กลับไปยังรายบอร์ด
18 ล้อตีนแตกเบียดคัมรี่ชนเสาไฟพังยับ เจ้าอาวาสวัดรอดปาฏิหาริย์
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 16:10 น.















คัมรี่ป้ายแดงพาเจ้าอาวาสวัดดังกลับจากกิจนิมนต์ เจอพ่วงสิบแปดล้อกลับรถตัดหน้ากะทันหัน ก่อนชนจนเสียหลักปีนเกาะกลางชนเสาไฟ แต่รอดตายปาฏิหาริย์ เชื่อเพราะบารมีพระศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในย่ามช่วย

วันนี้ (19 ม.ค.) แจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายที่ถนนสายสุพรรณบุรี – อู่ทอง หมู่ 5 ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ไปตรวจสอบพร้อม นายทวีชัย พลายชุมพล นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พ.ต.อ.เกรียงไกรวุฒิพานิช ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สุมนตรี กรรณเลขา รอง ผกก.สส.ฯ แพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และหน่วยกู้ภัยสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวง และหน่วยกู้ชีพ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช
ที่เกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่สีขาว ทะเบียน ป้ายแดง ก 0999 สุพรรณบุรี พลิกตะแคงอยู่กลางถนนสภาพหน้ารถ มีรอยชน หลังคายุบ กระจกทั้ง 4 บานแตกกระจายพังเสียหายทั้งคัน ภายในรถพบผู้บาดเจ็บติดอยู่ 3 รายประกอบด้วย นายชัยณรงค์ นิลวงษ์ อายุ 55 ปีคนขับ พระครูสิริวรธรรมาภินันท์ อายุ 52 ปี และพระมหาบุญเลิศอภโย อายุ 40 ปี บาดเจ็บเล็กน้อยพยายามร้องขอความช่วยเหลือ จึงช่วยนำตัวออกมาได้ ก่อนจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ห่างออกไป 100 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ค ทะเบียน 70-3356 ราชบุรี จอดอยู่ สภาพกันชนหน้ามีรอยถูกชนหลุดกระเด็น
จากการสอบสวน นายชัยณรงค์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพาพระครูสิริวรธรรมาภินันท์ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดมะนาว และพระมหาบุญเลิศอภโย พระลูกวัดวังพลับใต้ กลับจากกิจนิมนต์ กำลังมุ่งหน้ากลับวัด แต่พอถึงจุดเกิดเหตุมีรถพ่วงคู่กรณี ซึ่งมี นายสมปอง ผิวเกลี้ยง อายุ 55 ปี เป็นโชเฟอร์ กำลังวิ่งอยู่เลนกลาง แต่พอถึงจุดกลับรถ จู่ๆรถพ่วงก็เลี้ยวกลับรถกะทันหันโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว กระทั่งรถพ่วงพุ่งชนที่ด้านซ้ายรถตนอย่างแรงจนเสียหลักปีนเกาะกลาง ก่อนหมุนคว้างชนป้ายกลับรถและเสาไฟ และพลิกตะแคงดังกล่าว
ด้าน พระครูสิริวรธรรมาภินันท์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุอาตมาได้ไปทำกิจนิมนต์ขากลับมีพระบุญเลิศ นั่งเบาะหน้าคู่คนขับ ส่วนอาตมานั่งเบาะหลังด้านซ้าย ถึงที่เกิดเหตุถูกรถพ่วงเลี้ยวตัดหน้าระยะกระชั้นโดยไม่ให้สัญญาณไฟจนเกิดเหตุขึ้น โชคดีที่รอดตายมาได้และเชื่อว่าที่รอดตายมาได้คงเป็นเพราะบารมีของพระสมเด็จปกโพธิ์เนื้อทองสัมฤทธิ์ หล่อโบราณ และพระพิมมเหศวรหลวงพ่อโบ้ยเนื้อทองสัมฤทธิ์ วัดมะนาว ที่อยู่ในย่ามช่วยไว้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาคนขับรถพ่วงขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย.
sakdath
10ล้อดับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลพัทยาคาถุงลมนิรภัย
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 16:14 น.






ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลพัทยาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ดับคาถุงลมนิรภัย ส่วนเพื่อนบาดเจ็บ คาดประสานงารถ10ล้อขนดินตีนผีเผ่นแน่บ

เมื่อเวลา 03.30 น.วันนี้ (19 ม.ค.) ร.ต.ต.ปริญญา ปัญญาเหมือง พงส.(สบ1) สภ.เมืองนนทบุรี สาขารัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกมีผู้เสียชีวิตภายในรถ เหตุเกิดบนสะพานพระนั่งเกล้า ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาออกมุ่งหน้าอำเภอบางใหญ่ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ญญ 9396 กรุงเทพมหานคร ด้านหน้าฝากระโปรงพังยุบจนถึงห้องเครื่องยนต์ กระจกหน้าด้านซ้ายมีรอยแตกร้าว และเศษดินโคลนกระเด็นติดรถเต็มไปหมด ภายในรถที่เบาะนั่งคู่คนขับพบศพนายสุชาติ ทนินซ้อน อายุ 55 ปี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา อยู่บ้านเลขที่ 7 ซอยสุโขทัย 9 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีน เสียชีวิตคาถุงลมนิรภัย
จากการชันสูตรพบว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างแรง ที่หน้าผากและศีรษะจนทำให้เสียชีวิต ส่วนรถคู่กรณีคาดว่าน่าจะเป็นรถบรรทุก 10 ล้อขนดิน นอกจากนี้ยังพบนายไกรสร สิงหราชวราพันธ์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่187/29 หมู่ 4 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เป็นผู้อำนวยการสำนักงานวางทรัพย์กลาง (สำนักงานวิชาการและวางทรัพย์) กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ยืนหน้าซีด รอให้การตำรวจ
สอบสวนทราบว่า เป็นผู้ขับรถเก๋งคันนี้ ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก ขอไปรักษาตัวที่รพ.ก่อน เมื่ออาการดีขึ้นแล้วจะเดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ และยังไม่ได้ตั้งข้อหานายไกรสร เนื่องจากต้องรอให้ออกจากรพ.และเข้าให้ปากคำก่อนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่ารถคู่กรณีน่าจะเป็นรถบรรทุก 10ล้อที่บรรทุกดิน เพราะพบเศษดินโคลนตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุแต่หลบหนีไป
sakdath
รถเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ไฟไหม้ท่วมหมดคัน
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 18:07 น.










รถเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ไฟไหม้ท่วมหมดคัน ทั้งที่เป็นรถใหม่ป้ายแดง ลูกศิษย์เพิ่งนำมาถวายแค่สัปดาห์เดียว

วันนี้ ( 19 ม.ค.) ร.ต.ต.รนกร สังข์ภิรมย์ ร้อยเวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถตู้ ยี่ห้อโฟล์ค ป้ายแดง สีบรอนซ์ ทะเบียน ว 1664 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดใกล้สี่แยกไฟแดง ทางเข้าโรงแรมเวล อ.เมือง จ.นครปฐม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมพ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครปฐม
ที่เกิดเหตุไฟกำลังลุกไหม้รถคันดังกล่าวอย่างรุนแรง ควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลวไฟลุกลามไปติดร้านโฆษณา ป้ายหน้าร้าน สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์และสายเคเบิล เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำนานกว่า 20 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด ในที่เกิดเหตุพบพระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครปฐม และคนขับรถยืนอยู่ริมถนนห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร
นายสมพงศ์ จันทรโรจน์ อายุ 34 ปี คนขับรถ เล่าว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถประจำของพระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ วันนี้ได้รับกิจนิมนต์ไปฉันเพล วันเกิดพ่อ ส.ส.ที่ จ.ราชบุรี ขณะกำลังเดินทางออกจากวัดประมาณ 1 กม.เศษ ได้ยินเสียงดังผิดปกติบริเวณคอนโซลหลังเบาะคนขับ คล้ายเสียงไฟสปาร์คกัน จึงจอดรถข้างทางและนิมนต์หลวงพ่อลงจากรถ เห็นควันพุ่งออกมาบริเวณดังกล่าว ขณะพยายามจะเปิดคอนโซลดู ไฟได้ลุกไหม้ขึ้นมาเสียก่อน
ด้าน พระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เผยว่า ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้รถทั้งคัน อาตมานั่งอยู่ในรถ ได้กลิ่นเหม็นไหม้เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเป็นรถใหม่ป้ายแดงและไม่ได้ติดแก๊ส แต่หลังจากคนขับรถจอดและนิมนต์อาตมาลงจากรถ เห็นควันและเปลวไฟพุ่งออกมาจากรถ รู้สึกตกใจมาก แต่ก็นึกถึงบารมีขององค์หลวงพ่อพระร่วง โรจนฤทธิ์ ซึ่งปกปักรักษาลูกหลวงพ่อทุกคน แต่ที่ไม่เข้าใจคือ รถคันดังกล่าวเป็นรถใหม่ป้ายแดง ลูกศิษย์นำมาถวายให้เมื่อ 12 ม.ค.56 มาเกิดเหตุไฟไหม้ได้อย่างไร
พ.ต.อ.วัฒนา กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำผู้ขับขี่ สันนิษฐานอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบสาเหตุของที่มา ขณะนี้ได้ประสานทางบริษัทตัวแทนจำหน่าย มาตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด.
sakdath
ซีซีทีวีจับชัด ชี้วีออสประกบยิงผจก.สาวโรงแรมหรูดับ
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 19:44 น.






เร่งตามล่ามือปืนพระกาฬนั่งเก๋งวีออสประกบยิง ผู้จัดการสาวฝ่ายทรัพยากรบุคคลโรงแรมหรู 5 ดาว ดับอนาถบริเวณสามแยกไฟแดงกลางเมืองภูเก็ต ได้ภาพวงจรปิดเห็นคนร้ายขับตามเหยื่อออกมาจากโรงแรม ก่อนถล่มด้วยปืนลูกซองโป้งเดียว พุ่งเป้า 2 ประเด็นหลัก


จากกรณีคนร้ายขับรถเก๋งประกบยิงรถแวนเอนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ยี่ห้อเซฟโรเลต สีขาว เป็นเหตุให้ นางจินตนา มหัทธนพรรค อายุ 43 ปี ผู้จัดฝ่ายทรัพยากรบุคคลโรงแรมฮิลตัน ภูเก็ต อาเคเดีย บีช รีสอร์ทแอนด์สปา ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เสียชีวิตสยอง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ม.ค. บริเวณสามแยกไฟแดงกลางเมืองภูเก็ต ฝั่งถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันนี้ (19 ม.ค.) ที่ห้องประชุม ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระยุทธิ์ การะเจดีย์ พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.วันชัย ปาละวัน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต รองผกก.สส.และ สว.สส.ทุกสถานีในจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมประชุนกันเพื่อเร่งคลี่คลายคดี โดยตำรวจได้ประมวลงานด้านการข่าวจากชุดสืบสวนทุกชุดที่ลงพื้นที่ออกหาข่าว รวมทั้งชุดตรวจสอบกล้องวงจรปิด ชุดติดตามตรวจสอบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ของคนร้าย และชุดตรวจสอบข้อมูลประวัติของผู้ตายในสถานที่ทำงาน
พล.ต.ต.โชติ เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน จึงต้องติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ สำหรับประเด็นการสังหารครั้งนี้ ตำรวจได้พุ่งเป้าไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ เรื่องครอบครัวและความขัดแย้งในที่ทำงาน โดยให้น้ำหนักเท่ากัน สำหรับความขัดแย้งในการทำงานนั้นพบว่า ผู้ตายมาทำงานที่โรงแรมฮิลตัน 6 เดือน เป็นคนมีฝีมือที่หลายโรงแรมต้องการตัว ค่อนข้างมีระเบียบวินัยสูง กวดขันเรื่องการทำงาน จึงไล่พนักงานออกหลายคน ทั้งระดับหัวหน้า ระดับพนักงานและหลายคนถูกเรียกมาตำหนิ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นมูลเหตุในการสังหารหรือไม่
สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นปืนลูกซอง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นลูกซองสั้นหรือปืนลูกซองยาว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทราบว่าคนร้ายติดตามผู้ตายมาจากโรงแรมตั้งแต่เวลา 19.45 น. ในวันที่เกิดเหตุ หลังจากลงมือยิงใส่เข้าไปที่รถของผู้ตาย 1 นัด จนทำให้รถเสียหลักออกไปทางด้านซ้ายของถนนและชนเสาไฟฟ้าก่อนเสียชีวิต โดยขณะเกิดเหตุพบรถตู้สีขาวขับตามรถของผู้เสียชีวิต ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นพยานสำคัญ น่าจะทราบเหตุการณ์ จึงต้องเรียกมาสอบสวน และขอความร่วมมือในการเป็นพยาน ตนต้องขอความร่วมมือประชาชน เพราะที่เกิดเหตุเป็นทางแยก มีรถจอดและรถที่ตามหลังรถผู้ตาย ใครเห็นเหตุการณ์ ขอให้มาให้ข้อมูลกับตำรวจด้วย
จากการตรวจสอบประวัติของผู้ตาย เป็นคนที่มีนิสัยพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา อดีตเคยทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่โรงแรมดุสิตลากูน่า ต.เชิงทะเล อ.ถลาง โรงแรมระดับ 7 ดาว ผู้ตายทำงานอย่างตรงไปตรงมา จนกระทั่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั้งวงการโรงแรม ในนาม “คุณน้อง ดุสิตลากูน่า” จากนั้นได้ลาออกจากโรงแรมดังกล่าวไปทำงานที่โรงแรมอนันตรา ต.ไม้ขาว เป็นโรงแรมระดับเดียวกัน ก่อนจะลาออกและมาทำงานอยู่ที่โรงแรมฮิลตัน ภูเก็ต บีช รีสอร์ทแอนสปา ต.กะรน โรงแรมระดับ 5 ดาว จนกระทั่งมาถูกยิงดังกล่าว.
sakdath
รถตู้ร.ร.นวมินทราชูทิศประสานงากระบะดับ1เจ็บ5
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 19:49 น.






รถตู้โรงเรียนนวมินทราชูทิศพาครูเที่ยวเชียงคาน ประสานงารถกระบะ หลังโชเฟอร์กระบะแซงขวาไม่พ้น ดับ 1 เจ็บ 5
สภาพรถตู้พังยับเยิน
นายจรูญ ทองภา อายุ 67 ปี ถูกอัดก็อปปี้


เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (19 ม.ค.) ร.ต.ต.พีรพัฒน์ ชมชัย พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคาน จ.เลย รับแจ้งเหตุรถตู้ประสานงารถกระบะมีผู้บาดเจ็บและชีวิตบริเวณบ้านนาบอน-บ้านนาซาว อ.เชียงคาน กม.42-43 ถนนเลย-เชียงคาน ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์รพ.เชียงคาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคีรี จุดเชียงคาน
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 ช่องวิ่งสวนกัน พบรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ฮข 6658 กรุงเทพมหานคร ของโรงเรียนนวมินทราชูทิศ พังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดยนายทนุ จุลฒโกศล อายุ 60 ปี เป็นคนขับ ห่างไปพบรถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำ ทะเบียน บธ 930 เลย หน้ารถพัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายนั่งด้านหน้าผู้โดยสารในสภาพถูกอัดก็อปปี้ชื่อนายจรูญ ทองภา อายุ 67 ปี และคนเจ็บ 1 ราย ชื่อนายบุญหนัก ใจธรรม อายุ 67 ปี คนขับ แพทย์และกู้ภัยรีบช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บ 5 รายส่งรพ.เชียงคาน
สอบสวนทราบว่ารถตู้จากกรุงเทพฯพาคณะครูและเจ้าหน้าที่ธุรการของโรงเรียน 15 คน มาเที่ยวอ.เชียงคาน มีนายทนุ เป็นคนขับ ถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะวีโก้ ขับโดยนายบุญหนัก แซงขวารถคันอื่นมา แต่แซงไม่พ้นจึงชนรถตู้ที่วิ่งสวนมาจนเสียงดังสนั่น ทำให้นายจรูญ โดนอัดก็อปี้ตายคาที่ ส่วนรถตู้คนขับและคณะครูบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายบุญหนัก คนขับรถกระบะ ขับรถประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ.
sakdath
กำนันไก่ อดีตรมช.เกษตร อดีตส.ส.นครปฐม ตายปริศนาในโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 23:20 น.











“กำนันไก่”สมพัฒน์ แก้วพิจิตร อดีตรมช.เกษตร และอดีตส.ส.นครปฐม ตายปริศนาในห้องน้ำของห้องพักโรงแรมดังกลางเมืองเชียงใหม่ ระหว่างไปศึกษาดูงานกับคณะเทศบาล คาดว่าสาเหตุมาจากโรคประจำตัวกำเริบ เผยผู้ตายมีกิจการหลายอย่าง ทั้งรถสิบล้อบรรทุกดิน-ปั๊มแก๊ส-โรงแรม

เมื่อเวลา 22.10 น. วันนี้ ( 19 ม.ค.) พ.ต.ท.บูรฉัตร ขำคำ สารวัตรเวร สภ.ภูพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในห้องสูทของโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ถนนเลียบคลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรีบไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ
ที่เกิดเหตุภายในห้องน้ำของห้องพักดังกล่าว พบศพนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร อายุ 52 ปี หรือ “กำนันไก่” อดีตรมช.เกษตร สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตส.ส.นครปฐม 4 สมัย พรรคชาติไทย ก่อนจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีเมื่อปี 2551 เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 371 ถนนราชมรรคา ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ภายในห้องน้ำ สภาพศพผู้ตายใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม นุ่งกางเกงยีนสีดำ
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมพัฒน์ผู้ตายเดินทางมายังจ.เชียงใหม่ ได้ 2 วันแล้ว โดยมากับคณะเจ้าหน้าที่เทศบาลในจ.นครปฐม กว่า 400 คน เพื่อมาศึกษาดูงานตามเทศบาลต่างๆในเชียงใหม่ และมาพักที่โรงแรมดังกล่าวทั้งหมด โดยวันนี้คณะเทศบาลกำลังจะเดินทางกลับนครปฐมด้วยรถบัส และไม่สามารถติดต่อนายสมพัฒน์ได้ แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครสนใจเนื่องจากผู้ตายขับรถมาเอง จนกระทั่งช่วงเย็นพนักงานโรงแรมสงสัยว่าทำไมผู้ตายยังไม่เช็กเอาท์ออกจากโรงแรม จึงพยายามโทรฯขึ้นไปสอบถามหลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสาย ในที่สุดจึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขประตูเปิดดู พบว่านายสมพัฒน์เสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบซองยาหลายชนิดอยู่ในห้องพัก คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากโรคประจำตัวกำเริบ จึงส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุอย่างละเอียดที่รพ.มหาราชนครเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถาม ดร.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และทราบจากคนใกล้ชิดว่าดร.สินธพกับครอบครัวกำลังเดินทางไปเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว และไม่ได้ป่วย จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใดแน่
สำหรับนายสมพัฒน์ หรือกำนันไก่ นอกจากเป็นอดีตรมช. และอดีตส.ส.นครปฐมแล้ว ยังทำธุรกิจรถสิบล้อบรรทุกดิน กิจการปั๊มแก๊ส นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของโรงแรมเวลล์ในจ.นครปฐม ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีฐานะอยู่ในขั้นเศรษฐีคนหนึ่งในนครปฐม เป็นบุตรชายคนโตของนายสุนทร แก้วพิจิตร อดีตนายกเทศมนตรีนครนครปฐม หลายสมัย และยังเป็นกรรมการบริการพรรคชาติไทยด้วย
ประวัตินายสมพัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2504 จบการศึกษาชั้นมัธยม โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาตรี M.B.A. Samford University U.S.A. เป็นส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยมาหลายสมัย เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 ก่อนที่จะโดนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหลังจากที่พรรคชาติไทยถูกยุบ โดยขณะนี้ ได้ส่ง พ.ท.ดร.สินธพ ลงเป็น ส.ส.นครปฐม เขต 1 แทน นอกจากนี้เคยดำรงตำแหน่ง ผช. เลขานุการ รมว. ศึกษาธิการ ผช. เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ เลขานุการ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง.
sakdath
เชื่อาถรรพณ์เห็นเพื่อนรักเป็นหมูป่าลูกซองส่องดับ
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 22:37 น.












หนุ่มเห็นเพื่อนเป็นหมูป่า ลูกซองส่องดับ ตกใจสุดขีดกลายเป็นเพื่อนรัก คอตกมอบตัวตำรวจ ชาวบ้านเชื่ออาถรรพณ์ป่าเทือกเขาหลวง ทำให้มือปืนฆ่ากันเอง

วันนี้ (19 ม.ค.) ร.ต.ต.วีระศักดิ์ มะลิหอม ร้อยเวรสภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากป้อมตำรวจต.ฉลอง ว่ามีเหตุยิงกันตายบนภูเขาได เขตอุทยานแห่งชาติเขานัน เทือกเขาหลวง โดยญาติ ๆ นำศพผู้ตายลงมาที่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ 10 ต.ฉลอง อ.สิชล จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.สุชาติ มีชัย สวป.สภ.สิชล และชุดสืบสวน แพทย์เวรรพ.สิชล เจ้าหน้าที่กองวิทยาการ และหน่วยกู้ภัยไปตรวจสอบพบศพนายสันธาร ขนอม อายุ 26 ปี เจ้าของบ้านดังกล่าว นอนตายอยู่บนแคร่หน้าบ้าน ตรวจสอบพบว่าถูกยิงด้วยปืนลูกซอง เข้ากกหูซ้าย 1 แผล และแผ่นหลัง 1 แผล เสียชีวิตในชุดเสื้อลายทหาร กางเกงวอร์มขายาวสีน้ำเงิน
สอบสวนทราบว่านายสันธาร พร้อมนายภูมิพิทักต์ ขนอม อายุ 31ปี พี่ชายและนายภูริคุปต์ ดำเพ็ง อายุ 31ปี ลูกพี่ลูกน้องขึ้นไปล่าสัตว์ป่าบนภูเขาตั้งแต่หัวค่ำวานนี้ (18 ม.ค) แต่ละคนมีปืนลูกซองยาวคนละ 1 กระบอก เป้าหมายในการล่าหมู่ป่า แต่ตลอดทั้งคืนกลับไม่พบหมูป่าหรือสัตว์ป่าอื่น ๆ เลย กระทั่งรุ่งเช้าได้แยกย้ายกันออกล่าหมูป่าต่อ โดยนายภูริคุปต์ แยกไปอีกด้าน ได้ยินเสียงเดินแหวกป่าละเมาะ จึงดักซุ่มรอกระทั่งหมูป่าโผล่พ้นแนวป่าละเมาะออกมา นายภูริคุปต์ จึงส่องด้วยปืนลูกซองยาว 1 นัด กระสุนโดนเป้าหมายเต็ม ๆ นายภูริคุปต์ รีบวิ่งไปดูผลงาน
ขณะที่นายภูมิพิทักต์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ได้ยินเสียงปืนเข้าใจว่านายสันธาร หรือนายภูริคุปต์ คงจะยิงหมู่ป่าได้แล้ว จึงวิ่งมาดู แต่ทั้งคู๋ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเป้ากระสุนที่นายภูริคุปต์ ยิงนั้นไม่ใช่หมู่ป่าแต่กลับกลายเป็นนายสันธาร ที่โดนกระสุนจนล้มฟุบนอนหงายใจรวยริน นายสันธารและนายภูมิพิทักต์ จึงช่วยกันหามร่างโชกเลือดของนายสันธาร ลงจากภูเขานำส่ง รพ.สิชล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวประกอบกับเสียเลือดมากและต้องใช้เวลาเดินนานกว่า 3 ชั่วโมง จึงเสียชีวิตระหว่างทาง
ต่อมานายภูริคุปต์ นำปืนลูกซองยาวของกลางที่ใช้ยิงนายสันธาร เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. เชิดชัย โชติสุทธิ์ ผกก.สภ.สิชล โดยรับสารภาพว่าใช้ปืนกระบอกดังกล่าวยิงนายสันธาร จึงควบคุมตัวนายภูริคุปต์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างจับกลุ่มวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเชื่อว่าเกิดจากอาถรรพณ์ป่าเขาได ที่เจ้าป่าเจ้าเขาต้องการจะลงโทษคนที่ขึ้นไปล่าสัตว์จึงแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็น เคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นป่าดังกล่าวหลายครั้งแล้ว.
sakdath
รถบรรทุกชนสนั่นรถเก๋งไฟลุกสยองคลอกดับ5ศพ
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 23:38 น.


รถบรรทุก 5 คัน ชนสนั่นเก๋งไฟลุกสยอง คลอกดับ 5ศพ บนถนนมิตรภาพ ช่วงกลางดง จ.สระบุรี การจราจรอัมพาต


เมื่อเวลา 20.30 น. วันนี้ (19 ม.ค.) เกิดเหตุรถบรรทุก 5 คันชนรถเก๋ง 3 คันบนถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพฯ พื้นที่กลางดง อ. มวกเหล็กจ. สระบุรี ส่งผลให้ไฟลุกไหม้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและเคลียร์พื้นที่เนื่องจาก สภาพการจราจรถึงขั้นอัมพาต.
sakdath
กำนันไก่ อดีตรมช.เกษตร อดีตส.ส.นครปฐม ตายปริศนาในโรงแ ...
sakdath โพสต์เมื่อ 19-1-2013 23:51

เป็นสิ่งที่กลัวที่สุดเลยอ่ะเวลาไปพักตามโรงแรม
ชนวินาศถนนมิตรภาพ9คันไฟลุกคลอกตาย5ศพ
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 เวลา 23:38 น.








ชนวินาศถนนมิตรภาพ 9 คันรวดลุกเป็นไฟตายสยอง 5 ศพ คลอกเก๋งบีเอ็มดับบลิวยกครัว 3 ศพ พนักงานส่งนมบีเก้นอีก 2 ศพถูกอัดก็อปปี้ร่างแหลกเหลว แถมเจ็บสาหัสอีก 4 ราย รถติดยาวเหยียด

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ร.ต.ต.สมเกียรติ กล้ากระโทก พนักงานสอบสวน สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนหลายคันจนเพลิงลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนมิตรภาพขามุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสระบุรี บริเวณหลัก กม.ที่ 35-36 ต.พญาเย็น อ.ปางช่อง จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก. แพทย์ รพ.ปากช่องนานา หน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง และรถดับเพลิงเทศบาลกลางดง 4 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นทางลงเขาสูงชัน พบรถเก๋ง รถบรรทุก และรถพ่วงพุ่งชนท้ายกันอย่างรุนแรงถึง 9 คัน ประกอบด้วย รถเบนซ์ สีดำ ทะเบียน ญช 5678 กรุงเทพมหานคร รถพ่วง 18 ล้อ สีขาว 2 คัน รถเก๋งบีเอ็มดับบลิว ทะเบียน 8643 เชียงใหม่ ไม่ทราบสีและหมวดอักษร รถพ่วง 24 ล้อ 2 คัน รถ 6 ล้อบรรทุกนมบีทาเก้น รถกระบะเชฟโรเลต สีขาว และรถสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ อีก 1 คัน โดยเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถเก๋งบีเอ็มดับบลิวที่ใช้แก๊สเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงอย่างน่ากลัว เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัดเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง เพลิงจึงสงบ
ตรวจสอบภายในซากรถเก๋งบีเอ็มดับบลิว พบร่างผู้เสียชีวิต 3 ศพ ถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก จนไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร แต่คาดว่าทั้งหมดน่าจะเป็นพ่อแม่ลูกกัน นอกจากนี้ภายในรถบรรทุกนมบีทาเก้นยังพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย เป็นชาย สภาพถูกอัดก็อปปี้จนร่างแหลกเหลว จึงใช้เครื่องตัดถ่างนำศพออกมา ก่อนส่งศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปชันสูตรที่ รพ.ปากช่องนานา เพื่อรอติดต่อญาติมารับศพต่อไป ทั้งนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัสอีก 4 ราย เจ้าหน้าที่ทยอยนำตัวส่ง รพ.ปากช่องนานา และ รพ.มวกเหล็ก
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถเบนซ์คันสีดำ ได้วิ่งมาจากถนนเส้นหมู่บ้านทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นถนนย่อย ก่อนขับตัดหน้ารถพ่วง 24 ล้อในระยะประชิด ทำให้คนขับรถพ่วงพยายามเหยียบเบรก แต่เนื่องจากเป็นทางลงเขา ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ จึงพุ่งชนรถเบนซ์อย่างแรง ก่อนเสียหลักตกถนน จากนั้นรถเก๋งบีเอ็มที่ขับตามมาจึงพุ่งชนอัดกับท้ายรถพ่วงซ้ำ จนเกิดเพลิงลุกไหม้คลอกคนในรถทั้งหมดอย่างสยดสยอง ส่วนรถคันอื่นๆที่วิ่งตามมาก็พุ่งเข้าชนท้ายต่อกัน เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ทำให้การจราจรบนถนนมิตรภาพทั้งสองฝั่งติดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงเคลื่อนย้ายรถทั้งหมดได้ และสามารถเปิดใช้เส้นเส้นทางจราจรได้ตามปกติ อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบปากคำผู้ขับขี่ทั้งหมด เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป.
sakdath
แจงเหตุ" อดีตรมช.สมพัฒน์ "เสียชีวิต-ไขมัดอุดตันเส้นเลือดหัวใจ
วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 เวลา 15:02 น.






ญาติแห่รับศพ"สมพัฒน์ แก้วพิจิตร " อดีตรมช.เกษตรฯจากพรรคชาติไทย ด้านแพทย์เผยสาเหตุการตายมาจากไขมัดอุดตันบริเวณเส้นเลือดหัวใจ


วันนี้ ( 20 ม.ค. )ผู้สื่อข่าวได้ไปเฝ้าสังเกตุการณ์ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบว่าด้มีญาติๆของ นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เดินทางมารับศพนายสมพัฒน์ ไปทำพิธีฌาปณกิจยัง บ้านเกิดที่ ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของทางญาติเป็นอย่างยิ่ง โดยนางกนกวลี แก้วพิจิตร อายุ 49 ปีภรรยาของสมพัฒน์ แก้วพิจิตร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับญาติที่เดินทางมาจาก จ.นครปฐม ได้มาขอรับศพ นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร นำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครปฐม โดยพ.ต.ท.บุรฉัตร ขวัญคำ สารวัตรเวรสภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาร่วมผ่าชันสูตร เปิดผยว่า ผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยที่บ่งบอกว่าเป็นการฆาตกรรมแต่อย่างใด และพบไขมันอุดตันบริเวณเส้นหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตครั้งนี้ ซึ่งบรรดาญาติพี่น้องที่มารอรับศพก็ได้รับทราบผลของการชันสูตรศพและไม่ติดใจกับสาเหตุการตายครั้งนี้ เพราะรู้ดีว่านายสมพัฒน์ นั้นมีโรคประจำตัวหลายอย่างต้องกินยาและหาหมอเป็นประจำ
สำหรับเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุคคลสำคัญของการเมืองไทยครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากช่วงดึกวันนี้ พ.ต.ท.บูรฉัตร ขวัญคำ สารวัตรเวรภูพิงค์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตภายในห้องพักของโรงแรมห้องริมเวียง 1 ชั้น 10 โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ถนนเลียบคันคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพชายสวมเสื้อไหมพรมสีเขียวขี้ม้าแขนยาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน นอนตายคว่ำหน้าอยู่ภายในห้องน้ำทราบชื่อต่อมาคือนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร อายุ 52 ปีอยู่บ้านเลขที่ 371 ถนนราชมรรคา ต.สนามจันทร์ อ. เมือง จ.นครปฐม อดีตรมช.เกษตรฯ สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี สภาพศพไม่มีบาดแผลใดๆ จากการสอบสวนทราบว่านายสมพัฒน์ ได้พาคณะองค์การบริหารส่วนจังหวัด และตำบลในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และใกล้เคียงจำนวน 400 คนมาศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา พอมาเช้าวันนี้คณะทั้งหมดเดินทางกลับด้วยรถทัวร์ แต่นายสมพัฒน์ นำรถส่วนตัวมาทางคณะจึงได้เดินทางออกไปก่อนเพราะนายสมพัฒน์ จะกลับตามไปตอนสายๆ แต่พอตอนเย็นทางโรงแรมก็ได้โทรขึ้นไปตามเพราะถึงเวลาเช็กเอาท์แล้ว แต่ก็ไม่มีการตอบรับ พอตอนหัวค่ำพนักงานก็ไปเคาะประตูเรียกแต่ก็ไม่มีคนตอน จนกระทั่งเวลา 22.00 น.ทางพนักงานก็ตัดสินใจใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปก็พบเป็นศพดังกล่าวจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
สำหรับประวัตินายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร นั้นเป็นส.ส. นครปฐม สังกัดพรรคชาติไทย ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2538 และได้รับตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2538 และตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2543 ต่อมาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ในตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะรัฐมนตรีคณะดังกล่าวต้องสิ้นสภาพอันเนื่องมาจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องพ้นสภาพ แต่นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร ยังคงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เดิมในคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) ชุดต่อมา ซึ่งนำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนกระทั่งมาถูกเว้นวรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และเสียชีวิตในที่สุด
sakdath
สอบ”ป๋อง-สุพรรณ”พา"พี"หนี
วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 เวลา 16:11 น.


ดารานักแสดงหนุ่มช่อง3 อ่วม ตำรวจเรียกแจ้งข้อหา ฆ่า“นพปฎล” ป๋อง- สุพรรณ แจงกรณีเป็นเจ้าของรถเบนซ์ ที่ขับพา พี-ปรเมศวร์ หนี


วันนี้ (20ม.ค.) ความคืบหน้ากรณีนายปรเมศวร์ สิงห์โพธิ์ หรือ "พี ปรเมศวร์" ดารานักแสดงหนุ่มจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ก่อเหตุยิงศีรษะนายนพปฎล อธิบาย อายุ 44 ปี หุ้นส่วนร้าน มิวส์ ทองหล่อซอย 10ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา สาเหตุจากไม่พอใจที่ผู้ตายเข้าไปห้ามปรามดาราหนุ่มขณะกำลังทะเลาะกับแฟนสาว เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถอาคารเอท ทองหล่อ ปากซอยทองหล่อ 8 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยภายหลังเจ้าตัวได้นำอาวุธปืน ขนาด 9 ม.ม.ที่ใช้ก่อเหตุเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ก่อนใช้เงินสด 200,000 บาท ประกันตัวออกไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า นาย ปรเมศวร์ จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากข้อหาเดิมพยายามฆ่าผู้อื่น มาเป็น ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูง ทั้งนี้คาดว่าทางผู้ต้องหาจะตั้งทนายความมาร่วมรับฟังด้วยในวันพรุ่งนี้ (21ม.ค.) เวลา ประมาณ 10.00น. ขณะเดียวกัน ทางด้านคดีความพนักงานสอบสวนยังต้องรอผลการผ่าพิสูจน์เอาหัวกระสุน จากสถาบันนิติเวชฯ รพ.จุฬา เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับอาวุธปืนพร้อมกระสุน ที่ทางผู้ต้องหามามอบให้กับพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวน ได้มีการสอบพยานที่เกิดเหตุไปแล้วประกอบด้วยแฟนสาวของดาราหนุ่มที่เพิ่งคบหากันมาไม่นาน และเพื่อนของแฟนสาวซึ่งให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเรียกตัวน้องสาว ของนายปรเมศวร์ มาให้ปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่เบื้องต้นได้ติดต่อน้องสาวคนดังกล่าวไปแล้วยังไม่สามารถเข้ามาให้การได้ เนื่องจากติดเข้าค่ายของสถาบันการศึกษาที่ต่างจังหวัด
ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ในช่วงแรกเห็นเหตุการณ์ นายปรเมศวร์ เดินปรี่เข้าไปหาผู้ตายเท่านั้น จึงต้องหากล้องตัวอื่นมาประกอบสำนวนอีก โดยจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งพบว่ามีกล้องวงจรปิดอีก 1 ตัว ซึ่งเป็นกล้องจากตู้เอทีเอ็ม ของธนาคาร กรุงศรีอยุธยา ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 5 เมตร จึงต้องรอการประสานกับทางธนาคารต้นสังกัดในวันและเวลาทำการเพื่อขอตรวจสอบ คาดว่าสามารถบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจนทั้งหมด
ขณะที่รถเบนซ์ อี 250 สีขาว ทะเบียน กน 111 กรุงเทพมหานคร ที่ขับมารับดาราหนุ่มออกไปนั้น ตรวจสอบแล้วเป็นรถของแฟนสาวผู้ต้องหา แต่ทะเบียนจดในนามนายเสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำต่อไป
ส่วนป๋อง สุพรรณ ให้สัมภาษณ์กับเดลินิวส์ว่า รถคันดังกล่าวซื้อให้ลูกสาวตั้งแต่เรียนจบปริญญาใหม่ ๆ เป็นชื่อของตน โดยในวันเกิดเหตุเพื่อนลูกสาวขอยืมไปใช้ ทั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจได้เข้าไปให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ยืนยันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังคงมีดารานักแสดงหลายคนขึ้นข้อความไว้อาลัยถึง นายนพปฎล ผ่านอินสตาแกรมของแต่ละคน อาทิ มิค-บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ จ๋า-ยศลนี ณ นคร .
sakdath
เชื่อบารมีหลวงปู่สุขรถคว่ำพังยับรอดปาฏิหาริย์
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556 เวลา 09:22 น.




รถพ่วงบรรทุกอ้อยพุ่งลงข้างทางห้องโดยสารพังยับ คนขับกระเด็นออกนอกรถไม่มีแม้รอยขีดข่วน เชื่อบารมีหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทองบุรีรัมย์


วันนี้ ( 21 ม.ค. ) ร.ต.ต.สมคิด แร่กาสินธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกอ้อยลงข้างทาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 25 ถนนสาย ครบุรี – เสิงสาง บ้านดอนไร ต.เสิงสาง อ.เสิงสาง ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 82-3668 บุรีรัมย์ ลูกพ่วงทะเบียน 82-3670 บุรีรัมย์ บรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถ พลิกคว่ำตะแคงลงข้างถนน สภาพรถด้านหน้าพังยับเยินกระจกหน้าแตกละเอียดทั้งบาน แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จากการสอบถาม นายศักดิ์ชัย เดชวงศา อายุ 30 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ คนขับรถพ่วงคันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขับรถที่บรรทุกอ้อยออกจาก อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อนำอ้อยไปส่งที่โรงงานน้ำตาลครบุรี ที่อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มาถึงที่เกิดเหตุเกิดมีรถกระบะ เลี้ยวตัดหน้ามาอย่างกระชั้นชิด จึงตัดสินใจหักลงข้างทางจนรถพลิกคว่ำ ตัวเองได้รับแรงกระแทกทะลุกระจกหน้าของตัวรถออกมา แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วน ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นบารมีของหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง จ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับมาจากพ่ออีกทอด ซึ่งแขวนไว้ที่กระจกมองหลังมาโดยตลอดที่คอยคุ้มครองทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ..
sakdath
วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:13 น. ข่าวสดออนไลน์


หินยักษ์พุ่งชนบ้าน รอดตายหวุดหวิด ตะเกียกตะกายโทรหา 911 (ชมภาพ)


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(19 ม.ค. 56) ที่รัฐยูท่าห์ สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุหินก้อนใหญ่กลิ้งพุ่งชนบ้านประชาชน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต



รายงานกล่าวว่าขณะที่นางแวนด้า ลี เดนฮาลเตอร์ อายุ 63 ปี กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนใหญ่ในเวลากลางคืน เธอได้ยินเสียงดังครืน จึงพลิกตัวไปอีกฝั่งของเตียง จากนั้นหินก้อนใหญ่ก็ได้พุ่งชนห้องนอนและทับขาของเธอ ในเวลา 03.00น. ตามเวลาท้องถิ่น



จากการสอบสวนพบว่าหินก้อนนี้มีขนาดกว้าง 3.6 เมตร สูง 2.7 เมตร พุ่งชนห้องนอนจนพังเสียหายและทำให้นางแวนด้า ได้รับบาดเจ็บ ขากรรไกรหัก กระดูกหน้าอกหักและมีแผลบาดลึกยาวที่ขา แต่เธอก็พยายามกระเสือกกระสนไปโทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยจนได้

นางแวนด้าผู้รอดชีวิตหวุดหวิด



ขณะนี้นางแวนด้ารักษาตัวอยู่ที่ที่ร.พ.เซ็นต์จอร์จ และมีอาการปลอดภัยหลังได้รับการผ่าตัดกว่า 4 ช.ม. แต่ยังมีอาการบาดเจ็บจากบาดแผลยาวและลึกที่ขา



ด้านเจ้าหน้าที่กล่าวว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่สันนิษฐานว่าน้ำจากท่อที่แตกของบ้านบนเขารั่วเข้าไปบริเวณรอยแยกสันเขาจนทำให้หินกลิ้งลงมา ขณะที่สามีของนางแวนด้ากล่าวว่าเคยคิดมาก่อนว่าอาจเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นตอนที่มาเช่าบ้านหลังนี้ แต่นางแวนด้าภรรยาเชื่้อว่าไม่มีทางเกิดขึ้น


ที่มา มติชนออนไลน์
sakdath
ผัวซ้อมเมียสำนึกผิดยิงตัวตายตาม
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556 เวลา 16:39 น.


ทำร้ายเมียสำนึกผิดคว้าปืนจ่ออกลั่นไกปลิดชีวิตดับคาห้องนอน เผยอยู่กันกว่า 10 ปีไม่เคยลงมือกับเมีย เพิ่งมีเป็นครั้งแรกเลยเสียใจยิงตัวตายจบชีวิตสลด


เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (21 ม.ค.) พ.ต.ท.มนัสเวส ทองอิม รองผกก.สส.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจากรพ.อุทัย ว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนบาดเจ็บมาที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ไปตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายอักษร เฉลยโฉม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 1 ต.เสนา อ.อุทัย เป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหน้าอก กระสุนปืนทะลุหลัง
จากการสอบสวน นางลออ งามสมทรง อายุ 54 ปี แม่ยายผู้ตายให้การว่า ผู้ตายอยู่กินกับลูกสาวตนมานานกว่า 10 ปี จนมีลูกด้วยกัน 2 คน โดยตั้งแต่อยู่กินกันมาลูกเขยกับลูกสาวไม่เคยทะเลาะกันเลย ต่างรักใคร่กันดี กระทั่งเมื่อคืนทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันแต่ไม่รู้เรื่องอะไร จากนั้นลูกเขยได้เผลอลงมือทำร้ายเมีย พอรุ่งเช้าลูกเขยเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง และบ่นว่าเสียใจที่ทำร้ายเมีย ส่วนลูกสาวตนตอนเช้าออกไปทำงานปกติ กระทั่งรู้ว่าสามียิงตัวตายจึงกลับมาบ้าน
ด้านนางพยุงรัตน์ งามสมทรง อายุ 28 ปี ภรรยาผู้ตายให้การว่า เมื่อคืนตนกับสามีทะเลาะกันแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเรื่องอะไร จากนั้นรุ่งเช้าตนไปทำงานปกติ กระทั่งช่วงบ่ายสามีโทรศัพท์มาหาแต่ไม่ยอมพูด ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงปืนและเสียงแม่ร้องเอะอะโวยวาย เลยรู้ว่าน่ามีเหตุร้ายจึงรีบเดินทางกลับบ้าน และรู้ว่าสามียิงตัวตายเสียแล้ว เบื้องต้นคาดว่านายอักษรคงเสียใจที่ทำร้ายเมีย เลยสำนึกผิดคว้าปืนยิงตัวตายดังกล่าว.
sakdath
วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:13 น. ข่าวสดออนไลน์


หินยั ...
sakdath โพสต์เมื่อ 21-1-2013 15:14

แบบว่า พึ่งจะเก๊ทค่ะ  พี่แมวนักข่าวมืออาชีพจริงๆ นับถือ ๆ รู้ข่าวทั่วโลกเลย
ปั๊มออกซิเจนตู้ปลาระเบิด ไฟลุก
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556 เวลา 19:49 น.














ปั๊มออกซิเจนตู้ปลาระเบิด ไฟลุกบ้านผู้รับเหมา หวิดวอด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (21 ม.ค.) ร.ต.ต.นรภัทร ทองดี พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 134/77 หมู่บ้านรามนุช 19 ซ.รุ่งโรจน์ ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสาน เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ สนับสนุนรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน เข้าระงับเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ลักษณะบ้านเดี่ยวมีรั้วล้อมรอบ ภายในตัวบ้านพบเพลิงกำลังลุกไหม้ และมีกลุ่มควันกำลังพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำอยู่นานกว่า 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบภายในตัวบ้าน พบทรัพย์สิน อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ถูกเพลิงเผาไหม้เกือบวอดทั้งหลัง โดยมี นายบรรจง รัศมีโชติ อายุ 41 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นเจ้าของบ้าน ขณะเกิดเหตุได้ออกไปทำงานที่จังหวัดระยอง
ร.ต.ต.นรภัทร ทองดี พนักงานสอบสวน กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ต้นเพลิงได้ลุกไหม้มาจากเครื่องทำออกซิเจน ภายในตู้เลี้ยงปลามังกรเงิน เกิดการช็อตจนระเบิด ทำให้เปลวไฟลุกลามไปติดสิ่งของภายในตัวบ้าน จนเกิดเพลิงลุกไหม้ ส่วนค่าเสียหายรวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1 แสนบาท..
sakdath
sakdath
sakdath
sakdath
sakdath
สิบล้อฝ่าไฟแดงทับพยาบาลสมองเละคาสี่แยก
วันอังคารที่ 22 มกราคม 2556 เวลา 12:24 น.








สิบล้อเร่งเครื่องจะฝ่าไฟแดง ทับพยาบาลสมองเละคาสี่แยกหลังสวน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (22 ม.ค.) ร.ต.อ. วิทยา สัปประสาน ร้อยเวร สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุที่สี่แยกเพนียด เขตเทศบาลเมืองหลังสวน ถนนเขาเงิน ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัย สมาคมพุทธประทีปหลังสวน ที่เกิดเหตุกลางสี่แยก ขาออกจากตลาดหลังสวน ขึ้นสู่ถนนเอเซีย 41 พบศพ น.ส.ศศิวิมล นันทสุคนธ์ อายุ 43 ปี เป็นเจ้าหน้าที่งานเวชศาสตร์ครอบครัว (พยาบาล) รพ.หลังสวน อยู่บ้านเลขที่ 332 หมู่6 ต.คลองคุด อ.เมือง จ.สตูล สภาพศพสวมเสื้อลายดอกสีม่วงแดงกระโปรงสีดำ ศีรษะสวมหมวกกันน็อกถูกล้อรถสิบล้อทับจนแบนมันสมองกระจาย ใกล้ศพพบรอยครูด ห่างไป 100 เมตร พบรถจยย.ฮอนด้าดรีม สีแดง ทะเบียน กบจ 235 สตูล ยังเปิดไฟเลี้ยวขวาคาอยู่แต่สภาพล้มพังยับเยิน อยู่ใต้รถบรรทุกสิบล้อมิตซูบิซิ สีขาว ทะเบียน 85- 1961 นครปฐม ของหจก.ปรีดาภาคใต้ขนส่ง ส่วนคนขับรถสิบล้อหนี
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะน.ส.ศศิวิมล กำลังขับขี่รถจยย.จะไปทำงาน ที่รพ.หลังสวน ห่างจุดเกิดเหตุร่วม 5 กม. เมื่อถึงสี่แยกเพนียด เป็นจังหวะไฟจราจร กำลังเปลี่ยนจากไฟเขียวเป็นไฟเหลือง น.ส.ศศิวิมล จึงหยุดรถ ที่เส้นจราจร แต่รถบรรทุกสิบล้อ คงตั้งใจจะฝ่าไฟเหลือง ไม่ทันระวังว่า รถจยย.ที่อยู่ด้านหน้าจะหยุดรถรอสัญญาณไฟจราจร ในขณะเร่งเครื่องให้ผ่านแยกจึงชน จยย. ทับศีระเต็มแรง พร้อมลากซากรถ จยย.ไปอีก 100 เมตร แล้วหลบหนีไปทันที จะเร่งติดตามจับกุมคนขับรถมาดำเนินคดี
สำหรับน.ส.ศศิวิมล เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงานและประชาชนที่มาใช้บริการ เป็นคนตรงไปตรงมาและเคารพระเบียบกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อนร่วมงานที่ทราบข่าวต่างโศกเศร้าเสียใจ..
sakdath
น่ากลัวอ่าาาา   ภัยรอบตัวเลยจริงๆนะคะว่ามั๊ย
sakdath
กลับไปยังรายบอร์ด