กลับไปยังรายบอร์ด
เหยื่อคดีชนแล้วหนีวอนขอกระดูกมาทำบุญ
วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555 เวลา 06:52 น.



ครบ 1 เดือนเต็ม การสูญหายของ "นายวิโรจน์ โภคทรัพย์" หลังถูกรถยนต์ชนลากหายไร้วี่แววครอบครัวนอนไม่หลับ ต้องการกระดูกมาทำบุญ หวังเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเปิดกล้องวงจรปิด หลังมีคนพบเห็นรถกระบะมีคอกเหล็ก ชนลากศพห้อยโตงเตงไปถึงพื้นที่ อ.สังขะ เพื่อคลี่ปมว่าอำพรางศพไว้ที่ใด
ครบ 1 เดือนเต็ม การสูญหายของนายวิโรจน์ฯ หลังถูกรถยนต์ชนลากหายไร้วี่แวว ขณะที่ครอบครัวนอนไม่หลับ ต้องการกระดูกมาทำบุญ หวังเจ้าหน้


วันนี้ (19 ส.ค.55) ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายวิโรจน์ โภคทรัพย์  อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 บ้านปวงตึก หมู่11 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ หายตัวไปตั้งแต่คืนวันที่ 19 ก.ค.55 หลังมีผู้พบเห็นว่า ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนายวิโรจน์จนล้มลงที่บริเวณถนนสุรินทร์-สังขะ กม.6 ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้านปวงตึกฯ ซึ่งพลเมืองดีกำลังจะเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ รถยนต์ที่วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว ได้ชนลากหายตัวไปพร้อมกับความมืด หลังจากเกิดเหตุครอบครัวและญาติพี่น้องต่างได้พากันออกตามหาทุกแห่งหนแต่ก็ไร้วี่แวว จนถึงวันนี้ 19 ส.ค. เป็นวันที่ครบรอบ 1 เดือนเต็มของงการหายตัวไปของนายวิโรจน์ ซึ่งยังไร้วี่แวว ขณะที่ครอบครัวของผู้สูญหายก็ยังข่มตาไม่หลับ หวังเพียงลึกๆในใจว่านายวิโรจน์จะยังคงมีชีวิตอยู่ หรืออย่างน้อยก็ได้เพียงศพหรือกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้านตามประเพณี

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่  84 บ้านปวงตึกหมู่ 11 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ของนายนายวิโรจน์  ได้พบกับนางสาวมาลี ช่อเพชร อายุ 49 ปี ภรรยา พร้อมด้วยลูกสาว ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านจำนวนมาก ที่ยังคงเดินเข้ามาให้กำลังใจครอบครัวนายวิโรจน์ทุกวัน ตลอด 1 เดือนเต็มตั้งแต่นายวิโรจน์หายตัวไป ซึ่งทุกคนยังคงรอความหวังว่าจะได้พบศพหรือกระดูกนายวิโรจน์กลับคืนมาทำบุญตามประเพณีและคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามคดี และประสานเพื่อขอเปิดดูกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้ เพราะทราบข่าวว่ามีคนพบเห็นรถกระบะสีแดง มีคอกหรือกรงเหล็กที่กระบะหลัง ลากศพห้อยโตงเตงด้านหลังรถเข้าไปในพื้นที่ อ.สังขะ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุกว่า 60 กิโลเมตร อีกทั้งเพื่อคลี่ปมการสูญหายว่ารถคันดังกล่าวนำศพไปอำพรางไว้ที่ใด

ทางด้าน นางสาวมาลี   ช่อเพชร อายุ 49 ปี  ภรรยายนายวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ทำบุญไปแล้ว 1 ครั้ง ทุกวันนี้ยังคงนอนไม่หลับ และยังทำใจไม่ได้  ในใจลึกๆ ยังคาดหวังว่าสามีจะยังมีชีวิตอยู่ และหากเสียชีวิตแล้วก็ยังคงคาดหวังว่าจะได้พบศพหรือนำกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้าน ซึ่งความหวังสุดท้ายก็คงต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่อาจจะนำไปสู่การคลี่คลายปม.
sakdath
หาได้ยากยิ่ง พีซีระเบิดหนุ่มเวียดนามสาหัสเลือดอาบ



ASTVผู้จัดการออนไลน์ - นับเป็นเหตุการณ์ที่แสนประหลาด และเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง ชายหนุ่มวัย 21 ปีใน จ.เตี่ยนซยาง (Tien Giang) ในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขงเวียดนามถูกนำส่งโรงพยาบาลหลังจากคอมพิวเตอร์ของเขาระเบิดอย่างรุนแรง และเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส
      
       นายเลดั่งกวาง ถูกนำส่งโรงพยาบาลในตอนค่ำวันพฤหัสบดี 16 ส.ค. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของเขาเกิดระเบิดขึ้นภายในบ้าน ใน อ.หมีทอ (My Tho) เสียงระเบิดดังมาก จนกระทั่งทำให้ประตูกระจกของห้องแตก ข้าวของอีกหลายชิ้นได้รับความเสียหาย เหตุเกิดในขณะนายกวางกำลังพยายามซ่อมคอมพิวเตอร์ของเขาเอง ซึ่งในขณะนั้นไม่มีคนอื่นอยู่ภายในห้องด้วย
      
       ญาติๆ ของนายกวางซึ่งบ้านอยู่ติดกันกล่าวว่า ในตอนแรก ทุกคนเข้าใจว่าเป็นถังแก๊สในครัวระเบิด ทุกคนกรูเข้าไปดูแต่ก็พบว่าถังเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มยังอยู่ปกติ แต่คอมพิวเตอร์ในห้องของนายกวางกระจุยกระจาย และเจ้าตัวนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นจมกองเลือด
      
       สมาชิกครอบครัวของนายกวางได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจท้องที่ให้ไปดูว่ามีอะไรอยู่ในคอมพิวเตอร์ของชายหนุ่ม จึงทำให้เกิดการระเบิดรุนแรงได้ขนาดนี้ แต่การตรวจพิสูจน์ในชั้นต้นภายในห้องที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยดินระเบิด หรือวัตถุระเบิดใดๆ เตื่อยแจ๋ออนไลน์ รายงานในเว็บไซต์ภาษาเวียดนาม
      
       ในหลายประเทศแถบร้อนก่อนหน้านี้เคยมีข่าวคราวเกี่ยวกับการระเบิดของแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือบางยี่ห้ออยู่หลายครั้ง ซึ่งสาเหตุเกิดจากความร้อนนั่นเอง แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีในการผลิตก้าวหน้ามากขึ้น แทบจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกแล้ว
      
       แต่การระเบิดของพีซีที่ไม่ได้ใช้แบตเตอรี่ใดๆ เป็นเรื่องที่เกือบจะไม่เคยได้ยินได้ฟังกัน.
sakdath
เด็กอ้วน8ขวบดับปริศนาคาที่นอน
วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555 เวลา 22:10 น.


เด็กชายวัย 8 ขวบ แต่มีน้ำหนักตัวมากถึง 85 กก. เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาคาที่นอน ผู้เป็นพ่อเผย ลูกชายน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากจนผิดปกติ ซึ่งแพทย์ตรวจพบปัญหาทางด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย ยืนยันไม่เคยให้ลูกกินยาลดความอ้วน


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.บัญชา มีเลิศ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุเด็กวัย 8 ขวบ นอนเสียชีวิตปริศนา ที่บ้านเลขที่ 30/33 ซอยธรรมสุธีร์ 21 หมู่ 5 ต.บางเดื่อ จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.ปทุมธานี และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นห้องแถวแบ่งให้เช่า ภายในห้องที่ 4 ชั้นล่าง พบศพ ด.ช.ณัฐนันท์ เชื้อจาด หรือน้องกาแฟ อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นเด็กรูปร่างอ้วนใหญ่ ตามร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอนภายในห้องพักดังกล่าว ที่ข้างศพพบสายและท่อให้ออกซิเจน โดยมีนายเกษมและนางมาลี เชื้อจาด พ่อและแม่ นั่งอยู่ข้างๆด้วยความเศร้าสลด
สอบสวนนายเกษม ให้การว่า ตนและภรรยามีอาชีพค้าขาย โดยมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน โดยน้องกาแฟเป็นลูกคนที่สอง เมื่อแรกเกิดน้องกาแฟมีน้ำหนักตัวเพียง 1,200 กรัม และมีอาการโรคปอดเล็กผิดปกติ หลังจากนั้นน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นเป็นปกติทุกอย่าง แต่พออายุได้ประมาณ 5-6 ขวบ น้ำหนักตัวน้องกาแฟเริ่มมากขึ้นผิดปกติ จึงพาไปพบแพทย์ ก็ตรวจพบปัญหาการพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย ต้องควบคุมดูแลการรับประทานอาหารพร้อมให้ยามาทาน ซึ่งน้ำหนักตัวล่าสุดเกือบ 85 กิโลกรัม และต้องให้ออกซิเจนเวลานอนหลับ
พ่อของเด็กให้การอีกว่า น้องกาแฟกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนประคองศิลป์ แต่จะไปเรียนได้เพียงสัปดาห์ละ 2-3 วัน เพราะลูกชายจะมีอาการเหนื่อย กระทั่งก่อนเกิดเหตุได้ก็นอนหลับเป็นปกติ พร้อมกับให้สายออกซิเจนเหมือนทุกวัน จนเช้ามืดตนและภรรยาตื่นมาเพื่อจัดเตรียมของไปขาย ก็พบว่าออกซิเจนเสียงไม่ดัง ด้วยความตกใจจึงรีบไปเรียกปลุกลูก เพราะทุกครั้งเวลาให้สายออกซิเจนจะมีเสียงดัง แต่ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ และขอยืนยันว่าไม่เคยให้ลูกกินยาลดความอ้วนแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
sakdath
ไปลดน้ำหนักกันเถอะพวกเรา.....
นะ โม ตะ โป ยา จา ถะ
ม้าเหล็กขยี้เก๋งคารางดับสยอง4ศพ
วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555 เวลา 23:00 น.





รถไฟขบวนท่องเที่ยว สายน้ำตกไทรโยค-กรุงเทพมหานคร พุ่งชนกับรถเก๋งป้ายแดง ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ หมู่ 4 ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.ภิญโญ มุสิกสาร พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถเก๋ง มีผู้เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบริเวณจุดตัดทางรถไฟ หมู่ 4 ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียนป้ายแดง  ก 0712 สมุทรสาคร ถูกรถไฟขบวนท่องเที่ยว สายน้ำตกไทรโยค-กรุงเทพมหานคร พุ่งชนจนพังยับทั้งคัน ก่อนลากไปเป็นระยะทางยาว
ตรวจสอบภายในรถเก๋งพบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ทราบชื่อ น.ส.อรัญญา อุดมสุข อายุ 32 ปี คนขับ และนางสมทรง อุดมสุข (ไม่ทราบอายุ) มารดาของ น.ส.อรัญญา นอกจากนี้ยังพบร่างของผู้เสียชีวิตกระเด็นออกมาจากตัวรถอีก 2 ราย คือ นางจันทร์จิรา แป้นคอน อายุ 37 ปี และ ด.ช.พงษธร แป้นคอน อายุ 6 ปี
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดเพิ่งกลับจากเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ต.ศาลายา จ.นครปฐม เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ อ.นครชัยศรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งคันดังกล่าวได้วิ่งตัดทางรถไฟ โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ากำลังมีรถไฟวิ่งผ่านมา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืด และมีฝนตกลงมา จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุสลดดังกล่าว.
sakdath
สาวควบปิกอัพเสยต้นไม้ข้างทางรอดปาฏิหารย์
วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 เวลา 11:34 น.










สาวเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าควบปิกอัพตกถนนเสยต้นไม้บาดเจ็บแค่เล็กน้อย เจ้าตัวเชื่อเพราะบารมีของพระที่คล้องคอทำให้แคล้วคลาด


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ร.ต.ท.ปรีชา ภู่เพียร ร้อยเวร สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งอุบัติเหตุรถปิกอัพพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนนพุ่งชนต้นไม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุมดโชติ ผกก. และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา
ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพอีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บท-7116 พิษณุโลก ที่ท้ายกระบะติดโครงเหล็กบรรทุกลังขวดเบียร์มาเต็มคัน เสียหลักพุ่งตกลงไปร่องกลางถนนชนอัดก็อปปี้กับต้นไม้ขนาดใหญ่จนหน้ารถพังยับเยิน ที่เบาะที่นั่งคนขับพบร่าง นางรัชนี เดชเทพ อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมา เบื้องต้นพบว่านางรัชนี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
นางรัชนี ให้การว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่า ก่อนเกิดเหตุได้นำขวดเบียร์เปล่าที่ตระเวนรับซื้อมานำไปขายในตัวเมืองพิษณุโลก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุขณะขับรถอยู่ที่ช่องทางขวาสุด จู่ๆ มีรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเขียว จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับปาดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้หักหลบกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งตกไปข้างทางและอัดกับต้นไม้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ทำให้รอดชีวิตในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของเหรียญหลวงพ่อพรต วัดชาติตระการ จ.พิษณุโลก ที่คล้องติดตัวอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการต่อไป.
sakdath
ผจก.บริษัทน้ำมันบึ่งเก๋งตกทางด่วนฉลองรัชสาหัส
วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 เวลา 13:48 น.











อีกแล้ว รถตกทางด่วน ผจก.บริษัทน้ำมัน บึ่งเก๋งเชฟ โรเลต พุ่งตกจากทางด่วนฉลองรัช ช่วงต่างระดับจตุโชติ ซึ่งเป็นแยกตัววาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ส.ค. พ.ต.ท.กันตพล สินธวาชีวะ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทางด่วน 1 รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ตกจากทางด่วนฉลองรัช ช่วงสะพานต่างระดับจตุโชติ มุ่งหน้าถนนลำลูกกา ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท. ณัฐพล โกมินทรชาติ รอง ผกก. สน.ทางด่วน 1 และประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย 5 ทางด่วนพิเศษ ไปช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุ บริเวณด้านบนทางด่วนซึ่งเป็งแยกลักษณะตัววาย มีร่องรอยการเฉี่ยวชน เสาสัญญาณบอกป้ายทางแยกหักโค่น ส่วนบริเวณพื้นด้านล่างใต้ทางด่วนซึ่งเป็นป่าหญ้ารกและร่องน้ำ พบรถยนต์ยี่ห้อเชฟ โรเลต ออฟตร้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ญข 4372 กรุงเทพมหานคร ในสภาพพังยับเยินจมอยู่ในร่องน้ำใกล้กับตอม่อต้นที่ 3 นับจากจุดแยกตัววาย ระยะห่างประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้รถเครนชักลอกยกขึ้นไปบนทางด่วนเนื่องจากไม่สามารถนำรถเข้าไปลากซากรถออกมาได้ โดยมีคนขับรถอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสนั่งติดอยู่ที่เบาะคนขับ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันงัดและนำตัวออกจากรถก่อนนำตัวไปส่งโรงพยาบาลสายไหม ทราบชื่อนายคงภพ บุรภัทรวัฒนา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/24 ม.1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี มีบาดแผลกะโหลกศีรษะแตก มีเลือดไหลออกทางปาก จมูก และหู จำนวนมาก อาการสาหัส ทางโรงพยาบาลต้องประสานขอเลือดจากสภากาชาดไทย โดยแพทย์ได้รีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นผู้จัดการบริษัทรถขนส่งน้ำมันแห่งหนึ่ง และจะขับรถไปตรวจโรงเก็บน้ำมันอยู่เป็นประจำ และคาดว่าก่อนเกิดเหตุนายคงภพน่าจะกำลังเดินทางไปตรวจโรงเก็บน้ำมันย่านลำลูกกา แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ประสบอุบัติเหตุเสียก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้บาดเจ็บน่าจะขับรถมุ่งหน้าด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงแยกระหว่างบางนากับบางปะอินตรงจุดเกิดเหตุได้เกิดความลังเล จึงเสียหลักพุ่งตกลงไปดังกล่าว อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงนั้นต้องรอการสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง.
sakdath
สะเทือนขวัญ!แม่หลอนฆ่าหั่นศพ2ลูกน้อยควักตับไตไส้พุงต้มแซ่บเป็นเมนูสยอง
วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 เวลา 12:07 น.





สลด แม่ประสาทหลอน คิดว่าลูกสาว 2 คน วัย 1 ขวบ กับ 5 ขวบ เป็นหมูที่เลี้ยงไว้ จับขึ้นเขียงฆ่าหั่นศพ ควักตับไตไส้พุงต้มแซบเป็นเมนูสุดสยอง



เมื่อวันที่ 20 ส.ค. พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร ผกก.สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้เข้ารายงานความคืบหน้าเหตุอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญ กรณีหญิงสาวฆ่าลูกวัย 1 ขวบ และ 5 ขวบ แล้วนำชิ้นส่วนอวัยวะไปประกอบอาหาร กับพล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ทราบ จากนั้นทางพล.ต.ต.สมศักดิ์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้ สอบปากคำพยาน และรวบรวมหลักฐานทั้งหมดอย่างรัดกุม เพื่อดำเนินการทางสำนวน ก่อนส่งให้ทางพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการต่อไป
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่าน มาร.ต.อ.สัมพันธ์ โยธิน ร้อยเวร สภ.แม่อาย ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เกิดเหตุหญิงสาวฆ่าหั่นศพลูกสาว 2 คน วัย 5 ขวบ และ 1 ขวบ 6 เดือน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 338 หมู่ 10 บ้านป่าแดง ต.บ้านหลวง อ.แม่อาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลแม่อาย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่อาย
ที่เกิดเหตุพบภาพอันน่าสยดสยอง เมื่อพบ น.ส.นาไหม จะกู่ อายุ 26 ปี ชาวชนเผ่ามูเซอ กำลังนอนหลับ ข้างกายมีกองซากศพเด็ก 2 คน มีชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระจัดกระจายเกลื่อน เลือดสีแดงฉานไหลนองพื้นไปทั่ว ส่วนศีรษะของเด็กทั้ง 2 คน ถูกแขวนไว้ใกล้กับกองศพ นอกจากนี้พบมีดดาบยาวกว่า 1 เมตร เปื้อนเลือด 3 เล่มวางไว้บนเขียง ตรวจสอบภายในห้องครัวพบหม้อต้มเครื่องในที่สุกแล้ว 1 ใบ คาดว่าจะเป็นเครื่องในหรืออวัยวะของเด็กทั้งสองคน เบื้องต้นจากการตรวจสอบซากชิ้นส่วนมนุษย์พบว่า เป็นของลูกสาว อายุ 5 ขวบ อายุ 1 ขวบ 6 เดือน ส่วนเครื่องในที่อยู่ภายในหม้อต้มที่ถูกปรุงเป็นต้มแซ่บก็เป็นของเด็กผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวน.ส.นาไหมไปสอบสวน
พ.ต.อ.สุรชัย เปิดเผยว่า คดีนี้เบื้องต้นได้เชิญทนายความมาร่วมสอบปากคำแล้ว ทราบว่า น.ส.นาไหม เป็นคนวิกลจริต เพราะจากการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์พบว่า เมื่อปี 50 ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสวนปรุง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการรักษา โดยแพทย์ได้ให้ยาระงับอาการทางประสาทไปรับประทานที่บ้าน ส่วนสามีรับจ้างเก็บลำใยที่ จ.ลำพูน จนกระทั่งยาหมดน.ส.นาไหมไม่ได้รับประทานยาประมาณ 1-2 เดือน และไม่ยอมไปพบแพทย์ เนื่องจากคิดว่าตัวเองหายดีแล้ว และช่วงวันเกิดเหตุสามีได้ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด จนมาเกิดเหตุสุดสลดดังกล่าวขึ้น
พ.ต.อ.สุรชัย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าน.ส.นาไหม ได้ใช้มีดสำหรับฟันกิ่งไม้ขนาดใหญ่ 3 เล่ม หั่นร่างลูกน้อยทั้ง 2 คน ตอนกลางดึก โดยหั่นร่างออกเป็นชิ้นๆ ส่วนศีรษะถูกมีดสับจนเละ และแขวนไว้ อวัยวะส่วนอื่นๆ ก็ถูกสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นอกจากนี้ยังชำแหละเอาเครื่องในของลูกไปต้มทำเป็นต้มแซ่บอีกด้วย ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวน.ส.นาไหมไปตรวจหาสารเสพติดก็ไม่พบ อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากแพทย์โรงพยาบาลฝางที่เป็นเจ้าของไข้น.ส.นาไหม ยืนยันว่าผู้ป่วยทางจิตรายนี้มักมีอาการหลอนและหูแว่วกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย จึงสันนิษฐานว่า น.ส.นาไหม คิดว่าลูกทั้งสองคนเป็นหมูที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน เลยนำมาชำแหละเพื่อทำอาหารรับประทาน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา" ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" และได้ทำเรื่องส่งตัวไปตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลสวนปรุง เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าเป็นผุ้มีอาการทางจิตจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.
sakdath
ร่มไม่กาง!นักโดดร่มทัพเรือซ้อมดิ่งพสุธากระแทกพื้นดับสยอง
วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 เวลา 20:39 น.


จ่าเอกรัฐพล สีลาเกตุ นักโดดร่มประจำหน่วยรบพิเศษ กองทัพเรือ พลาดท่าขณะฝึกซ้อมโดดลงจากเครื่องบินฟอกเกอร์ F – 27 ร่มไม่กาง ดิ่งพสุธา ร่างกระแทกพื้นดับสลด



เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.ธีทัต ตรุณจันทร์ ร้อยเวร สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบนักโดดร่มกองทัพเรือ ดิ่งพสุธาระหว่างฝึกซ้อม พลาดท่าร่มไม่กางร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 104/130 หมู่บ้านเอกธานี หมู่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก. พ.ต.ท.ประกอบ แสงพริ้ง รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.นิพนธ์ ป้อมสนาม รอง ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีรั้วรอบขอบชิด ทราบว่าเจ้าของบ้านคือ เรือโท โกศล ศรีพอ อายุ 41 ปี ทหารสังกัดหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้าน ที่บริเวณประตูรั้วเหล็กล้อเลื่อนหน้าบ้านด้านใน พบศพจ่าเอก รัฐพล สีลาเกตุ อายุ 35 ปี นักกระโดดร่ม สังกัดหน่วยรบพิเศษ กองพันลาดตระเวน อยู่ในชุดพรางทหารเต็มยศ สวมทับด้วยชุดกระโดดร่ม แบบชนิดฟรอยด์ ( ร่มที่ใช้โดดทางยุทธวิธี ) ไม่พบร่มตัวหลัก มีเพียงร่มสำรอง ที่หลุดออกมาอยู่ด้านนอกที่ยังไม่กางใช้งาน สภาพร่างกายแหลกเหลวจมกองเลือด ชิ้นส่วนอวัยวะภายนอก และภายใน กระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณอย่างน่าสยดสยอง

นาวาโท นฤมิต ศุขสมิติ ผู้บังคับกองพันลาดตระเวน เปิดเผยว่า ในวันนี้เวลาประมาณ 15.00 น. ได้นำนักกระโดดร่มจำนวน 33 ชีวิต มาทำการฝึกซ้อมกระโดดร่ม ดิ่งพสุธาลงจากเครื่องบินฟอกเกอร์ F – 27 บนความสูง 8,000 ฟิต ลง ณ บริเวณสนามกีฬาราชนาวี กม.5 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการโดดร่มโชว์ ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายใน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ภายในสนามกีฬาราชนาวี ขณะทำการฝึกระหว่างที่นักกระโดดร่มกำลังดิ่งพสุธาลงจากเครื่องบินล่อนลงสู่พื้น ร่มของผู้ตายได้เกิดขัดข้อง ทำให้ผู้ตายต้องดีดร่มหลักทิ้ง ( คัท อเวย์) ก่อนจะพยายามดึงร่มช่วยให้กางออก แต่ไม่สามารถกางได้ทัน ทำให้ร่างตกกระแทกลงพื้นเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้นำร่มของผู้ตายไปตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง

นาวาโท นฤมิต กล่าวด้วยว่า ผู้ตายเป็นนักโดดร่มประจำหน่วย ที่มีการฝึกซ้อมมาจนเชี่ยวชาญในขั้นระดับปรมาจารย์ และได้สร้างชื่อเสียงในการแข่งขันด้านการโดดร่มให้กับกองทัพเรือ มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันด้วยความสามารถด้านการโดดร่มในรูปแบบยุทธวิธี และอีกหลายรูปแบบ สามารถนำความรู้มาเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนให้กับครูร่ม ในการฝึกนักโดดร่มให้กับกองทัพเรือมาแล้วหลายรุ่น การจากไปที่กะทันหันด้วยอุบัติเหตุ ชื่อของเขาในนาม ครูรัฐพล ก็จะยังจดจำในใจเพื่อนนักโดด และรุ่นน้องตลอดไป
sakdath
เติ้งมึนปมฆ่าลูกชาดา เผยคนร้ายกะฆ่าพ่อ
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 เวลา 08:35 น.





เติ้ง มึนปมฆ่าลูกชายชาดา ไทยเศรษฐ์ ไม่กล้าถาม เพราะกำลังเสียงใจหนัก รีบส่งเสี่ยตือร่วมงานศพ คาดยิงผิดตัว มือปืนกะถล่มพ่อ แต่ไปโดนลูก เพราะมีการเปลี่ยนรถนั่งระหว่างทาง

กรณีคดีคนร้ายประกบยิงนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีความกว้างขวางอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เมื่อวันที่ 21 ส.ค.นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีลอบยิงรถนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนาว่า ตนเพิ่งทราบ ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไรจึงได้มอบหมายให้นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางไปร่วมพิธีศพของบุตรชายนายชาดา โดยขอให้นายสมศักดิ์ไปสอบถามรายละเอียดแล้วกับมารายงาน ทราบเบื้องต้นว่านายชาดาพาครอบครัวไปพักผ่อนที่จังหวัดนครราชสีมา และในช่วงเกิดเหตุนายชาดาไม่เป็นอะไรมีแต่บุตรชายที่เสียชีวิต

“ผมโทรศัพท์คุยแล้วแต่ข้อมูลละเอียดไม่กล้าถามเจ้าตัวเพราะยังเสียใจอยู่ สาเหตุยังตอบไม่ได้คงเป็นไปได้ทุกทาง คงต้องไปสอบสวนดูว่าเป็นเพราะอะไร ก็เห็นใจนายชาดาที่เป็นกำลังสำคัญของพรรค” นายบรรหาร กล่าว

นายนพดล พลเสน อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายชาดา  กล่าวถึงการลอบยิงรถนายชาดา เป็นผลให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชาย ส.ส.ชื่อดังเสียชีวิตว่า เพิ่งทราบจากข่าวเมื่อเช้านี้ รู้สึกตกใจ แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร หรือมีความขัดแย้งอะไร ส่วนตัวใจหายและตกใจเพราะนายฟารุตเหมือนลูกเหมือนหลานเวลาบิดาเดินทางไปทำงานก็ร่วมเดินทางไปด้วยกันเหมือนลูกเหมือนหลานไม่น่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้  ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการเดินทางไปพบนายชาดา คาดว่าจะได้เจอกันในช่วงเที่ยงตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับนายชาดา

สำหรับเหตุการณ์มือปืนพระกาฬไล่ยิงอุกอาจนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 28 ปี เป็นลุกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เกิดขึ้นหลังจากนายฟารุต ได้ทำพิธีละหมาดเสร็จแล้ว จึงขับรถออกจากเดอะชาโต รีสอร์ท์ เขาใหญ่ บ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และลูกน้องรวม 7 คน เพื่อมาหาซื้อของใช้ที่ร้านสะดวกซื้อ หลังจากซื้อเสร็จนายชาดา ได้ขับรถยนต์ อีกคันหนึ่งขับนำหน้าเพื่อกลับที่พัก โดยนายฟารุต ขับตามหลังมา ระหว่างทางได้มีคนร้ายขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สตาร์ด้า ติดเทอร์โบ ซึ่งจอดซุ่มอยู่ตรงทางแยกก่อนเข้ารีสร็อท เพียงเล็กน้อย จากนั้นคนร้ายพยายามขับแซง

นายฟารุต เห็นผิดสังเกตจึงขับกันไม่ให้แซง พร้อมกับส่งอาวุธปืนให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง แต่ไม่ก็ทันการณ์ เพราะคนร้ายได้เร่งเครื่องแซงพร้อมกับมีชายในรถยนตืด้านหน้าและนั่งด้านหลังอีก 2 คน ได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้ามายังที่นั่งคนขับนายฟารุต กระสุนเข้าใต้หู ฝังในกะโหลก ฟุบคาพวงมาลัย รถยนต์เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง

ส่วนนายชาดา ซึ่งขับรถยนต์อยู่ข้างหน้าเป้นจังหวะทางโค้งไม่เห็นไฟรถยนต์ จึงย้อนกลับมาดู พบว่ารถยนต์ของคนร้ายได้ขับหนีออกไปพอดี โดยมือปืนที่นั่งหลัง 2 คนยิงใส่รถนายชาดา แต่ไม่โดน จากนั้นไม่นานมีรถยนต์ต้องสงสัยขับวนเวียนมาดู 5 รอบด้วยกัน อย่างไรก็ตามนายชาดาได้รีบนำตัวลูกชายส่ง รพ.และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับประเด็นการสังหารในครั้งนี้มือปืนพระกาฬ พุ่งเป้าสังหารนายชาดา แต่ดวงยังไม่ถึงฆาต ทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิด เพราะมีการเปลี่ยนรถกับลูกชายระหว่างทางกลับจากซื้อของ.
sakdath
ตำรวจกรุงเก่าล่า "เอ็ม หันสัง"ฆ่าชิงรถ
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 เวลา 11:36 น.


ตำรวจกรุงเก่าล่า "เอ็ม หันสัง" ผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงรถ ตำรวจเผยเป็นบุคคลอันตรายมาก พฤติกรรมตีสนิทเหยื่อหลอกจะเอารถไปซ่อม แต่เอาไปขาย เมื่อถูกทวงถามจะยิงเจ้าของรถ


จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพพบศพนายกระเสริญ ทองใบ อายุ 39 ปี ภายในคลองชลประทานริมถนนสายมหาราช-วัดวัง ม.4 ต.หัวไผ่ เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2555 ที่ผ่านมา โดยนางขนิษฐา ทรัพย์ล้อม อายุ 42 ปีภรรยาผู้ตายได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตได้นำรถยนต์กระบะโตโยต้าไมตี้เอ็กซ์ สีขาวหมายเลขทะเบียน บต-2597 พระนครศรีอยุธยา ไปให้นายสิทธิผล หรือ เอ็ม มีทอง อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นช่างในหมู่บ้านเพื่อเปลี่ยนผ้าเบรก จนผ่านไปหลายวันติดตามทวงถามถึงรถยนต์กระบะที่นำไปซ่อมกลับถูกนายสิทธิผล บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ติดตามไปที่บ้านก็ไม่พบรถยนต์กระบะ นายสิทธิผล  อ้างว่ารถยนต์กระบะของสามีต้องซ่อมเปลี่ยนหลายอย่างได้เอาไปให้อู่อื่นซ่อม ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. นายสิทธิผล ได้นัดกับสามีของตนเองว่าจะมารับเพื่อไปรับรถที่อู่ จากนั้นได้สามีได้หายตัวไป

วันนี้ ( 21 ส.ค.) ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผกก.กก.สส.  ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้สืบสวนหาข่าวรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารรถขออนุญาตศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับเลขที่424 /2555 นายสิทธิผล หรือเอ็ม มีทอง อายุ 25 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนพกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะ และเป็นผู้ลงมือก่อเหตุลวงนายกระเสริญ ผู้ตายไปฆ่าโดยใช้อาวุธปปืนลูกซองสั้นและอาวุธปืนอีกกระบอกยังไม่ทราบขนาดยิง พฤติกรรมของนายเอ็มนับว่าเป็นอันตรายต่อประชาชนอย่างมากคือนายเอ็มจะเข้าไปตีสนิทรับอาสานำรถยนต์ของประชาชนที่เสีย ไปซ่อมแล้วจะนำรถยนต์กระบะไปขาย เมื่อถูกเจ้าของรถทวงถามนายเอ็มจะลวงเจ้าของรถยนต์ไปยิงทิ้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว 2 ราย แต่ผู้เสียหายทั้ง2 รายไม่ได้ถูกนายเอ็มทำร้ายเนื่องจากมีประชาชนมาเห็นก่อนนายเอ็มจึงได้หลบหนีไป ซึ่งนับว่าเป็นบุคคลอันตรายมากได้จัดชุดสืบสวนไปติดตามตัวนายเอ็มไปตามแหล่งกบดานในพื้นที่ต่างๆที่คาดว่าจะหลบหนีไปแต่ยังไม่พบตัวนับว่าเป็นบุคคลอันตราย หากประชาชนท่านใดพบเห็นตัวนายเอ็มหรือมีบุคคลที่มีพฤติกรรมคล้ายกับที่นายเอ็มสามารถแจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
sakdath
ตั้งปมฆ่าลูกชาดา คู่อริจ้องฆ่าพ่อ-ปาดหน้ารถโจ๋
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 เวลา 08:35 น.





ฝังแล้วร่าง ฟารุต ลูกชายชาดา ไชยเศรษฐ์ โดยไม่มีการผ่าพิสูจน์หัวกระสุน ตำรวจตั้ง 2 ปมฆ่า เกิดจากขับรถปาดหน้าวัยรุ่นหรือคู่อริจ้องล้างแค้นพ่อ แต่ชาวบ้านเชื่อเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น


ความคืบหน้าพิธีฝังนายฟารุต ไชยเศรษฐ์ หลังจากรับศพโรงพยาบาลแล้ว วันนี้ (21 ส.ค.) ก่อนเที่ยง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ได้นำศพหลานชายมาทำพิธีทางศาสนาอิสลามที่บ้านพักบริเวณหลังวัดทุ่งแก้ว เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี อ.เมือง จ.อุทัยธานี จากนั้นเวลา 14.00 น. นายชาดาได้ทำพิธีเคลื่อนศพลูกชายไปฝังที่กุโบร์บริเวณหลังเขาสะแกกรัง ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ท่ามกลางญาติมิตรและนักการเมืองชื่อดังมาร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทย นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งนายวันชัย โอสุคนทิพย์ ผวจ.อุทัยธานี และพล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวช ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี

รายละเอียดของเหตุการณ์สั่งตายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.20 น.ในวันเดียวกัน พ.ต.ต.นพพร ปราชญ์กระโทก พนักงานสอบสวน สภ.หมูสี  อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 141/2 ริมถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว ช่วงกม.ที่ 6-7 ท้องที่หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ  ผกก. พ.ต.ท.นนท์ธวัช พงศ์เลิศโกศล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชูสิทธิ์  หล่อแสง  สว.สส. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ  ทะเบียนป้ายแดง  อ-5726  กรุงเทพมหานคร  ปีนขึ้นขอบทางด้านขวา ด้านหน้ารถชนเสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น โค่นลงมาทับรถยนต์ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับมืดสนิท กระจกประตูรถด้านคนนั่งข้างคนขับถูกกระสุนแตกทั้งบาน ที่ประตูรถมีรูกระสุนปืน 1 รู โดยมีเศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น ภายในเบาะนั่งคนขับพบร่างอันโชกเลือดของนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 28 ปี ลูกชายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา และประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณใต้กกหูซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน อาการสาหัส ญาติและพรรคพวกที่มาด้วยกัน ช่วยนำร่างนายฟารุตส่ง รพ.ปากช่องนานา แต่เสียชีวิตระหว่างทาง จากการตรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. และขนาด .380 ตกกระจัดกระจายตามพื้นถนนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร จำนวน 13  ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายชาดา ได้พาครอบครัว คนสนิท และเพื่อนๆของลูกชาย เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมชาโตเดอะเขาใหญ่ อ.ปากช่อง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นายชาดาพร้อมนายฟารุตผู้ตายและเพื่อนๆรวม 7 คน นั่งรถยนต์ป้ายแดงคันดังกล่าวออกจากโรงแรมที่พัก เพื่อไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่ร้านสะดวกซื้อ บริเวณ กม. 4 ริมถนนธนะรัชต์ ต่อมามีเพื่อนของนายชาดาเดินทางจากกรุงเทพฯตามมาสมทบ โดยนัดให้นายชาดาไปพบที่ร้านแมคโดแนล ใกล้ห้างฯโลตัส สาขาปากช่อง นายชาดาจึงย้ายจากรถของลูกชายไปนั่งรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูอีกคันของเพื่อนสนิท แล้วขับนำหน้ารถลูกชายที่มีเพื่อนผู้ชายนั่งมาด้วย 6 คน ไปตามถนนธนะรัชต์  ก่อนถึงประตูด่านขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  เลี้ยวซ้ายตามถนนทางหลวงชนบท
sakdath
เมื่อรถวิ่งมาถึงทางโค้งสามแยก กม. 6-7 พบว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน นั่งมาในรถปิกอัพมิตซูบิชิ สตาร์ด้า ติดเทอร์โบ โหลดเตี้ย สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน พยายามขับแซงซ้ายขึ้นไป จังหวะนั้นผู้ตายเห็นผิดสังเกต จึงพยายามขับกันไม่ให้แซง พร้อมทั้งส่งอาวุธปืนให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง แต่ไม่ทันการณ์ เพราะคนร้ายได้เร่งเครื่องยนต์ขึ้นแซง พร้อมเปิดไฟสปอตไลท์ที่ติดขอบกระบะหลังสาดใส่หน้าคนขับรถผู้ตาย แล้วมือปืน 2 คน ในรถปิกอัพได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้ามาทางกระจกรถด้านคนนั่งข้างคนขับ ส่วนคนอื่นได้มอบลง จึงไม่ตกเป็นเหยื่อคมกระสุน ยกเว้นนายฟารุตถูกยิงจนฟุบคาพวงมาลัย ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง หักโค่นลงมาทับรถ

ส่วนนายชาดาซึ่งขับรถยนต์อยู่ข้างหน้าและเป็นช่วงทางโค้งมองไม่เห็นไฟรถยนต์ของลูกชาย จึงขับสวนทางมาดู แล้วพบรถของคนร้ายมีคนนั่งในกระบะหลัง 2 คน โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงมาที่รถของนายชาดาด้วยแต่กระสุนพลาดเป้า กลุ่มมือปืนจึงรีบขับรถหลบหนีไป นายชาดากับลูกน้องจึงช่วยกันนำร่างนายฟารุตส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ. 3 พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.ภ.3  พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และพ.ต.ท.สถาพร ทองจำรุญ สว.กองพิสูจน์หลักฐานภาค 3 เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม จากนั้น พล.ต.ท.ภาณุได้ให้สัมภาษณ์ ว่าเบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็นการสังหารไว้ 2 เรื่อง คือ ปัญหาการล้างแค้นจากคู่อริเดิมที่มี และเหตุการณ์เฉพาะหน้าของกลุ่มวัยรุ่นอาจจะไม่พอใจเรื่องการขับรถปาดหน้ากัน

ส่วนคนร้ายต้องการสังหารนายชาดาหรือไม่นั้น ไม่น่าจะเป็นเป้าหมายหลัก เพราะถ้าต้องการสังหาร ส.ส.อุทัยธานี คนร้ายน่าจะยิงถล่มในช่วงนายชาดาลงจากรถ และต้องใช้อาวุธร้ายแรงกว่านี้  ในส่วนของพนักงานสอบสวนได้นำพยานที่นั่งมาในรถผู้ตายมาสอบแล้ว 3 ปาก ยังเหลืออีก 3 ปาก และพอจะทราบที่มาของการก่อเหตุ ส่วนนายชาดาเป็น ส.ส.ชื่อดัง และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ยังไม่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากต้องไปจัดการงานศพลูกชายก่อน เพราะหลักศาสนาอิสลามต้องฝังศพภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง คาดว่าน่าจะได้เบาะแสคนร้ายในเร็ว ๆ นี้

สำหรับข้อมูลของผู้ตายนั้นเพิ่งเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และช่วยงานการเมืองท้องถิ่นให้กับนายชาดาผู้เป็นพ่อมานานพอสมควร เพื่อเป็นการเปิดตัวให้ชาวอุทัยธานีรู้จักมากขึ้น เนื่องจากนายชาดาต้องการผลักดันลูกชายคนนี้ลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.อุทัยธานี ในสมัยหน้า แต่ต้องมีถูกยิงเสียชีวิตไปก่อน สำหรับเหตุการณ์ยิงถล่มครั้งนี้ ชาวบ้านในอุทัยธานีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า น่าจะมาจากประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก โดยคนร้ายอาจต้องการถล่มนายชาดา แต่นายชาดาเปลี่ยนไปนั่งรถอีกคัน เป็นเหตุทำให้ลูกชายเสียชีวิต

ทางด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีลอบยิงรถลูกชายของนายชาดาว่าตนเพิ่งทราบข่าว ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ ไม่กล้าถามเจ้าตัว เพราะยังเสียใจอยู่ สาเหตุยังตอบไม่ได้คงเป็นไปได้ทุกทาง คงต้องไปสอบสวนดูว่าเป็นเพราะอะไร ก็เห็นใจนายชาดาที่เป็นกำลังสำคัญของพรรค

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงคดีดังกล่าวว่าได้คุยโทรศัพท์กับผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แล้ว เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายตามไป ไม่ได้เป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันในขณะไปเที่ยวเตร่ แต่เป็นการเตรียมการ พอยิงเสร็จ คนร้ายก็หนีออกไปทางอ.วังน้ำเขียว ซึ่งยังจับตัวไม่ได้

เมื่อถามว่าสรุปคนร้ายพุ่งเป้าไปที่ตัวของนายชาดา หรือลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่ายังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายญาติของผู้เสียชีวิตไม่อยากให้ผ่าตัดตรวจพิสูจน์กระสุน  เพราะเป็นมุสลิม ต้องทำพิธีศพภายใน 24 ชั่วโมง.
sakdath
เผยวินาทีสามีโหดเผาภรรยาต่อหน้าลูก ญาติวอนช่วยเหลือในเจาะข่าวเด่น










เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเจาะข่าวเด่น โพสต์โดย คุณ LadyBimbettes สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



จากกรณีที่ นางดวงจิต บุญพระ หรือ ครูเอี้ยง อายุ 44 ปี อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชั้นระดับ ป.1-2 ประจำโรงเรียนบอสโกพิทักษ์ จ.นครปฐม ถูกอดีตสามีราดน้ำมัน ก่อนจุดไฟเผาต่อหน้าลูก ๆ นั้น ล่าสุด วานนี้ (21 สิงหาคม) นางกัญญา ซึ่งเป็นพี่สาวของครูเอี้ยง ได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านรายการเจาะข่าวเด่น ของนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา พิธีกรเล่าข่าวชื่อดัง โดยนางกัญญา ได้เล่าย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม ว่า นายจรัญ บุญพระ อายุ 49 ปี สามีของน้องสาวตน มักเมาสุรา และมีท่าทีจะทำร้ายร่างกายน้องสาวตนบ่อยครั้ง ทำให้น้องสาวตน ต้องพาน้องฟิล์ม ลูกชายคนโต อายุ 15 ปี และลูกชายคนเล็ก อายุ 11 ปี แยกออกไปอยู่ที่อื่น
sakdath










แต่เมื่อผ่านไปประมาณ 1 เดือน จู่ ๆ นายจรัญ ได้โทรศัพท์มาบอกน้องสาวตนว่า กำลังเจ็บป่วย ไม่มีเงิน และขอให้เอายามาให้ที่บ้านพักใน อ.ทุ่งน้อย ซึ่งตอนแรก น้องสาวตนก็ลังเลใจว่าจะไปดีหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงชวนบุตรชายทั้ง 2 คน นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน พอไปถึง น้องสาวตนก็นำยา และอาหารเข้าไปให้นายจรัญ แต่เมื่อกลับออกมา นายจรัญกลับเดินออกมาถามน้องสาวตนว่า จะกลับมาอยู่ด้วยกันหรือไม่ พอน้องสาวตนบอกว่าไม่ นายจรัญก็โกรธแค้น พร้อมทั้งขู่ฆ่า ขณะที่น้องฟิล์ม เมื่อเห็นว่า นายจรัญ พกมีดไว้ที่ด้านหลัง จึงตะโกนบอกให้แม่วิ่งหนี

อย่างไรก็ตาม เมื่อน้องสาวตนวิ่งไปสักระยะ นายจรัญ ก็ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่น้องสาวตนจอดไว้หน้าบ้าน ขึ้นนำเพื่อดักข้างหน้า ก่อนนำขวดมันที่เตรียมมาราดใส่น้องสาวตน และเมื่อน้องสาวตนสะดุดร่องผักจนล้ม นายจรัญก็ใช้ไฟแช็คจุดไฟเผาน้องสาวตนต่อหน้าหลาน ๆ จากนั้นน้องฟิล์มพยายามเข้าไปดับไฟ โดยมีชาวบ้านในละแวกนั้นให้ความช่วยเหลือ และก่อนจะนำส่งโรงพยาบาล น้องสาวตนยังบอกกับน้องฟิล์มว่า ให้ตั้งสติไว้ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวสำลักควันแล้ว จากนั้นเมื่อตนทราบเรื่อง ก็รีบไปโรงพยาบาลทันที
sakdath
เมื่อไปตนก็เห็นหลานชายกำลังนั่งอยู่กับชาวบ้านที่ให้ความช่วยเหลือ จากนั้นพยาบาลก็เรียกหาญาติ แต่พอเข็นรถออกมา ตนถึงกับช็อกเพราะน้องสาวไหม้ดำไปทั้งตัว นอกจากนี้ ยังมีเพื่อนบ้านที่มาเยี่ยม บอกกับตนว่า ก่อนหน้านี้นายจรัญเคยพูดทำนองว่า จะหลอกน้องสาวตนให้ไปหา และจะจัดให้หนัก แต่ไม่คิดว่านายจรัญจะทำเช่นนี้ จากนั้นทางโรงพยาบาลก็ดูแลน้องสาวตนอย่างใกล้ชิด ทั้งผ่าตัด ทั้งดูแลแผล ซึ่งน้องสาวตนก็เข้มแข็งตลอด และสู้มาตลอด รวมถึงพยายามเขียนเพื่อบอกแม่ของพวกตนว่าไม่ต้องเป็นห่วง







จากนั้นตนก็ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับบอกว่า ได้รับแจ้งความไว้แล้ว โดยญาติของนายจรัญได้มาทำเรื่องไว้ ด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายภายในครอบครัว เพื่อขอประกันตัวนายจรัญออกไป โดยอ้างว่าจะได้ออกมาดูแลน้องสาวตน ซึ่งตนก็บอกว่า มันไม่ใช่แค่นั้น นี่คือการจุดไฟเผาทั้งเป็น ทำกันขนาดนี้ไม่ต้องมาดูแลกันแล้ว อย่ามาให้เห็นหน้าเลย แถมก่อนจะเกิดเรื่องครอบครัวตนก็ไม่เคยเจอญาติของนายจรัญเลย พวกเขาไม่เคยมาถามเลยว่าหลาน ๆ จะอยู่ยังไง แม้กระทั่งโทรมาถามก็ยังไม่มี ส่วนนายจรัญ เมื่อได้ประกันตัวออกมา ก็ได้หลบหนีไป

ในส่วนของค่ารักษา ตอนนี้เพื่อน ๆ ของน้องสาวที่เป็นครูในโรงเรียนได้ช่วยกันลงขัน และมีเงินสงเคราะห์ครูช่วยเหลืออยู่บางส่วน โดยเบื้องต้นมีค่ารักษาประมาณ 186,512 บาท แต่พยาบาลแจ้งว่าน้องสาวตนจะต้องรักษาตัวอีกนาน ประมาณ 4-6 เดือน คาดว่าค่าใช้จ่ายน่าจะสูงกว่านี้อีกมาก เนื่องจากวันหนึ่งก็มีค่ารักษาประมาณหมื่นกว่าบาทแล้ว และน้องสาวตนยังต้องเข้าห้องผ่าตัดทำแผลทุกวัน ตนจึงจำเป็นต้องออกมาขอความช่วยเหลือ เพราะทางครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระทั้งหมดได้












ซึ่งล่าสุด น้องสาวตนก็ยังคงอยู่ในห้อง ICU และยังต้องใส่ท่อช่วยหายใจ พร้อมทั้งให้อาหารทางสายยาง และยังคงต้องผ่าตัดทำแผลทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณช่วงคาง ถึงช่วงอก ที่ยังคงมีอาการสาหัส ส่วนช่วงแขนแผลเริ่มแห้งบ้างแล้ว และขณะนี้น้องสาวตนสามารถลืมตาได้เล็กน้อย และสามารถจับปากกาเขียนหนังสือได้ เมื่อพยาบาลให้ลองขยับตัว น้องสาวตนก็จะพยายามทำตาม ซึ่งเจ้าตัวมีกำลังใจดี และเข้มแข็งมาก และตนก็พยายามให้กำลังน้องว่า น้องต้องสู้เพื่อลูก ๆ

ทั้งนี้ กระปุกดอทคอมขอเป็นกำลังใจให้คุณครูเอี้ยงมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น และหายจากการบาดเจ็บโดยเร็วนะคะ
sakdath
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09:23 น. ข่าวสดออนไลน์


ตร.พัทยาเร่งล่าแก๊งโจรชุดดำบุกห้องสาวบริษัททัวร์ ชิงทรัพย์-รุมโทรม แฉอาละวาดหนัก



เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า พ.ต.ท.ภัทศา เดชภาคกุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุคนร้าย 3 คนบุกเข้าไปรุมโทรมข่มขืนเจ้าของห้องพัก ก่อนขโมยทรัพย์สินหลบหนี เหตุเกิดซอยบัวขาว ภายในคอนโดมิเนียม ไดอาน่า เอสเตท ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 2 ห้องเลขที่ 215 พบน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวกรุงเทพฯ อาชีพประจำอยู่ออฟฟิศบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ยืนอยู่ในสภาพกลัว หวาดระแวง และร้องไห้อยู่เป็นบางช่วง ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ขณะที่ตนเองกำลังนอนพักผ่อนอยู่ที่ห้องพัก ได้ยินเสียงคล้ายคนมาเปิดลิ้นชักตรงหัวนอน จึงตื่นลุกขึ้นมาดูด้วยความอ่อนล้าจากงาน ถึงกับตกตะลึง พบชายไทยรูปร่างผอมเพรียวคล้ายคนติดยาเสพติด 1 คน ยืนอยู่ตรงขอบเตียง แต่งกายชุดดำ มีหมวกผ้าคลุมปกปิดใบหน้า

เมื่อคนร้ายรู้ตัวว่าเจ้าของห้องตื่น จึงพูดข่มขู่ก่อนว่าถ้าส่งเสียงหรือขอความช่วยเหลือ จะยิงทิ้งทันที ก่อนที่จะมีโจรอีก 2 คน รูปร่างลักษณะเดียวกัน เข้ามาเอาผ้าขนหนู จับมัดมือไพล่หลัง และปิดปาก ซึ่งในห้องตอนนั้นมองอะไรไม่ค่อยชัดเพราะปิดไฟอยู่ ก่อนที่โจรทั้ง 3 คน จะข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จึงทำให้ตนสลบและหมดแรงไปประมาณ 5-10 นาที แล้วรีบตั้งสติก่อนจะสลัดแก้มัดจนหลุด มาตรวจสอบพบว่าข้าวของ ทรัพย์สินของมีค่า ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เต็มห้อง อาทิ โทรศัพท์โนเกีย 2 เครื่อง ไอโฟน 4 จำนวน 1 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง เงินสด 5,000 บาท หายไป ก่อนแจ้งให้ตำรวจรับทราบดังกล่าว

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าห้องดังกล่าวแบ่งเป็นห้องชุดตกแต่งหรูหรา และบริเวณรั้วหลังห้อง ซึ่งเป็นลานจอดรถ มีกำแพงสูงประมาณ 4 เมตร สามารถปีนขึ้นมาก่อเหตุได้ง่าย ส่วนคนร้ายในขณะที่ก่อเหตุแล้วเกิดหิวน้ำ จึงแกะขวดน้ำดื่มกิน แล้วทิ้งไว้ และซองถุงยางอนามัย ที่ใช้งานแล้วตกอยู่บนเตียงในห้องนอนผู้เสียหาย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับส่งชุดพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือตามจุดที่รื้อค้น เบื้องต้นทางตำรวจลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับจะเร่งให้ชุดสืบสวนออกหาข่าว แก๊งโจรนี้มาลงโทษตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่เกิน 1 อาทิตย์ ในห้องพักแห่งหนึ่งเขตพื้นที่เมืองพัทยา ผู้เสียหายโดนโจรรูปร่างคล้ายคนติดยาเสพติด สวมชุดดำ มีผ้าคลุมปกปิดอำพรางใบหน้า จับมัดมือ มัดเท้า ขโมยทรัพย์สิน ก่อนพยายามจะขอมีเพศสัมพันธ์ แต่วันนั้นโชคดีมีประจำเดือน จึงรอดจากการถูกข่มขืนกระทำชำเราได้อย่างหวุดหวิด ชาวบ้านต่างหวาดกลัว ถ้าทางตำรวจไม่จับกุมมาดำเนินคดี อาจจะมีโจรกลุ่มพวกนี้ ออกวาละวาดก่อเหตุต่อเนื่อง
sakdath
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09:59 น. ข่าวสดออนไลน์


คนร้ายนับสิบบุกศูนย์ฮอนด้าปัตตานีลอบวางเพลิง รถป้ายแเดง15คันวอดเหลือแต่ซาก





เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 สค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า พล.ต.ต.พิเชษฐ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภจว.ปัตตานี ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด(EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปัตตานี เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงรถยนต์ฮอนด้าภายในโรงเก็บรถของบริษัทฮอนด้า จำกัด ปัตตานี ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 297 ม.7 บ้านโคกม่วง ต. ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโชว์รูมรถยนต์ฮอนด้าปัตตานี ได้รับความเสียหายถูกไฟไหม้วอดทั้งคัน จำนวน 15 คัน และรถจักรยานยนต์ของพนักงานอีก 2 คัน จากจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่จอดอยู่ภายในโรงเก็บรถจำนวน 17 คัน ได้แก่รถยนต์กระบะแค็ปสีแดง ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ก-5000 สงขลา เป็นรถบริการฉุกเฉินนอกสถานที่บริษัทฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด มีสภาพถูกคนร้ายทุบกระจกด้านซ้ายแตกภายในรถถูกคนร้ายงัดเครื่องเสียงของรถยนต์ไปด้วย และรถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน กค 9359 ปัตตานี ซึ่งเป็นของลูกค้ารอดจากเพลิงไหม้ในครั้งนี้

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 02.20 น. ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5-10 คน สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ปีนเข้ามาทางประตูด้านหลังของบริษัทฮอนด้า พร้อมด้วยอาวุธปืนยาวครบมือ โดยคนร้ายเข้าไปบังคับยามบริษัท จำนวน 3 คน ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ภายในบรษัทให้หมอบลงพื้น จากนั้นคนร้ายได้นำน้ำมันที่บรรจุมาในแกลลอนราดรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในโรงรถแล้วจุดไฟเผา จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปอย่างลอยนวล เจ้าหน้าที่ยามจึงรีบแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือแต่เนื่องจากไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทัน

น.ส.มายุรี ส่งแก้ว ผู้จัดการบริษัทฮอนด้าปัตตานี กล่าวว่า จากการวางเพลิงในครั้งนี้ได้รับความเสียหาย 15 คัน เป็นรถคันใหม่ทั้งหมด มีจำนวน 7 คันที่ลูกค้าจะเข้ามารับรถในวันนี้ หลังจากที่จับจองกับทางบริษัทมาเวลานานถึง 7 เดือน เป็นรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค รุ่นใหม่ล่าสุด จำนวน 2 คัน นอกนั้นเป็นรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส

สำหรับการลอบวางเพลิงครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ถูกคนร้ายลอบวางเพลิงมาแล้วเมื่อปี 2550 ซึ่งขณะนั้นคนร้ายเข้ามาวางเพลิงด้านในของบริษัทหรือโชว์รูม แต่ครั้งนี้คนร้ายได้วางเพลิงรถยนต์ที่จอดภายในโรงเก็บรถเพื่อเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้า เพราะบางคันเป็นรถที่กำลังปรับแต่งเพิ่มเติมให้กับลูกค้า
ส่วนความเสียหายทางบริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมความเสียหายทั้งหมดเนื่องจากบริษัทฯได้มีการทำประกันอัคคีภัย
sakdath
ผบช.ภ.3 ฟันธงยิงลูก "ส.ส.ชาดา" เหตุจากเขม่นกันขณะขับรถ วอนพยานที่นั่งมาในรถผู้ตายเข้าให้ปากคำเพื่อความกระจ่าง
วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555 เวลา 15:23 น.




ผบช.ภ.3 ฟันธงฆ่าลูก "ส.ส.ชาดา" เหตุจากเขม่นกันซึ่งหน้าขณะขับรถ จนบานปลายยิงปืนใส่กันจนมีผู้เสียชีวิต พร้อมกับวอนให้พยานที่อยู่ในรถเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับนำอาวุธปืนมาตรวจสอบ



จากกรณีลูกชาย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงเสียชีวิตที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ส.ค. พล.ต,ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูจุดเกิดเหตุ และให้ดูภาพพยานหลักฐานต่างๆ ที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าสาเหตุจากเรื่องดังกล่าว น่าจะเกิดจากการเขม่นกันระหว่างขับรถ เนื่องจากมีการยิงต่อสู้กันของรถทั้งสองคัน ระหว่างรถของผู้ตาย และรถของคู่กรณีอีกคัน โดยจากหลักฐานต่างๆ พบมีปลอกกระสุนในรถของผู้ตาย หลายปลอก และยังพบว่า รถของผู้ตายได้เปิดกระจกยิงต่อสู้ใส่รถคันที่เป็นคูกรณี ซึ่งคาดว่ารถคันดังกล่าวน่าจะมีร่องรอยถูกยิงจนได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบตามอู่รถต่างๆ ว่ามีรถลักษณะต้องสงสัยเข้าไปซ่อมที่ไหนหรือไม่ เพื่อสืบหาผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เท่าที่ดูจากหลักฐานน่าจะเป็นการทะเลาะกันระหว่างขับรถ หรืออาจจะเกิดจากความไม่พอใจอะไรสักอย่าง จนเกิดการทะเลาะรุนแรงถึงขั้นยิงกันจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนใครจะเป็นคนลงมือยิงก่อน คงต้องรอบให้คนที่นั่งมาในรถคันเดียวกับผู้ตายมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่จากหลักฐานพบว่า รถคันของผู้ตายยิงปืนออกไปกว่า 10 นัด ขณะที่รถคู่กรณียิงเข้าใส่รถคันของผู้ตายเพียง 2 นัด แต่กระสุนไปโดนจุดสำคัญจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว โดยขณะนี้ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนประสาน เพื่อของผู้ตายมาสอบสวนโดยเร็ว และต้องการให้กลุ่มของผู้เสียชีวิตนำอาวุธปืนมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อความกระจ่างในคดีดังกล่าว

นอกจากนี้เชื่อว่าคนที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เนื่องจากรู้เส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี สามารถปิดไฟรถขับหลบหนีไปได้ และทราบว่ารถที่ก่อเหตุเป็นรถที่ติดไฟส่องสว่าง ซึ่งในพื้นที่ อ.ปากช่อง น่าจะมีไม่มากนัก คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ที่ก่อเหตุได้ในเวลาไม่นาน.
sakdath
สลด! 2 สามีภรรยามะกันโดดน้ำช่วยหมารอด แต่ดับทั้งคู่




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีรายงานเหตุสุดสลด เมื่อคู่สามีภรรยาได้กระโดดลงไปช่วยสุนัขตกน้ำ แต่ต้องจมน้ำชะตาขาดทั้งคู่ ส่วนเจ้าสุนัขรอดชีวิตและปลอดภัยดี

          รายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองเวสต์ฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่นายแดเนียล เซอร์ วัย 64 ปี และ นางแพทริเซีย เซอร์ วัย 61 ปี ภรรยา ได้พาสุนัขชื่อ แซดี้ ไปพายเรือเล่นในทะเลสาบแฮมป์ตัน พอนส์ ระหว่างนั้น เจ้าแซดี้ ก็โดดลงไปในทะเลสาบ ทำให้นายแดเนียลต้องโดดลงไปในทะเลสาบเพื่อช่วยเหลือสุนัขสุดรักของเขา แต่แล้วขณะนั้นเองนางแพทริเซีย ก็สังเกตเห็นว่าสามีทำท่าเหมือนกำลังจะจมน้ำ เธอจึงกระโดดลงไปในทะเลสาบอีกคน หวังจะช่วยชีวิตสามีขึ้นมาจากน้ำ โดยที่เธอไม่ได้ตระหนักเลยว่า เธอเองว่ายน้ำไม่เป็น ทำให้ทั้งคู่กอดคอกันจมน้ำไป ส่วนเจ้าแซดี้นั้น มันรอดชีวิตขึ้นฝั่งมาได้อย่างปลอดภัย

          หลังเกิดเหตุ ชาวเมืองที่ขับเจ็ทสกีอยู่ละแวกนั้นก็เข้ามาดึงตัวเธอและสามีขึ้นมาบนฝั่ง หลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังแว่ว ๆ มาจากจุดเกิดเหตุ ก่อนที่เสียงจะเงียบไป จากนั้น แดเนียลและแพทริเซียก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้ ทั้งคู่เสียชีวิตหลังจากมาถึงโรงพยาบาลได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น ส่วนเจ้าแซดี้นั้น ถูกพบอยู่บนฝั่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันตะเกียกตะกายขึ้นมาได้อย่างไรเช่นกัน

          อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาสอบสวนคดีนี้อย่างละเอียดแล้ว ขณะที่เจ้าแซดี้นั้นถูกส่งไปยังสถานรับเลี้ยงสัตว์เพื่อหาบ้านให้มันต่อไป
sakdath
หนูน้อยวัย 2 ขวบซนหัวติดช่องปูนระเบียง
วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555 เวลา 20:10 น.



วันนี้ ( 22 ส.ค. )นายอัญญาวุฒิ โพธิ์อำไพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิร่วมกตัญญู ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุพระนคร ว่าพบเด็กศีรษะติดช่องปูนระเบียง บริเวณด้านหลังห้องเลขที่ 454 ชั้น 4 อาคารนิติสุขคอร์ท  ซอยปรีดีพนมยงค์ 45 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จึงประสานหน่วยกู้ชีวิตและรถพยาบาลนำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นด้านหลังห้องพักดังกล่าว พบ ด.ญ.อนันตยา หรือ น้องปลาทู  อายุ 2 ปี 8 เดือน กำลังร้องไห้ด้วยความตกใจ เนื่องจากนำศีรษะมุดลอดช่องปูนระเบียงดังกล่าวเลยไปถึงลำคอแล้วไม่สามารถดึงกลับออกมาได้ เบื้องต้นหน่วยกู้ภัยจึงใช้เครื่องมือขยายช่องปูนให้กว้างขึ้นจนสามารถช่วยนำศีรษะน้องปลาทูออกมาได้อย่างปลอดภัย
จากการสอบถาม นางพุฒธิตา อายุ 32 ปี แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า ตนพาลูกสาวมาเยี่ยมเพื่อนสนิทที่ห้องดังกล่าวระหว่างที่กำลังพูดคุยกับเพื่อนอยู่นั้น น้องปลาทู ได้เดินเล่นซุกซนตามประสาเด็กไปทั่วบริเวณห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตนก็ไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด จนได้ยินเสียงร้องไห้ขอความช่วยเหลือดังมาจากด้านหลังห้อง จึงรีบวิ่งออกไปดูพบว่าหัวของน้องปลาทูได้ไปติดอยู่กับช่องปูนริมระเบียงห้อง จากนั้นตนจึงพยายามหาหนทางช่วยอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูให้มาช่วยเหลือได้ในที่สุด
sakdath
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 19:36 น. ข่าวสดออนไลน์


ตร.เชียงใหม่เผยวงจรปิด สาวมอมยาเชิดรถหมอ-ชี้ใช้ "ยาเสียสร้อย-เสียทรัพย์"ทำในเมืองจีน! (ชมคลิป)









จากกรณีคุณหมอหนุ่มจากโรงพยาบาลในจ.ตาก ถูกสาวมอมยา ทายาสลบไว้ที่หน้าอกก่อนเชิดรถยนต์หลบหนี แต่ตามรถคืนมาได้แล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.อ.กิตติสันธุ์ คงทวีพันธ์ ผกก สภ.ช้างเผือกเชียงใหม่  เผยว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ได้ไปขอหมายจับกุม "น้องแต้ม" น.ส.กฤตยา จอมนพคุณ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/2 หมู่ 4 ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หมายจับเลขที่810/2555 ลงวันที่ 22 สค 55 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์  

และจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทราบว่า ได้ไปก่อคดีในลักษณะเดียวกันนี้ หลายแห่ง และถูกออกหมายจับ ในท้องที่ จ.ตาก จ.จันทบุรี และ ที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายและให้นำรูปภาพของคนร้ายคือ น้องแต้ม แจกจ่ายไปทั่วหอพักต่างๆ และสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ติดประกาศตามหาตัวและให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังกลุ่มพวกมิจฉาชีพพวกนี้  โดยคนร้ายมักจะหาเหยื่อที่เป็นข้าราชการ หรือเป็นบุคคลลูกหลานคนดัง ที่ไม่กล้าที่จะแจ้งความ โดยจะทำตีเข้าไปตีสนิท ในย่านสถานบันเทิง และสอบถามข้อมูล จนแน่ชัดจากนั้นก็จะชักชวนไปร่วมหลับนอนและลงมือดังกล่าว

และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สถานบันเทิงชื่อดังในท้องที่ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่า ผู้ต้องหาได้ออกจากสถานบันเทิงมากับเหยื่อ และจากภาพกล้องวงจรปิดที่หอพัก พบว่า ตอนเดินมายังห้องพัก คุณหมอได้เดินนำหน้าโดยมีผู้ต้องหาตามหลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ก็พบว่า ผู้ต้องหาเดินออกมาจากห้องเพียงคนเดียว  ซึ่งภาพวงจรปิดถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การขอหมายจับ อย่างไรก็ตามทางตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน ซึ่งเป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน โดยทั้งสองเป็นเพื่อนกับผู้ต้องหาและรับฝากรถยนต์ของกลางไว้ ก็ถือว่าร่วมกันลักทรัพย์ด้วย

ด้าน นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 เผยว่า ในส่วนเรื่องการใช้ยาสลบทาตามอวัยวะทำให้เหยื่อสลบนั้น จากแนวทางการสืบสวนหาข่าวพบว่ากำลังเป็นที่นิยมใช้ในหมู่มิจฉาชีพ และทาง ปปส.ภาค 5 กำลังตรวจสอบให้แน่ชัด ในเรื่องนี้ เพราะกระแสสังคมได้พูดถึงวิธีการใช้ยาสลบหรือยาที่ทำให้หลับ อย่างกว้างขวาง เท่าที่ทราบทาง ปปส.ภาค 5 ทราบมาว่า ตอนนี้มียา เรียกว่าตัวยา "เสียสาว" หากใช้กับผู้หญิง และหากใช้กับผู้ชายเรียกว่า ยาเสียสร้อยหรือเสียทรัพย์สิน ผลิตจากเมืองจีน ซึ่งถือว่าเป็นยาเสพติดประเภทหนึ่ง กำลังถูกนำมาใช้ในสถานบันเทิง ในขณะนี้ ทางตำรวจและ ปปส.ภาค 5 กำลังกวาดล้างยาประเภทนี้อยู่ หากผู้ใดครอบครอง ก็ถือว่าผิดกฏหมาย เรื่องการครอบครองยาเสพติด ยาประเภทนี้ผลิตมาจากจีน และนำเข้ามาแถวย่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย








ข่าวสด
sakdath
จับงูเหลือมยาวกว่า 4 เมตร เขมือบแมวอู่เคาะพ่นสีเกือบเกลี้ยง
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2555 เวลา 00:36 น.




ผงะงูเหลือมยาวประมาณ4เมตร ไล่เขมือบแมวที่เลี้ยงไว้เกือบเกลี้ยงอู่เคาะพ่นสี ใช้เวลากว่า2ชั่วโมงกว่าจะจับได้

วันนี้(22 ส.ค.55) เวลา 22.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายอำนาจ ใยนนท์ อายุ 40 ปี เจ้าของอู่เคาะพ่นสี “อำนาจการช่าง” ตั้งอยู่เลขที่ 55/30 โครงการหมู่บ้านระยอง คอมเพล็กซ์ ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ว่าพบงูเหลือม กำลังเขมือบแมวที่เลี้ยงไว้  จึงเดินทางไปทำข่าว ขณะเดียวกันก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ให้มาช่วยจับงูเหลือมตัวดังกล่าว เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิส่วางพรกุศลระยอง ประมาณ 3 คน กำลังช่วยกันจับงูเหลือมความยาวประมาณ 4 เมตร อย่างทุลักทุเลเนื่องจากมีขนาดลำตัวที่ใหญ่มาก ก่อนจะจับใส่กระสอบปุ๋ย เพื่อนำไปปล่อยตามธรรมชาติต่อไป

สอบถามนายถาวร ดวงปรีชา อายุ 42 ปี ช่างเคาะพ่นสี กล่าวว่า ตนกำลังเดินเล่น อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงแมวส่งเสียงร้องดังมาจากป่ากล้วยติดกับลำคลองอยู่ข้างอู่ จึงใช้ไฟฉายส่องเห็นงูเหลือมกำลังเขมือบแมว จึงได้เรียกเพื่อนร่วมงานอีก 2 คนมาช่วยกันจับ แต่ทนแรงงูเหลือมตัวดังกล่าวไม่ไหว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างพรกุศลให้มาช่วยจับ ซึ่งกว่าจะจับได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

ด้านนายอำนาจ ใยนนท์ อายุ 40 ปี เจ้าของอู่อำนาจการช่าง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเอะใจแมวที่เลี้ยงไว้นับ 10 ตัว เริ่มหายไปทีละตัวสองตัว จนล่าสุดพบเพียงหัวแมวแต่ลำตัวหายไป จึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นงู จนกระทั่งมาเห็นกับตา ทั้งนี้เบื้องต้นงูเหลือมตัวดังกล่าวเขมือบแมวที่อยู่ในอู่ไปจำนวน 7 ตัวด้วยกันเกือบเกลี้ยงทั้งอู่.
sakdath
ลูกจ้างลาวโหดฆ่าเศรษฐินีโรงงานหมูยอ
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2555 เวลา 15:45 น.


ลูกจ้างลาวฆ่าโบกปูนนายจ้าง เจ้าของโรงงานหมูยอ แสร้งชวนลงทุนในเวียงจันทน์ ก่อนฉวยโอกาสยักยอกเงิน ถูกจับได้ ใช้สากกระเบือตีจนตาย ลากศพทิ้งบ่อเกรอะ โบกปูนทับ


วันนี้(23 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีเหตุลูกจ้างชาวลาวฆาตกรรม นายจ้างเศรษฐินี เจ้าของโรงงานผลิตหมูยอ ในพื้นที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ก่อนนำศพยัดใส่โถส้วมและโบกปูนทับอำพรางคดี ซี่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว ได้สืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ และญาติๆของผู้ตาย ได้เดินไปรับศพกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักเลขที่ 94 หมู่ 1 ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว พบญาติพี่น้อง และบุคคลที่สนิทสนมคุ้นเคยเดินทางมาร่วมพิธีศพและไว้อาลัยจำนวนมาก บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นายบุญมี บุตรทศ อายุ 45 ปี เจ้าของโรงงานผลิตหมูยอแม่เสถียร สามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายคือนางกิติใจ หรือเจ้ไก่ บุตรทศ อายุ 40 ปี ซึ่งเดิมได้บริหารธุรกิจโรงงานผลิตหมูยอมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทของครอบครัว ต่อมาถูกท้าวคำแปงลูกจ้างชาวลาว หว่านล้อมและชักชวนให้ไปลงทุนสร้างโรงงานผลิตหมูยอใน นครเวียงจันทน์ ประเทศสปป.ลาว ซึ่งสมาชิกในครอบครัวต่างก็คัดค้านเป็นเสียงเดียวกัน แต่ผู้ตายไม่ฟังนำเงินไปลงทุนสร้างโรงงานและบ้านพักเกือบ 5 ล้านบาท
กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากตำรวจสปป.ลาวว่า นางกิติใจถูกท้าวคำแปง ฆ่าตายแล้ว ตนและญาติๆจึงเดินทางข้ามไปยังนครเวียงจันทน์ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากตำรวจ และรับศพผู้ตายกลับมาประกอบพิธีศพ โดยตกลงจะทำพิธีฌาปนกิจ ในช่วงบ่ายวันนี้ที่ วัดศรีชมพู เขตเทศบาลเมือง ต.นาหว้า
นายบุญมี เผยต่อไปว่า ตำรวจสปป.ลาว ได้ให้รายละเอียดว่า ปกติชุมชนนครเวียงจันทน์ จะมีตำรวจบ้านคอยดูแลประชาชนที่เข้ามาพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นชาวลาวหรือชาวต่างชาติ รวมทั้งผู้ตายด้วย กระทั่งได้รับแจ้งว่าผู้ตายได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จึงตรวจสอบข้อมูลการเข้า-ออกประเทศ กับด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศของผู้ตาย จึงสืบสวนหาข้อมูลและเชิญตัวคนงานที่กำลังก่อสร้างบ้านของผู้ตายไปสอบปากคำ โดยคนงานได้ให้ข้อมูลว่าก่อนที่ผู้ตายจะหายตัวไปได้ทะเลาะวิวาทกับท้าวคำแปงอย่างรุนแรง จึงเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปในครั้งนี้ จึงนำตัวท้าวคำแปงมาสอบเค้นจนยอมรับสารภาพว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมาได้ทะเลาะวิวาทและโต้เถียงกับผู้ตายอย่างรุนแรง เรื่องที่ตนนำเงินที่ผู้ตายให้มาลงทุนสร้างโรงงานบางส่วนไปใช้ ทำให้เกิดบันดาลโทสะใช้สากกระเบือกระหน่ำตีผู้ตายจนเสียชีวิตแล้วลากศพไปทิ้งลงในบ่อส้วมแล้วโบกทับด้วยปูนซีเมนต์เพื่ออำพรางคดี แล้วแสร้งทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง กระทั่งถูกตำรวจจับได้ดังกล่าว.
sakdath
จ่อยิงแกนนำเรียกร้องเงินฟื้นฟูน้ำท่วม
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2555 เวลา 18:07 น.














จ่อยิงแกนนำเรียกร้องเงินฟื้นฟูน้ำท่วม ตำรวจโชว์ฝีมือรวบคนขับรถมือปืนได้ทันควัน เร่งตามล่ามือปืน


วันนี้( 23 ส.ค.) พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ นัยนา พงส.(สบ 3) สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา  รับแจ้งมีเหตุยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านโฟกัส เวดดิ้งสตูดิโอ หมู่ 3 ต.บางไทร อ.บางไทร รุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา  พ.ต.อ.วีระยุทธ โกรัตนะ ผกก. พ.ต.ท.วิทยา บวรศิขริน รองผกก.ป. พบบริเวณหน้าร้านมีเลือดหยดเป็นทางไปทีบริเวณหน้ารถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์  สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กย-5957 ขอนแก่น  ส่วนผู้บาดเจ็บมีผู้ช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางไทร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่รพ. ทราบชื่อต่อมานายนริช พรหมพงศ์ อายุ 47 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณศีรษะ2 นัด ที่แขนซ้าย 1 นัด

สอบสวนพยานรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้ามาทำงานที่ร้านถ่ายรูป ขณะกำลังปิดร้านมีคนร้ายขับรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์ ขับเข้าจอดใกล้กับผู้ตายที่กำลังไขกุญแจ คนร้ายซึ่งนั่งมาด้านข้างคนขับสวมกางเกงขาสั้น สวมเสื้อคลุมสีฟ้าหรือน้ำเงินมีหมวกคลุมศรีษะเดินเข้าไปจ่อยิงผู้ตาย จากนั้นผู้ตายพยายามที่จะวิ่งไปขึ้นรถยนต์ที่จอดเอาไว้ คนร้ายเดินไปจ่อยิงอีกจนล้มลงก่อนที่จะหลบหนี โดนเหตุการณ์ทั้งหมดกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกเอาไว้ได้ทั้งหมด

ด้าน น.ส.ชนิดา  พรหมพงศ์ อายุ  36 ปี น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า นายนริช เป็นคนชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ใครมีเรื่องเดือดร้อนอะไรจะไปช่วยทุกครั้ง  ล่าสุดเป็นแกนนำชาวบ้านกว่า200 คน ไปร้องเรียนเรียกร้องเงินฟื้นฟูน้ำท่วมที่ได้รับไม่เท่าเทียมกัน ของชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลบางไทร โดยนำชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา  หลายครั้ง ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเดินทางไปร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทย และยื่นหนังสือกับสำนักนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ยังได้ยื่นหนังสือร้องเรียนการปฎิบัติหน้าาที่มิชอบของเจ้าหน้าที่เทศบาล ที่ใช้กริยาวาจาไม่สุภาพกับชาวบ้าน กับ ป.ป.ช.  ทั้งนี้ที่ผ่านมาพี่ชายระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว หลังจากที่เป็นแกนนำชาวบ้านร้องเรียนเงินฟื้นฟูน้ำท่วม  จึงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและรู้ว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายเตรียมที่จะลอบฆ่าจึงได้มีการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้

ต่อมา พ.ต.ท.เผชิญ กุลจิตติศักดา สว.สส. สภ.บางไทร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าติดตามรถเก๋งคนร้ายที่หลบหนีไป จนพบรถคันก่อเหตุ ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ฌช-6198 กรุงเทพมหานคร  ด้านหลังไม่ติดแผ่นป้าย จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 10 หมู่ 7 ต.โคกช้าง อ.บางไทร มีนายเอกชัย ดารา อายุ 28 ปี  อยู่ในรถ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน  โดย พล.ต.ต.อนุรักษ์ ทำการสอบสวนด้วยตนเอง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถเก๋งคันที่ก่อเหตุ โดยก่อนร่วมกับนายขันทอง หรือ เปี๊ยก โคษะ อายุ 28 ปี  พนักงานเทศบาลตำบลบางไทร ซึ่งมาวานให้ตนขับรถไปส่งที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงนายเปี๊ยกได้ลงจากรถไปยิงนายนริชจนล้มลง ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก จากนั้นได้ให้ขับรถไปส่งที่บ้าน แล้วตนได้ขับรถกลับมาที่บ้านพัก จึงถูกจับกุมในที่สุด
พล.ต.ต.อนุรักษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ตายเป็นแกนนำนำชาวบ้านไปเรียกร้องเรื่องเงินช่วยเหลือน้ำท่วมให้ชาวบ้านหลายครั้ง  ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งหรือทะเลาะวิวาทกับใคร ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ยังให้การเพียงว่ามีหน้าที่ขับรถไปส่งบริเวณที่เกิดเหตุเท่านั้นและไม่รู้ว่านายเปี๊ยกจะไปก่อเหตุยิงนายนริช   อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ส่งกำลังชุดสืบสวนติดตามตัวนายขันทอง ผู้ต้องหาแล้วแต่ยังไม่พบตัว
sakdath
กลับไปยังรายบอร์ด