สมาชิกล่าสุดที่อ่านหัวข้อนี้

กลับไปยังรายบอร์ด

ข่าวสยอง 3






                     จับเมียจ้างฆ่าผัวแค้นปรนเปรอเมียน้อย
รวบเมียหลวงจ้างวานฆ่าผัว เสี่ยค้าเหล็ก สาเหตุฉุนมีเมียน้อยไม่พอ จะโอนทรัพย์สินให้ แถมสร้างบ้านมูลค่า 10 ล้านบาทปรนเปรอ
วันอาทิตย์ 27 พฤษภาคม 2555 เวลา 07:26 น.

จากกรณีที่ มีคนร้ายยิงนายอติศิลป์ เลี้ยงประไพพันธ์ เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด เหล็กใต้ ผู้ประกอบการค้าเหล็กรายใหญ่ในภาคใต้ ที่มีบริษัทในเครือหลายแห่งเสียชีวิตหน้าร้านหรอย ถนนสายสนามบิน – หาดใหญ่ คารถบีเอ็มดับเบิ้ลยู 520 D สีขาวทะเบียนป้ายแดง ท 8784 กรุงเทพมหานคร ขณะมารับอาหารที่สั่งไว้ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา
   จนกระทั่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สภ.โสร่ง จ.ปัตตานี ให้มาช่วยราชการ ภาค 9 เพื่อร่วมสืบสวนคดีนี้พร้อมทั้งกำชับให้เร่งคลี่คลายคดีนี้ให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 11 มิ.ย. 2555 หลังจากที่ พ.ต.อ.ศักดา ร่วมสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถจับกุมนางอิว นกแก้ว คนจัดหามือปืนได้ และทำการสอบสวนขยายผล ทราบว่านางศิริวรรณ เลี้ยงประไพพันธ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 7 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ภรรยาของผู้ตายเป็นผู้ว่าจ้างฆ่าสามีตัวเองในราคา 1.2 ล้านบาท จนท.ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดสงขลา ได้ออกหมายจับของศาลจังหวัดสงขลาที่ 233/2555 ลงวันที่ 26 พ.ค.55
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปเชิญตัวนางศิริวรรณ มาสอบปากคำ ก่อนแสดงหมายจับพร้อมแจ้งข้อหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเป็นผู้จ้างวาน จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ส่วนสาเหตุเกิดจากโกรธแค้นที่ผู้ตายมีภรรยาใหม่ แถมหลงยกทรัพย์สินให้ แถมปลูกบ้านราคาหลายสิบล้านให้ อีกทั้งชอบทำร้ายร่างกาย และบีบบังคับให้หย่า จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว
   ส่วนมือปืนรับจ้างที่ลงมือลั่นไกยิงเสี่ยค้าเหล็กนั้นขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทราบตัวคนร้ายหมดแล้ว และจะได้เร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป


กรรม
ภัค
♥~ Private ~♥
"ซี อาร์เอส" สาวหล่อนักร้องดัง ถูกกระบะชนเลือดคั่งอาการสาหัส
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:19 น.




กระบะพุ่งชน สาวหล่อ "ซี อาร์เอส" หน้าวัดปทุมวนาราม ขณะเดินข้ามถนน หลังกลับจากไปไหว้พระพรหม ที่สี่แยกราชประสงค์ อาการสาหัส หามส่ง ร.พ.ตำรวจ กะโหลกร้าวต้องผ่าตัดสมองด่วน


เมื่อเวลาประมาณ 09.10 น. วันนี้ ( 27 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า "ซี-มัฑณาวี คีแนน" อายุ 24 ปี นักร้องสาวหล่อจากค่ายอาร์เอส ได้ประสบอุบัติเหตุ รถกระบะชนขณะวิ่งข้ามถนนหน้าวัดปทุมธรรมาวาส พี่สาวและตำรวจรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจในทันที
โดยพี่สาว “เคท” เล่าเหตุการณ์ว่าเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ตนและ ซีได้เดินทางไปที่วัดปทุมวนาราม เพราะมีนัดกับ เมย์ พิชนาฎ เพื่อมาทำบุญวันเกิดเมย์ แต่ทางซี ได้ขอมาสักการะพระพรหมก่อน จึงได้ให้แท็กซี่มาจอดที่ด้านหน้าพระพรหมและได้ไหว้ขอพร ก่อนเดินข้ามถนนไปที่วัดปทุมวนามราม เวลาประมาณ 09.10 น. ขณะข้ามถนน ซีได้ถูกรถกระบะวิ่งเข้าชนอย่างจัง จนตัวลอยและตกลงมาแน่นิ่ง ที่พื้นหัวแตก ทำเอาตนตกใจคิดว่าซีตายแล้ว ร้องไห้และเข้าไปเขย่าซี ขณะเดียวกันตำรวจได้รุดมาถึงที่เกิดเหตุ และแจ้งโรงพยาบาลตำรวจให้มารับซีไปทันที ทันทีที่ถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ ทางด้านแพทย์เวร ได้ส่งซีเข้าไปสแกนสมอง ปรากฏว่าอาการน่าเป็นห่วง กะโหลกซีกขวาร้าว,ไหปลาร้าด้านขวาหัก ร่างกายซีกขวาที่ถูกชนมีรอยถลอกปอกเปลือก พี่สาวร้องไห้ตลอดเวลา และเมย์ ได้มาเยี่ยมด้วยความเห็นห่วง
หลังจากสแกนสมองไปเรียบร้อยแล้ว พญ. ปิยะพร งามสถาพร หมอศัลยกรรม ประจำห้องฉุกเฉิน ได้ให้ซีพักรอดูอาการ และจะมาเช็คอีกครั้ง ระหว่างนั้นซี รู้สึกตัวและร้องไห้ปวดหัวจนทุกคนตกใจ ในที่สุด พญ. ปิยะพร ได้พาซี ไปสแกนสมองอีกครั้ง ปรากฏว่ามีเลือดไหลออกมามากขึ้น ตรงที่กระโหลกร้าว พญ. ปิยะพร ได้แจ้งพี่สาว ว่าต้องผ่าตัดสมองด่วน พี่สาวตกใจร้องไห้โฮ ล่าสุด พล.ต.ต. นพ.ชนะ จงโชคดี แพทย์เวรศัลยกรรมประสาท ได้ตัดสินใจผ่าตัดฉุกเฉินโดยเข้าไปตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น.ขณะนี้ยังไม่ได้ออกมาจากห้องผ่าตัด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ประวัติ "ซี-มัฑณาวี คีแนน" เกิด 27 ต.ค. 2531 ศิลปินสังกัดบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ดังมาจาก ซิงเกิ้ลแรก "ง่าย ๆ แต่เหงา" และ ซิงเกิ้ลล่าสุดปรากฏการณ์รัก
ด้านนายสุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ ประธานกรรมการบริหารอาร์เอส ได้ทวีตข้อความว่า เมื่อวานเจอซีตอนค่ำที่คอนเสิร์ตเฟย์ฟางแก้ว แต่เช้านี้กลับโชคร้ายถูกรถชน อาการน่าเป็นห่วงมาก กำลังรอผลจากหมออย่างใกล้ชิด

เดลินิวส์
"ซี อาร์เอส" สาวหล่อนักร้องดัง ถูกกระบะชนเลือดคั่งอาการสาหัส
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:19 น.














กระบะพุ่งชน สาวหล่อ "ซี อาร์เอส" หน้าวัดปทุมวนาราม ขณะเดินข้ามถนน หลังกลับจากไปไหว้พระพรหม ที่สี่แยกราชประสงค์ อาการสาหัส หามส่ง ร.พ.ตำรวจ กะโหลกร้าวต้องผ่าตัดสมองด่วน

เมื่อเวลาประมาณ 09.10 น. วันนี้ ( 27 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า "ซี-มัฑณาวี คีแนน" อายุ 24 ปี นักร้องสาวหล่อจากค่ายอาร์เอส ได้ประสบอุบัติเหตุ รถกระบะชนขณะวิ่งข้ามถนนหน้าวัดปทุมธรรมาวาส พี่สาวและตำรวจรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจในทันที
โดยพี่สาว “เคท” เล่าเหตุการณ์ว่าเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ตนและ ซีได้เดินทางไปที่วัดปทุมวนาราม เพราะมีนัดกับ เมย์ พิชนาฎ เพื่อมาทำบุญวันเกิดเมย์ แต่ทางซี ได้ขอมาสักการะพระพรหมก่อน จึงได้ให้แท็กซี่มาจอดที่ด้านหน้าพระพรหมและได้ไหว้ขอพร ก่อนเดินข้ามถนนไปที่วัดปทุมวนามราม เวลาประมาณ 09.10 น. ขณะข้ามถนน ซีได้ถูกรถกระบะวิ่งเข้าชนอย่างจัง จนตัวลอยและตกลงมาแน่นิ่ง ที่พื้นหัวแตก ทำเอาตนตกใจคิดว่าซีตายแล้ว ร้องไห้และเข้าไปเขย่าซี ขณะเดียวกันตำรวจได้รุดมาถึงที่เกิดเหตุ และแจ้งโรงพยาบาลตำรวจให้มารับซีไปทันที ทันทีที่ถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ ทางด้านแพทย์เวร ได้ส่งซีเข้าไปสแกนสมอง ปรากฏว่าอาการน่าเป็นห่วง กะโหลกซีกขวาร้าว,ไหปลาร้าด้านขวาหัก ร่างกายซีกขวาที่ถูกชนมีรอยถลอกปอกเปลือก พี่สาวร้องไห้ตลอดเวลา และเมย์ ได้มาเยี่ยมด้วยความเห็นห่วง
หลังจากสแกนสมองไปเรียบร้อยแล้ว พญ. ปิยะพร งามสถาพร หมอศัลยกรรม ประจำห้องฉุกเฉิน ได้ให้ซีพักรอดูอาการ และจะมาเช็คอีกครั้ง ระหว่างนั้นซี รู้สึกตัวและร้องไห้ปวดหัวจนทุกคนตกใจ ในที่สุด พญ. ปิยะพร ได้พาซี ไปสแกนสมองอีกครั้ง ปรากฏว่ามีเลือดไหลออกมามากขึ้น ตรงที่กระโหลกร้าว พญ. ปิยะพร ได้แจ้งพี่สาว ว่าต้องผ่าตัดสมองด่วน พี่สาวตกใจร้องไห้โฮ ล่าสุด พล.ต.ต. นพ.ชนะ จงโชคดี แพทย์เวรศัลยกรรมประสาท ได้ตัดสินใจผ่าตัดฉุกเฉินโดยเข้าไปตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น.ขณะนี้ยังไม่ได้ออกมาจากห้องผ่าตัด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ประวัติ "ซี-มัฑณาวี คีแนน" เกิด 27 ต.ค. 2531 ศิลปินสังกัดบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ดังมาจาก ซิงเกิ้ลแรก "ง่าย ๆ แต่เหงา" และ ซิงเกิ้ลล่าสุดปรากฏการณ์รัก
ด้านนายสุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ ประธานกรรมการบริหารอาร์เอส ได้ทวีตข้อความว่า เมื่อวานเจอซีตอนค่ำที่คอนเสิร์ตเฟย์ฟางแก้ว แต่เช้านี้กลับโชคร้ายถูกรถชน อาการน่าเป็นห่วงมาก กำลังรอผลจากหมออย่างใกล้ชิด.

เดลินิวส์
วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 14:18 น. ข่าวสดออนไลน์


"นักร้องซี" สาวหล่อค่ายRS ถูกกระบะชนเลือดคั่งสมอง สลดกำลังไปทำบุญวันเกิด"เมย์ พิชญ์นาฏ"








เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่ ตึกกาญจนา จอมพลป. ชั้น 3 ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลตำรวจ นักร้องสาวหล่อ ‘ซี’มัฑณาวี คีแนน ได้เข้ารับการผ่าตัดสมอง หลังจากที่โดนรถกระบะวิ่งชน ขณะข้ามถนนที่หน้าโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไปทำบุญวันเกิดที่วัดปทุมวนาราม

ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัทอาร์เอส เผยถึงเหตุการณ์ที่นักร้องสาวหล่อโดนรถกระบะชนว่า ในวันนี้เป็นวันเกิดของ ‘เมย์’พิชญ์นาฎ สาขากรณ์ ซึ่ง "ซี" ตั้งใจไปร่วมทำบุญด้วยที่วัดปทุมวนาราม ซึ่ง "ซี" ได้นั่งแท็กซี่มากับพี่สาวและเพื่อน มาลงที่แยกปทุมวันเวลาประมาณ 09.00 น. เพื่อมาไหว้พระพรหมก่อน หลังจากไหว้พระพรหมเสร็จ พี่สาวของนักร้องซีขอไปซื้อกับข้าว เพื่อไปทำบุญที่วัด นักร้องสาวขอล่วงหน้าไปก่อน เพราะกลัวไปไม่ทันนัด

โดยเดินไปข้ามถนนตรงหน้าโรงพยาบาลตำรวจ ไปทางฝั่งเซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งพี่สาวที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า น้องสาวข้ามถนนจากโรงพบาลบาลตำรวจไปถึงเกาะกลาง และมองถนนด้านซ้าย ไม่ได้มองทางด้านขวา ในระว่างที่น้องสาวกำลังเดินข้ามถนน ก็มีรถกระบะซึ่งมาทางด้านขวาชนอย่างแรง จนตัวน้องสาวลอยจากพื้น และสลบทันที ทางพี่สาวจึงได้โทรแจ้งตำรวจ และมีรถโรงพยาบาลตำรวจมารับไปรักษา

อาการเบื้องต้นหลังจากเอ็กซเรย์ครั้งแรก แพทย์แจ้งว่า กะโหลกศีรษะแตก และมีเลือดออกเล็กน้อย ไหปลาร้าด้านขวาหัก ส่วนภายนอกมีหัวแตก แขนขาถลอก แพทย์จึงขอรอดูอาการอีก 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นนักร้องสาว เริ่มมีอากาศปวดหัวหนักขึ้น อาเจียนติดต่อกันถึง 3 รอบ แพทย์จึงนำตัวไปเอ็กซเรย์อีกครั้ง ซึ่งพบว่ามีเลือดออกในสมองมากขึ้น แพทย์แจ้งว่าต้องผ่าตัดภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อเอาเลือดในสมองออก

ซึ่งมีน.พ.ชนะ จงโชคดี แพทย์เวรศัลยกรรมประสาท เป็นผู้ทำการผ่าตัดให้ ในตอนนี้นักร้องสาวยังอยู่ในห้องผ่าตัด ซึ่งทีมแพทย์แจ้งว่าไม่สามารถบอกได้ว่าใช้เวลาผ่าตัดกี่ชั่วโมง ต้องเข้าไปวินิจฉัยในห้องผ่าตัด
วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 16:27 น. ข่าวสดออนไลน์


โชเฟอร์รถบาร์บีคิวฯ รับชน"นักร้องซี" อ้างเสาBTSบังมองไม่เห็น







เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ พงส.สบ.2สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุ มีรถเฉี่ยวชนคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ ถ.พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ รุดไปที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้อเชฟวี่ โคโลราโด สีขาว หมายเลขทะเบียน ตว 9956 กรุงเทพฯ เป็นรถขนส่งอาหารของ บาร์บีคิว พลาซ่า ลักษณะรถมีร่องรอยการเฉี่ยวชน ที่ประตูทางด้านซ้าย และที่บริเวณกระจกมองข้างซ้าย โดยหัวรถมุ่งหน้าไปทางแยกเฉลิมเผ่า ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง ร.พ.ตำรวจ ทราบชื่อ น.ส.มัฑณาวี คีแนน อายุ 24 ปี อยู่ถ.สุขาภิบาล5 ซ.47 แขวงออเงิน เขตสายไหม เป็นนักร้องดัง สังกัดอาร์เอสโปรโมชั่น ถูกส่งรักษาในห้องไอซียู

โดยมีนายสมพร จูตระกูล อายุ 32 ปี ม.14 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อยู่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมแสดงตัวว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว และเป็นผู้ที่เฉี่ยวชน ผู้บาดเจ็บด้วย โดย นายสมพร ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถส่งของ เพื่อมาส่งวัตถุดิบให้กับร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ย่านมาบุญครอง โดยได้ขับรถมาตาม ถ.พระราม 1 จากแยกราชประสงค์ มุ่งหน้า แยกเฉลิมเผ่า โดยใช้ช่องทางพิเศษ เป็นเลนที่ 3 ของถนนพระราม 1 ขาเข้า ขณะขับรถมาใกล้กับทางเข้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ คนเจ็บได้เดินลงมาจากเกาะกลางถนน ซึ่งขณะนั้นตนมองไม่เห็นเนื่องจากมีเสาตอม่อรถไฟฟ้า บีทีเอส บดบัง จึงทำให้รถเฉี่ยวชนผู้บาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบปากคำ จากนั้นปล่อยตัวนายสมพร พร้อมกับรถที่เฉี่ยวชนผู้บาดเจ็บไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องรอผลจากแพทย์ว่าผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสหรือไม่ ก่อนจะเรียกตัวนายสมพร มาแจ้งข้อกล่าวหา





ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจุดดังกล่าวมักมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ผู้เดินเท้าบ่อยครั้ง เนื่องจากเวลาผู้ใช้ถนนเดินเท้าข้ามจากร.พ.ตำรวจมายังห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ตรงจุดนั้นจะมีเสาต่อม่อรถไฟฟ้าบีทีเอสบดบังการเดินข้ามถนน อีกทั้งเป็นช่องทางพิเศษ ที่ผู้ขับขี่ใช้และผู้ใช้ทางข้ามมักมองเพียงรถด้านซ้าย โดยไม่มองด้านขวา ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง


"ซี อาร์เอส" สาวหล่อนักร้องดังผ่าสมองเรียบร้อยแพทย์ยันปลอดภัย
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:19 น.
















แฟนคลับโดดตัวลอย "ซี อาร์เอส" นักร้องสาวหล่อ ผ่าตัดสมองผ่านไปด้วยดี แพทย์ระบุปลอดภัย แม่และพี่สาวคนโต บินตรงจากภูเก็ต มาเฝ้าอาการด้านเจ้าของรถส่งอาหาร บาร์บีคิว พลาซ่า ผู้ก่อเหตุ ที่ยืนลุ้นอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน อ้างว่าเสาตอม่อบัง มองไม่เห็น


วันนี้ (27 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด หลังจาก น.ส.มัฑณาวี คีแนน หรือ ซี สาวหล่อ นักร้องชื่อดังแห่งค่ายอาร์เอส ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะพุ่งชน ขณะเดินข้ามถนนหน้าวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์รพ.ตำรวจ ระบุว่าเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บ มีอาการน่าเป็นห่วง โดยไหปลาร้าหัก และมีเลือดคั่งในสมองจำนวนมาก ต้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โดยมีพี่สาว และแฟนคลับที่ทราบข่าว ใจจดใจจ่อ คอยเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
โดยพี่สาว “เคท” เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ตนและ ซีได้เดินทางไปที่วัดปทุมวนาราม เพราะมีนัดกับ เมย์ พิชนาฎ เพื่อมาทำบุญวันเกิดเมย์ แต่ทางซี ได้ขอมาสักการะพระพรหมก่อน จึงให้แท็กซี่มาจอดที่ด้านหน้าพระพรหมและได้ไหว้ขอพร ก่อนเดินข้ามถนนไปที่วัดปทุมวนาราม ขณะข้ามถนน ซีได้ถูกรถกระบะที่วิ่งผ่านมาพอดีพุ่งเข้าชนอย่างจัง จนตัวลอยและตกลงมาแน่นิ่งที่พื้น สภาพหัวแตก ทำเอาตนตกใจคิดว่าซีตายแล้ว จึงร่ำไห้และรีบเข้าไปเขย่าซี ขณะเดียวกันตำรวจได้รุดมาถึงที่เกิดเหตุ และแจ้งโรงพยาบาลตำรวจให้มารับซีไปทันที
ทันทีที่ถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ ทางด้านแพทย์เวร ได้ส่งซีเข้าไปสแกนสมอง ปรากฏว่าอาการน่าเป็นห่วง กะโหลกซีกขวาร้าว,ไหปลาร้าด้านขวาหัก ร่างกายซีกขวาที่ถูกชนมีรอยถลอกปอกเปลือก อาการน่าเป็นห่วง ขณะเดียวกัน ดาราสาวเมย์ พิชนาฎ สาขากร ที่จะ มากราบไหว้พระพรหม และไม่รู้เรื่องที่ซีจะแอบมาเซอร์ไพร้ส์ แต่พอทราบข่าว ก็รีบเดินทางมายังโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมอาการของซีด้วยเช่นกัน โดยเปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าว ตนตกใจและเป็นห่วงมาก เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง ตนตั้งใจว่าจะไปทำบุญที่วัดปทุมวนารามกับแฟนคลับ ซึ่งตนไม่ทราบว่าซีจะมาเซอร์ ไพร้ส์ พอทราบข่าวว่าซีประสบอุบัติเหตุ ในระหว่างที่กำลังทำบุญวันเกิดให้ตัวเองอยู่ ก็ได้ไหว้พระขอพรให้ซีปลอดภัย จากนั้นตนก็ได้รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมอาการ
ทางด้าน พญ. ปิยะพร งามสถาพร หมอศัลยกรรม ประจำห้องฉุกเฉิน ได้สแกนสมองบาดเจ็บ และให้ซีนอนพักรอดูอาการ และจะมาเช็คอีกครั้งในตอนเที่ยง ในระหว่างนั้นซี เกิดรู้สึกตัว สะดุ้งขึ้นมา ก่อนจะร้องไห้ และตะโกนว่าปวดหัวมาก จนทุกคนตกใจ ในที่สุด พญ. ปิยะพร งามสถาพร ได้พาซี ไปสแกนสมองอีกครั้ง ปรากฏว่ามีเลือดไหลออกมามากขึ้น ตรงที่กระโหลกร้าว จากนั้นแพทย์ได้แจ้งพี่สาว ว่าต้องทำการผ่าตัดสมองด่วน พี่สาวตกใจร้องไห้โฮออกมา
ล่าสุด พล.ต.ต.นายแพทย์ชนะ จงโชคดี แพทย์เวรศัลยกรรมประสาท ได้ตัดสินใจผ่าตัดฉุกเฉินโดยเข้าไปตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น. จนเวลาผ่านไป 2 ชม. การผ่าตัดก็เสร็จเรียบร้อย โดยพล.ต.ต.นายแพทย์ชนะ เปิดเผยว่า ได้ผ่าตัดสมองนักร้องสาว ซึ่งผลการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี โดยนักร้องสาวมีอาการเลือดออกที่เยื่อหุ้มสมอง แพทย์จึงได้โกนผม เพื่อผ่าตัดกะโหลกศีรษะ และดูดเลือดที่คั่งออก จากนั้นทำการปิดกะโหลกศีรษะเข้าไปดังเดิม ล่าสุดได้ถูกนำตัวมาพักฟื้นดูอาการที่ห้องไอซียู โดยนักร้องสาวซีจะต้องใช้เวลาพักฟื้นรักษาตัวประมาณ 2 สัปดาห์
สำหรับเหตุการณ์ระทึกขวัญทำร้ายจิตใจแฟนเพลงในครั้งนี้ เกิดขึ้น เมื่อช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ พงส.(สบ.)2 สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งเหตุ มีรถเฉี่ยวชนคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดที่ถ.พระราม1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบ รถ กระบะ ยี่ห้อ เชฟวีโคโลราโด สีขาว หมายเลขทะเบียน ตว 9956 กรุงเทพ เป็นรถขนส่งอาหารของ ร้านอาหารบาร์บีคิวพลาซ่า ลักษณะรถมีร่องรอยการเฉี่ยวชน ที่ประตูทางด้านซ้าย และที่กระจกมองข้างซ้าย โดย หัวรถมุ่งหน้าไปทางแยกเฉลิมเผ่า ทราบว่า มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ตำรวจ ทราบชื่อ น.ส.มัฑณาวี คีแนน อายุ 24ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/100 ถ.สุขาภิบาล5 ซ.47 แขวงออเงิน เขต สายไหม กรุงเทพ เป็นนักร้องสาวหล่อชื่อดังเจ้าของบทเพลงง่ายๆแต่เหงา สังกัดอาร์เอสโปรโมชั่น เข้าห้องไอซียู โดยเบื้องต้นทางแพทย์ได้ช่วยเหลือเข้าห้องผ่าตัดเป็นการด่วน
สอบสวนนายสมพร จูตระกูล อายุ 32 ปี ที่อยู่ 145 /611ม.14 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่ยืนรอตำรวจอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมกับแสดงตัวว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว และเป็นผู้ที่เฉี่ยวชน ผู้บาดเจ็บด้วย โดยนายสมพร ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถส่งของ เพื่อมาส่งวัตถุดิบ ให้กับร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ที่ย่า มาบุญครอง โดยได้ขับรถมาตามถ.พระราม1 จากแยกราชประสงค์ มุ่งหน้าแยกเฉลิมเผ่า โดยใช้ช่องทางพิเศษ เป็นเลนที่3ของถนนพระราม1 ขาเข้า ขณะขับรถมาใกล้กับทางเข้าห้างเซ็นทรัลเวิลล์ คนเจ็บ ได้เดินลงมาจากเกาะกลางรถ ซึ่งขณะนั้นตนมองไม่เห็นเนื่องมีเสาตอม่อรถไฟฟ้าบีทีเอสบัง จึงทำให้รถได้เฉี่ยวชนผู้บาดเจ็บ คาดว่าผู้บาดเจ็บก็คงมองไม่เห็นรถตนเช่นกัน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำในเบื้อง จากนั้นได้ปล่อยตัวนายสมพร พร้อมกับรถที่เฉี่ยวชนผู้บาดเจ็บไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ จะต้องรอผลจากแพทย์ ว่าผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสหรือไม่ ก่อนที่จะเรียกตัว นายสมพร มาแจ้งข้อกล่าวหา
ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น. นางศรี คีแนน อายุ 57 ปีคุณแม่ของนักร้องสาวซี ได้เดินทางโดยเครื่องบินมาจากจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพี่สาวคนโตของซี คือ ลิซ่า คีแนน อายุ 30 ปี เพื่อมาดูอาการด้วยความเป็นห่วง โดยยังไม่พร้อมจะให้ข้อมูลใดๆ
สำหรับประวัติน.ส. มัฑณาวี หรือ ซี คีแนน อายุ 21 ปี เป็นลูกครึ่งสัญชาติอังกฤษ – อินโดนีเซีย ปัจจุบันศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ เอกการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำหรับผลงานที่ผ่านมา เคยถ่ายโฆษณาของเอฟเว่อร์เซ็น และถ่ายแบบหนังสือมากมาย รวมทั้งเป็นที่โด่งดังในหมู่นักท่องโลกไซเบอร์ว่าเป็นทอมที่หล่อที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย จนทำให้ทางค่ายอาร์เอส โปรโมชั่นจับเซ็นสัญญาเป็นนักร้อง อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นักร้องสาวหล่อเคยถูกหามส่งรพ.ศรีสวัสดิ์ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ หลังทรุดลงกลางเวทีผลพวงมาจากการติดเชื้อในทางเดินอาหาร เมื่อกลางดึกวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผลงานเพลงง่ายๆแต่เหงา

ด้านนายสุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ ประธานกรรมการบริหารอาร์เอส ได้ทวีตข้อความว่า เมื่อวานเจอซีตอนค่ำที่คอนเสิร์ตเฟย์ฟางแก้ว แต่เช้านี้กลับโชคร้ายถูกรถชน อาการน่าเป็นห่วงมาก กำลังรอผลจากหมออย่างใกล้ชิด.
ร้องปวีณารพ.ชุ่ยทำลูกหลังคลอดขาดออกซิเจนตาย
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 เวลา 16:09 น.




สองผัวเมียโร่ร้องปวีณาให้ความเป็นธรรม ร้องรพ.ชุ่ยทำลูกที่เพิ่งคลอด 14 ชม.ขาดออกซิเจนเสียชีวิต ขณะพยาบาลวิ่งหาถังออกซิเจนทั่วรพ.แต่ไม่มี


เรื่องสลดดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อช่วงบ่าย วันนี้ (27 พ.ค.) ที่โรงเรียนปวีณาหงสกุลการบริบาล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 75 แขวงออเงิน เขตสายไหม นายวรยุทธ์ ถาวรพร อายุ 40 ปี อาชีพ ขี่จยย.รับจ้างพร้อมนางสาวผุสชา แย้มศรี อายุ 24 ปีอาชีพแม่บ้าน สองสามีภรรยาเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีเพื่อขอความช่วยเหลือ ให้ความเป็นธรรมหลังจากที่ภรรยาซึ่งตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนเศษเข้าตรวจครรภ์ตามปรกติที่ รพ.แห่งหนึ่ง แต่แพทย์ให้ยาเร่งคลอด และไม่มีออกซิเจนทำให้ลูกชายที่เพิ่งคลอดได้เพียง 14 ชั่วโมงต้องเสียชีวิตพร้อมหลักฐานประวัติการรักษา บันทึกประจำวัน หนังสือรับรองการตายของเด็กชายทิวากร ถาวรพร ที่ระบุสาเหตุการตายเนื่องจากหัวใจล้มเหลว มายืนยันด้วย
นายวรยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากที่ภรรยาได้ตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้พาภรรยาไปฝากครรภ์ที่ รพ.ชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยใช้สิทธ์บัตรประกันสุขภาพทั่วหน้า ต่อมาวันที่ 9 พ.ค.ทาง รพ. แจ้งว่าภรรยาตนน่าจะคลอดก่อนกำหนดเด็กจะตัวเล็ก และน้ำหนักน้อย ควรต้องอยู่ตู้อบ แต่เนื่องจาก รพ.มีคนไข้จำนวนมาก เกรงว่าตู้อบจะไม่เพียงพอจึงต้องส่งตัวไปที่ รพ.เอกชน แห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เมื่อไปพบแพทย์ที่ รพ.เอกชนดังกล่าว ก็ได้พบแพทย์ และนัดพบอย่างต่อเนื่อง จนภรรยาคลอดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ทั้งที่เพิ่งจะอยู่ในท้องได้แค่ 7 เดือน พอคลอดออกมาก็ไม่มีตู้อบอีก ทำให้ลูกตนต้องขาดอากาศเสียชีวิต
ด้านนางสาวผุสชา คุณแม่ที่เพิ่งเสียลูกไปกล่าวทั้งน้ำตาว่า ล่าสุดมีอาการปวดท้องจึงไปพบแพทย์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.หมอได้ใช้มือล้วงเข้าไปในช่องคลอดจนมีเลือดออกและบอกว่าเด็กจะคลอดแล้วทั้งๆที่ท้องได้เพียง 7 เดือน จากนั้นก็นอนพักที่ รพ.จนช่วงเย็นได้เข้าห้องคลอด ได้คลอดลูกชายออกมาตามธรรมชาติมีน้ำหนักเพียง 1.9 กก.หมอบอกว่าเด็กแข็งแรงดี หลังจากที่กลับมาห้องพักฟื้นพยาบาลได้พาลูกที่ใส่หน้ากากมีสายออกซิเจน ใส่รถเข็นและมีถังออกซิเจนอยู่ด้วย สังเกตเห็นว่าลูกสะอึกอยู่ตลอดเวลา พยาบาลยังบอกอีกว่าถ้าเอาลูกออกมาให้นม ต้องปิดวาวล์ถังออกซิเจนด้วยเพราะใกล้จะหมด เมื่อสอบถามหมอที่ทำคลอดว่า จะต้องนำเด็กเข้าตู้อบหรือไม่ ก็บ่ายเบี่ยงที่จะไม่ตอบบอกว่าต้องไปถามหมอสูตินรีเวช แต่พอถามมากๆ หมอก็บอกว่าต้องไปดูก่อนว่าตู้อบเสียหรือไม่พอ
"ตนให้นมลูกครั้งสุดท้ายตอนเที่ยงคืน แล้วก็เปิดออกซิเจนไว้เหมือนเดิม จนกระทั่งใกล้เช้าก็มองดูลูกเห็นว่าที่แขนมีรอยเขียวช้ำ จึงร้องเรียกพยาบาลให้มาดู ปรากฏว่าลูกอาการแย่แล้ว เมื่อหมอมาดูก็รีบสั่งให้พยาบาลไปหาออกซิเจนมาเปลี่ยน แทนถังเก่า แต่ทั้งรพ.กลับไม่มีออกซิเจนเลย จนต้องวิ่งหากันโกลาหล จนลูกหยุดหายใจ หมอกับพยาบาลก็ช่วยปั๊มกันหัวใจขึ้นมาได้ แต่ก็ยังหาออกซิเจนไม่ได้อีก สักพักลูกตนก็หยุดหายใจอีกครั้ง และพยายามปั๊มหัวใจเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นแล้ว หมอได้มาบอกให้พ่อกับแม่ทำใจ และย้ายตนจากห้องธรรมดาไปอยู่ห้องพิเศษ เท่ากับว่าตนเป็นแม่ได้เพียง 14 ชม.เท่านั้น โดยพยายามจะถามซักว่าต้องการให้ทางรพ.ช่วยอะไรบ้าง ซึ่งตนกับสามีเสียใจมากที่ต้องสูญเสียลูกคนแรก และยังทำใจไม่ได้ ที่ข้องใจคือ ทำไม รพ.แห่งแรก ต้องส่งตนมาที่นี่ด้วย จนสุดท้ายทำให้ลูกต้องมาตาย อยากให้นางปวีณาช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายและไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก" แม่ผู้สูญเสีย กล่าว
ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจแทนพ่อแม่เด็ก ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้น จะต้องตรวจสอบหาสาเหตุการตายว่ามาจากอะไร สงสัยว่าเด็กที่คลอดก่อนกำหนดเพียงแค่ 7 เดือน จะต้องเข้าตู้อบอยากทราบว่า รพ.ดังกล่าวนี้มีตู้อบหรือไม่ และการขาดออกซิเจนใช่สาเหตุของการตายที่แท้จริงหรืออย่างไร เบื้องต้นได้โทรศัพท์ ไปประสานงานกับ นพ.สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และว่าที่ รต.ธรกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาธิการที่ปรึกษารมว.สาธารณสุขแล้วว่า ในวันพรุ่งนี้จะพาพ่อและแม่เด็กไปพบเพื่อเรียกร้องสิทธิ.
ล่าสุด พล.ต.ต.นายแพทย์ชนะ จงโชคดี แพทย์เวรศัลยกรรมประ ...
sakdath โพสต์เมื่อ 27-5-2012 17:58


พี่สาวซี และ เมย์ เล่านาทีที่รถชน

นครนายกเดือด!คนร้ายใช้อาร์ก้ายิงถล่มผู้สมัคร ส.จ.ดับคาเก๋ง
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 09:58 น.






การเมืองนครนายกเริ่มเดือด คนร้ายตามประกบยิงอาร์ก้าถล่มผู้สมัคร ส.จ. จนพรุนดับคารถยนต์ ญาติคาดเหตุจากเรื่องทางการเมืองท้องถิ่นแน่นอน

เมื่อกลางดึก วันนี้(28 พ.ค.) ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ จิระพฤฒิศิริ ร้อยเวร สภ.เมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ บริเวณหน้าวัดใหญ่โพธาราม (วัดกลาง) หมู่ 1 ต.ท่าทราย อ.เมืองนครนายก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิคม ขำชื่น ผกก.สภ.เมืองนครนายก พ.ต.ท.ธณสาร วรรธณะชีพ สว.สส.ฯ แพทย์เวร ร.พ.นครนายก และหน่วยกู้ภัยสว่างอาริยะธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านยืนดูจำนวนมาก พบรถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด สีแดงเลือดหมู ทะเบียน 8ฐ-3168 กทม. จอดหน้าทิ่มลงไปในพงหญ้าข้างทาง โดยเครื่องยนต์รถยังทำงานอยู่ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเป็นรูพรุนรอบทั้งคัน กระจกรถแตก พบร่าง นายสยุมพลหรือเก่ง ศรีสุข อายุ33ปีอยู่บ้านเลขที่57/3ม.1ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะนั่งคนขับ
เจ้าหน้าที่ พฐ. ได้พลิกศพ พบว่าผู้ตายถูกยิงด้วย อาวุธปืนอาร์ก้า จนศีรษะฉีกขาด และมีบาดแผลถูกยิงทั่วตัว ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนอาร์ก้า 14 ปลอก ตกหล่นอยู่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเจอหลักฐานสำคัญบางอย่างของคนร้าย ที่ตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี
จากการสอบสวนทราบว่า นายสยุมพล ผู้ตายนั้นกำลังเตรียมตัวที่จะลงสมัคร ส.จ.เขตอำเภอเมืองนครนายก ซึ่งเป็นท้องถิ่นของตนเอง ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ รวมทั้งชาวบ้านในละแวกดังกล่าวไม่กล้าจะให้ปากคำที่เป็นประโยชน์แก่พนักงานสอบสวน ส่วนทางญาตินั้น คาดว่าน่าจะมาจากการที่ผู้ตายลงมาเล่นการเมืองท้องถิ่นอย่างแน่นอน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงแบ่งเขตเลือกตั้งกัน แต่มาถูกยิงเสียชีวิตเสียก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยังไม่ตัดประเด็นในเรื่องอื่น และจะเร่งหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.
บุกยิงแคชเชียร์แม่ลูกอ่อนดับ
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 08:13 น.




คนร้ายโหดใช้อาวุธปืนจ่อหัวสาวแคชเชียร์ดับคาที่ คาดสาเหตุมาจากเรื่องภายในไนต์คลับที่ผู้ตายทำงานอยู่ ขณะที่ลูกสาววัย 4 เดือน นอนร้องไม่หยุดเหมือนรู้แม่เสียชีวิต

เมื่อช่วงกลางดึก ของเช้าวันนี้(28พ.ค.) ร.ต.ท.อุกฤษ แพงไพสงค์ ร้อยเวร สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในหมู่บ้านกานดา 2 หมู่ 3 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี และหน่วยกู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุพบศพนางรัตนา แซ่เตียว อายุ 39 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานแคชเชียร์ อยู่ที่ไนต์คลับแห่งหนึ่ง ใน จ.ตราดหญิง สภาพนอนหงายหน้า สวมเสื้อลายแขนสั้น นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่บริเวณกลางศีรษะด้านหลัง กระสุนทะลุหน้าผาก 1 นัด นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านข้างโต๊ะม้าหินอ่อน ในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืน 1 นัด ตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ยินเสียงเด็กหวีดร้อง จึงหาต้นตอของเสียง จนพบทารกเพศหญิงวัย 4 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ตาย นอนร้องไห้ไม่หยุดคล้ายจะรู้เรื่องว่ามารดาเสียชีวิตแล้วอยู่ในเปลตรงมุมของบ้าน ท่ามกลางความสลดหดหู่ของผู้ที่พบเห็นอย่างมาก
นางจำลอง เทสะ อายุ 60 ปี แม่ผู้ตาย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินทางมาหาผู้ตาย ซึ่งตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ผู้ตายเรียกผู้หญิงคนดังกล่าวว่า ซ้อ ได้เข้ามาพูดคุยเรื่องสำคัญบางอย่าง จนกระทั่งเวลา 01.00 น. ได้มีผู้ชายมาเคาะประตูบ้านเสียงดัง ตะโกนให้ผู้ตายออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ซึ่งขณะนั้นตนเองกำลังไปชงนมให้หลานสาว ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบวิ่งออกมาดูพบว่า ลูกสาวถูกยิงจนเสียชีวิตแล้ว ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป
สอบสวนทราบว่า คนร้ายเป็นคนที่ผู้ตายรู้จักดี น่าจะเรียกมาเคลียร์ปัญหาในเรื่องบางอย่าง เกี่ยวกับไนต์คลับที่ผู้ตายทำงานอยู่ แต่ตกลงกันไม่ได้ จนมีปากเสียงกัน จากนั้นคนร้ายได้เดินเข้ามาด้านหลังผู้ตาย จะชักอาวุธปืนจ่อยิงกลางศีรษะ ทะลุหน้าผาก และได้หลบหนีไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.
วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 10:15 น. ข่าวสดออนไลน์


ดูจะจะ"เห็ดพิษ"หรือ"เห็ดไข่ห่าน"! ชาวบ้านเก็บมากิน ดับแล้ว 6 ร่อแร่2 ส่งรพ.อีก4 สธ.เร่งพิสูจน์


ว่าที่ร้อยตรี อัสชล บุญมาดำ นักวิชาการชำนาญการ จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสบเมย และ นายกฤต วงศ์น้อย หัวหน้าสถานีอนามัยแม่กองแป ได้เดินทาง พร้อม นายไมตรี ชีวพิพัฒกุล ราษฏร บ้านป่าโปงสูง ต.ป่าปง อำเภอสบเมย จ .แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปเก็บเห็ดจากป่ามาแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน ปรุงอาหารจนส่งผลทำให้เพื่อนบ้าน เสียชีวิตไป 6 ราย ได้พาเจ้าหน้าที่ ไปดูพื้นที่เก็บเห็ดพิษในป่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เพื่อนำตัวอย่างมาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งพื้นที่ที่เก็บเห็ดพิษ นั้นอยู่ห่างจากพื้นที่การเกษตร และ พบว่ามีเห็ดหลากหลายชนิดเกิดขึ้น คล้าย ๆ กับพวกเห็ดไข่ห่าน บางชนิดมีวงแหวนรอบ บางชนิดไม่มี ซึ่งดูความแตกต่างของเห็ดพิษและไม่พิษไม่ออก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างเห็ดทั้งหมด เพื่อส่งไปยัง สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข อีกครั้ง






นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า ในระยะเวลานี้มีจำนวนผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษเพิ่มมาก ขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนบ้านป่าโปงสูง ต.ป่าปง อำเภอสบเมย จ .แม่ฮ่องสอน รับประทานเห็ดพิษ เสียชีวิตไปแล้ว 6 ราย ยังรักษาอาการอยู่ 2 ราย ล่าสุดได้รับรายงานว่า มีประชาชนบ้านคอนผึ้ง ตำบลแม่คะตวน อ.สบเมย จ. แม่ฮ่องสอน รับประทานเห็ดพิษ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสบเมย จ .แม่ฮ่องสอนอีก จำนวน 4 ราย ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ 2 ราย และอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลสบเมย 2 ราย




"เห็ดที่ชาวบ้านเก็บมาบริโภค มีลักษณะคล้ายเห็ดชะโงก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเห็ดไข่ห่าน ไข่เหลือง สามารถทำลายเซลส์เกือบทุกส่วนของร่างกาย อาการจะเริ่มเมื่อได้รับพิษประมาณ 6-12 ชั่วโมง หรือบางรายอาจถึง 24 ชั่วโมง เริ่มจากทางเดินอาหารผิดปกติ อาเจียน ท้องเดิน เป็นตะคริว ความดันโลหิตต่ำ ผู้ที่ได้รับพิษอาจตายในระยะแรกที่ตับบวมโต เจ็บบริเวณตับและตับไม่ทำงานตามปกติ ดังนั้นจึงประกาศให้ประชาชนงดนำเห็ด ไข่ห่านหรือไข่เหลืองมาปรุงอาหารบริโภค เนื่องจากไม่สามารถแยกออกได้ว่าเป็นเห็ดพิษหรือเห็ดที่กินได้ และอย่านำเห็ดที่ไม่รู้จัก มาปรุงอาหารอาจเป็นเห็ดมีพิษทำให้ถึงตายได้" นพ.ไพศาลระบุ



นพ.ไพศาล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันจากการรักษายังไม่มียาต้านพิษโดยเฉพาะทำให้ผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษ เข้าไป พิษจะไปทำลายตับมากที่สุด และทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะภายในร่างกาย ทั้งลำไส้ กระเพาะอาหาร ไต บางชนิดทำลายระบบประสาท คนที่รับประทานเห็ดพิษเข้าไปปริมาณมาก ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตแทบทุกราย ควรเลือกรับประทานเห็ดที่รู้จัก และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ซึ่ง เห็ดที่ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานกัน เช่น เห็ดไข่ เห็ดถอบ เห็ดโคน เห็ดหล่ม เป็นต้น




ที่มา มติชนออนไลน์


อาการน้องซี นักร้องสาวทอมอาการดีขึ้น รู้สึกตัวดี พูดด้วยรู้เรื่อง ไม่สับสน หายใจเองได้ เตรียมให้ออกจากห้องไอซียูแล้ว เชื่ออีกไม่นานกลับบ้านได้ ส่วนคนขับรถ นำกระเช้ามาเยี่ยม และกล่าวขอโทษกับครอบครัวน้องซี ซึ่งไม่ติดใจเอาความ เพราะเชื่อเป็นอุบัติเหตุ

วันนี้ (28 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รพ.ตำรวจ พ.ต.อ.สุพล จงพาณิชย์กุลธร โฆษกรพ.ตำรวจ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศิริกุล เจียรนัยขจร รองโฆษก รพ.ตำรวจ พ.ต.ต.ชนะ จงโชคดี นพ.สบ2 กลุ่มงานศัลยกรรม แพทย์เจ้าของไข้ ร่วมกันแถลงถึงอาการบาดเจ็บของ น.ส.มัฑณาวี คีแนน หรือ ซี สาวหล่อ ลูกครึ่งอังกฤษ-อินโดนีเซีย นักร้องค่ายอาร์เอส ที่ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถกระบะพุ่งชน ขณะเดินข้ามถนนพระราม 1 หน้ารพ.ตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเข้าผ่าตัดสมอง พักรักษาตัวที่ห้อง ICU ร.พ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมี นางซรี่ คีแนน อายุ 57 ปี แม่ น.ส.ลิซ่า คีแนน อายุ 31 ปี น.ส.แคทเธอรีน คีแนน อายุ 28 ปี ครอบครัว ของ ซี และ นายจงเบ ปาร์ค นักร้องค่ายคีโอติค ร่วมแถลงด้วย

พ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า ทางแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเอาเลือดที่คั่งออก และปิดกะโหลกศีรษะไว้เหมือนเดิม ซึ่งหลังผ่าตัด น.ส.มัฑณาวีแล้ว อาการโดยรวมดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดด้วยรู้เรื่อง ไม่สับสน หายใจเอง ไม่เหนื่อยหอบ บริเวณศีรษะมีแผลผ่าตัด มีท่อระบายเลือดอยู่ 1 เส้น มีเลือดออกเล็กน้อยบริเวณหน้า หลังมือ นิ้วมือ สองข้างมีแผลถลอกเล็กน้อย กำลังของขาทั้งสองข้างปกติ ยกเว้นแขนขวามีกำลังน้อยกว่าแขนซ้ายเล็กน้อย เนื่องจากมีอาการหักของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย นอกจากนี้ผู้ป่วยมีอาการปวดแผล คลื่นไส้เป็นบางครั้ง ซึ่งแพทย์ให้ยาแก้ปวดและแก้คลื่นไส้ เป็นระยะ ทั้งนี้ ต้องรอดูอาการอีก 1-2 สัปดาห์ หากอาการดีขึ้นก็พักฟื้นที่บ้านได้

ด้านพ.ต.ต.ชนะ แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า หลังผ่าตัดเสร็จแล้วจะต้องรอดูอาการอีก 1-2 สัปดาห์ โดยจะทำการเอ็กซเรย์สมองอีกครั้ง เพื่อตรวจหาดูอาการทางสมองว่ามีผลกระทบอะไรกับร่างกายส่วนอื่นหรือไม่ ส่วนกระดูกไหปลาร้าที่หัก จะผ่าตัดอีกครั้งหลังจากอาการทางสมองดีขึ้นแล้ว หลังจากนั้นจะเฝ้าประเมินติดตามอาการอีก 1-2 เดือน ว่าจะพร้อมไปร้องเพลงและเต้นได้หรือยัง ทั้งนี้ คาดว่าพรุ่งนี้ผู้ป่วยจะออกจากห้องไอซียูได้ และพักฟื้นที่ห้องพิเศษ เนื่องจากอาการโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ถือว่าโชคดีที่เกิดเหตุหน้ารพ.พอดี ประกอบด้วยอายุยังน้อย ร่างกายแข็งแรงทำให้การฟื้นตัวของร่างกายดีขึ้น

นางซรี่ มารดาคนไข้ กล่าวว่า สำหรับคนขับรถชน ภายหลังเกิดเหตุก็อยู่กับน้องซีตลอด จนถึงส่งน้องซีเข้าห้องผ่าตัดที่ห้องไอซียู รพ.ตำรวจ ก็ยังนั่งเฝ้าจนผ่าตัด เขาได้ขอโทษทางญาติแล้ว และบอกว่ไม่ได้ตั้งใจ ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจเอาความเพราะรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ส่วนคดีความขึ้นกับเจ้าหน้าทีตำรวจ ขอบคุณแฟนคลับของน้องซีทุกคนที่ให้กำลังใจ ตอนนี้ น้องซีมีกำลังใจดีมาก และหลังจากหายดีแล้วจะกลับไปร้องเพลงเหมือนเดิมแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าห้องไอซียูตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีบรรดาแฟนคลับของน้องซีนำกระเช้าดอกไม้มาให้กำลังใจ และเซ็นชื่อในสมุดเข้าเยี่ยม เนื่องจากแพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมด้านใน นอกจากครอบครัว นอกจากนี้ ยังมี เมย์ พิชย์นาถ และ นายจงเบ ปาร์ค นักร้องวง เคโอติค ได้นำดอกไม้มามอบให้ครอบครัวน้องซีเพื่อให้กำลังใจด้วย

ส่วนช่วงบ่ายมี นายสมพร จูตระกูล อายุ 32 ปี คนขับรถกระบะขนส่งอาหารให้กับร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ที่ขับรถชน น้องซี ได้นำกระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมพร้อมเซ็นชื่อในสมุดเข้าเยี่ยมด้วยว่า “หายเร็ว ๆ นะซี ผมขอโทษ ผมเสียใจมาก"
ยืนยัน! คดีสังหารโหดจริง จุดกระแส “ปีศาจกินคน” กระฉ่อนทั่วโลก



ภาพคนหายที่แปะประกาศหาตัวในหมู่บ้านหนานเหมิน คดีสังหารโหดกินเนื้อคนนี้กระจายเป็นพาดหัวข่าวไปทั่วโลก (ภาพเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์)
เอเอฟพี - สำนักข่าวซินหวาของจีนออกมายืนยัน (27 พ.ค.) ว่าชายผู้หนึ่งที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม หลังถูกต้องสงสัยว่าสังหารโหดชาวบ้านไป 11 รายเป็นเรื่องจริง ตีแผ่กระแส “ปีศาจกินเนื้อคน” ไปทั่วโลก

รายงานข่าวจากจีนและฮ่องกงเผย (25 พ.ค.) ว่านายจัง หย่งหมิง วัย 56 ปี เป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมโหดในเมืองคุนหมิง นายจังผู้นี้ต้องคดีฆ่าคนมาก่อนแล้วและถูกพิพากษาให้ถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ไม่รู้เหตุใดหลังถูกจองจำได้ 18 ปี ก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อปี 2540 และเขาก็ก่อคดีฆ่าคนโดยนำศพมาสับเป็นท่อนแบ่งขายให้กับลูกค้าในตลาด

สำนักข่าวกว่างซีนิวส์ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นายจัง ถูกเจ้าหน้าที่กักตัวไว้กว่า 2 สัปดาห์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของเมืองคุนหมิง เขากลายเป็นที่รู้จักในนาม “ปีศาจกินเนื้อคน”

กว่างซีนิวส์ยังอ้างคำให้การของชาวบ้าน ระบุว่าพบถุงพลาสติกสีเขียวแขวนอยู่ในบ้านของนายจัง ซึ่งดูแล้วมีกระดูกสีขาวโผล่อยู่บริเวณปากถุง

สำนักข่าวซินหวาของรัฐบาลจีนไม่ได้กล่าวถึงการกินเนื้อคนเป็นประเด็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับประเด็นการสังหารโหดต่อเนื่องมากกว่า กอปรกับให้ข้อมูลคดีที่มีความคล้ายคลึงกันที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเล็กน้อย

รายงานก่อนหน้านี้ของซินหวาระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งได้ส่งหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญลงไปยังมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) เพื่อไต่สวนคดีที่เกิดขึ้นแล้ว โดยให้คำแนะนำและขุดหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนหายตัวไปจำนวนมากให้กระจ่าง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดาสื่อเกือบทั้งหมดรายงานเรื่องราวเขย่าขวัญ กลายเป็นพาดหัวข่าวดังไปทั่วโลก แต่ต่อมาไม่นานสื่อจีนก็ถูกลบเนื้อหาข่าวออกและถูกบล็อกคำค้นเกี่ยวกับ “การหายตัวในยูนนาน”

สื่อจีนปกติจะไม่ถูกปิดกั้นด้านการรายงานข่าวคดีอาชญากรรมที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง ขณะนี้หลายฝ่ายคงยังไม่เข้าใจว่า คดีนี้ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเมือง เหตุใดจึงถูกทางการจีนปิดกั้นการ.เข้าถึง

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะประเด็นการกินเนื้อคนเป็นเรื่องอ่อนไหวในจีน เพราะเคยเกิดขึ้นในยุคสมัยที่ประชาชนอดอยาก ดังเช่นในยุคเริ่มต้นขับดันการปฏิวัติอุตสาหกรรมของจีนช่วงปลายทศวรรษ 1950

รายงานข่าวฯ อ้างถึงกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์ระบุว่า “หลักฐานเกี่ยวกับซากชิ้นส่วนและการเปรียบเทียบดีเอ็นเอบ่งชี้ว่า นายจัง หย่งหมิง แห่งหมู่บ้านหนานเหมิน อำเภอจิ้นหนิง ได้สังหารโหดเหยื่อไป 11 ราย”

“หลังจากการสังหารแล้ว นายจังใช้วิธีการหลากหลาย ตั้งแต่การตัดแขนตัดขา เผา ฝัง เพื่อทำลายหลักฐาน”

เล่ากันว่า นายจังมักจะดักรอเหยื่อที่เดินมาคนเดียวใกล้กับบริเวณบ้านของเขาและเข้าจู่โจม

“เดอะสแตนดาร์ด” หนังสือพิมพ์ในฮ่องกงเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพบลูกตามนุษย์ดองเหล้าอยู่ในโถ ตลอดจนเนื้อคนแขวนตากแห้งอยู่ในบ้านนายจัง

ตำรวจสงสัยกันว่า นายจังเลี้ยงสุนัข 3 ตัวด้วยเนื้อและกระดูกคน ขณะที่แบ่งขายเนื้อคนในท้องตลาดด้วย โดยอ้างว่าเป็นเนื้อนกกระจอกเทศ

เมื่อวันอาทิตย (27 พ.ค.) สำนักข่าวซินหวารายงานโดยอ้างแถลงของกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์ว่า รัฐบาลจะได้ทำงานกับท้องถิ่นเพื่อลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ชาวเน็ตแสดงความผิดหวัง ว่าเจ้าหน้าที่ไม่เร่งจัดการปัญหาแต่เนิ่นๆ เป็นเหตุให้เกิดคดีเขย่าขวัญเช่นนี้
ฆ่าเมียทารุณโยนศพทิ้งเจ้าพระยา
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 15:55 น.













หนุ่มแค้นเมียขู่ไม่ได้เงินจะไม่ให้อึ้บ บุกสังหารทารุณตายคาบ้าน ก่อนขนศพใส่ท้ายปิกอัพไปโยนทิ้งเจ้าพระยา ตร.รวบตัวได้ทันควัน


เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.ประเสริฐ พิมเสน สารวัตรเวร สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทที่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 2 ต.พระแก้ว อ.ภาชี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก. รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบภายในบ้านมีเลือดไหลนองเต็มพื้นบ้าน และพบมีดปลายแหลม ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 เล่ม ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าถูกผู้ก่อเหตุนำตัวขึ้นรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรตัน สีขาว ทะเบียน ฒค848 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดจับกุม
ต่อมาศูนย์วิทยุอยุธยา ได้รับแจ้งจากประชาชนที่นั่งตกปลาอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาถนนเลี่ยงเมืองสาย 356 หลักกม.4-5 หมู่ 4 ต.บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา ว่า มีรถกระบะซึ่งตรงกับที่ทาง สภ.ภาชี แจ้งสกัดจับมาจอดแล้วโยนศพลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นขับรถหลบหนีมุ่งไปทางถนนสายเอเชียอย่างรวดเร็ว จึงได้วิทยุสกัดจับกุม
กระทั่ง พ.ต.ท.ชูสิทธิ์ อุดมกิจมงคล สวป.สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งกำลังตั้งจุดสกัดบนถนนสายพหลโยธิน หลักกม.48-49 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน พบเห็นรถของคนร้ายขับมาด้วยความเร็ว จึงใช้รถยนต์ขับเข้าประกบ แล้วบังคับให้จอด คนร้ายจึงได้ยอมจำนน ทราบชื่อนายภูมินทร์ หรือทิว สมชายดี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/27 ซอยอินทามระ1 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร สภาพตามร่างกายเปื้อนเลือด ภายในรถพบเสื้อเชิ้ตสีแดงเปื้อนเลือด อาวุธมีดปังตอ 2 เล่ม ในกระบะพบฝาตู้เสื้อผ้า จอบและเสียม 2 อัน เปราะคราบเลือด ต่อมา พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ 1 พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว. ได้เดินทางมาสอบสวนผู้ต้องหา
โดยนายภูมินทร์ ให้การรับสภาพว่า มีอาชีพเป็นพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ และเป็นคนลงมือฆ่านางนภาพรรณ สีหราช อายุ 27 ปี ภรรยาซึ่งมีอาชีพขายไอศกรีมในตลาดภาชี โดยคบหากันมา 1 ปี ตนเองช่วยเหลือผู้ตายและลูกติดกับสามีเก่า 3 คน มาโดยตลอด ผู้ตายจะขอเงินใช้ครั้งละ 3-4 พันบาทเป็นประจำทุกสัปดาห์ จนก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้โทรศัพท์ขอเงิน 4,000 บาท ตนเองบอกไปว่ายังไม่มีให้รอก่อน แต่กลับถูกผู้ตายต่อว่าอย่างรุนแรง และบอกว่าถ้าหาเงินมาให้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมานอนด้วยกัน จึงเกิดความแค้นเตรียมอาวุธมีดปลายแหลมและมีดปังตอ มาฆ่าผู้ตาย เมื่อมาถึงที่บ้านพบว่าผู้ตายอยู่เพียงคนเดียวจึงลงมือใช้อาวุธมีดที่เตรียมมา แทงเข้าที่บริเวณหน้าอกไป 1 ครั้ง ผู้ตายร้องขอชีวิต จากนั้นได้ใช้มีดแทงซ้ำอีกหลายครั้ง แต่ผู้ตายยังไม่เสียชีวิต จึงใช้มีดปังตอปาดคอเพื่อให้หลอดลมขาด จากนั้นได้ลากศพผู้ตายออกจากบ้านเพื่อจะนำขึ้นรถกระบะ ขณะนั้นเห็นว่าผู้ตายยังขยับตัวได้จึงถอยรถทับ แล้วลากศพขึ้นรถขนศพไปทิ้ง แต่เกรงว่าจะมีคนเห็นจึงขึ้นบ้านไปงัดเอาฝาตู้เสื้อผ้ามาปิดทับร่างเอาไว้ ก่อนนำไปโยนทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำกำลังประดาน้ำมางมค้นหาผู้เสียชีวิตจนพบอยู่ห่างจากจุดโยนศพประมาณ 10 เมตร สภาพสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงกีฬาขาสั้นสีเทา ตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงหลายแห่งกว่า 10 แผล ที่บริเวณลำคอถูกปาดด้วยของมีคมจนเหวอะหวะ ทาง พล.ต.ต.อนุรักษ์ จึงนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บนสะพานที่เกิดเหตุ และบ้านพักของผู้เสียชีวิต
“ซี สาวหล่อ”อาการดีขึ้นแล้ว
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 21:57 น.








คณะแพทย์ระบุรอดูผล1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดกระดูกไหปลาร้า ด้านคนขับรถคู่กรณีเขียนสมุดเยี่ยมขอโทษ ญาติไม่ติดใจเอาความ

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.หญิง ศิริกุล เจียรนัยขจร พยาบาล (สบ3 ) รองโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยอาการของ น.ส.มัฑณาวี คีแนน หรือ ซี สาวหล่อ ลูกครึ่งอังกฤษ-อินโดนีเซีย นักร้องค่ายอาร์เอส ที่ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถกระบะพุ่งชน ขณะเดินข้ามถนนบริเวณแยกราชประสงค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเข้าผ่าตัดสมอง พักรักษาตัวที่ห้อง ICU รพ.ตำรวจ ว่า อาการวันนี้ดีขึ้นมาก จากที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจก็ถอดออกได้แล้ว และสามารถพูดคุยถามตอบได้รู้เรื่อง แต่ยังต้องอยู่รอดูอาการในห้อง ICU อีก 1-2 วัน ว่ามีอาการแทรกซ้อนอะไรหรือไม่ หากไม่พบสิ่งผิดปกติ คนไข้หายใจได้ดีขึ้นก็จะสามารถย้ายไปพักฟื้นยังห้องผู้ป่วยพิเศษได้ ส่วนรายละเอียดขณะที่เกิดเหตุ ทางแพทย์ยังไม่ได้ถาม เพียงแค่ถามคำถามทั่วไปธรรมดา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้ น.ส.มัฑณาวี ต้องถูกส่งเข้ารักษาตัวเป็นการด่วนนั้น เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ พนักงานสอบสวน(สบ2) สน.ปทุมวัน รับแจ้งอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนพระรามที่ 1 บริเวณด้านข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะเชฟโลเล็ต โคโลราโด สีขาว ทะเบียน ตว 9956 กรุงเทพมหานคร ดัดแปลงเป็นรถขนส่งวัตถุดิบของร้านอาหารบาร์บีคิวพลาซ่า ลักษณะรถมีร่องรอยการเฉี่ยวชนที่ประตูทางด้านซ้าย และที่บริเวณกระจกมองข้างซ้าย หัวรถมุ่งหน้าไปทางสี่แยกเฉลิมเผ่า ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ตำรวจ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.มัฑณาวี เบื้องต้นพบว่าอาการสาหัส กะโหลกซีกขวาร้าว ไหปลาร้าขวาหัก ร่างกายซีกขวามีบาดแผลฉกรรจ์ แพทย์ต้องนำร่างเข้าห้องไอซียูเพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ น.ส.มัฑณาวี พร้อมกับ น.ส.แคทรีน คีแนน อายุ 29 ปี พี่สาว และแฟนเพลง นั่งรถแท็กซี่จะไปวัดปทุมวนาราม เพื่อร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดของดาราสาว เมย์-พิชนาฎ สาขากร แต่มาก่อนเวลา นักร้องสาวหล่อจึงชวนไปสักการะพระพรหมที่โรงแรมเอราวัณ หลังจากนั้นได้พากันเดินข้ามถนนมาฝั่ง รพ.ตำรวจ แล้วเดินข้ามถนนอีกครั้งไปฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะอยู่ตรงเกาะกลาง รถคู่กรณีซึ่งวิ่งสวนเลนมาได้ตามกฎจราจรในช่วงเช้า แต่ทั้งหมดไม่รู้ ทำให้ไม่ทันระวัง น.ส.มัฑณาวี จึงถูกพุ่งชนเข้าอย่างจังได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน นายสมพร จูตระกูล อายุ 32 ปี คนขับรถกระบะ ได้ลงจากรถมาให้การช่วยเหลือ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังจะไปส่งของที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง โดยขับมาตามถนนพระรามที่ 1 จากแยกราชประสงค์ มุ่งหน้าแยกเฉลิมเผ่า โดยใช้ช่องทางพิเศษเป็นเลนที่ 3 ขณะขับมาใกล้ทางเข้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ผู้บาดเจ็บได้เดินลงมาจากเกาะกลางถนน แต่ตนเองมองไม่เห็นเนื่องมีเสาตอม่อรถไฟฟ้าบังอยู่ จึงทำให้เฉี่ยวชนผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนายสมพรไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไป ซึ่งจะได้เรียกตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในภายหลัง
ต่อมา พ.ต.อ.สุพล จงพาณิชย์กุลธร โฆษก รพ.ตำรวจ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศิริกุล เจียรนัยขจร รองโฆษกฯ พ.ต.ต.ชนะ จงโชคดี นพ.สบ2 กลุ่มงานศัลยกรรม แพทย์เจ้าของไข้ ร่วมกันแถลงข่าวอาการบาดเจ็บของ น.ส.มัฑณาวี ว่า แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเอาเลือดที่คั่งออก และปิดกะโหลกศีรษะไว้เหมือนเดิม ซึ่งหลังผ่าตัด น.ส.มัฑณาวี อาการโดยรวมดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดด้วยรู้เรื่อง ไม่สับสน หายใจเอง ไม่เหนื่อยหอบ บริเวณศีรษะมีแผลผ่าตัด มีท่อระบายเลือดอยู่ 1 เส้น เลือดออกเล็กน้อยบริเวณหน้า หลังมือ นิ้วมือ สองข้างมีแผลถลอกเล็กน้อย กำลังของขาทั้งสองข้างปกติ ยกเว้นแขนขวามีกำลังน้อยกว่าแขนซ้ายเล็กน้อย เนื่องจากมีอาการหักของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย นอกจากนี้ผู้ป่วยมีอาการปวดแผล คลื่นไส้เป็นบางครั้ง ซึ่งแพทย์ให้ยาแก้ปวดและแก้คลื่นไส้เป็นระยะ ทั้งนี้ต้องรอดูอาการอีก 1-2 สัปดาห์ หากอาการดีขึ้นก็พักฟื้นที่บ้านได้
ด้าน พ.ต.ต.ชนะ แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า อีก 1-2 สัปดาห์จะทำการเอ็กซเรย์สมองอีกครั้ง เพื่อตรวจดูอาการทางสมองว่ามีผลกระทบอะไรกับร่างกายส่วนอื่นหรือไม่ ส่วนกระดูกไหปลาร้าที่หัก จะผ่าตัดอีกครั้งหลังจากอาการทางสมองดีขึ้น หลังจากนั้นจะเฝ้าประเมินติดตามอาการอีก 1-2 เดือน ว่าจะพร้อมไปร้องเพลงและเต้นได้หรือยัง ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้ผู้ป่วยจะออกจากห้องไอซียูได้ และพักฟื้นที่ห้องพิเศษ เนื่องจากอาการโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตามถือว่าโชคดีที่เกิดเหตุหน้ารพ.พอดี ประกอบด้วยอายุยังน้อย ร่างกายแข็งแรงทำให้การฟื้นตัวของร่างกายดีขึ้น
นางซรี่ คีแนน มารดา น.ส.มัฑณาวี กล่าวว่า สำหรับคนขับรถชนภายหลังเกิดเหตุก็อยู่กับน้องซีตลอด จนถึงส่งเข้าห้องผ่าตัดที่ห้องไอซียู ก็ยังนั่งเฝ้าจนผ่าตัด เขาได้ขอโทษทางญาติแล้ว และบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจเอาความเพราะรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ส่วนคดีความขึ้นกับเจ้าหน้าทีตำรวจ ขอบคุณแฟนคลับของน้องซีทุกคนที่ให้กำลังใจ ตอนนี้น้องซีมีกำลังใจดีมาก และหลังจากหายดีแล้วจะกลับไปร้องเพลงเหมือนเดิมแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าห้องไอซียูตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีบรรดาแฟนคลับของน้องซีนำกระเช้าดอกไม้มาให้กำลังใจ และเซ็นชื่อในสมุดเข้าเยี่ยม เนื่องจากแพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมด้านในนอกจากครอบครัว นอกจากนี้ยังมี คนในวงการบันเทิง อาทิ เมย์ พิชย์นาถ นายจงเบ ปาร์ค นักร้องวง เคโอติค นำดอกไม้มามอบให้ครอบครัวน้องซีเพื่อเป็นกำลังใจด้วย
ส่วนช่วงบ่ายนายสมพร คนขับรถคู่กรณีได้นำกระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมพร้อมเซ็นชื่อในสมุดเข้าเยี่ยมด้วยว่า “หายเร็ว ๆ นะซี ผมขอโทษ ผมเสียใจมาก”
เพลิงไหม้ร้านอาหารอิตาลีวอดกลางเมืองเชียงใหม่
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 22:46 น.










เพลิงไหม้ร้านอาหารอิตาลี กลางเมืองเชียงใหม่วอด เสียหายกว่า 3 แสน คาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ประสานกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ


เมื่อเวลา 21.00น. วันนี้(28พ.ค.) เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ศูนย์เจดีย์งาม ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ชื่อร้านบ้านท่าพระจันทร์ ชุมชนป่าพร้าวนอก ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รุดไปดับเพลิงพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าที่เกิดเหตุเป็นอาคารเลขที่ 13 ถนนป่าพร้าวนอก ต.ป่าแดด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเพลิงกำลังลุกไหม้ภายในห้องโถงชั้นล่างของร้าน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังฉีดน้ำนานกว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด
จากการสอบสวน นางบุปผา ทบประดิษฐ์ อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านได้ให้การว่า ขณะเกิดเหตุอยู่บนบ้าน จากนั้นได้กลิ่นควันไฟ จึงได้ลงมาสำรวจชั้นล่างพบว่า มีเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นล่างของตัวอาคาร ที่ได้แบ่งให้กับชาวต่างชาติเช่าเปิดร้านอาหารอิตาเลี่ยน จึงได้ตะโกนร้องขอให้ชาวบ้านมาช่วยกันดับไฟ แต่เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนไม่สามารรถควบคุมเพลิงไว้ได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบในเบื้องต้น บริเวณภายในบ้าน มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ ถูกไฟไหม้เสียหายหลายชิ้น นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายรายการได้รับความเสียหาย เบื้องต้นคาดว่าค่าเสียหายประมาณ 3 แสนบาท ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง
รวบแท็กซี่หื่น ข่มขืนผู้โดยสารสาว อ้างเหยื่อใส่ขาสั้น








ตร.รวบแท็กซี่หื่นข่มขืนผู้โดยสารสาว (ไอเอ็นเอ็น)


ตำรวจรวบทันควัน แท็กซี่หื่นข่มขืนผู้โดยสารสาว ขณะเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ 3 เดือน ในคดีเดียวกัน

วานนี้ (28 พฤษภาคม) เวลา 23.30 น. พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน แถลงจับกุม นายนพดล ตะบ้านไร่ หรือเค อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาอาชีพโชเฟอร์รถแท็กซี่ ก่อเหตุข่มขืนผู้โดยสารสาว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ สน.คลองตัน ได้รับแจ้งว่า มีเหตุหญิงสาวถูกโชเฟอร์รถแท็กซี่ โตโยต้า สีฟ้าแดง ทะเบียน ทน-5547 กทม. ข่มขืนกระทำชำเรา และอยู่ระหว่างกำลังหลบหนี จึงได้วิทยุสกัดจับได้บริเวณกลางซอยอ่อนนุช 17 แยก 20

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริง โดยเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันเดียวกัน รับผู้โดยสารสาวมาจากบริเวณหน้าอาคารไลท์คอมเพล็กซ์ ซอยพัฒนาการ 25 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. เพื่อไปส่งย่านศรีนครินทร์ แต่ระหว่างนั้นเกิดอารมณ์เปลี่ยว เนื่องจากผู้โดยสารสวมกางเกงขาสั้น จึงได้จอดรถข้างทางและกระโดดไปที่เบาะหลัง ก่อนจะใช้กำลังประทุษร้ายเหยื่อและข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ต่อจากนั้นปล่อยเหยื่อผู้เสียหายทิ้งลงจากรถก่อนจะหลบหนี แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่า เมื่อปี 2550 เคยถูกจับกุมในข้อหาอนาจารผู้โดยสารสาวชาวฟิลิปปินส์ โดยศาลตัดสินจำคุกเป็นระยะเวลา 12 ปี แต่ผู้ต้องหารับสารภาพจึงลดเหลือ จำคุก 5 ปี ซึ่งผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





รวบทันควันแท็กซี่หื่นข่มขืนผู้โดยสารสาว
วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2555 เวลา 01:38 น.










ตามรวบทันควันโชเฟอร์แท็กซี่หื่น เกิดอารมณ์เพศพาผู้โดยสารสาวเข้าซอยเปลี่ยว ข่มขืน หารู้ไม่ผู้เสียหายแอบกดโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน เลยถูกตาม สารภาพ เคยก่อคดีอนาจารสาวชาวฟิลิปปินส์ติดคุกนาน 5 ปี เพิ่งพ้นโทษแต่ยังไม่เข็ด


เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 28 พ.ค.ที่ สน.คลองตัน พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.อภิชาติ ทองจันดี พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส.สน.คลองตัน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ร่วมกันแถลงจับกุมนายนพดล หรือเค ตะบ้านไร่ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 02 ต.หินลาด อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางรถแท็กซี่โตโยต้า โคโรล่า สีฟ้าแดง ของสหกรณ์แท็กซี่ไทยจำกัด หมายเลขทะเบียน ทน 5547 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ภายในซอยอ่อนนุช 17 แยก 20 แขวงและเขตสวนหลวง
พ.ต.อ.สิทธิภาพ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา ได้มีเพื่อนของ น.ส.เมย์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คลองตัน ว่า น.ส.เมย์ โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากกำลังถูกโชเฟอร์แท็กซี่พยายามข่มขืนอยู่ในซอยพัฒนาการ 32 เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบในซอยดังกล่าว ก็พบ ผู้เสียหายเดินอยู่ภายในซอย ด้วยสภาพหวาดกลัว เบื้องต้น ผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้เรียกรถแท็กซี่สีฟ้าแดง หมายเลขทะเบียน ทน 5547 กรุงเทพมหานคร จากบริเวณหน้าอาคารไลท์ ซอยพัฒนาการ 25 เพื่อให้ไปส่งที่ซอยโรงแรมคิงปาร์ค ย่านศรีนครินทร์ แต่ระหว่างทางรถติด จึงบอกให้โชเฟอร์ช่วยหาทางลัดให้ แต่โชเฟอร์กลับพาเข้ามาที่ท้ายซอยดังกล่าวซึ่งเป็นซอยเปลี่ยว ก่อนจะพยายามเข้ามาข่มขืนที่เบาะหลังรถ โดยระหว่างนั้นผู้เสียหายได้โทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วย หลังจากนั้นโชเฟอร์รถแท็กซี่ก็ขับรถออกจากซอยโดยปล่อยผู้เสียหายลงจากรถที่กลางซอยดังกล่าว ก่อนจะหลบหนีไป
พ.ต.อ.สิทธิภาพ กล่าวต่อว่า จากนั้นจึงพาผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และรีบแจ้งวิทยุสกัดจับรถแท็กซี่คันดังกล่าว พร้อมทั้งทำการตรวจสอบทะเบียนรถแท็กซี่ ก็พบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าวมีนายนพดล เป็นคนขับรถ และมีบ้านพักอยู่ในซอยอ่อนนุช 17 แยก 20 จึงนำกำลังไปดักซุ่ม จนกระทั่งเวลา 21.30 น.นายนพดลได้ขับรถมาจอดในซอย จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.คลองตัน
จากการสอบสวนนายนพดล ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2550 เพิ่งถูกตำรวจ สน.คลองตัน จับกุมข้อหาอนาจาร ผู้โดยสารสาวชาวฟิลิปปินส์ ในซอยพัฒนาการ 32 มาแล้วครั้งหนึ่ง ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่ติดจริงแค่ 5 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาได้แค่ 3 เดือน จากนั้นก็กลับมาขับรถแท็กซี่เหมือนเดิม กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เรียกรถแท็กซี่จากหน้าอาคารไลท์ ให้ไปส่งที่ซอยโรงแรมคิงปาร์ค ย่านศรีนครินทร์ แต่ระหว่างทางรถติด ผู้โดยสารก็บอกว่าให้ช่วยพาไปทางลัดจะได้เร็วขึ้น ระหว่างนั้นก็เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา จึงขับรถพาผู้เสียหายเข้ามาในซอยเดิมซึ่งเป็นซอยเปลี่ยว เมื่อมาถึงท้ายซอยก็ลงจากรถแล้วลงมือข่มขืนผู้เสียหายที่เบาะหลังรถ โดยที่ไม่รู้ว่า ระหว่างที่กำลังข่มขืนอยู่นั้น ผู้เสียหายแอบกดโทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ หลังเสร็จกิจก็ปล่อยให้ผู้เสียหายลงกลางซอย ก่อนจะขับรถกลับเข้าบ้านจนกระทั่งมาถูกจับดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ฉกถุงเงิน1.4 ล้านหนีลอยนวล
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:38 น.






คนร้ายฉวยจังหวะผู้เสียหายลงจากรถเดินเข้าธนาคาร แทรกตัวมุดไปฉกถุงเงินใต้เบาะ หอบเงิน 1.4 ล้านหนีลอยนวล
นายสุธรรม มณีวงศ์ อายุ 69 ปี กำลังชี้จุดที่เอาเงินสดใส่ถุงกระดาษวางไว้
รถยนต์ต้องสงสัยว่าจะเป็นของคนร้ายที่มาจอดทิ้งไว้ที่ บขส.กาญจนบุรีแล้วหลบหนีไป


เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.บัญญัติ ไชยโกฎิ พงส.(สบ2) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเกิดเหตุชิงทรัพย์ในบริเวณลานจอดรถ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากาญจนบุรี เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี อ.เมืองกาญจนบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉัตรชัย เสือสมิง ผกก. พ.ต.ท.กิตติพงษ์ บุญรอด รอง ผกก.สส. รุดไปที่เกิดเหตุ พบนายสุธรรม มณีวงศ์ อายุ 69 ปี ยื่นตัวสั่่นให้การกับเจ้าหน้าที่ ว่า ขณะนั่งอยู่บนรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีบอร์นทอง ทะเบียน ษข 1931 กรุงเทพมหานคร ฝั่งตรงข้ามคนขับ ได้มีคนร้าย 1 คน มาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ พอตนเองกำลังเดินลงจากรถ ชายคนดังกล่าวจึงฉวยจังหวะวิ่งเข้ามาหยิบถุงเงินสดจำนวน 1,400,000 บาท ที่ซ่อนไว้ใต้เบาะวิ่งหลบหนีไปขึ้นรถเก่๋งสีนำเงินออกไปอย่างรวดเร็ว จนตั้งตัวไม่ทัน จากนั้น พ.ต.ท.บัญญัติ จึงวิทยุแจ้งสกัดจับ จนพบรถของคนร้ายไปจอดทิ้งไว้ในบริเวณสถานีขนส่ง ตลาดผาสุก อ.เมืองกาญจนบุรี จากการสอบสวนผู้เสียหายเพิ่มเติมทราบว่า กำลังนำเงินส่วนแบ่งจากการขายที่ดินมาฝากธนาคาร โดยไม่ได้ทันระมัดระวังก็เลยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร สถานีขนส่ง และละแวกใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
กลับไปยังรายบอร์ด