กลับไปยังรายบอร์ด
รถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำที่ดอยขุนตาลไฟลุกท่วมตาย1
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา 20:01 น.





รถบรรทุกน้ำมันกว่า 3 หมื่นลิตร พลิกคว่ำที่ดอยขุนตาล ไฟลุกท่วมทั้งคันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

วันนี้ (8 พ.ย.)  พ.ต.ท.ชัชวาล สุธาวา พนักงานสอบสวน (สบ.3)  สภ.แม่ทา จ.ลำพูนได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ เกิดเพลิงลุกไหม้  เหตุเกิดที่ทางลงจากดอยขุนตาล ต.ทาปลาดุก  อ.แม่ทา จ.ลำพูน หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานงานไปยังทีมชุดกู้ชีพโรงพยาบาลแม่ทา เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลทาปลาดุก รุดไปที่เกิดเหตุทันที                 
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบนถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง หลักกิโลเมตรที่ 47 ทางลงจากดอยขุนตาล มุ่งหน้า จ.เชียงใหม่ รอยต่อระหว่างต.ทาปลาดุกกับต.สบชัย อ.แม่ทา จ.ลำพูน พบรถบรรทุกน้ำมัน ทะเบียน 70-3285 อุดรธานี บรรทุกน้ำมันเบนชิน 16,000 ลิตร โซฮอล์ 95 จำนวน 8,000 ลิตร และน้ำมันดีเซล 8,000 ลิตร รวม 32,000 ลิตร อยู่ในสภาพตะแคงพลิกคว่ำ โดยหัวรถพุ่งตกลงในเหวข้างทางลึกประมาณ 50 เมตร เนื่องจากหัวรถบรรทุกไปพุ่งชนและกระแทกกับขอบทางอย่างจัง ทำให้หัวรถแยกหลุดออกจากถังน้ำมันข้ามจากเกาะกลางถนนข้ามเลน โดยถังน้ำมันพลิกคว่ำบนไหล่ทางเกิดไฟลุกท่วมทั้งคัน กว่าจะควบคุมเพลิงได้ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง
ขณะที่น้ำมันอีกส่วนหนึ่งไหลออกจากถังที่มีรอยรั่วเสียหายลงข้างทางและมีเปลวไฟติดต้นไม้ส่วนหนึ่งกินเนื้อที่ประมาณ100 เมตร ส่วนคนขับรถกระเด็นออกจากรถห่างประมาณ 20 เมตร ได้รับเจ็บสาหัสนอนหายใจรวยริน ทางชุดกู้ชีพโรงพยาบาลแม่ทาจึงรีบเร่งนำส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือนายรุ่งเรือง ยงยืน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 11 ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมือง จ.อุดรธานี ขับมุ่งหน้าจากจ.ลำปาง จะไปอ.สารภี จ.เชียงใหม่  ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนต่อไป.
sakdath
บัสรับส่งนศ.ราชภัฎคว่ำเจ็บระนาว
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา 20:57 น.






รถบัสราชภัฏราชนครินทร์คว่ำนักศึกษาเจ็บระนาวหลายสิบคน


เมื่อเวลา 17.45 น. วันนี้ ( 8 พ.ย.) ร.ต.อ.เดชฤทธิ์ ศรีคชา  พนักงานสอบสวน สภ.บางคล้า  จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พลิกคว่ำ บนถนนฉะเชิงเทรา- พนมสารคาม หน้า อบต.เสม็ดใต้  หมู่ที่ 4  ต.เสม็ดใต้  อ.บางคล้า ทำให้นักศึกษาที่นั่งมาเต็มคันรถ ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน จึงได้ประสานไปยังหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพุทธโสธร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา พร้อมเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถบัสรับส่งนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ สีเขียว–ขาว หมายเลขทะเบียน 40-0283 ฉะเชิงเทรา พลิกตะแคงข้างขวางกลางถนนฝั่งขาเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา สภาพรถพังเสียหายกระจกแตกทั้งคัน  เบาะนั่งหลุดกระจัดกระจาย  ภายในรถพบนักศึกษาได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถและบนถนนหลายสิบคนทั้งนักศึกษาชาย-หญิง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน  
ตรวจสอบภายในรถบัสพบนักศึกษาหญิง 1 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.วรรณพร คูณเกื้อ อายุ  19 ปี นักศึกษาสาขาวิชาสาธารณสุขศึกษา ชั้น ปี  2 กะโหลกศีรษะมีแผลฉกรรจ์ เลือดท่วมตัว แขนซ้ายถูกรถบัสทับติดอยู่ช่วงท้ายของรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันยกรถบัส เพื่อนำแขน น.ส.วรรณพร ออกมา จากนั้นได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธรในทันที
จากการสอบสวน นายสุริยา  วงศ์วิรัตน์  อายุ 52 ปี คนขับรถบัส ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับนักศึกษากลับจากมหาวิทยาลัยราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้า มาเต็มคันรถกว่า 60 คน  เพื่อไปส่งที่มหาวิทยาลัยในตัวเมืองฉะเชิงเทรา  ขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถสิบล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ขับแซงขึ้นมาในช่องขวา ก่อนที่รถสิบล้อคันดังกล่าวจะขับปาดแซงหน้าเข้ามาทางด้านซ้าย ชนกับรถบัสของตน ทำให้ตนต้องเหยียบเบรกกะทันหัน พยายามประคองรถ แต่ไม่สามารถควบคุมรถไว้ได้ จนรถเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้นักศึกษาชายและหญิงได้รับบาดเจ็บดังกล่าวเป็นจำนวนมากส่วนรถบรรทุกคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไป
ภายหลังทราบว่ามีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพนมาสารคาม  1 คน  โรงพยาบาลบางคล้า 8 คน และโรงพยาบาลพุทธโสธร 20 กว่าคน  ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บมีแผลถูกแรงกระแทก และเศษกระจกบาดตามร่างกาย  โดยมีบรรดาญาติและเพื่อนๆของนักศึกษาที่ทราบข่าวเดินทางมาเยี่ยมดูอาการของผู้บาดเจ็บด้วยความเป็นห่วง.
sakdath
ญาติเศร้า รับศพเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาถูกอดีตสามียิง
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา 18:16 น.




ญาติทั้ง 2 ฝั่ง ต่างเดินทางมารับศพท่ามกลางความเศร้าโศก จากเหตุการณ์ที่เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาชื่อ ฟิวเจอร์ อคาเดมี่ ย่านพญาไท ถูกอาจารย์สอนกวดวิชาและเป็นอดีตสามี ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตในธนาคาร ก่อนมือยิงจะใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต


จากกรณีที่นางนุทยา บุณยโยธิน อายุ 43 ปี เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาชื่อ ฟิวเจอร์ อคาเดมี่ ย่านพญาไท ถูก นายสมบัติ ถนอมวาจามั่น อาจารย์สอนกวดวิชาอดีตสามีของนางนุทยา ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตภายในธนาคารกรุงไทย สาขาอาคารวรรณสรณ์ ก่อนนายสมบัติจะใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในเวลาต่อมาตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันนี้ (8 พ.ย.) นางสุวภัทร ไชยบท อายุ 62 ปี มารดาของนางนุทยา พร้อมญาติพี่น้อง ได้มารับศพนางนุทยาที่สถาบันนิติเวช รพ.รามาธิบดี ด้วยความโศกเศร้า เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดทุ่งสีกัน ย่านดอนเมือง 5 วันก่อนทำพิธีฌาปนกิจตามประเพณี นอกจากนั้นนางเบญจวรรณ เชื้อสุข อายุ 63 ปี พี่สาวของนายสมบัติและญาติ ก็ได้มารับศพนายสมบัติ ซึ่งนำมาชันสูตรที่เดียวกันกับนางนุทยาอีกด้วย โดยญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันตามปกติ   สำหรับศพของนายสมบัติญาติจะนำไปไว้ที่วัดภคินีนาถวรวิหาร ย่านบางพลัด ตั้งสวดเพียง 3 วันก่อนฌาปนกิจ หลังจากรับศพเสร็จทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับไป โดยในวันนี้ไม่เห็นบุตรสาวของทั้งคู่        
ในส่วนของคดีนั้น พ.ต.ท.พีรวัส ประสาทกลาง สว.สส.สน.พญาไท กล่าวว่า นายสมบัติซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุได้เสียชีวิตลงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ย. ในความเห็นทางคดีก็จะต้องสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากผู้กระทำความผิดถึงแก่ความตายแล้ว แต่การสอบสวนจะยังคงสอบต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุ.
sakdath
ปูนบำเหน็จ 3 ชั้นยศ ด.ต.จราจร ผู้เสียสละ
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา 23:08 น.







ปูนบำเหน็จ 3 ชั้นยศ ด.ต.จราจรช่วยเหลือรถเสียจนถูกรถชนเสียชีวิต ด้านพ่อภูมิใจลูกรับราชการช่วยเหลือประชาชน ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีน้ำหลวงอาบศพ


วันนี้ (8 พ.ย.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ในฐานะผู้บังคับบัญชา พร้อมนายอี ภูศักดิ์ บิดา ด.ต.สัมฤทธิ์ ภูศักดิ์ อายุ 39 ปี ผบ.หมู่งานสายตรวจ ที่ถูกรถปิกอัพชนเสียชีวิต ขณะช่วยเหลือรถจอดเสียบนทางด่วน บริเวณด่านสุขุมวิท 62 เดินทางมารับศพ ด.ต.สัมฤทธิ์
นายอี  กล่าวว่า ลูกชายเป็นคนซื่อ นิสัยดี พูดน้อย ชอบช่วยเหลือคนอื่น  ซึ่งลูกชายมักจะเล่าความประทับใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นให้ฟังตลอด  ตนเองได้โทรศัพท์คุยกับลูกชายครั้งสุดท้ายเมื่อ 10 กว่าวันก่อน เป็นการสอบถามสารทุกข์สุขดิบและบอกให้ตั้งใจทำงาน เคารพผู้ใหญ่ พร้อมเตือนให้ทำงานอย่างมีสติ ระวังตัวในการทำหน้าที่ เพราะเป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตราย  ก่อนเกิดเหตุไม่มีลางบอกเหตุ จนเมื่อวาน (7 พ.ย.) ญาติโทรศัพท์มาแจ้งว่าลูกชายถูกรถชนเสียชีวิต หากลูกรับรู้อยากจะบอกกับลูกว่า ภูมิใจที่ลูกชายได้รับราชการ เพราะตนเองทำงานรับจ้าง และขอให้ลูกไปสู่สุคติ

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุและเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เจ้าหน้าที่ต้องให้การช่วยเหลือประชาชน โดยตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกติ ไม่ได้ประมาท แต่เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ  ยืนยันตำรวจยังมีขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ แต่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ได้กำชับให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามยุทธวิธีของตำรวจ และทบทวนการตั้งด่านสกัดจับ โดยเพิ่มความระมัดระวังและหามาตรการป้องกันเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ส่วนการให้ความช่วย    เหลือด.ต.สัมฤทธิ์เบื้องต้นได้ทำรายงานเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาปูนบำเหน็จเลื่อน 3 ชั้นยศจาก ด.ต.เป็นร.ต.อ. พร้อมเงินช่วยเหลือจากสวัสดิการตำรวจ 5.3 แสนบาท และเงินบำเหน็จบำนาญอีก 2.8 แสนบาท รวมประมาณ  8 แสนบาท เนื่องจากผู้ตายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จะเสนอเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเป็น 7 ชั้นยศ เนื่องจากด.ต.สัมฤทธิ์เป็นตำรวจที่มีความประพฤติดี ตั้งใจทำงาน เป็นแบบอย่างให้กับตำรวจ สำหรับผู้ต้องหาที่ขับรถชนขณะนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก็ดำเนินคดีไปตามปกติ

ต่อมา ช่วงค่ำ พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.อ.ปานศิริ  ประภาวัต รอง ผบ.ตร.พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (ปป4) ,พล.ต.ท.เรืองศักดิ์  จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร5) ,ผู้บังคับบัญชา และข้าราชการตำรวจ  ได้ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมมอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต  ณ ศาลา 4 วัดตรีทศเทพวรวิหาร.
sakdath
ช่างลองรถซิ่งข้ามเลนชนยับเละทั้งคัน
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 11:51 น.

















ช่างตั้งศูนย์ล้อ นำไปทดลองขับเสียหลักข้างเกาะกลางถนนชนรถชาวบ้านที่วิ่งสวนมาพังยับทั้งสองคัน


เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (10 พ.ย.) ร้อยตำรวจเอก สมยศ นาชิน ร้อยเวร สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้ติดอยู่ภายในเหตุเกิดที่บริเวณถนนมิตรภาพ ตรงข้ามอู่เชิดชัย ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบทีเกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ที่เกิดเหตุห่างจากทางลงสะพานสูงข้ามทางรถไฟประมาณ 50 เมตร พบรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็ม สีดำ ทะเบียน 5 ฒ 0587 กรุงเทพมหานคร ถูกชนพังยับทั้งคันที่เลนขวาสุดขาเข้าตัวเมือง โดยมีรถกระบะเชฟโลเลต โคโลราโด้ สีขาว ทะเบียน ฆอ 9058 กรุงเทพมหานาคร หงายท้องทับอยู่ด้านบนรถคันแรกในสภาพพังยับเยินเช่นกัน
จากการตรวจสอบพบว่าในรถทั้ง 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในคันละ 1 คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากตัวรพส่ง รพ.เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน
จากการสอบสวนทราบว่า รถเซฟโรเลต เป็นของนายไกรศรี ศรีวัฒนศักดิ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/11 ต.ขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเซลแมนขายเครื่องใช้ของบริษัท ไทย อิเล็คทริคซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดย นายไกรศรี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำรถคันดังกล่าวมาตั้งศูนย์ถ่วงล้อที่ร้านราชสีมารวมยาง จ.นครราชสีมา ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร หลังจากนั้นทางร้านได้นำรถออกมาทดสอบก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นดังกล่าวโดยยังไม่ทราบว่ามีสาเหตุมาจากอะไรแน่
ซึ่ง จากการสอบถามพยานที่เกิดเหตุทราบว่า ช่วงเกิดเหตุ ขณะที่ นายสุรศักดิ์ สุดประเสริฐ อายุ 30 ปี พนักงานในร้านตั้งศูนย์ถ่วงล้อ นำรถ เชฟโรเลต ขับออกไปทดสอบโดยในช่วงที่ขับออกจากตัวเมืองข้ามสะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งนายสุรศักดิ์ขับมาด้วยความเร็ว พอถึงช่วงรถลงสะพาน รถน่าจะใช้ความเร็วสูงเกินไปจึงทำให้รถเสียหลักไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ จนเป็นเหตุให้ข้ามเลนชนเสาไฟส่องสว่างบนเกาะกลางถนน ก่อนที่จะข้ามฝั่งมาชนกับรถกระสินสัน บิ๊กเอ็ม ซึ่งมี ส.ท.ศุภกิจ อวนศรี ข้าราชการทหารไม่ทราบสังกัด ที่ขับรถวิ่งสวนมาอย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สืบหาสาเหตุที่เกิดให้ชัดเจนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป...
sakdath
จ่อยิงคามุ้ง พลาดโดนแม่ดับคาเตียง
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09:24 น.









ล่า "คิง ดงตาล" บุกห้องเช่าไปหาเรื่องคู่อริ ก่อนขี่ จยย.กลับบ้านไปเอาปืนย้อนกลับมา ลั่นกระสุนใส่มุ้งหวังยิงคู่ปรับ แต่ลูกปืนเจาะแสกหน้ามารดาดับแทน แฉประวัติสุด โหดเพิ่งพ้นคุกจากคดีฆ่าคนตายได้ 3 เดือน


วันนี้ (10 พ.ย.) พ.ต.ท. วิโรจน์ แจ่มจำรัส สารวัตรเวร สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายในห้องเช่า เลขที่694/64 ซอยเสริมสันติ ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงไปสอบสวน พบศพ นางอรอนงค์ หอมมาลา อายุ 62ปี อยู่บ้านเลขที่800/59 ถนนโปษยานนท์ ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี ถูกยิงที่หน้าผากด้วยอาวุธปืนขนาด11 มม. 1 นัด กระสุนทะลุศีรษะด้านหลัง สอบสวน นายเทียนชัย โคบุตร อายุ41ปี ลูกชายของผู้ตาย ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายนอนอยู่กับน้องชายและหลาน ขณะกำลังจะออกไปข้างนอกได้มี นายคิงไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ทราบเพียงฉายาที่เรียกกันในหมู่เด็กแว้นว่า คิง ดงตาล มีบ้านพักอยู่ในเขตซอยดงตาล ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี คู่อริเก่าขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี นายคิงได้จอดรถและลงมาผลักอกพร้อมกับต่อว่าอย่างรุนแรง ตนจึงเดินหนีเข้าห้องไปเพราะไม่อยากมีปัญหาทะเลาะวิวาท จากนั้น นายคิงได้ขี่รถกลับไปแล้วย้อนกลับมาอีกครั้งพร้อมอาวุธปืน จากนั้นได้บุกเข้าไปในห้องใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในมุ้ง 1 นัด กระสุนเจาะกลางแสกหน้าแม่ตนเสียชีวิต ส่วนนายคิง หลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแล้วจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับ คิง ดงตาล ต่อไป สำหรับ นายคิง ดงตาล เพิ่งพ้นโทษจากคดีฆ่าคนตายเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาก็มาก่อคดีอีก...
sakdath
เหยื่อบันไดเลื่อนหนีบคอสิ้นลม
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13:50 น.


"น้องนวลแพร"เด็กสาววัย 12 ปี เหยื่อบันไดเลื่อนห้างฟิวเจอร์รังสิตหนีบคอ สิ้นลมแล้ว หลังพักรักษาตัวมา 2 เดือนเต็ม ตั้งศพวัดดอนเมือง


วันนี้(10พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ญ.นวลแพร วสุนทพิชัยกุล อายุ 12 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุบันไดเลื่อนห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี ฝั่งขาขึ้น ระหว่างชั้น 2 กับชั้น 3 ใกล้โซลน้ำพุเดิม หนีบคอหมดสติและบาดเจ็บที่ศีรษะอาการสาหัส แล้วถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยวันนี้ ทางญาติจะนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ที่วัดดอนเมือง ส่วนความคืบหน้าจะรายงานมาให้ทราบต่อไป..
sakdath
อาถรรพ์ป่าภูหลวงเห็นเพื่อนเป็นอีเห็น โป้งเดียวดับ
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 16:41 น.





อาถรรพ์ป่าภูหลวงเห็นเพื่อนเป็นอีเห็น เหนี่ยวไกโป้งเดียวดับ หลังชวนมวลหมู่นิยมเปิบอาหารป่ารวม 6 คน แยกย้ายหาสัตว์ ผู้ต้องหาจับคู่ผู้ตาย แต่มายิงเพื่อนเสียเอง

เมื่อเวลา 02.00 น.วันนี้ (10 พ.ย.) ร.ต.อ.วินัย นครขวาง ร้อยเวร สภ.วังสะพุง  จ.เลย ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาวัว หมู่ 7 ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย ว่า มีผู้เสียชีวิตอยู่กลางป่า ในเขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง ห่างจากหมู่บ้าน 8 ก.ม. จึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จุดวังสะพุง
ที่เกิดเหตุห่างจากถนนการเกษตร ต้องเดินด้วยเท้าเข้าไปในป่าทึบอีก 1 ก.ม.จึงพบศพ นายสมชาย นอศรี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 7 ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง  นอนเสียชีวิต สภาพคว่ำหน้าอยู่ในร่องน้ำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง ที่หน้าอกซ้าย กระสุนฝังใน ข้างศพผู้ตาย พบอาวุธปืนลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อ Monobloc พร้อมปลอกกระสุน ขนาดเบอร์ 12 คาอยู่ในรังเพลิง 1 นัด โดยมี นายณัฐพล เฆ้พวง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 7 ต.ทุ่งนาเลา อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมรับสารภาพว่า เป็นผู้ยิง นายสมชาย จริง โดยไม่ได้ตั้งใจ และรับว่าเป็นเจ้าของอาวุธลูกซองเดี่ยว กระบอกดังกล่าว   
สอบสวนผู้ต้องหาลำดับเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนมารับจ้างกรีดยางพารากับญาติ ที่บ้านโพนงาม หมู่ 3 ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง  ยามว่างจะชวนคนในหมู่บ้าน ที่นิยมบริโภคอาหารสัตว์ป่า วันนี้นัดกันรวม 6 คน ได้นัดแนะกัน ที่กระท่อมตีนเขา ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เมื่อเย็นของวันที่ 9 พ.ย. หลังจากร่วมกันรับประทานอาหารเย็นแล้ว ต่างแยกย้ายกันเข้าไปในป่าตอนช่วงเวลา 20.00 น. โดยตนกับผู้ตายจับคู่ไปด้วยกันเป็นปกติเสมอมา ซึ่งผู้ตายขอตัวออกเดินไปก่อนล่วงหน้า และนัดแนะกันไปยังที่นัดหมายในป่าที่เคยนัดแนะกันมาก่อน จนกระทั่งเวลา 21.30 น. ตนเดินทางมาถึงขอนไม้ล้มขนาดใหญ่ ได้ยินการเคลื่อนไหวข้างขอนไม้ จึงใช้ไฟฉายติดศีรษะรีบส่องไปยังสถานที่เกิดเสียง เห็นดวงตา 1 คู่สว่างคล้ายตาอีเห็น จึงใช้ปืนลูกซองเดี่ยวที่สะพายมายิงไป 1 นัด จึงได้ยินเสียงคนร้องแน่ใจว่ายิงถูก นายสมชายเพื่อนคู่หูแน่ จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือ แต่กระสุนเข้าจุดสำคัญ นายสมชายทนบาดพิษไม่ไหว จึงขาดใจตายหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ตนจึงพยายามติดต่อ เพื่อนพรานที่มาด้วยกัน แต่ไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์มือถือได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณ รออยู่หลายชั่วโมง จึงพบเพื่อนพรานด้วยกัน ได้รีบเดินทางออกไปยังหมู่บ้าน แจ้งผู้ใหญ่บ้านดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ครอบครองอาวุธ และกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เข้าไปในเขตอนุรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..
sakdath
คืบหน้าเด็กแว้นไล่ยิงอริดับ3เจ็บ3
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 17:23 น.






รอง ผบช.น. เร่งคลายคดีเด็กแว้นเหิมยิงอริดับ 3 เจ็บ 3 สั่งสืบสวนหาข้อมูลพยานแวดล้อม พยานวัตถุ เช็คกล้องวงจรปิด เชื่อยังกบดานอยู่ในพื้นที่


จากกรณีกลุ่มเด็กแว้นเหิมไล่ยิงคู่อริดับ 2 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย ภายในซอยเทอดไท 33 (วัดบางสะแกใน) แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี และซอยจอมทอง 14  แขวงบางค้อ เขตจอมทอง จนปลอกกระสุนเกลื่อนเต็มถนน โดยปมเหตุเกิดจากแค้นเก่ากลุ่มก่อเหตุยึดรถ จยย. แต่กลุ่มผู้เสียชีวิตกลับนำรถขับมาเย้ยตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เย็นวันนี้(10 พ.ย.) ที่ สน.บางขุนเทียน พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น. เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี มีพล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9. พ.ต.อ.ทักษิณ พ่วงเงิน รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ท.วรลภย์ สุวรรณเกษการ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ต.บวรชัย ตันสุทัตต์ สว.กก.สส. บก.น.9 พร้อมชุดสืบสวน บก.น.9 ร่วมประชุมใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม.
โดย พล.ต.ต.มานิต กล่าวว่า ขณะนี้กำชับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข้อมูล พยานแวดล้อม พยานวัตถุ ตั้งแต่พื้นที่ สน.ตลาดพลู สน.บุคคโล และสน.บางขุนเทียน พร้อมประสานขอดูกล้องวงจรปิดจากร้านค้า และบ้านเรือนประชาชนที่มีกล้องวงจรปิด เบื้องต้นเชื่อว่า คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันเนื่องจากพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. มาจากปืนกระบอกเดียวกัน หลังจากนี้จะมีการหารือให้ สถานีตำรวจพื้นที่ใดเป็นผู้รับผิดชอบคดี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ จะสามารถนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน

พล.ต.ต.มานิต กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ มี 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายอิทธิกร หรืออ๊อฟ วงศ์คำจันทร์ อายุ 22 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ วัดบางสะแกใน ซอยเทอดไท 33 พื้นที่ สน.บุคคโล 2.นายสมชาย หรือนิว เพ็ชรปานกัน อายุ 18 ปี  เสียชีวิต ที่ซอยจอมทอง 14 พื้นที่ สน.บางขุนเทียน และ3.นายนรากร หรือติม สิทธิโพธิ์ อายุ 17 ปี ที่ถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัด เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สำหรับผู้บาดเจ็บ นายฉัตรชัย หรือตูน สุวรรณเกต อายุ 17 ปี และนายอัครพงษ์ กันทรอินทร์ อายุ 18 ปี ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล..
sakdath
พ่อเฒ่าวัย65โดดตึกหนีโรคร้าย
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 19:36 น.


พ่อเฒ่าวัย 65 เครียดโรคประจำตัวรุมเร้า ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ตัดสินใจโดดอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น แถวที่เคยทำงาน ร่างกระแทกพื้นคอหักดับอนาถ


เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้(10 พ.ย.) พ.ต.ท.ชัยยง จันนา พนักงานสอบสวน (สบ3) สน.บุปผาราม รับแจ้งมีชายกระโดดอาคารพาณิชย์ลงมาเสียชีวิต บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาลาดหญ้า แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ พฐ. แพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณพื้นผิวถนนระหว่างอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นเลขที่ 85 กับอาคารของห้างโรบินสัน พบศพ นายณรงค์ พลัดเสมา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ถนนเจริญรัตน์ แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพ สภาพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีส้ม กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลศีรษะแตก คอหัก ตรวจสอบภายในร่างกายพบบัตรผู้ป่วยของ รพ.เลิดสิน และเงินสด 200 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณดาดฟ้าพบรองเท้าแตะวางอยู่ 1คู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนพี่ชายผู้ตาย ให้การว่า  น้องชายมีอาการป่วยและมีโรคประจำตัว ต้องเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุน้องชายได้เดินทางมาหาเพื่อน ที่ห้องเช่าของอาคารพาณิชย์ดังกล่าว ซึ่งผู้ตายเคยทำงานอยู่แถวนี้ กระทั่งได้ขอตัวกลับ ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ดาดฟ้าและตัดสินใจกระโดดลงมาดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายเกิดความเครียดเรื่องอาการเจ็บป่วย จากโรคประจำตัว เลยตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม จะนำศพส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป..
sakdath
วันที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 18:42 น. ข่าวสดออนไลน์


ควายคลั่งวิ่งเตลิดไล่ขวิดคนดับอนาถ



เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 พ.ย.รายงานว่าเกิดเหตุควายหนุ่มหลุดออกจากโรงฆ่าสัตว์ก่อนถูกเชือด วิ่งเตลิดออกหลังตลาดระนองธานี ม.2 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง ไปตามถนนตรงไปยังสะพานปลาและด้วยอาการตกใจรถที่สัญจรไปมา จึงไล่ขวิดผู้คนบนทางเท้าที่วิ่งหนีไม่ทันหน้า สภ.น้ำระนอง ทำให้นายอนุสรณ์ อุดมฤกษ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 ม.6 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง บาดเจ็บก่อนควายจะวิ่งเข้าตลาดสดสะพานปลา ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน และขวิดหนุ่มใบ้แรงงานพม่าเขาเสียบทะลุช่องท้องเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิระนองสงเคราะห์ รีบช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลระนอง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา  

จากนั้นวิ่งเข้าไปที่แพปลาวาสนา-อดิศร นางเจียมจิตร เจริญพร เจ้าของแพปลา เข้ามาพูดกับควายหนุ่มว่า อย่าทำร้ายใครเลยนะ เดี๋ยวจะไถชีวิตให้ ทำให้เจ้าควายหนุ่มเหมือนรู้ภาษา ผงกหน้าหนึ่งครั้ง ก่อนวิ่งจากแพปลาไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยขับรถนำและส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนระวังไปตลอดเส้นทาง สุดท้ายควายหนุ่มวิ่งมาถึงบริเวณโรงอวนเก้าสมุทร จนท.จึงปิดประตูอะลูมิเนียมแต่ควายหนุ่มตกใจวิ่งชนจนรั้วหวิดพัง ต่อมานายเกษตร สุวรรณเพชร ปศุสัตว์จังหวัดระนอง เดินทางมาสมทบสั่งการให้นายเอกหทัย แก้วรัตน์ จนท.ปศุสัตว์ใช้ปืนยิงยาสลบใส่จนควายลดอาการคลุ้มคลั่ง ก่อนจะมีนายอดุลย์ มฤคชัยกุล อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/208 ม.2 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง แสดงตัวเป็นเจ้าของควายใช้เชือกคล้องหัวควายระหว่างรอให้สิ้นฤทธิ์   

ด้านร.ต.ต.อุดม ภู่ภิรมย์ ร้อยเวร สภ.ปากน้ำระนอง กล่าวว่า ต้องเรียกตัวเจ้าของควายมาสอบสวนอย่างละเอียด เบื้องต้นยังไม่สามารถตั้งข้อกล่าวหาประมาทหรือปล่อยให้สัตว์เลี้ยงหลุดออกมาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมทั้งทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ต้องสอบประจักษ์พยาน

ส่วนนางเจียมจิตร เจริญพร เจ้าของแพปลาวาสนา-อดิศร เซ็นเช็คเงินสด 60,000 บาท มอบให้เจ้าของควายเพื่อไถ่ชีวิตกระบือและถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ทั้งตนและนางจิราภรณ์ เทียรอำไพ เจ้าของโรงอวนเก้าสมุทร ที่ควายไปเยี่ยมถึงที่เพราะทั้งบุตรชายกับบุตรสาวทั้งสองกำลังจะจัดงานแต่งงานในสัปดาห์หน้าและทั้งคู่ต่างนับถือเจ้าแม่อุมาเทวี  
sakdath
วิศวกรหนุ่มแคนนาดาหึงโหดกระซวก50แผลดับทนาย
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 20:16 น.





วิศวกรหนุ่มแคนาดา หึงโหด กะซวกทนายความ บัณฑิตปริญญาโทและเนติบัณฑิตยสภาหมาดๆ ร่างพรุนดับสยอง 50 แผล สุดแค้นบินกลับ หาภรรยาชาวไทย พบภาพบาดตาบาดใจ ในรังรักของตัวเอง


เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้(10พ.ย.) ร.ต.อ.(หญิง)เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี พนักงานสอบสวน  สน.คันนายาว รับแจ้งมีแทงกันตายในบ้านเลขที่ 418/63 หมู่บ้านฮาบีเทีย แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ปลูกภายในพื้นที่ 100 ตารางวา ภายในห้องนอนใหญ่ชั้นสองของบ้าน พบศพ นายคมสันต์ อักษรชาติ อายุ 59 ปี ทนายความ ซึ่งเพิ่งจบปริญญาโทคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง และเพิ่งจบเนติบัณฑิตยสภา เสียชีวิตคว่ำหน้า สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีด เข้าที่ลำตัวจนพรุนไปทั่วร่าง ทั้งคอ หน้าท้อง และด้านหลัง รวม 50 แผล เลือดกระเซ็นสาดไปทั่วห้อง
ส่วนที่บริเวณเคาท์เตอร์ชั้นล่างของบ้าน มีมีดทำครัว 2 เล่มสภาพเปื้อนเลือดวางอยู่ ขณะผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวอยู่หน้าบ้าน ทราบชื่อนายมาคอส บียอนด์ อายุ 42 ปี ชาวแคนาดา วิศวกรบริษัทต่างประเทศ เจ้าของบ้าน โดยมี น.ส.ภัชราภรณ์ ปิ่นอ่อน อายุ 42 ปี แฟนสาวนายมาคอส ยืนคอยให้กำลังใจ ขณะที่นอกรั้วบ้านมีรถฮอนด้า แอคคอร์ด ทะเบียน ฌพ 168 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ เป็นของผู้ตาย ตรวจค้นภายในรถพบปืนขนาด .38 วางอยู่ในช่องเก็บของ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า นายมาคอส คบกับ น.ส.ภัชราภรณ์ มาได้ 6 ปี ด้วยความที่เจ้าตัวเป็นวิศวกรทำงานให้บริษัทต่างประเทศ ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง นานๆจึงกลับมาหาแฟนสาว ต่อมาระยะหลังแฟนสาวได้ไปเรียนปริญญาโท ที่ ม.รามคำแหง ได้รู้จักกับผู้ตาย ผ่านการแนะนำของเพื่อนฝูง จนเริ่มสนิทสนมกันเรื่อยมา โดยนายมาคอส ไม่เคยระแวงในเรื่องสัมพันธ์เชิงชู้สาว กระทั่งก่อนเกิดเหตุ นายมาคอส บินกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน ไม่ได้บอกแฟนสาว เมื่อมาถึงทางเข้าบ้านเห็นแฟนสาวอยู่กับผู้ตาย สองต่อสอง ด้วยความหึงหวง จึงคว้ามีดทำครัว มากระหน่ำแทงผู้ตายไม่ยั้งมือจนเสียชีวิตดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุมาจากความหึงหวง ที่มาพบภาพบาดตาบาดใจแฟนสาวอยู่กับชายอื่น จึงบันดาลโทสะลงมือฆ่าก่อเหตุ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะทำการสอบสวนผู้ต้องหาและแฟนสาวอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง..
sakdath
สยองรถน้ำกรดคว่ำถนนพระราม2ตาย2ศพ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา 17:13 น.





สยองรถน้ำกรดคว่ำบนถนนพระราม 2 ช่องคู่ขนานขาเข้ากรุงเทพฯ ตาย 2 ศพ คาดหลับในพุ่งชนเสาสะพานลอย ฤทธิ๋น้ำกดกัดเซาะพื้นถนนแถมส่งกลิ่นแสบตา-จมูก

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (11 พ.ย.) พ.ต.ต.สมรภูมิ สุโพธิ์ สารวัตรเวรสภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ ทะเบียน 70-1246 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทโปรไวรอน ซึ่งบรรทุกน้ำกรดมาเต็มคันเกิดอุบัติเหตุชนเสาคอสะพานจนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 ช่องคู่ขนาน ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกม.ที่ 30 – 31 ปากทางเข้าโรงแรมออคิดส์ หมู่ 6 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  จึงไปตรวจสอบพบถังน้ำกรดได้กระแทกกับพื้นถนนอย่างแรงจนเปิดออก ทำให้น้ำกรดไหลลงบนพื้นถนนพระราม 2 เจิ่งนองเป็นบริเวณกว้าง บางส่วนไหลลงคูคลองใกล้เคียง
ที่เกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต 2 รายคือคนขับรถบรรทุก 1 คนที่กระเด็นหลุดออกนอกรถ ถูกรถทับ อีกคนคาดว่าน่าจะเป็นคนขับขี่รถจยย.บนถนนขณะเกิดเหตุพอดีแต่ยังไม่ทราบชื่อและเพศเนื่องจากถูกน้ำกรดกัดร่างกาย และยังถูกรถบรรทุกทับไว้พร้อมรถจยย.ด้วย
จากปริมาณของน้ำกรดจำนวนมาก และไหลลงท่อระบายน้ำทำให้สัตว์ที่อยู่ข้างใน อาทิ หนูและแมลงต่างๆ พรั่งพรูกันวิ่งหนูออกมา และยังทำให้พื้นถนนถูกกัดเซาะด้วย ที่สำคัญยังส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงทำให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงแสบตาและจมูก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องนำปูนขาวและทรายมาโรยเพื่อระงับความรุนแรงของน้ำกรดและเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครยังต้องช่วยกันส่งสัญญาณจราจร เพราะต้องปิดการจราจรในช่องคู่ขนานฝั่งขาเข้าในทันที เนื่องจากความแรงของกรดทำให้ล้อรถละลายได้  ส่งผลให้การจราจรในฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯติดขัดอย่างมาก  ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจมาจากคนขับหลับในหรือไม่ก็รถจยย.ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นชาวพม่าขี่ตัดหน้าระยะกระชั้นชิดจนทำให้รถบรรทุกน้ำกรดต้องเบรกกะทันหันและเสียหลักพุ่งชนคอสะพานลอยดังกล่าว โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนการเสียชีวิตผู้ที่ถูกน้ำกรดต่างร้อนลั่นด้วยความทรมานจากฤทธิ์น้ำกรดเป็นที่น่าเวทนายิ่งหนัก แต่ก็ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้.
sakdath
จยย.ซิ่งตัดหน้าประสานงานรถตู้ รพ.คำม่วง ดับ 2 เจ็บอื้อ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา 18:35 น.






เกิดอุบัติเหตุรถตู้โรงพยาบาลคำม่วงชนกับรถจักยานยนต์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ บาดเจ็บ 6 ราย เสียชีวิต 2


วันนี้ (11 พ.ย.) พ.ต.ท.ชูชาติ อุทธิสิน สวส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้รับ-ส่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลคำม่วง อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ชนกับรถจักยานยนต์ ที่ถนนกาฬสินธุ์-สมเด็จ หน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นข 2494 กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นรถรับ-ส่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลคำม่วง ชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ด้านหน้าได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 ราย อย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีเหลือง-ดำ สภาพขาดสองท่อน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายวัยรุ่น นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ใบหน้ามีบาดแผลฉีก และมีแผลถลอกตามร่างกาย ทราบชื่อภายหลัง คือนายกิตติชัย คำสุข อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ 17 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นคนขี่รถจักรยายยนต์
สอบถามนายคำกอง  พันธ์ชัย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ของโรงพยาบาลคำม่วง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำผู้ป่วยมาจากโรงพยาบาลคำม่วงมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์  พอมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตกาฬสินธุ์ ได้มีรถจักรยานยนต์พุ่งออกมาจากเกาะกลางถนน ซึ่งเป็นจุดห้ามกลับรถด้วยความเร็ว เพื่อจะมุ่งหน้าเข้ามหาวิทยาลัยฯ ทำให้เบรกและหยุดรถไม่ทัน จึงพุ่งชนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวอย่างแรง จนรถ จยย.กระเด็นไปไกล ส่วนรถตู้ก็พุ่งเข้าชนเข้ากับเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างทาง จนทำให้ผู้ป่วย ญาติ  และพยาบาลที่นั่งมาด้วยบาดเจ็บรวม 7 ราย
ล่าสุด นางพิณ คำหอม อายุ 67 ปี ผู้ป่วยโรคไต ที่มากับรถตู้ส่งผู้ป่วยโรงพยาบาลคำม่วงได้เสียชีวิตแล้ว จากอาการสมองบวม คาดว่าจะได้รับแรงกระแทกขณะเกิดอุบัติเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่เหลืออีก 6 คน อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์และโรงพยาบาลธีรวัฒน์ ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวมักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากเมื่อก่อนเป็นจุดกลับรถเข้ามหาวิทยาลัย ต่อมาเจ้าหน้าที่นำแท่งปูนมากั้นไว้ เพื่อไม่ให้กลับรถแล้ว แต่ยังมีรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษากลับรถ เพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัย จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย.
sakdath
เล่นปืนโชว์แฟนสาวเกิดลั่นโป้งสุดที่รักดับ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา 12:23 น.






หนุ่มสาวมาเปิดห้องแมนชั่นกระชับสัมพันธ์ โชว์ปืนสาวคนรักเกิดลั่นโป้งดับสยอง กล้องวงจรปิดจับหนุ่มไว้ได้ หน้าตาตื่นบอกแม่บ้านพาส่งตำรวจก่อนหายจ้อย

วันนี้ (11พ.ย.) พ.ต.ท.สุนทร  ชื่นชิด  พงส. สภ.เมืองนนทบุรี  สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์  รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตในเดอะการ์เด้นท์แมนชั่น  เลขที่ 725 หมู่ 2 ซอยงามวงศ์วาน 27 แยก 4 ต.บางเขน จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.ณัฐพล  ศุกระศร  รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี  พ.ต.อ.ชาญศิริ  สุขรวย ผกก. สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.ศิริวัฒน์  ดีพอ  รองผกก.ป. พ.ต.ท.ธรรศกร  ก้อนทอง  สว.สส. มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง  แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปตรวจสอบ
ในห้องเลขที่  206 ชั้น 2 พบศพหญิงสาวอายุ 20-25 ปี  นอนเสียชีวิตมีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด .38 ใต้คางด้านขวา  ในตัวไม่พบหลักฐานระบุบุคคล นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ของผู้ตายเท่านั้น   บนเตียงพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่หนึ่งปลอก  นอกจากนี้ยังพบว่าโทรทัศน์ในห้องยังเปิดอยู่โดยเป็นเกมต่อสู้ยิงปืน
สอบสวน น.ส.สาวิณี  ศรีลิ้นจี่  อายุ 23 ปี  แม่บ้านแมนชั่นทราบว่าผู้ตายเข้ามาพักกับแฟนหนุ่มชื่อนายเกรียงไกร  เกตุมี  อายุประมาณ 30 ปี  มาเปิดห้องพักรายวันตั้งแต่วันที่  9 พ.ย.   ก่อนเกิดเหตุนายเกรียงไกรวิ่งหน้าตาตื่นลงมาพร้อมตะโกนให้ตนช่วยเรียกรถพยาบาลพาแฟนสาวส่งรพ.ด้วยก่อนหลบหนีไป  ตนจึงรีบวิ่งขึ้นไปดูที่ห้องก็พบว่าแฟนสาวนายเกรียงไกรถูกอาวุธปืนเสียชีวิตแล้ว
ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของแมนชั่นพบภาพนายเกรียงไกรวิ่งหน้าตาตื่นด้วยความตกใจออกมาจากห้องเกิดเหตุในสภาพเปื้อนเลือด  เบื้องต้นสันนิษฐานว่านายเกรียงไกรคงนำปืนออกมาเล่นอวดแฟนสาวขณะทั้งคู่กำลังเล่นเกมต่อสู้ในโทรทัศน์แล้วปืนอาจลั่นถูกแฟนสาวเสียชีวิต หรือไม่ก็เกิดปากเสียงทะเลาะกันแล้วนำปืนมาขู่จนปืนลั่นใส่แฟนเสียชีวิต  จะติดตามตัวนายเกรียงมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป.
sakdath
หนุ่มปี 4 มหาลัยดังซิ่งซีอาร์วีทะลุร้านต้นไม้พังยับ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13:50 น.





หนุ่มมหาลัยชื่อดังปี 4 ซิ่งซีอาร์วี พุ่งร้านขายต้นไม้ริมถนนพหลโยธิน ระหว่างอ.เมืองเชียงราย – อ.แม่จัน ทั้งรถ-ทั้งร้านพังยับ คนขับบาดเจ็บ

วันนี้ (11 พ.ย.) พ.ต.ต.ธีรพัฒน์ อุ่นนันกาศ พงส. (สบ.2) สภ.ย่อยบ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งอุบัติเหตุมีรถยนต์เก๋งพุ่งเข้าชนร้านขายต้นไม้จนคนขับได้รับบาดเจ็บ ริมถนนพหลโยธิน ระหว่าง อ.เมืองเชียงราย – อ.แม่จัน ก่อนถึง ม.แม่ฟ้าหลวง ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร้านจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับ และของตกแต่งบ้านและสวน ชื่อ “ธรรมรักษา” สาขา 2  ลักษณะสร้างเป็นอาคารปูนติดพื้น ชั้นเดียว หลังคาปูกระเบื้อง สภาพพังเสียหายยับเยิน สินค้าและเครื่องใช้กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ภายในร้านค้าพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ชฟ 7103 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน ล้มตะแคงอยู่กลางอาคาร มีหลังคาร้านยุบลงมาปิดทับอีกชั้นหนึ่ง ทราบชื่อคนขับคือ นายปวรินท์  ประภักดี อายุ 24 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนนายบุญมา ธรรมรักษา เจ้าของร้านทราบว่า ขณะที่ตนและลูกสาว รวมทั้งลูกจ้างกำลังไปช่วยกันยกต้นไม้หลังร้านมาวางหน้าร้าน รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับมาจากทางตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่จัน ด้วยความเร็วสูง ก่อนจะได้ยินเสียงเบรกอย่างแรง และพุ่งเข้ามาในร้านชนสิ่งของต่างๆพังเสียหาย รวมทั้งตัวอาคารด้วย รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า  2  แสนบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุของอุบัติเหตุน่าจะมาจากที่ นายปวรินท์ ขับรถมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุอาจหักรถหลบอะไรบางอย่าง ซึ่งจะได้นำรถไปตรวจสอบ รวมทั้งสอบพยานแวดล้อมและตัวผู้ขับด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
sakdath
ด.ต.คนติดตามอดีต รมช.ศธ. ซิ่งเก๋งอัดต้นยูคาฯไฟท่วม
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา 16:07 น.




ดาบตำรวจคนติดตามอดีต รมช.ศึกษา ซิ่งรถกลับจากงานกฐินพร้อมแฟนสาว พุ่งไปอัดกับต้นยูคาฯ ก่อนพลิกหลายตลบไฟท่วมวอดทั้งคัน อาการสาหัส


วันนี้ (11 พ.ย.) พ.ต.ท.เลิศฤทธิ์ ภูจริต สารวัตรเวร สภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัย อบต.หนองเม็กว่า พบรถเก๋งพลิกคว่ำเกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน ที่ทางหลวงหมายเลข 207  ก.ม.27-28 .ใกล้กับที่ทำการ อบต.
ที่เกิดเหตุพบ รถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า โคโรนาสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กง 7380 ปทุมธานี จอดอยู่ข้างถนน ถูกเพลิงเผาจนวอดทั้งคัน ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นของ ด.ต.คมสันต์ อำนาจ อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.หนองสองห้อง และเป็นคนติดตามนายพงศกร อรรณนพพร อดีต รมช.ศึกษาธิการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยได้นั่งรถมาพร้อมกับ น.ส.อาภัสมน จอดนอก อายุ 24 ปี แฟนสาว หลังจากกลับจากงานทอดกฐินในเขตเทศบาล พอขับมาถึงที่จุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ในช่วงก่อสร้าง รถเกิดเสียหลักเฉี่ยวสิ่งก่อสร้างจนพุ่งไปชนกับต้นยูคาลิปตัส ก่อนจะพลิกคว่ำหลายตลบ เกิดเพลิงไหม้ที่ถังแก๊สท้ายรถ ก่อนลามไปติดทั่วทั้งคัน แต่โชคดีที่ผู้บาดเจ็บทั้งสองราย ถูกแรงกระแทกจนกระเด็นออกมาจากตัวรถได้ก่อน
ด้าน นายแพทย์รพินทร์ ทองคำเปลว แพทย์ เจ้าของไข้ กล่าวว่า คนเจ็บอาการสาหัสพอสมควร เนื่องจากมีแผลเปิดตามร่างกาย รวมทั้งที่ศีรษะ และเสียเลือดมากด้วย เบื้องต้นได้ให้ออกซิเจนและห้ามเลือดแล้ว กำลังประสานเพื่อนำส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น.
sakdath
วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 19:09 น. ข่าวสดออนไลน์


ปลัดไทรโยคยิงตัวตายต่อหน้าเมีย



เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ต.อภิชัย พุ่มชัย ได้รับแจ้งเหตุยิงตัวตาย บริเวณถนนสายเขาช้าง-วังกระแจะ ม.1 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์อีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว ป้ายแดงทะเบียน ท-1865 กาญจนบุรี จอดอยู่ริมถนนข้างรถพบศพนายประยุทธ เล่ห์ประกัน อายุ 53 ปี อยู่ม.5 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค สภาพศพนอนหงาย ใส่เสื้อกล้ามสีเนื้อ กางเกงขาสั้นสีเทา บริเวณขมับซ้ายมีรอยกระสุนปืนและรอยเลือดนองพื้น ในที่เกิดเหตุพบกระเป๋า 1 ใบ ปืนขนาด 9 มม.ยี่ห้อซีแซด สีดำ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเดินทางกลับบ้านโดยมีนางกัณรวรรนา ผ่องใส อายุ 29 ปี ภรรยาเป็นคนขับรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้พูดขอโทษภรรยาทุกอย่างที่ทำผิดไปและบ่นว่าคลื่นไส้ จะลงไปอาเจียน พอจอดรถผู้ตายก็หยิบปืนลงไปด้วยและใช้ปืนยิงขมับตัวเองตาย จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลคาดว่าเครียดจากการป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ จึงใช้อาวุธปืนยิงตัวตายดังกล่าว
sakdath
ไฟไหม้ชุมชนสะพานดำวอดกว่า10หลัง
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา 22:24 น.






ไฟไหม้ชุมชนสะพานดำริมทางรถไฟบางซื่อ วอดกว่า 10 หลังคาเรือน โชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย

เมื่อเวลา 21.00 น.วันนี้ (11 พ.ย. ) ร.ต.ท.ไชยเชษฐ์ พรหมศร พงส.(สบ1) สน.เตาปูน รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนในชุมชนสะพานดำริมทางรถไฟบางซื่อ ถนนเทิดดำริ แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ จึงรีบประสานรถดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เข้าช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเรือนประชาชนส่วนใหญ่ปลูกเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นกว่า 50 หลังคาเรือน  เพลิงกำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำทำให้ไฟไหม้เสียหายไปกว่า 10 หลังคาเรือน
ขณะที่ประชาชนผู้อาศัยต่างอพยพหนีออกจากกองเพลิงสุดโกลาหล  เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 5 คัน ฉีดน้ำสะกัดใช้เวลากว่า 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ โชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย
ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า บ้านต้นเพลิงเป็นบ้านไม้2ชั้นไม่ทราบเลขที่  ผู้เห็นเหตุการณ์พบว่าเพลิงลุกไหม้จากชั้นล่างก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปถึงบ้านข้างเคียง  ขณะที่เจ้าของบ้านพยายามดับไฟแต่ไม่เป็นผล จึงรีบออกจากบ้านหนีเอาชีวิตรอด  จะประสานเจ้าหน้าที่ พฐ.มาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดและประเมินความเสียหายต่อไป.
sakdath
พิษรักนศ.เกย์ปลิดชีพ2ศพคามรภ.
วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 19:24 น.



นักศึกษาเกย์ ฉุนเพื่อนชายคนสนิทต่างสถาบันตีตัวออก ตามไปยิงถึงมรภ.สวนดุสิต ก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม



          วันนี้ (12 พ.ย.) พ.ต.ท.สมชาย เอื้อทยา พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.สามเสน ได้รับแจ้งเหตุนักศึกษาใช้อาวุธปืนยิงกันและมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.สามเสน พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส. บก.น.1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สามเสน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต็กติ๊ง  
           ที่เกิดเหตุอยู่บนอาคาร 11 ชั้นที่ 6 บริเวณทางเดินด้านหลังลิฟฟ์ ติดกับทางเข้าห้องน้ำ  พบกองเลือดกองใหญ่และมีเศษชิ้นเนื้อกระจายไปทั่วบริเวณ  โดยพบศพนายไพศาล ศรีคชา หรือ เบนซ์ อายุ 20ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นปีที่ 3 สภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 ที่บริเวณศีรษะ 2 นัด สวมชุดนักศึกษา กางเกงขายาวสีดำ นอนจมกองเลือด ใกล้กันพบศพนายพงศ์ภวัต ชัยชีพ หรือ อาร์ม อายุ 21ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ชั้นปีที่ 2 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน เข้าบริเวณศีรษะ 1 นัด  สวมเสื้อนักศึกษา กางเกงยีนส์  โดยสภาพนอนคว่ำหน้าตะแคงซ้ายตัวอยู่ใกล้ชิดติดกัน  ใต้ร่างของนายพงศ์ภวัต พบอาวุธปืน ขนาด .357 ตกอยู่ โดยกระสุนถูกยิงออกไปแล้ว 3 นัด อยู่ในลูกโม่อีก 3 นัด  เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
           ต่อมา ว่าที่ ร.ต.ไพบูลย์ ศรีคชา เจ้าหน้าที่ศาลแขวงตลิ่งชัน บิดาของนายไพศาล พร้อมด้วยมารดา ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ เมื่อพบเห็นร่างลูกชายเสียชีวิต  จึงได้ร้องไห้ออกมาพร้อมกับตัดพ้อว่า  “ลูกทำอย่างนี้ทำไม ทำไมลูกถึงไม่รักตัวเอง ไม่รักพ่อบ้าง”  เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปนั่งสงบสติอารมณ์ ก่อนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะทำการสอบปากคำด้วยตนเอง
           จากการสอบสวน ร.ต.ไพบูลย์  ให้การว่า ลูกชายกับอาร์ม คบหากันได้ประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้รู้มาว่าเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน  แต่ไม่รู้เป็นเรื่องอะไร จนลูกชายอยากจะเลิกคบ แต่อีกฝ่ายไม่ยอม อาร์มจึงบุกรุกมาถึงที่บ้านและยังเคยโทรศัพท์มาข่มขู่ตนเองและลูกอีกด้วย  จึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สน.หลักสอง เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยืนยันว่าลูกชายไม่ได้เป็นเกย์ หรือมีพฤติการณ์เชิงชู้สาวกับผู้ชายด้วยกัน
           ด้าน นายกิตติพงษ์   ปั้นไล้ เพื่อนของนายไพศาล  กล่าวว่า  เบนซ์เลิกคบกับอาร์มเพราะว่าอาร์มนิสัยไม่ดี มีพฤติกรรมรุนแรงออกแนวเหมือนคนโรคจิต ก่อนเกิดเหตุเพื่อนๆกำลังเรียนวิชาการจัดการโครงการที่ห้อง 11604  ชั้น 6 ของอาคารดังกล่าว  ระหว่างนั้นนายอาร์มก็มาที่มหาวิทยาลัยและมาถามหานายเบนซ์ ก่อนที่ทั้งสองคนจะไปพูดคุยกันบริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่งหมดเวลาเรียน ก็มีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด จึงวิ่งไปดูก็พบว่าทั้ง 2 คนเสียชีวิตแล้ว
          พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า   ผู้ก่อเหตุคือนายพงศ์ภวัต มาติดพันนายไพศาลได้เกือบ 1 ปีแล้ว  ซึ่งทางบิดาของนายไพศาล เห็นว่าไม่เหมาะสมจึงขอให้เลิกคบ ทำให้นายพงศ์ภวัตไม่พอใจและตามราวี    สำหรับสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากนายพงศ์ภวัตมีพฤติกรรมมาติดพันและคบหากับอีกฝ่ายในลักษณะชู้สาว  แต่นายไพศาลไม่เล่นด้วยและพยายามตีตัวออกห่าง   นายพงศ์ภวัตจึงตามมาง้อขอคืนดี ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว   อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำศพของผู้ตายส่งนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ  พร้อมจะทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อสรุปสาเหตุอีกครั้ง
sakdath
สาดน้ำมันจุดไฟเผาแฟนสาว
วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 19:55 น.


หนุ่มโรงงานหึงแฟนสาวมีกิ๊กใหม่ สุดแค้นบุกสาดน้ำมันจุดไฟเผาปางตาย หลังพบภาพบาดตาฝ่ายหญิงพากิ๊กมากินข้าวถึงในห้องพัก


           วันนี้ (  12 พ.ย.)   พ.ต.ท.มานพ ทรายแก้ว พงส.(สบ 3) สน.จระเข้น้อย ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกใช้น้ำมันเผาหญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องพักหมายเลข 34 ชั้น 4 อาคาร 30 อาคารเอื้ออาทรโครงการลาดกระบัง 2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปพณพัชร์ ตั้งจิตจารุพัชร์ ผกก. พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ สู่พานิช สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุภายในห้องดังกล่าว มีร่องรอยคราบเขม่าจากการไหม้ ใกล้กันพบขวดสุราแม่โขงภายในมีน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮออล์ 91สีเขียวหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ภายในห้องน้ำพบเสื้อยืดแขนสั้นสีแดงถูกเผาไหม้กองอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 8 ไปก่อนหน้าแล้ว พบว่าอาการสาหัสร่างกายถูกไฟไหม้กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ แพทย์จึงนำส่งต่อไปรักษา ต่อที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9
          พ.ต.อ.ปพณพัชร์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนญาติทราบว่า ผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.ธัญญารัตน์ ภูธร อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 21 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เจ้าของห้องพักที่เกิดเหตุ เป็นพนักงานจัดสินค้า บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) โดยคนร้ายที่เป็นคนเอาน้ำมันมาราดแล้วจุดไฟเผาทราบชื่อต่อมาคือนายเอกพล อุดมมาลา อดีตแฟนของผู้บาดเจ็บ ซึ่งทำงานอยู่ที่ทำงานเดียวกัน และพักอาศัยอยู่อาคาร เอื้ออาทรโครงการลาดกระบัง 2 เหมือนกัน โดยทั้ง 2 คนเพิ่งเรียนจบ ม.6 และเข้ามาทำงานอยู่ที่เดียวกันได้ประมาณ 1 ปีและพักอาศัยอยู่ที่เอื้ออาทร แต่ฝ่ายชายมีกุญแจห้องของฝ่ายหญิง ซึ่งระยะหลัง น.ส. ธัญญารัตน์ ได้ไปคบหานายแอม ไม่ทราบนามสกุล ทำให้นายเอกพลไม่พอใจ
        จนเมื่อวันที่ 11พ.ย.ที่ผ่านมาช่วงหัวค่ำ น.ส.ธัญญารัตน์ ได้พานายแอม มากินข้าวในห้องพัก จนนายเอกพล มาพบ จึงได้เข้ามาขอเคลียร์ปัญหา โดยให้น.ส.ธัญญารัตน์ เลือกว่าจะคบกับใคร ซึ่งน.ส.ธัญญารัตน์ บอกว่าจะคบกับนายแอม ทำให้นายเอกพล ไม่พอใจ และได้พูดจาข่มขู่ ทางน.ส.ธัญญารัตน์ จึงตัดสินใจไปนอนพักบ้านเพื่อน จนช่วงตีห้า จึงกลับเข้าห้องพักเพื่อแต่งตัวไปทำงาน แต่นายเอกพล ได้มาดักรออยู่ก่อนแล้ว ก่อนใช้กุญแจห้องที่มีอยู่ไขเข้าไปจิกกระฉากศีรษะน.ส.ธัญญารัตน์ แล้วใช้น้ำมันราดก่อนจุดไฟเผา และหลบหนีไป น.ส.ธัญญารัตน์ จึงวิ่งเข้าไปถอดเสื้อที่ผูกไฟไหม้ในห้องน้ำ แล้วโทรศัพท์เรียกญาติและเพื่อนให้มาพาส่งโรงพยาบาล
         พ.ต.อ.ปพณพัชร์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามแพทย์ทราบว่าอาการของน.ส.ธัญญารัตน์ ค่อนข้างสาหัส คงต้องรอดูอาการประมาณ 3 วัน ส่วนนายเอกพล ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับ คาดว่าคงหนีไปได้ไม่ไกล และขณะนี้ได้ติดต่อไปยังมารดาของนายเอกพล เพื่อให้ติดต่อให้มามอบตัว กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว.
sakdath
หนุ่มอดีตนศ.ป.โททะเลาะแฟนโดดตึกดับ
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา 10:32 น.










หนุ่มอดีต นศ.ปริญญาโท ม.กรุงเทพ ระหองระแหงแฟนสาว ซดเหล้าจนขาดสติ โดดพุ่งหลาวตึกชั้น7 ดับอนาถ


เมื่อเวลา 06.30น.วันนี้(13 พ.ย.) ร.ต.ท.เจษฎา พัวบัณฑิตกุล พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตตกจากที่สูง ภายในซอยรังสิตภิรมย์ ข้างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บริเวณหน้าอาคารมายเพลส-เซเว่น เลขที่ 9/147 หมู่ที่5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฐานันท์ ทิมวัฒน์ รองผกก.ป.สภ.คลองหลวง แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติศูนย์รังสิต และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 8 ชั้น บริเวณชั้นด้านหน้าลานจอดรถ พบศพ นายอรรชา ตันวัฒนกุล อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102/268 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สภาพศพสวมเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงขายาวสีดำ นอนหงายอยู่บนพื้นหน้ารถโตโยต้าอัลติส สีดำ ทะเบียน ญย 3711 กรุงเทพมหานคร กะโหลกศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ นำศพส่งพิสูจน์ต่อไป
สอบสวนเบื้องต้น นางสาวเอ(นามสมมุติ) แฟนสาวขอผู้ตายให้การว่า ผู้ตายอดีตเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนเกิดเหตุตนเดินทางมาหาน้องสาว ที่พักอาศัยดังกล่าว ชั้นที่7 ห้อง702 โดยผู้ตายตามมาด้วยตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ โดยได้ดื่มสุรากันเล็กน้อย ผู้ตายเกิดอาการคลุ้มคลั่งขาดสติเอะอะโวยวาย ตนและน้องสาวพยายามห้ามปราม แต่ผู้ตายสะบัดจนตนและน้องสาวล้มลงหลายครั้ง จนหมดแรงจากนั้นผู้ตาย วิ่งไปที่ระเบียง พวกตนพยายามดึงมือไว้ และห้ามปรามแต่ผู้ตายก็พยายามดิ้นจนหลุดแล้วกระโดดพุ่งหลาวลงมา เสียชีวิตดังกล่าว
ทางด้านพ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น คาดว่าผู้ตายและแฟนสาวน่าจะมีเรื่องระหองระแหงปัญหาส่วนตัวจนเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ผู้ตายเกิดน้อยใจกระโดดลงมาจากห้องพัก แต่อย่างไรก็ตามจะนำผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป..
sakdath
หมอจุฬาเจ๋งต่อมือหนุ่มใหญ่ถูกฟันขาด8ชั่วโมงติด
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา 10:01 น.






หนุ่มใหญ่ขายของชำที่อยุธยาถูกโจ๋รุมฟันด้วยมีดสปต้ามือซ้ายขาดกระจุย แช่น้ำแข็งนานกว่า 8 ชั่วโมงให้แพทย์ รพ.จุฬาต่อได้สำเร็จ


วันนี้ (13 พ.ย.) ที่ โรงพยาบาลบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา มี นายปัญญา สุขศิล อายุ 35 ปีอยู่บ้านเลขที่ 40/2 ม. 4 ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา มีอาชีพขายของชำ เดินทางมาพบแพทย์ให้ล้างแผลที่ข้อมือซ้ายที่ถูกฟันขาดหลุดออกจากกัน ภายหลังแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ได้ใช้ความสามารถรักษาต่อติดกันจนเซลเนื้อเส้นประสาทเริ่มทำงาน แต่ฝ่ามือยังอยู่ในสภาพบวมเล็กน้อยและขยับมือได้บ้างแล้ว
นายปัญญา เปิดเผยว่า มีอาชีพขายของชำอยู่กับบ้าน ได้มีนายเป๊ก และ นายปืน ขาโจ๋ในหมู่บ้านเชื่อสินค้าไปหลายรายการมูลค่ากว่า 300 บาท ได้ไปทวงถามหลายครั้งได้บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จนกระทั้งเมื่อค่ำวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เดินทางไปทวงเงินทั้งสองคนอีกครั้งที่บ้านพักทั้งสองคนไม่ยอมให้แถมยังพูดจาเยาะเย้ย หลังจากนั้นทั้งสองคนได้พานาย เจ๋ง นายหิน นายแมน และนายดอน บุกมาที่ร้าน และนายเจ๋ง ได้เอ่ยปากถามว่าอยากได้เงินให้ออกมาเอา เมื่อตนเดินออกไปหา นายเป็ก ใช้มีดสปาต้าฟันใส่ทันที จึงใช้มือซ้ายยกขึ้นบังคมมีดถูกเข้าที่ข้อมือจนมือขาดกระเด็น แต่ยังไม่ทราบว่ามือซ้ายของตัวเองถูกฟันขาด จึงไล่วิ่งหาไม้จะหยิบไปตีคู่อริ แต่ต้องตกใจสุดขีดเพราะไม่มีมือจะหยิบไม้ ถูกฟันขาดหายไป
หลังเหตุการณ์สงบกลุ่มลูกหนี้แสบแยกย้ายกันหลบหนี เพื่อนบ้านได้ออกค้นหาฝ่ามือที่ขาดนำมาแช่น้ำแข็งและพาร่างของนายปัญญาส่ง รพ.บางปะหัน และส่งรักษา ตัวต่อที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา นายปัญญากับเพื่อนบ้านร้องขอให้แพทย์ต่อมือที่ขาดให้ได้ รพ.พระนครศรีอยุธยาศรีอยุธยา จึงประสานงานขอความช่วยเหลือไปยัง แพทย์ รพ.จุฬาฯ ให้รักษาต่อมือให้นายปัญญา กว่ามือของนายปัญญาจะได้รับการรักษาให้แพทย์ รพ.จุฬาฯต่อให้ ต้องรอแช่อยู่ในน้ำแข็งนานกว่า 8 ชั่วโมง สุดท้ายแพทย์ รพ.จุฬาฯก็สามารถต่อมือของนายปัญญาได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ โดยใช้เวลาในการผ่าตัดต่อมือครั้งนี้นานกว่า 17 ชั่วโมง..
sakdath
รถทัวร์ซิ่งพลิกคว่ำกลางสายฝน
วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 23:42 น.








รถทัวร์ซิงฝ่าสายฝน แซงช่วงทางโค้ง ก่อนหักพวงมาลัยกลับเข้าเลน ถนนลื่นรถหมุนพลิกคว่ำไถลชนต้นไม้ ผู้โดยสารเจ็บ 8 โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต


เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้(12พ.ย.) พ.ต.ท.อนันต์ เกื้อบุญแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา รับแจ้งเหตุรถบัสโดยสารสายภูเก็ต-ชุมพร ประเภท ม.1 ทะเบียน ข 753-7 พลิกคว่ำผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมฆาตะกั่วป่า กู้ภัยบางไทร ที่บริเวณโค้งบางใหญ่ หมู่ 4 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
ที่เกิดเหตุระหว่างกิโลเมตรที่ 756 - 757 หน้าศาลเจ้า ไท่ซ่ง เล่ากุน บ้านบางใหญ่ พบรถทัวร์ ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1069 ภูเก็ต ของบริษัท รุ่งกิจทัวร์ จำกัด สภาพพลิกคว่ำตะเคียงอยู่บนหัวสะพาน ตัวรถข้างคนขับพังยับเยิน มีผู้โดยสาร 24 คน ที่นั่งมาในรถทัวร์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาลตะกั่วป่า ส่วนผู้โดยสารอีก 12 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
สอบสวนทราบว่า นายสมศักดิ์ จันทร์ส่อง ขับรถทัวร์โดยสารมาจาก บขส.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นำผู้โดยสารทั้งหมด 20 คนไปส่งที่ จ.ชุมพร ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งประกอบกับขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก รถเสียหลักแหกโค้งชนราวสะพานข้างทางเสียหาย โชคดีที่รถไม่ตกลงไปในคลองที่มีความลึกกว่า 3 เมตร แต่รถทัวร์ตะแคงพลิกคว่ำอยู่บนหัวสะพาน เบื้องต้นผู้รับบาดเจ็บทางแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลตะกั่วป่า ให้ความช่วยเหลือทั้งหมดปลอดภัยดีแล้ว
ผู้โดยสารที่บาดเจ็บรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนและครอบครัว นั่งริมกระจกด้านขวา คนขับพยายามแซงรถอีกคัน จากนั้นมาถึงทางโค้ง เลยหักรถกลับเข้ามาในเลนตัวเอง แต่เกิดเสียหลัก หมุน พลิกคว่ำไปชนราวสะพาน ดังกล่าว
sakdath
เก๋งประสบอุบัติเหตุชนแท่นแบริเออร์-ต้นไม้ดับ1เจ็บ1
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา 04:15 น.








รถเก๋งประสบอุบัติเหตุสภาพพังยับ หลังคาเปิดทั้งแถบฉีกขาดตั้งแต่ด้านหน้าถึงท้ายรถ พบศพหญิงสาวกระเด็นออกจากรถ แฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่ง รพ.บางปะกอก8 ตร.จะทำการสอบสวนผู้บาดเจ็บอีกครั้งก่อนสรุปสำนวนต่อไป


เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 13 พ.ย. พ.ต.ท.มนัสพันธ์ กิ่งนอกวงศ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.เพชรเกษม ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิต บริเวณร่องกลางถนนกาญจนาภิเษกขาออก เลยปากทางเข้าสำนักงานเขตบางแค หน้าร้านแมคโดนัล แขวงและเขตบางแค กทม.จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณร่องกลางถนน พบรถเก๋งนิสสัน เทียน่า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ศร 506 กทม. จอดอยู่สภาพพังยับเยินฉีกขาดทั้งคัน หลังคาเปิดทั้งแถบตัวถังซีกซ้ายฉีกขาดตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงท้ายรถ ภายหลังจากพุ่งชนต้นประดู่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต ล้มคว่ำไปจำนวน 2 ต้น ห่างไปทางด้านหน้ารถประมาณ 20 เมตรพบศพ น.ส.สุภาวดี โครตศิริ อายุ 28 ปี ตัวกระเด็นพุ่งออกจากเบาะนั่งข้างคนขับไปนอนหงายแน่นิ่งอยู่กลางถนนในช่องทางเดินรถฝั่งขวาสุด สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนขายาว ใบหน้ากระเเทกกับแท่งปูนกั้นถนนจนยุบทำให้จดจำใบหน้าไม่ได้ ส่วนผู้ขับขี่ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของผู้ตายทราบชื่อ นายเอกชัย โพธิ์สกะนิชกุล อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บแขนและขาหักถูกนำส่ง รพ.บางปะกอก 8 ไปก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถให้ปากคำได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบบนพื้นถนนพบเพียงเอกสารและคราบน้ำมันหกเลอะกระจัดกระจายแต่ไม่พบร่องรอยการเบรก โดยคาดว่าฝ่ายชายใช้ความเร็วสูงแล้วเกิดหลับในหรือหักพวงมาลัยหลบรถที่วิ่งตัดหน้าจนพุ่งชนแท่นแบริเออร์ก่อนเสียหลักลงร่องกลางถนนชนกับต้นไม้อย่างจังทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งก่อนสรุปสำนวนต่อไป.
sakdath
กลับไปยังรายบอร์ด