นั่น

รักไร้พ่าย  :   ถ้าเธออยากจะช่วยคนในเว็บญาณทิพย์ ทำไมเธอไม่ไปบอก รักไร้พ่ายหละ แล้วตอนที่เขาลบกระทู้เธอทิ้ง
ทำไมเธอไม่ไปชี้แจงความจริงให้เขาเข้าใจ

น้องวัน  :    วันไม่รู้จักพี่รัก เห็นคนเขาพูดๆกันมาเท่านั้น วันไม่เคยเจอ ไม่เคยพูดคุยด้วย และวันไม่ค่อยได้เข้าเว็บ

รักไร้พ่าย  :   แล้วเธอเห็นกรรมของรักไร้พ่ายมั๊ย

น้องวัน  :    ไม่เห็นค่ะ วันไม่รู้จักพี่รัก ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนอกจากรู้ว่าเป็นคนดูแลเว็บญาณทิพย์และเป็นคนลบกระทู้วันทิ้งด้วย

รักไร้พ่าย  :   ทำไมเธอจึงอยากอยู่เว็บญาณทิพย์หละ เว็บนั้นมีอะไรดี

น้องวัน  :    วันอยากเป็นส่วนหนึ่งที่นั่น วันอยากได้ช่วยคนที่นั่น

รักไร้พ่าย  :   เธอช่วยคนอยู่แล้ว ถ้าเธอดูแม่นนะ อยู่ที่ไหน เธอก็ได้ช่วยคน คนเขาจะแห่มาหาเธอเอง ทำไมต้องเจาะจงเป็นเว็บญาณทิพย์

น้องวัน  :    เพราะที่นั่นเหมาะกับแนวทางของวันมาก วันเห็นคนมีญาณที่นั่นส่วนใหญ่มีปณิธานในการช่วยเหลือคน
วันก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น อยากช่วยเหลืองานของเว็บ และจากที่ได้ตรวจกรรมให้กับคนที่นั่น มีคนจากเว็บญาณทิพย์มาดูกับวันเยอะมาก
แต่ละคนแม้จะมีทุกข์แต่เขาเป็นคนดี และดีกับวันมาก คนที่ดูเสร็จ เราก็รู้จักกันเหมือนเพื่อน เหมือนกัลยาณมิตร  หลายคนก็โทรมาทักทาย มาเยี่ยมเยือน

รักไร้พ่าย  :   พี่ก็มาจากเว็บญาณทิพย์ พี่ก็รู้จักเธอจากที่นั่น พี่เข้าใจว่าเธออยากอยู่ที่นั่นเพราะจะได้ลูกค้าเยอะ ๆ
และเธอมีรายได้อย่างต่อเนื่องและมีชื่อเสียงด้วย

น้องวัน  :    วันไม่คิดอย่างนั้นเลย ฐานะความเป็นอยู่ของวันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองเลย บ้านวันที่พี่เห็นนี้ ทำธุรกิจเป็นสิบๆล้าน
ก่อนอยู่เว็บญาณทิพย์ มีคนมาดูกับวันต่อเนื่อง วันนึงวันรับดูแค่ 5 คน ก็มีคนมาดูกับวันไม่ได้ขาด และอีกอย่างวันไม่เคยคิดอยากดัง
มีคนมาติดต่อวันไปออกสื่อมากมาย วันไม่เอา

รักไร้พ่าย  :   แล้วก่อนหน้านี้หละ เธอสังกัดที่ไหน

น้องวัน  :    วันเพิ่งมาเปิดดูกรรมไม่กี่เดือนนี้เอง วันไม่เคยอยู่สังกัดไหนมาก่อน

รักไร้พ่าย  :   ตอนนี้เธอก็อยู่อีกเว็บนึงแล้วไม่ใช่เหรอ

น้องวัน  :    วันไม่เคยคิดจะออกจากเว็บญาณทิพย์เลยนะ และคนที่มาดูกับวัน เขาอยากเผยแพร่เรื่องของวัน
เขาแค่เอาเรื่องของวันไปเผยแพร่ในเว็บเขา ปกติวันไม่ได้เข้าเว็บนั้นเลย


ผมได้ฟังข้อความนี้จากน้องวัน ที่พุดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง และจริงใจที่สุด แต่ก่อนนี้ผมรู้สึกแย่กับน้องวันเพราะคิดว่าเธอไม่มีใจให้กับเว็บนี้
เลยคิดออกไปจากเว็บนี้
แต่ตอนนี้ผมรู้สึกแย่กับตัวเอง ที่ตัดสินคนๆหนึ่งจากมุมมองส่วนตัว จากอคติของตัวเองโดยไม่ได้มองในมุมของความเป็นจริงที่เธอเป็น
เพราะผมไม่ได้มาเจอเธอตัวจริงไม่ได้พูดคุยเปิดใจกันแบบนี้


รักไร้พ่าย  :   เธออยากกลับไปอยู่เว็บญาณทิพย์มั๊ย

วันพยักหน้าแล้วบอกว่า

น้องวัน  :    วันเคยไปทำบุญกับพระอาจารย์ของวัน และทำบุญและอธิษฐานให้วันได้กลับไปอยู่ในเว็บญาณทิพย์ วันตั้งใจจะอยากอยู่ที่นั่น

ผมได้ฟังคำนี้จากน้องวันแล้ว ซาบซึ้งใจกับผู้หญิงคนนี้จริงๆที่ เนื้อแท้แล้วเธอมีใจให้กับเว็บญาณทิพย์มาก
ผมก็ไม่คาดฝันเหมือนกันว่ามันจะออกมาแนวนี้


รักไร้พ่าย  :   พี่เพิ่งรู้ว่าเธอจริงใจกับเว็บญาณทิพย์  ถ้าเธอจะกลับไปที่นั่นได้ เธอต้องเจอคนๆหนึ่งเท่านั้น เธอรู้ไหมว่าใคร

น้องวัน  :    รู้ค่ะ

รักไร้พ่าย  :   เขาคือ  รักไร้พ่าย  เธออยากเจอเขามั๊ย

วันพยักหน้า

ผมจ้องมองหน้าน้องวันที่ และพูดเสียงแข้.กร้าวออกมา

รักไร้พ่าย  :   พี่อยากบอกเธอว่า...

ผู้ชายที่นั่งตรงหน้าเธอคนนี้ คือ รักไร้พ่าย !!


เมื่อผมได้พูดประโยคนี้ออกไป เธอนิ่งจ้องมองหน้าผม สายตาจ้องมาที่ผมแบบตาไม่กรพริบเลย หน้าเธอนิ่งมากๆ

รักไร้พ่าย  :   เธอรู้มาก่อนมั๊ยว่าพี่คือ รักไร้พ่าย

น้องวันส่ายหน้า

รักไร้พ่าย  :   คนที่ลบกระทู้เธอ นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว เธอมีอะไรจะต่อว่าพี่ไหม

วินาทีนั้นเอง น้องวันจ้องหน้าผม แล้วก็ร้องไห้โฮออกมา

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นคนมีญาณร้องไห้ต่อหน้าผม และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องทำให้คนมีญาณต้องร้องไห้

ผมก็รู้สึกแย่ๆหนักกว่าเดิมอีก

รักไร้พ่าย  :   เธอร้องไห้ทำไมเหรอ

เสียงร้องไห้ดังประหนึ่งเสียดแทงหัวใจผมจริงๆ รู้สึกได้เลยว่าน้องวันอัดอั้นตันใจมาก

จากนั้นเธอก็พูดออกมา ด้วยน้ำเสียงสะอื้น

น้องวัน  :    ที่วันร้องไห้เพราะวันทั้งดีใจและก็เสียใจ

ผมถามเธอว่า

รักไร้พ่าย  :   เธอดีใจเรื่องอะไร และเสียใจเรื่องอะไร

น้องวัน  :    วันดีใจที่ได้เจอพี่รัก วันอยากรู้จักพี่รักมานานแล้ว

รักไร้พ่าย  :   แล้วเธอเสียใจเรื่องอะไร

น้องวัน  :    วันเสียใจที่ทำไมพี่รักไม่ใยดีกับวันเลย พี่ตัดวันออกจากเว็บญาณทิพย์ ทั้งๆที่วันก็ช่วยคนในเว็บได้
วันรู้ว่าวันช่วยตรวจกรรมให้คนได้ พี่รักไม่มาบอกสาเหตุที่จะเอาวันนอกจากเว็บเลยสักคำ อยู่ๆพี่รักมาตัดวันทิ้งไป

เธอพูดไปก็ร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก

ผมฟังเธอพูดแบบนี้ แทงใจดำผมมากๆ ผมไม่รู้จะพูดแก้ต่างยังไง ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้ามองหน้าเธอ

รักไร้พ่าย  :   ตอนนั้นพี่เข้าใจว่าเธอมาเว็บนี้เพราะอยากจะหารายได้ มาแบบธุรกิจ แล้วพอมีลูกค้า
เป็นที่รู้จักแล้ว เธอคิดจะแยกไปตั้งเว็บเอง ตอนนั้นพี่เข้าใจแบบนั้น  

น้องวัน  :    วันไม่เคยคิดแบบนั้น มีแต่พี่รักนั่นแหละที่คิดแทนวันแบบนั้น

รักไร้พ่าย  :   พี่ก็ต้องกรองคนที่เข้ามา เพราะคนมีญาณที่เข้ามาในเว็บ มีทั้งมาช่วยคนด้วยใจและมีทั้งมาหาผลประโยชน์
ด้วย พี่คิดว่าเธอเป็นเป็นหนึ่งในกลุ่มคนมีญาณไม่ได้มีใจให้กับเว็บ มาเพื่อผลประโยชน์อย่างเดียว ปกติพี่เจอคนเหล่านี้ จะแบนทิ้งไป

น้องวัน  :    พี่กรองคนมีญาณ แล้วพี่ใช้อะไรมากรองวันคะ

เธอพูดไปก็ร้องไห้ไป ผมฟังแล้วรู้สึกเห็นใจและสงสารเธอมากๆเลย ผมรู้ว่าเธออัดอั้นตันใจมานาน

รักไร้พ่าย  :   ก็ตอนนั้นมีตนมาแนะนำให้พี่ไปรีวิวเธอ พี่ก็โทรไปหาเธอนะ แต่เห็นเธอพูดจาห้วนๆ
เหมือนไม่อยากต้อนรับเท่าไหร่ พี่เข้าใจว่าเธอเป็นพวกคนมีญาณที่มาหาผลประโยชน์

การสนทนาระหว่างโจทย์น้องวัน กับ จำเลย รักไร้พ่าย เป็นไปอย่างตึงเครียดมาก
และเป็นครั้งแรกที่ผมได้คุยกับคนมีญาณแล้วรู้สึกกดดันสุดๆ

น้องวัน  :    พี่คิดว่าวันเป็นคนยังงั้นเหรอคะ พี่รักฟังที่วันพูดทางโทรศัพท์ไม่กี่คำ แต่พี่รักมาที่นี่
พี่รักคิดว่าวันเป็นคนพูดจาไม่ดี พูดไม่สุภาพรึป่าว


รักไร้พ่าย  :   ก็ป่าวนะ พอพี่มารู้จักเธอ มาคุยกับเธอตั้งแต่นาทีแรกจนถึงตอนนี้ พี่รู้ว่าเธอไม่ใช่เป็นเหมือนที่พี่คิดเลย ตรงกันข้ามกันเลยด้วย

น้องวัน  :    วันอาจจะพูดแบบนั้นในบางครั้ง แต่วันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นนะ จริงๆวันเป็นคนแบบที่พี่เจอวันนี้นี่แหละ

รักไร้พ่าย  :   พี่เข้าใจ

น้องวัน  :    พี่รักรู้มั๊ย วันไม่ได้ร้องไห้ในเรื่องนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก วันร้องไห้กับเรื่องนี้มาตลอดเลย

ผมได้นั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาเธอ เหมือนจำเลยก่อคดีมา ไม่กล้าเผชิญหน้าเจ้าทุกข์ แต่ผมอยากมองเธออีกครั้ง อยากจะรับรู้ถึงความรู้สึกเธอ

ขณะที่ผมเงยหน้าไปมองหน้าเธอ ผมเห็นเธอกำลังนั่งร้องไห้และหันหน้าไปด้านประตูทางเข้า

ภาพที่ผมเห็นน้องวันนั่งร้องไห้นี้ ผมอยากบอกว่า เป็นภาพเดียวกับที่ผมเห็นผู้หญิงผมยาวนั่งร้องไห้ เป็นภาพนี้เลย เป็นท่านั่งแบบนี้ ร้องไห้แบบนี้

โอ้

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ภาพ 3 ภาพ อยุธยา เต้นท์รถ และผู้หญิงผมยาวนั่งร้องไห้  ที่มามาปรากฏให้ผมเห็น หมายถึงอะไร
และผมก็รู้ว่าทำไมผมจึงต้องมาหาเธอที่นี่ ผมรู้แล้วว่าเสียงในใจผมที่บอกให้ผมต้องมาหาน้องวันถึงอยุธยา เพื่ออะไร


รักไร้พ่าย  :   เธอรู้มั๊ย ตอนที่พี่ตัดเธออกจากเว็บ พี่ปวดใจนะ มันแป๊บๆ บอกไม่ถูก เวลามีคนพูดถึงเธอ
มันจะเจ็บแป๊บๆที่ใจทุกครั้งเลย พี่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า มันเป็นมโนสำนึกของพี่ ที่บอกให้รู้ว่าพี่ได้ทำผิดมหันต์ลงไป

และก็เหมือนมีอะไรที่ดลใจให้พี่มาที่นี่ พี่ถามตัวเองว่า ทำไม่ต้องมาหาเธอถึงอยุธยา ตอนนี้พี่รู้แล้วว่า
พี่มาที่นี่เพื่อมาลบล้างความผิดตัวเอง โดยการมาฟังความจริงที่พี่ไม่เคยได้ฟัง พี่ฟังแต่ใจตัวเองมาตลอด
และได้ตัดสินเธอจากมุมมองของตัวเอง จนพี่ต้องเกือบเสียคนมีญาณที่พี่ตามหามานานอย่างเธอไป คนมีญาณที่มีใจอยากช่วยคน
และมีใจที่อยากร่วมทางกับญาณทิพย์

พี่ไม่รู้ว่า พี่มาที่นี่เพราะใครดลใจมา  แต่พี่รู้ว่าพี่ต้องพาเธอกลับไปอยู่ในญาณทิพย์อีกครั้ง พี่อยากให้เธอกลับไปอยู่ในที่ๆที่เธอควรอยู่

พี่อยากรู้ว่า ณ ตอนนี้ เธอได้ฟังความจากพี่แล้ว เธอยังอยากจะกลับไปอยู่เว็บญาณทิพย์อีกครั้งมั๊ย

น้องวันปาดน้ำตา และพยักหน้า

รักไร้พ่าย  :   งั้น พี่ในฐานะของก่อตั้งเว็บญาณทิพย์ ขอเชิญเธอไปร่วมงานด้วยกันในเว็บญาณทิพย์
เธอจะได้อยู่ที่นั่น แต่เธอไมได้แค่อยู่ในเว็บญาณทิพย์เท่านั้น แต่อยู่ในใจของเจ้าของเว็บ .............
และอยู่ในใจของชาวญาณทิพย์ด้วย เธอตกลงมั๊ย


น้องวันในตอนนี้ ยิ้มให้ผมทั้งน้ำตา เธอปาดน้ำตาแล้วก็ยกมือไหว้ผม

น้องวัน  :    วันขอบคุณพี่รักมากนะคะ ที่เห็นความสำคัญของวัน และเชื่อมั่นในตัววัน สิ่งที่วันตั้งใจไว้ ตอนนี้เป็นจริงแล้ว
วันจะทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่คะ แล้วหากพี่รักอยากให้วันช่วยเรื่องไหนในเว็บ บอกวันได้เลยค่ะ วันยินดีค่ะ

ผมฟังดังนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้เธอ

ฟู่ !! ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบแบบ Happy Ending จนได้   ข้อพิพาทและความอัดอั้นตันใจระหว่างจำเลยรักไร้พ่าย กับ โจทย์น้องวันก็ได้คลี่คลายสะสางไป

บทความนี้อาจเป็น ดราม่าสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับผม มันคือ บทความแห่งคุณค่า
เพราะหลายคนอยากให้ผมแนะนำคนมีญาณที่แม่นยำและมีเมตตาธรรม หลายคนไมได้ใส่ใจหรอกว่า
คนมีญาณนั้นจะมีใจรักเว็บญาณทิพย์หรือไม่ ขอให้ตรวจกรรมแม่นแนะนำดีก็พอ

แต่ผมวาดหวังต่างจากคุณ ตรงที่ ผมอยากเจอและอยากร่วมงานกับผมมีญาณที่มีใจให้กับเว็บนี้ เพราะผมคบคนที่ใจ
และสร้างเว็บนี้ด้วยใจ และอยากจะอยู่ร่วมกับคนที่มีใจให้กับที่นี่ และเห็นคุณค่าของเว็บนี้

ผมไม่ได้มองเว็บนี้เป็นแค่แหล่งบำบัดทุกข์ เหมือนท่อบำบัดน้ำเสีย หรือเหมือนโรงพยาบาลทางจิต ที่รักษาคนหาย แล้วคนนั้นก็จากไป
แต่ผมพยามสร้างที่นี่ให้เหมือนครอบครัวแห่งกัลยาณมิตรที่มีความจริงใจต่อกัน ได้ช่วยเหลือกันและสร้างบุญร่วมกัน
โดยมีผมและคนมีญาณทิพย์เป็นแกนหลักร่วมแรงใจผลักดันให้เกิดสิ่งดีๆร่วมกัน แต่จะทำเช่นนั้นได้  ผมจึงต้องตามหาคนมีญาณที่มีใจให้เราเท่านั้น

และหนึ่งในนั้นคือ น้องวัน ยอดหญิงญาณทิพย์ คนนี้ที่ผมได้เจอแล้ว
                                    


                                          The End

...............................

ติดต่อน้องวันได้ที่เบอร์


เนื้อหาถูกซ่อน จะแสดงได้ก็ต่อเมื่อคุณทำการแสดงความเห็น


สมาชิกเท่านั้นจะเห็นเบอร์โทรได้ สมาชิกต้องโพสข้อความอย่างน้อย 1 โพสในกระทู้นี้แล้วกลับมาดูบริเวณนี้จะขึ้นเบอร์โทรน้องวัน


ป.ล ใครโทรไม่ติด น้องวันจะโทรกลับไปเองภายหลัง
รักคนอ่าน
สาธุๆๆ
จะไปพบน้องวันเร็วๆนี้
อนุโมทนาสาธุน้องวันที่น่ารัก  ตัวจริงสวยน่ารักมากๆๆๆๆๆๆแต่น้องเค้าเป็นคนตรงมากๆๆๆๆใครที่จะไปขอให้น้องวันช่วยเหลือต้องสามารถยอมรับความตรงของน้องวันให้ได้ ประทับใจกับคุณรักษ์ที่นำมารีวิวครับ
jojopattaya
ขอบพระคุณคุณรักมาก  ถ้ามีบุญร่วมกันจะไปพบน้องวันเร็วๆนี้ครับ
ขอบคุณค่ะ  ตอนนั้นเคยโทรไปดูกับพี่วันด้วย  แม่นดีค่ะ
สาธุ
สาธุ อนุโมทนาค่ะ
อนุโมทนากับคนมีญาณคนใหม่ค่ะ แอบโป้งคุณรักนิดนึงที่ทำให้น้องเค้าเสียน้ำตา
อนุโมทนาสาธุครับ
ผมก็เคยดูกับพี่วันแล้ว แม่นนะคับ เพราะยังไม่บอกอะไรเลย จำได้คร่าวๆว่า
--ตอนนั้นพี่วันทักว่าผมอยู่หอ แล้วจะต้องย้ายหออีก จะติดมหาลัยที่ ต้องนั่งรดเมย์ ไปเรียน มาวันนี้ก็จิงนะคับ--
มีโอกาสไว้จะไปหาถึงที่เลยคับ.....

อนุโมทนาด้วยคับ  สาธุๆ
ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะตน
อ่านแล้วน้ำตาร่วงเลยคับตอนท้ายยยยยย
อ่านแล้วน้ำตาร่วงเลยคับตอนท้ายยยยยย
ขอบคุณค่ะ
ดีใจจังค่ะที่มีคนมีญาณเพิ่มอีกคน
อนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ
ยินดีด้วยครับคุณรักๆ
อนุโมทนาคะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆ อนุโมทนาสาธุ ครับ
สิ่งมุ่งหวังคือ นิพพาน
ดีใจจังมีเพิ่มมาอีกคนแล้ว
เดินตามรอยพระพุทธองค์
ดราม่าสุด ๆ  เคยเห็นน้องวันอยู่ในเวป ๆ นึง เพ็ชรเม็ดงามกลับมาแร้วววว
เคยดูกับอ.แล้วค่ะแม่นค่ะ ยังไม่ถามไรเลยเหมือนรู้ว่าจะถามอะไร อ.พูดมาตรงใจเราที่เราจะถามคำถามเลยค่ะ
รวยๆ
เฮงๆ
อนุโมทนาบุญกับคุณวันด้วยค่ะ
น้องวันทายแม่นมากค่ะ  ขอคอนเฟิร์ม
ทุกเรื่องในอนาคตที่น้องเค้าทำนายให้
ปรากฎตามที่น้องบอกมาจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นี่ยังรอลุ้นในเรื่องความมั่นคงที่น้องบอกไว้
ขอบคุณมากๆจร้า
กลับไปยังรายบอร์ด