กลับไปยังรายบอร์ด
คุณ ธีรชัย EX 0548 1049 1 TH

พระคำข้าว + พระหางหมาก

วัตถุมงคลที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำพูดถึงบ่อยที่สุด ก็คือ พระคำข้าว และ พระหางหมาก
มีอานุภาพป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง ถึงรังสี และมีโชคลาภมหาศาล


ให้บูชาเป็นคู่ๆละ 1600 บาท (ขอค่าจัดส่ง50บาทค่ะ)


ภาพตัวอย่าง

เอาไปเลี่ยมกรอบพลาสสติกแบบหันด้านหลังองค์พระเข้าหากันแบบนี้ได้ค่ะ
ตอบกลับ 599# saijungt

คุณไซได้รับของแล้วนะคะ
ขอบคุณค่ะ ....
เหรียญมหาลาภ รุ่น2 (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก)

ด้านหน้าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ - ด้านหลังในหลวง

สร้างปีพ.ศ.2530 ถือว่าเป็นเหรียญขวัญถุงของวัดท่าซุง เหรียญสีเงินสวยกริ๊บวาววับ ที่หลวงพ่อสร้างไว้
ด้านหลังเป็นมหาราช รัชกาลที่ 9 ของเรา น่าเก็บไว้บูชา เป็นเหรียญที่มีลาภมากที่หลวงพ่อสร้าง
ท่านบอกว่าติดกระเป๋าไว้เงินทองไม่ขาดมือ ยิ่งเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ด้วยแล้วน่ามีไว้บูชากัน
สภาพสวยมากๆน่าบูชาไว้ติดตัว ต่อไปก็จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าเก็บบูชาเป็นอย่างมาก
มีน้อยรุ่นที่หลวงพ่อกล่าวถึงพุทธคุณเรื่องการเงิน การเก็บเงินอย่างนี้


เหรียญมหาลาภ รุ่น2 (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก)

ด้านหน้าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ - ด้านหลังในหลวง
เลี่ยมกรอบพลาสติกสวยพร้อมใช้ค่ะ

ให้เช่าบูชา 800 บาท(ขอค่าจัดส่ง50บาทค่ะ)



ผ้ายันต์ธงมหาพิชัยสงคราม ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

วัตถุมงคลของหลวงพ่อที่อาตมาประจักษ์ชัดในอานุภาพมากที่สุด เชื่อมั่นติดตัวเป็นที่พึ่งสุดท้ายในยามคับขันตลอดมา

คือธงมหาพิชัยสงคราม ด้วยธงเล็ก ๆ ผืนเดียวนี่แหละ
ที่ช่วยอาตมารอดจากการบอมบ์ด้วยปืนใหญ่ อย่างไม่ลืมหูลืมตาของฝ่ายตรงข้ามมาแล้ว
ทั้งยังรอดจากจรวดอาร์พีจี และกระสุนปืนที่ระดมมาเป็นห่าฝนยิ่งกว่าปาฏิหาริย์...!

ธงมหาพิชัยสงครามนั้นสร้างขึ้นตามตำราพระร่วง เป็นธงนำทัพในสมัยนั้น
กว่าจะเขียนเสร็จกว่าจะปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อย ก็กินเวลาเป็นเดือน ๆ แต่มีอานุภาพคุ้มกับความเหนื่อยยาก
ผืนเดียวคุ้มกันได้ทั้งกองทัพ

ตามตำรากล่าวว่า เพียงถือด้ามธงเข้าไปในป่า รับรองว่าไม่อดตาย ป้องกันอันตรายและเสนียดจัญไรทุกชนิด
ซ้ำยังดึงดูดแต่สิ่งที่ดีมีมงคลเข้ามาสู่ผู้ใช้อีกด้วย ให้มีแต่ความสุขความเจริญทุกประการ...
หลังจากอาจารย์แจง ชาวสวรรคโลกตาย หลวงพ่อก็ไปขอตำราพระร่วงที่ท่านยืมไปจากหลวงปู่ปานคืนมา
เปิดดูแล้วชอบยันต์มหาพิชัยสงครามที่สุด แต่วิธีทำตามที่ระบุในตำรา มันช่างยากเย็นเหลือประมาณ
นิสัยของหลวงพ่อนั้น ถ้าอะไรมันยากก็ไม่เอาซะเลยหมดเรื่อง...! จึงปล่อยทิ้งคาตำราไว้อย่างนั้นเอง...

คืนหนึ่ง...ปรากฏท้าวมหาพรหมองค์หนึ่ง เสด็จมาหาหลวงพ่อบอกว่า หลวงพ่อเป็นเชื้อสายสุดท้ายของพระร่วง
ขอให้ช่วยทำธงมหาพิชัยสงครามขึ้นมา ของวิเศษชิ้นนี้จะได้ไม่สูญหายไปจากโลก
ถ้าผิดจากหลวงพ่อแล้ว คนอื่นเอาไปทำเท่าใดก็ไม่เป็นผล เพราะไม่ใช่เชื้อสายกัน

หลวงพ่อท่านปฏิเสธไม่ขอทำ บอกว่า “มันยาก”... ท่านท้าวมหาพรหมพยายามขอร้องให้หลวงพ่อทำให้ได้
ต่อรองกันจนในที่สุดท่านขอแค่ว่า ถ้ากลัวเขียนยากก็ให้ลูกศิษย์ไปจ้างเขาพิมพ์มา
แล้วตั้งเครื่องบวงสรวงไว้ ท่านจะเสด็จมาทำพิธีให้เอง...! เป็นอันว่าตกลงตามนี้

หลังเสร็จพิธีท่านบอกว่า “ลง” ให้หนักที่สุด อย่าให้ใครเอาไปทดลองปลุก จะทานอานุภาพไม่ไหว ถึงตายเอาง่าย ๆ ....!
ต่อมาภายหลัง อาตมาได้รับวัตถุมงคลรุ่นเก่าของหลวงพ่อหลายอย่าง ที่คนอื่นเขาหากันทั้งชีวิตก็ไม่ได้
เช่น เหรียญเกลียวเชือก ธงเขียว ธงแดง ลูกแก้วจักรพรรดิ มีดหมอ พระเนื้อชินตะกั่ว ยันต์ท้าวมหาชมภู
ตลอดถึงพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุพระสีวลี เป็นต้น ไว้ในครอบครองอย่างง่ายดาย
อาตมามั่นใจว่าเป็นอานุภาพของธงมหาพิชัยสงคราม ที่ดึงดูดแต่สิ่งที่ดีเข้าหาเจ้าของ ช่วยบันดาลให้เป็นไปอย่างแน่นอน...!
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓  
พระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี (ลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


ผ้ายันต์ธงมหาพิชัยสงคราม ผืนใหญ่
ที่วัดหมดแล้วจ้า (มีแค่ผืนเดียวด้วยค่ะ)
ให้บูชา 1500 บาท (ขอค่าจัดส่ง50บาทค่ะ)


ผ้ายันต์ธงมหาพิชัยสงคราม ผืนเล็ก
ให้บูชา 500 บาท (ขอค่าจัดส่ง50บาทค่ะ)

---------------------------------------
โอนค่าเช่าบูชามาที่
รุ่งทิพย์ ผูกภู่
ธ.กรุงไทย สาขาเตาปูน ออมทรัพย์
เลขที่ 020-0-16584-4
รหัสสาขา 20
  -----------------------------------
เบอร์โทรติดต่อ
ไซ 084 - 0983574

        องค์ที่1

        องค์ที่2

        องค์ที่3

พระสมเด็จ เนื้อดิน จากชุดฤาษีท่องสวรรค์

เป็นพิมพ์ที่สร้างน้อย และหายาก
โดยเฉพาะจะหาองค์ที่สวยๆสภาพดีๆไม่บิ่น ไม่แตก ไม่หัก ยิ่งหายาก


3 องค์นี้ สวยสมบูรณ์ทั้งหมดเลยค่ะ เลือกบูชาได้ตามชอบ ใครจองก่อนได้ก่อนค่


- ให้บูชาองค์ละ 1,600 บาทค่ะ (ขอค่าจัดส่ง 50 บาทด้วยค่ะ)

---------------------------------------
โอนค่าเช่าบูชามาที่
รุ่งทิพย์ ผูกภู่
ธ.กรุงไทย สาขาเตาปูน ออมทรัพย์
เลขที่ 020-0-16584-4
รหัสสาขา 20
  -----------------------------------
เบอร์โทรติดต่อ
ไซ 084 - 0983574

  

พระคำข้าว ปิดทอง + พระหางหมาก ปิดทอง

เลี่ยมกรอบพลาสสติกสวยพร้อมใช้

ให้บูชา 3600 บาท(ขอค่าจัดส่ง50บาทค่ะ)

---------------------------------------
โอนค่าเช่าบูชามาที่
รุ่งทิพย์ ผูกภู่
ธ.กรุงไทย สาขาเตาปูน ออมทรัพย์
เลขที่ 020-0-16584-4
รหัสสาขา 20
  -----------------------------------
เบอร์โทรติดต่อ
ไซ 084 - 0983574

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
พระคำข้าว รุ่น 2 องค์ 3 (กระทู้ 582)
พระหางหมาก (กระทู้ 597)
น้ำมันชาตรี 2 ขวด (กระทู้ 487)
ยังมีเหรียญวิระทะโยอีกรึเปล่าค่ะ
พระคำข้าว รุ่น 2 องค์ 3 (กระทู้ 582)
พระหางหมาก (กระทู้ 597)
...
ล่องลอย โพสต์เมื่อ 10-10-2012 17:16


พระคำข้าว รุ่น 2 องค์ 3 (กระทู้ 582)  1600
พระหางหมาก (กระทู้ 597) 1000
น้ำมันชาตรี 2 ขวด (กระทู้ 487) 500  

1600 + 1000 + 500 = 3100 + (ค่าส่ง50บาท) = 3150 บาทค่ะ

ส่วนเหรียญวิระทะโย หมดแล้วค่ะ



พระสีวลี & พระทุ่งเศรษฐี (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก)

จัดสร้างโดยหลวงพี่ประทีป เป็นวัตถุมงคลที่นำเข้าพิธีที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก
ทุกครั้งที่มีพิธีพุทธาภิเศก ที่วัดท่าซุง โดยองค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
หลวงพี่ประทีปฯ ท่านก็จะนำ วัตถุมงคลชุดนี้ เข้าร่วมในพิธี ทุก ๆ ครั้ง
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงพิธีสุดท้ายของหลวงพ่อ ในครั้งวันที่ 9 ตุลาคม 2535 (รุ่น ยันกลับ และองค์ปฐมรุ่น 3 )

พระชุดนี้เข้าพิธีใหญ่ๆช่วงปี 2526 - 2536

องค์พระเล็กจิ๋วแต่แจ๋ว

นับตั้งแต่ ปี 2526 ที่พระคุณเจ้า หลวงพี่ประทีปฯ ได้นำเข้าในพิธีขององค์หลวงพ่อฯ
ที่วัดท่าซุง ในครั้งนั้นแล้ว....

ต่อมา ในทุกครั้งที่มีพิธีพุทธาภิเศก ที่วัดท่าซุง โดยองค์หลวงพ่อฯ
หลวงพี่ประทีปฯ ท่านก็จะนำ วัตถุมงคลชุดนี้ เข้าร่วมในพิธี ทุก ๆ ครั้ง
ยกตัวอย่างที่นำเข้า พิธีสำคัญๆ เช่น
1 เข้าพิธี พุทธาภิเษกปีมังกรณ์ทอง 2531 พร้อมกับ พระฤาษีท่องสวรรค์
2 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม เหรียญทำน้ำมนต์ ปี 2532
3 เข้าพิธี พุทธาภิเษกพร้อม พระคำข้าว และ พระหางหมาก ทุกรุ่น- - รุ่นดังสุด คือ รุ่นปืนแตก ปี 2534
4 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม ชานหมากชาตรี ปี 2534
5 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม มีดหมอชาตรี ทุกรุ่น ( ปี 2534 ถึง 2535 )
6 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม พระคำข้าว รุ่นพิเศษ ฝังพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ ปี 2535
7 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม องค์ปฐมรุ่น 1 ปี 2535
8 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม องค์ปฐมรุ่น 2 ปี 2535
9 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม สมเด็จองค์ปฐมรุ่น3 คือ รุ่นยันกลับ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2535


เลี่ยมกรอบเงินสวยงามพร้อมใช้ (ค่าเลี่ยมกรอบเงินพันบาทค่ะ)


องค์นี้เป็นพิมพ์พระสีวลี
ให้บูชาองค์ละ 4000 บาท(ขอค่าจัดส่ง 50 บาทค่ะ)


---------------------------------------
โอนค่าเช่าบูชามาที่
รุ่งทิพย์ ผูกภู่
ธ.กรุงไทย สาขาเตาปูน ออมทรัพย์
เลขที่ 020-0-16584-4
รหัสสาขา 20
  -----------------------------------
เบอร์โทรติดต่อ
ไซ 084 - 0983574

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน



พระสีวลี & พระทุ่งเศรษฐี (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก)

จัดสร้างโดยหลวงพี่ประทีป เป็นวัตถุมงคลที่นำเข้าพิธีที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก
ทุกครั้งที่มีพิธีพุทธาภิเศก ที่วัดท่าซุง โดยองค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
หลวงพี่ประทีปฯ ท่านก็จะนำ วัตถุมงคลชุดนี้ เข้าร่วมในพิธี ทุก ๆ ครั้ง
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงพิธีสุดท้ายของหลวงพ่อ ในครั้งวันที่ 9 ตุลาคม 2535 (รุ่น ยันกลับ และองค์ปฐมรุ่น 3 )


พระชุดนี้เข้าพิธีใหญ่ๆช่วงปี 2526 - 2536

องค์พระเล็กจิ๋วแต่แจ๋ว

นับตั้งแต่ ปี 2526 ที่พระคุณเจ้า หลวงพี่ประทีปฯ ได้นำเข้าในพิธีขององค์หลวงพ่อฯ
ที่วัดท่าซุง ในครั้งนั้นแล้ว....

ต่อมา ในทุกครั้งที่มีพิธีพุทธาภิเศก ที่วัดท่าซุง โดยองค์หลวงพ่อฯ
หลวงพี่ประทีปฯ ท่านก็จะนำ วัตถุมงคลชุดนี้ เข้าร่วมในพิธี ทุก ๆ ครั้ง
ยกตัวอย่างที่นำเข้า พิธีสำคัญๆ เช่น
1 เข้าพิธี พุทธาภิเษกปีมังกรณ์ทอง 2531 พร้อมกับ พระฤาษีท่องสวรรค์
2 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม เหรียญทำน้ำมนต์ ปี 2532
3 เข้าพิธี พุทธาภิเษกพร้อม พระคำข้าว และ พระหางหมาก ทุกรุ่น- - รุ่นดังสุด คือ รุ่นปืนแตก ปี 2534
4 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม ชานหมากชาตรี ปี 2534
5 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม มีดหมอชาตรี ทุกรุ่น ( ปี 2534 ถึง 2535 )
6 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม พระคำข้าว รุ่นพิเศษ ฝังพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ ปี 2535
7 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม องค์ปฐมรุ่น 1 ปี 2535
8 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม องค์ปฐมรุ่น 2 ปี 2535
9 เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อม สมเด็จองค์ปฐมรุ่น3 คือ รุ่นยันกลับ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2535


องค์นี้เป็นพิมพ์พระทุ่งเศรษฐี


ให้บูชาองค์ละ 3000 บาท(ขอค่าจัดส่ง 50 บาทค่ะ)


---------------------------------------
โอนค่าเช่าบูชามาที่
รุ่งทิพย์ ผูกภู่
ธ.กรุงไทย สาขาเตาปูน ออมทรัพย์
เลขที่ 020-0-16584-4
รหัสสาขา 20
  -----------------------------------
เบอร์โทรติดต่อ
ไซ 084 - 0983574

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน



พระคำข้าวรุ่นพิเศษ ติดพระธาตุ 5 องค์ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำปลุกเสก)

เข้าพิธีชาตรี พิธีสมเด็จองค์ปฐม รุ่น1

เลี่ยมกรอบแสตนเลสกันน้ำ พร้อมใช้

ให้บูชา 4000 บาท (ขอค่าจัดส่ง50บาทค่ะ)
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน




เหรียญทำน้ำมนต์ วัดท่าซุง
(เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่ออนันต์ เจ้าอาวาสวัดท่าซุงองค์ปัจจุบัน เป็นผู้ปลุกเสก)
ด้านหน้าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ - ด้านหลังยันต์ทำน้ำมนต์
ให้บูชาเหรียญละ 100 บาท(พร้อมจัดส่งค่ะ) (ถุงละ200เหรียญ)
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
จำหน่ายพระคำข้าว

ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง คือหนูบูชาพระคำข้าว พระหางหมาก จากวัดท่าซุงก็ดี ซอยสายลมก็ดี ก็องค์ละ 10 ทีนี้หนูเอาไปให้เพื่อนบ้าง ให้คนโน้นบ้าง ก็บอกว่านี่เราก็กันเองน่ะ 100 เดียวนึกว่าเป็นค่ารถค่าอาหารก็แล้วกัน มา 2-3 วันนี้ใจไม่สบาย ก็เลยเอ๊ะนี่เราจะเอาเปรียบเพื่อนมากจะลำบากหรือเปล่า เพราะไปขายเกินโควต้า เลยตัดสินใจเอาที่เกินนั้นมาถวายหลวงพ่อ ขอให้หลงวงพ่ออโหสิกรรม

หลวงพ่อ : เออดี ทีหลังเกินบ่อยๆ น่ะ พระเห็นชอบด้วย ความจริงเขาไม่บาปน่ะ ก็ก่อนที่จะทำพระพุทธเจ้าท่านบอกแล้วให้ทำ บอก ให้มันรวยทั้วัดทั้งบ้าน คือว่าเอาไปก็ไปขึ้นราคานิดหน่อยใช่ไหม 100, 200 ไม่หนัก
อีก 30 ปีหลายหมื่น

ผู้ถาม : เฉพาะพระคำข้าวนี่หรือครับ

หลวงพ่อ : ใช่ ขอยืนยัน

(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ เล่มพิเศษ ฉบับพิมพ์เผยแพร่ กุมภาพันธ์ 2539 ปกขอบสีแดงเ่ล่มหนา)


สมเด็จพระคำข้าวมหาลาภ
พระคำข้าว (พระมหาลาภ) เป็นพระเนื้อผงสีขาวปางมารวิชัย สร้างแบบพระพุทธชินราชในวิหารแก้ว 100 เมตรวัดท่าซุง มี ๒ รุ่น
รุ่นที่ ๑ ปลุกเสกเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๓๓ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ องค์
รุ่นที่ ๒ สร้าง ๕,๐๐๐,๐๐๐ องค์ ปลุกเสก ๒ ครั้ง คือ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๓ และ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔  
ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ นั่งในกรอบรูปพัดยศ มีชื่อ พระราชพรหมยาน อยู่ตรงที่นั่ง

วิธีอาราธนา พระคำข้าว และ พระหางหมาก
คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้ง เทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด
แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฎิบัติตามปกติว่า อิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามความประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วยคาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า

“ อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่ง แก่มะอะอุนี้เถิด

เกร็ดความรู้บางอย่างที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงพูดถึงเกี่ยวกับพระคำข้าว
(คัดลอกจากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๙ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน(ฤาษีลิงดำ)

     อันดับแรกที่เราจะทำอะไรทั้งหมด ตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน นึกถึงด้วยความเคารพ เพื่อหวังพระนิพพานก็ตาม นึกถึงเพื่อขอลาภสักการะก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้าเหมือนกัน อันดับแรกนะ อย่างมี พระคำข้าว- พระคำข้าวน่ะ หนักไปในทางลาภสักการะ อย่างอื่นก็มีหมด แต่ลาภน่ะหนักมาก และก็หยิบขึ้นมาพนมมือ สาธุ ว่า นะโม ตัสสะ ใช่ไหม ว่านะโมตัสสะ ด้วยความเคารพ และอธิฐานว่า วันนี้ต้องการ...(ลาภอย่างไร)
     เป็นอันว่า เราอยากจะให้ค้าขายดี ทำราชการดี เมตตาปราณี อะไรก็ตามเถอะ ก็อย่าลืมว่าเวลานั้นเรานึกถึงพระพุทธเจ้า เราขอบารมีจากท่าน อย่างนี้ถือว่าเป็น ฌาน ในพุทธานุสติกรรมฐาน ถ้านึกถึงทุกวันน่ะ ถ้าถึงเวลาแล้วต้องทำอย่างนั้นทุกวัน ถ้าไม่ทำแล้วไม่สบายใจ นั่นเป็นฌานในพุทธานุสติ เป็นของง่าย ๆ เพราะวันนี้ท่านบอกให้พูดง่าย ๆ ใช้วิธีง่าย ๆ นะ ก็ว่าตามท่าน  
...ทีนี้เมื่อเมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัท นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าลืมพระที่ คอ นี่คือพระพุทธเจ้า อย่าง พระคำข้าว เป็นพระพุทธชินราช อย่าลืมน่ะ คือก็เหมือนกับพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งนั่นแหละ เป็นองค์แทนพระพุทธเจ้าท่าน และเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าท่านก็มาทำ อันนี้ไม่ได้โฆษณานะ พูดให้ฟัง คือเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าทุกองค์เสด็จมาหมด สมเด็จองค์ปฐมเป็นประธาน อยู่ข้างบนใช่ไหม และ
สมเด็จองค์ปัจจุบันคุมฉัน ท่านปล่อยกระแสจิตพุ่งสว่างเป็นลำพุ่งมาที่ใจฉัน แล้วบอกเธอนั่งนิ่งๆ อย่าคิดถึงเรื่องอะไรทั้งหมด ห้ามดูอะไรทั้งหมด ให้ทรงอารมณ์เฉยๆ ๑๐ นาที ก็ทำตามท่าน แล้วท่านก็สั่งว่า ให้ว่าอิติปิโสฯ หลัง ๑๐ นาทีแล้ว ท่านบอกดูได้พุ่งใจไปที่ของได้ พอพุ่งใจไปที่ของ ที่เห็นเป็นลำ ไม่เห็นของที่ปลุกเลย แสงพระพุทธเจ้ากลบหมด หนามาก พระคำข้าว เด่นทางมหาลาภ มีรูปพระพุทธชินราช (พระพุทธกัสสป) ด้านหน้า และด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ
หลวงพ่อเคยบอกว่า สมเด็จเด็จองค์ปฐม ได้ให้พระพุทธกัสสป-พระพุทธทีปังกร คุมเรื่องลาภ  
(คัดลอกจากหนังสือธัมมวิโมกข์ฉบับที่ ๑๔๕ หน้า ๖๓)
      ..."องค์ปฐมก็มา และพระพุทธกัสสปก็มา สมเด็จพระพุทธทีปังกรก็มา...องค์ปฐมท่านบอกว่า เรื่องลาภนะ สมเด็จพระพุทธกัสสป หนักที่สุด และรองลงมาคล้ายคลึงกันคือ สมเด็จพระพุทธทีปังกร ก็เลยถามท่านว่า "พระพุทธเจ้ามีบารมีเต็มเหมือนกัน ทำไมแตกต่างกันเรื่องลาภ" ท่านบอกว่า "สุดแล้วแต่การเริ่มต้น คู่อันไหนแรงกว่ากัน"...ท่านบอก "ให้พระพุทธกัสสปคุมเพราะลาภมาก" องค์ปฐมบอกว่า..."ลีลาต่างกันนิดหนึ่ง...
     ...สมเด็จพระพุทธทีปังกร : มีกำลังแข็งมากสู้แรงมาก
     ...พระพุทธกัสสป : ท่านนิ่มนวลในทางลาภมหาศาล
     ...แต่ลาภมหาศาลทั้งคู่ : ท่านก็เลยบอกว่าเป็นหน้าที่ของทั้ง ๒ องค์
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน

หลวงพ่อวิรัช โอภาโส  เจ้าอาวาสวัดธรรมยาน  จ.เพชรบูรณ์
อดีตเลขาหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุงท่านกล่าวถึง
การปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลหลวงพ่อฯไว้ดังนี้


เรื่องการปลุกเสก (10 พ.ค. 32) หลวงพ่อเล่าว่า

เมื่อหลวงพ่อไปถึงวิหาร 100 เมตร ท่านนั่งหน้าพระประธาน พูดถึงการทำพิธีปลุกเสกพระ (พุทธาภิเษก) ไปถึงจะนั่งแน่นปั๋งไม่ได้ อารมณ์หนักเกินไป ต้องทำอารมณ์เบาๆ จึงจะถูกจึงจะคลุมได้ดี

ปกติพระสารีบุตร มาด้านปัญญา

พระโมคคัลลานะ มาด้านฤทธิ์

ทั้ง 2 องค์ นั่งคนละข้างของหลวงพ่อ แต่ว่าเวลาปลุกเสกพระโมคคัลลานะ ท่านจะคุม เพราะว่าเสกของเรื่องของฤทธิ์ เป็นหน้าที่ของท่าน

ท่านจะคุม บอกว่าอารมณ์หนักไปนิด เอาเบาอีกหน่อย บอกให้เขยิบอีกนิด พอเข้าที่ก็บอกให้ทรงอยู่อย่างนั้น

จากนั้นทำอารมณ์เบาๆ ขอให้ท่านคลุมทุกอย่างหมด อาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า และทำอารมณ์เบาๆ ขอท่านว่าเราต้องการอย่างไรบ้าง ท่านก็จะเมตตาทำให้เอง จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของพระ เราก็คุยไปเรื่อยเดี๋ยวเดียวแสงสว่างคลุมหมด ก็เสร็จ (ไปถึงไปนั่งเป๋งไม่ได้หรอก อารมณ์มันหนักเกินไปไม่ได้ ต้องใช้อารมณ์เบาๆ)

พอเสร็จ พระพุทธเจ้าจะตรัสเรียกท้าวสหัมบดีพรหม และท่านปู่พระอินทร์มาบอกช่วยดูแลวัตถุมงคลเหล่านี้ด้วย ถ้าใครใช้ขอให้ช่วยดูแลด้วย (เว้นแต่พวกมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีผล)

ถ้าท้าวมหาพรหม (ท้าวสหัมบดีพรหม) และท่านปู่พระอินทร์คุม ลูกน้องทั้งหมด ทั้งพรหมและเทวดา ต้องมาคุมวัตถุมงคลทั้งหมด ไปไหนก็สบาย

ดังนั้น เวลาปลุกเสกพระโมคคัลลานะต้องมาคุม ต้องใช้ฤทธิ์ สำหรับพระพุทธเจ้ารวมทั้งสมเด็จองค์ปฐม มาเป็นประธานอยู่แล้ว
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
สมเด็จพระโฆษาจารย์ วัดสามพระยา
กล่าวถึงสมเด็จพระคำข้าว แห่ง วัดท่าซุง

จากหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ หน้าที่ ๔๕ หัวข้อ “สนทนาที่สายลม”


เรื่อง ยกทรงคุยกับสมเด็จวัดสามพระยา
(หมายเหตุ คำว่ายกทรงเป็นชื่อเล่นของฆราวาสลูกศิษย์หลวงพ่อท่านนึง ท่านเป็นเจ้าของร้านผลิตยกทรงสมัยก่อน)
(ปัจจุบันคุณลุงยกทรงท่านเข้านิพพาน เป็นพระอรหันต์ไปแล้ว โปรดระวังการปรามาสด้วย บาปหนักมาก)

(ยกทรงเล่าเรื่องให้ฟัง)
“เรื่อง สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยานี่ก็ หลังจากหลวงพ่อกลับไปแล้ว ยกทรงก็นำอาหารไปถวายสมเด็จเป็นประจำ วันที่จะเป่าปลุกเสกวันที่๒๙ ธ.ค. ๓๓ ยกทรงก่อนจะเดินทางไป ท่านก็บอกว่า
นี่ พระสมเด็จมหาลาภคำข้าวของวัดท่าซุงน่ะ ไม่ใช่พระธรรมดานะ
ก็เรียนถามเป็นพระอะไรครับที่ไม่ใช่ธรรมดา
ท่านบอกที่อื่น ๆ ส่วนมากพระล่างปลุกเสกกัน แต่ที่วัดท่าซุงนี่มีพระล่าง คือ หลวงพ่อปลุกเสก เข้าใจไหม
เอ...ไม่รู้ครับ
พระ ล่างก็หมายถึงหลวงพ่อหลวงปู่ปลุกเสกกัน ท่านอธิบายให้ฟัง พระบนก็หมายความว่า ท่านก็หยุด แทนที่ท่านจะอธิบายต่อ ท่านก็คว้าหมากเอาปูนใส่ แล้วท่านก็ฉัน โอ๊ย ลีลาน่ารักอ่อนช้อย แล้วก็ท่านยืนยันเลยว่าพระมหาลาภคำข้าวรุ่นนี้น่ะ ท่านบอกว่าคงจะไม่ถึงตลอดปี ๓๔ จะหมด เหตุผลก็คือ ท่านบอกว่าอย่างนี้
ฉัน จะเล่าให้ฟัง ฉันสร้างตัวอาคารที่อาคารพระปริยัติน่ะ ๙๐ เมตรที่วัดน่ะ เป็นสิบ ๆ ล้านนะ ค่าแรงทั้งหมดน่ะ ๖ ล้านบาท เพราะวัดปากน้ำนี่เขามีของดีอย่างหนึ่งคือ ของไม่แห้ง
ผมถามว่าอะไรครับ ของไม่แห้ง ว่าแล้วคว้าหมากต่อ
ท่านบอกว่า สด ไง ล่ะ เจ้าอาวาสเขาชื่อสด ตอนเป็น ๆ ก็สดชื่น พระที่วัดไม่ต้องบิณฑบาต เงินทองไหลมาเทมา เพราะบารมีกรรมฐานธรรมกาย และที่ท่านตายไปแล้วก็ยังสดชื่น พระที่วัดไม่ต้องบิณฑบาต เงินทองไหลมาเทมา เวลาเทศกาลงานกฐินก็มีคนจองล่วงหน้า แล้วท่านก็เลยสรุปว่า เนี่ย เพราะท่านมีดีอย่างหนึ่งคือ ไม่แห้ง รุ่นที่รับพระสมณศักดิ์ ราคาเป็นหมื่นเป็นพัน แต่ว่า... ท่านพูดแค่นั้นท่านก็หันหน้าเอาผ้าเช็ดปาก เอาน้ำบ้วนปากเสร็จแล้วนึกว่าท่านจะเล่าต่อ เปล่า ท่านเอาหมากมากินอีกคำ แล้วท่านก็เลยบอกว่า นี่คุณวีระ(ใหม่ ๆ เรียกยกทรง ตอนนี้ไม่เอาแล้วเรียกคุณวีระเสียแล้ว) คุณน่ะอย่าลืมนะไปวัดท่าซุง ตุนเข้าไปเถอะ แพงแล้วหายากแล้ว หนัก ๆ เดี๋ยวก็ว่า แล้ว หนัก ๆ แล้วท่านก็บอกว่า ต่อไปจะมีคุณค่ามาก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ท่านบอกให้ตุนไว้ เพราะว่ามีข้างบนลงมาปลุกเสกด้วย ท่านบอกว่าท่านยืนยันอย่างนั้น ที่ท่านพูดเช่นนี้ได้ใครจะว่ายังไงก็ตามแต่ท่านบอกท่านยืนยันอย่างนี้”
(หลวงพ่อ) ว่าเรื่อยไปเลย
แล้วท่านก็คุยต่อ
“คือ ว่าอย่างนี้ สมัยที่ฉันหนุ่ม ๆ นะบังเอิญไปที่วัดพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก เขาว่าพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกนี่นะ มีเทวดามาช่วยมาสร้าง ไอ้ฉันก็นั่งคิด ๆ เพราะตอนนั้นก็ยังหนุ่มอยู่ แหม... ไม่จริงแน่ แต่พอฉันไปวัดท่าซุง ไปที่วิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร พอไปเห็นองค์พระพุทธชินราช ฉันเลยต้องบอกว่าฉันเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเทวดามีจริง มาสร้างมาช่วย อย่างที่วัดท่าซุงนี่ไม่ใช่วัดธรรมดา เป็นวัดล่างวัดบน แล้วท่านก็บอกว่า เนี่ย ฉันจึงยอมเชื่อว่าวัดท่าซุงนี่ ถ้าไม่มีข้างบนมาช่วยนะ ไม่มีทาง ท่านบอกไม่มีทาง”
(หลวงพ่อ) มี ทางมี แต่ไม่มีกุฏิ
“หลวงพ่อเถียงสมเด็จ ฯ เหรอ”
ไม่ใช่เถียงสมเด็จ เถียงยกทรง ทางน่ะมี เพราะไม่มีวิหารจะสร้าง ไม่มีเงินสร้างมีทางเยอะแยะ เดี๋ยวนี้สิไม่มีทาง
“เมื่อก่อนมีทางใช่ไหมครับ”
ใช่
“แล้วท่านก็เลยบอกว่าที่วัดท่าซุงน่ะมีข้างบนเขามาช่วยเต็มที่ ทั้งพระทั้งเทวดา ฉันเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น วัดนี้นะต่อไปจะมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (ท่านแนะนโยบายว่า) การที่จะไปทำบุญกับหลวงพ่อฤๅษีวัดท่าซุง เราต้องมีเหลี่ยมกับท่านหน่อย เพราะพระองค์นี้ไม่เหมือนพระชาวบ้านชาวเมือง”
เหมือนยังไง คนละคน ไม่เหมือนกันหรอก สมเด็จผอมกว่าฉัน แล้วฉันต่ำกว่าสมเด็จ(หัวเราะ)
“องค์นั้นไม่มีหนี้ องค์นี้เป็นหนี้”
ไม่ก้อยฉันว่าเป็นหนี้ เป็นนะ เป็น
“เขาเรียกว่าเป็นหนี้เงียบ ๆ นะครับ”
ใช่ ๆๆ
“ฉะนั้น ท่านถึงยอมรับว่าเพราะข้างบนข้างล่างมาร่วมกัน งานจึงสำเร็จเรียบร้อย ท่านบอกว่าอย่างนี้ คือว่าถ้าจะไปเช่า จะไปทำบุญหรือจะไปเช่าพระมหาลาภคำข้าวกับหลวงพ่อฤๅษีวัดท่าซุงน่ะ ต้องละเอียดกว่าท่านหน่อย ท่านแนะผมว่าอย่างนี้แล้วท่านก็เรียกลูกศิษย์ผู้หญิงท่านหนึ่ง
“หนู ๆ ๆ เข้ามา ๆ ฝากเงินคุณวีระไป ๕๐ บาท ไปเช่าพระผง แต่เวลาเข้าไปน่ะ ให้เข้าไปทีละ ๑๐ บาท ได้องค์หนึ่ง แล้วก็ถอยออกมาแล้วไปต่อแถวที่เดิมอีกจะได้ ๕ องค์ เพราะว่าเข้าไปทีเดียว ๕๐ น่ะได้องค์เดียว
พอพูดแล้วท่านก็หัวเราะ ท่านดีใจว่าเหลี่ยมดีกว่าวัดท่าซุง
“นี่ แหละครับ ความจริงไปคุยทุก ๆ วัน วันละเรื่อง ๆ นะ ที่พูดวันนี้ ก็เพราะว่าเกี่ยวโยงกับพระคำข้าวมหาลาภ พยายามนะ เก็บไว้ องค์ไหนที่รับกับมือหลวงพ่อ องค์นั้นนะเก็บให้ดี ให้ติดกับตัว จะเลี่ยมหรือว่าจะใส่กระเป๋าสตางค์ก็ได้ แยกต่างหาก เพราะว่าท่านไม่ได้แจกองค์เดียว ตอนนี้ยกทรงก็เผลอเถียง ไม่ได้เถียงนะ ค้าน แจกองค์เดียวครับขนาดแจกไปแจกมาทีแรกก็มือแจกนะ หนัก ๆ เข้า ก็ต้องยื่น ๆๆๆ แถมสโลโมชั่น สงสัยจะเหนื่อยนะ เราบอกไม่ใช่ แจกองค์เดียวครับ ท่านก็ยังยืนยัน แต่ความจริงหลวงพ่อมีองค์ปฐมหรือองค์ปัจจุบัน ครับที่สงเคราะหลวงพ่ออยู่ เวลาแจกพระ”

หลวงพ่อ) เวลาแจกหรือ ๑ องค์ปฐม ๒ องค์ปัจจุบัน ๓ พระพุทธทีปังกร ๔ พระพุทธกัสสป และ ๕ พระปัจเจกพุทธเจ้าที่อยู่เวลานี้นะ
“อย่างนั้นก็ตรง ที่สมเด็จท่านพูดเป็นนัย ๆ ก็มาตรงกัน
ตรงกันเพราะท่านรู้เรื่อง
“แล้วการปลุกเสกคราวนี้จะมีอะไรที่พอจะเล่าให้ลูกหลานฟังบ้างไหมครับ เพราะต้องผิดปกติแน่”
มี ขาบวมทั้ง ๒ ข้าง ขึ้นไปกุฏิขาบวมปูดเลย ไอ้ขาโต๊ะ เขาทำขยับขาไม่ได้ เขาทำเป็นชั้นมันต่ำ ขยับขาไม่ได้ ชาเด่ พอดีหมอคอยอยู่ หมอไปคอยอยู่ ๒ วัน
“นี่เป็นความอัศจรรย์”
ใช่ ๆๆๆๆ
“บางครั้งมีเหตุการณ์ เกิดมีหมาหอน พอจะหอนก็หอนพร้อมกัน ตอนที่หลวงพ่อปลุกเสกน่ะ แล้วก็ไฟดับ หลวงพ่อลองเล่าดีกว่า ขาบวม ไม่เอาครับ”
ไม่ ใช่ขาบวม มันเป็นขามหาเศรษฐีน่ะ อ้าว แบบมันยืนไม่ไหว ขาบวมไง เออ ก้าวไม่ขึ้น หนัก ความจริง พระท่านมาเต็มที่ สมเด็จองค์ปฐมลอยเต็ม พระพุทธเจ้าล้อมเต็ม แต่ไม่เห็นของที่ปลุกเสกเลย แสงขึ้นนะ สว่างมาก ของที่ปลุกเสกน่ะมองไม่เห็น
“ก็แสดงว่าองค์ปฐมเป็นประธาน”
ทั้ง หมด พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระอริยะทั้งหมด พรหม เทวดาทั้งหลาย พอเสร็จแล้วฉันตั้งเวลาไว้ ๑ ชั่วโมง พอถึงเวลา ๕๐ นาที ท่านบอกเต็มแล้วลูก แต่ว่าเวลาที่นั่งปลุกน่ะ ตามปกติมีพระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตรคุมฉัน และปลุกพระคำข้าว กับพระหางหมากนี่ องค์ปัจจุบันคุมฉันเอง เวลาท่านยืนคุมอยู่ท่านพุ่งแสงใจมาที่กายฉันแสงสว่างเป็นลำนะ บอกให้นั่งเฉย ๆ ๑๐ นาที อย่าคิดเห็นอะไรทั้งหมด ให้อยู่เฉย ๆ นะ พอหลังจาก ๑๐ นาที บอกดูได้ ดูได้เห็นพระพุทธเจ้าพรึ่บ เต็มไปหมด พระอรหันต์เต็มไปหมด พอถึงคาถามหาลาภ ขึ้นเป็นแสงทองคำกระจายพรึ่บเต็มบริเวณทั้งหมดไปถึงคนเลย ฉะนั้นวันนี้ท่านให้มาเก็บค่าครู(หัวเราะ)
“แล้วเกี่ยวกับพระมหาลาภคำข้าวนี้ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าคราวนี้ทำไม่ทันได้แค่ล้านสามแสนกว่า หรือครับ”
ใช่ ๆ ๆ วันที่ ๑๗ พ.ค. จะทำอีกประมาณสัก ๒ ล้านเศษ ๆ เท่าที่เขาจะทำเสร็จนะ

“งั้นแสดงว่ารุ่นนี้หนักกว่ารุ่นแรก”
ทำ แล้วก็เท่า ๆ กันนะ แต่ความจริงท่านมาเหมือนกันแต่ทำหนักมาก เป็นพิเศษทีเดียว รุ่นนี้ถือว่าเป็นพิเศษทีเดียว ก็คงพิเศษ อย่างนี้ไปทุกรุ่น ก็ต้องถือว่ารุ่นเดียวกัน ไม่ใช่พระหลายรุ่น
“มานึกในใจ ทำไมราคาไม่เท่าไหร่ คนอื่นเขาออกเป็นร้อยเป็นพัน”
เพราะ ท่านสั่งของท่านเอง องค์ปฐมนะ อย่างซุ้มประตูนี่ ซุ้มประตูทำใหม่นะราคาแสนห้าหมื่นเศษ แต่ว่ามีเจ้าภาพเขาให้เงินมาแสนบาทให้ทำ ๒ ซุ้ม ท่านเลยให้เขียนว่าบริจาค ๕ หมื่นบาท ๒ ซุ้มแล้วอีกแสนห้าเก็บแถวนี้
“เรื่องพระนี่คือว่าพระคำข้าวก็ดีพระหางหมากก็ดี ผลน่ะ ตุลิตะ ตุลิตัง เร็ว ๆ ไว ไม่ต้องรอเนิ่นนาน”
รุ่นนี้เร็วมาก
“ผมนึกในใจนี่ สงสัยจะสงเคราะห์ลูกหลานมากกว่า คนยากจน คนไม่จน คนอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
ท่าน ตั้งใจสงเคราะห์ทั้งคนทั้งวัด วัดรับไปให้เขาทำบุญราคามากกว่า ช่วยสร้างวัดไงเล่า ทีนี้ชาวบ้านที่เอาไปก็สงเคราะห์ อย่างยกทรงเอามาใช่ไหม อย่างมากรุงเทพฯนี่ เอาใครเอาจากฉันก็ได้คนละร้อยบาท ลองคิดซิ ๑๐๐ บาทนี่ไม่ได้แพงเลย ถ้าเขาจะเสีย๑๐บาทที่วัดท่าซุง เขาเดินทางไปเดินทางมามันเกิน ๑๐๐ บาทใช่ไหม
“นึก ได้แล้ว คำสั่งของสมเด็จท่านสั่งว่าอย่างนี้ ว่าพระมหาลาภที่รับจากมือหลวงพ่อ ท่านสั่งว่าให้ติดตัว บอกว่าเวลาแจกท่านไม่ได้แจกองค์เดียวแล้วไม่ได้ขยายความเสียด้วยซิ เวลาแจกไม่ได้แจกองค์เดียว ทีแรกผมก็นึกเอ๊ะจริงนี่หลวงพ่อแจกเยอะนี่ทีละองค์ ๆๆๆเกือบจะพูดอย่างนั้นแล้ว พอดีท่านก็รู้ไวนะครับ เพราะข้างบนท่านมาช่วยแจกด้วย ท่านเลยสงเคราะห์กลัวจะโง่มากเกินไป ท่านรู้ใจจริง ๆ”

เก่ง มาก ยกล้อเลย องค์นี้นะ เจโตปริยญาณก็ดี ทิพพโสตญาณก็ดี ทิพพจักขุญาณก็ดี ดีหมด เก่งมาก ท่านดีอย่างเดียว ดีหมดเท่ากัน ก็มาจากทิพพจักขุญาณ
“พอ คุยถึงทิพพจักขุญาณ ท่านบอกว่าเมื่อสมัยก่อนนะ ฉันตั้งสำนักอบรมวิปัสสนา ท่านบอกฉันทำตามตำราเปี๊ยบเลย แล้วผมถามว่าได้ผลเป็นไงครับ ท่านบอก คุณวีระอย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ ฉันทำมาได้ผลขนาดหนักเลย เลยถามว่าขนาดหนักของหลวงปู่เป็นไงครับ ปรากฏว่าลูกศิษย์ทุกคนน่ะปลาบปลื้มปีติ หายไปหมดเลย คนโน้นก็ไม่ได้ คนนี้ก็ไม่ได้ ฉันเลยเลิกไปเลย แล้วท่านก็บอกว่า เออ หลักสูตรใหม่ของวัดท่าซุง มโนมยิทธิ อย่างนี้เขาเรียกว่าทันสมัย เออ อาจารย์ดี ลูกศิษย์ก็ติด ครูก็ได้ ศิษย์ก็ได้ อย่างฉันกางตำราไม่ได้เรื่องเลย”
(หลวง พ่อ) ใช้ตำราเดียวกันแต่ว่าลีลาการใช้ต่างหาก อันดับแรกก็ขึ้นอานาปานุสสติเหมือนกัน ต้องใช้ ต้องภาวนาเหมือนกัน จับภาพพระพุทธรูปเหมือนกันแต่ลีลาการใช้ต่างกัน
“แล้วท่านก็บอกนะครับ ที่ฉันสอนว่า พุทโธ ๆๆๆๆ ไม่มีใครเห็นสักคน เลยเลิกกันไปเลย”
ฉันเองก็ล่อมานานแล้ว หลายรูปแบบ


ตั้งแต่ ปี 2533 - 2534 "พระคำข้าว" ราคาองค์ละ 10.- บาท(สิบบาทถ้วน)
พอปลายปี 2534 องค์หลวงพ่อก็สั่ง ออกไมค์ บอกลูกหลานให้เตรียมตัวกันก่อน ว่า....
ใครจะบูชาวัตถุมงคล ก็ให้รีบบูชาน๊ะ ปี 2535 ราคราจะขึ้น ราคาจะเปลี่ยนแปลง พระคำข้าวจะขึ้นเป็น 100 บาท....

พอถึง 1 มกราคม 2535 ราคาก็ถูกปรับให้เปลี่ยนเป็นไปตามที่ท่านพูด คือ "พระคำข้าว" บูชา 100 บาท....
แต่หากทำบุญสังฆทาน 100 บาท ท่านก็ยังแจกพระคำข้าว ให้อยู่ดี....
ราคาวัตถุมงคลอื่น ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กัน

คำสั่งก่อนมรณภาพ เกี่ยวกับวัตถุมงคล คือ....

เมื่อท่านละสังขาร ครบ 3 วัน ให้ปรับราคาวัตถุมงคล ขึ้นเป็น 2 เท่าตัว(พระคำข้าวเป็น 200 บาท)
เมื่อท่านละสังขาร ครบ 7 วัน ให้ปรับราคาวัตถุมงคล ขึ้นเป็น 4 เท่าตัว(พระคำข้าวเป็น 400 บาท)
เมื่อท่านละสังขาร ครบ 30 วัน ให้ปรับราคาวัตถุมงคล ขึ้นเป็น 8 เท่าตัว(พระคำข้าวเป็น 800 บาท)
เมื่อท่านละสังขาร ครบ 50 วัน ให้ปรับราคาวัตถุมงคล ขึ้นเป็น 16 เท่าตัว(พระคำข้าวเป็น 1,600 บาท)
และให้ทรงราคาอยู่ที่ 16 เท่าตัว....


พระคำข้าวรุ่น2 สร้าง 5,000,000 องค์ (ห้าล้านองค์)
พระหางหมาก สร้าง 1,000,000 องค์ (หนึ่งล้านองค์)

ปัจจุบัน....
พระคำข้าว ให้บูชาอยู่ที่วัดองค์ละ 1600 บาท (ถ้าแบบปิดทองด้วยจะ 1700 บาท)
พระหางหมาก หมดไปจากวัดเมื่อต้นปี 2555 นี้เอง (ราคาสุดท้ายคือ 1600 บาท ถ้าแบบปิดทองด้วยจะ 1700 บาท)

ที่พ่อค้าวัตถุมงคล สามารถให้บูชาพระคำข้าว ถูกกว่าวัดท่าซุงได้หลายเท่า นั่นก็เพราะว่า
ส่วนมากเป็นพระคำข้าว ที่ได้มาในตอนที่ราคายังเบาๆอยู่ เช่นได้มาตอนองค์ละ 10 บาท (บางคนเก็บไว้เป็นลัง)
จึงสามารถให้บูชาพระคำข้าวได้ในราคาเบาๆที่องค์ละ 400 บาท(ปี2554)
จนมาถึงเมื่อช่วงเดือนกันยายน2555 ที่ผ่านมา ราคาบูชาได้เพิ่มขึ้นเป็นองค์ละ 600บาทแล้ว
และพระหางหมาก จากเดิมองค์ละ400บาท ขึ้นเป็นองค์ละ800บาท (หลังเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะระเบิด)
จนมาปีนี้(2555) เพิ่มเป็นองค์ละ 1000บาท

แต่ก็ยังถือว่าราคาบูชาถูกกว่าที่วัดอยู่ดี แม้ว่าพระหางหมากจะหมดไปจากวัดแล้วก็ตาม (ค่อยๆทยอยขึ้น)
เพราะฉนั้นพระหางหมาก ราคาบูชาจะเพิ่มขึ้นไปจนถึงองค์ละ1600 บาทอีกไม่นานนี้แน่นอน เพราะของที่วัดหมดไปแล้ว
ผู้ค้าวัถตุมงคลอาจจะเอาราคาสุดท้ายของทางวัดเป็นเกณฑ์ (พ่อค้าชอบอยู่แล้ว)

และพระคำข้าว ราคาบูชาก็เริ่มขยับตัว หลังจากที่แช่อยู่ที่องค์ละ400บาท มานาน ขึ้นเป็นองค์ละ600บาท
(เหตุเพราะใกล้ถึงวันครบรอบมรณะภาพหลวงพ่อ ครบ20ปี) พระหางหมากจึงขึ้นมาจาก800 เป็น1000บาท  
คาดการณ์ได้ว่า พอสิ้นปีนี้(2555) ราคาบูชาจะเพิ่มขึ้นไปอีก

เมื่อภัยพิบัติปราฏกแน่ชัด ราคาจะพุ่งขึ้นทันที
รวมทั้งเห็นจุดเริ่มต้นของสงครามใหญ่(ที่รุนแรงกว่าสงครามโลกครั้งที่2)เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
ใครที่มีกำลังทรัพย์ก็ควรจะรีบเก็บไว้
(แนะนำให้เก็บพระคำข้าวรุ่น2 เป็นหลัก เพราะหลวงพ่อบอกว่าวัตถุมงคลของท่านรุ่นหลังๆจะดีกว่ารุ่นแรกๆ)
พระคำข้าวมหาลาภ

พระคำข้าว (พระมหาลาภ) เป็นพระเนื้อผงสีขาวปางมารวิชัย สร้างแบบพระพุทธชินราชในวิหารแก้ว 100 เมตรวัดท่าซุง มี ๒ รุ่น
รุ่นที่ ๑ ปลุกเสกเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๓๓ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ องค์
รุ่นที่ ๒ สร้าง ๕,๐๐๐,๐๐๐ องค์ ปลุกเสก ๒ ครั้ง คือ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๓ และ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔  
ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ นั่งในกรอบรูปพัดยศ มีชื่อ พระราชพรหมยาน อยู่ตรงที่นั่ง

วิธีอาราธนา พระคำข้าว และ พระหางหมาก
คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้ง เทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด
แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฎิบัติตามปกติว่า อิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามความประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วยคาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า

“ อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่ง แก่มะอะอุนี้เถิด

เกร็ดความรู้บางอย่างที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงพูดถึงเกี่ยวกับพระคำข้าว
(คัดลอกจากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๙ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน(ฤาษีลิงดำ)

     อันดับแรกที่เราจะทำอะไรทั้งหมด ตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน นึกถึงด้วยความเคารพ เพื่อหวังพระนิพพานก็ตาม นึกถึงเพื่อขอลาภสักการะก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้าเหมือนกัน อันดับแรกนะ อย่างมี พระคำข้าว- พระคำข้าวน่ะ หนักไปในทางลาภสักการะ อย่างอื่นก็มีหมด แต่ลาภน่ะหนักมาก และก็หยิบขึ้นมาพนมมือ สาธุ ว่า นะโม ตัสสะ ใช่ไหม ว่านะโมตัสสะ ด้วยความเคารพ และอธิฐานว่า วันนี้ต้องการ...(ลาภอย่างไร)

     เป็นอันว่า เราอยากจะให้ค้าขายดี ทำราชการดี เมตตาปราณี อะไรก็ตามเถอะ ก็อย่าลืมว่าเวลานั้นเรานึกถึงพระพุทธเจ้า เราขอบารมีจากท่าน อย่างนี้ถือว่าเป็น ฌาน ในพุทธานุสติกรรมฐาน ถ้านึกถึงทุกวันน่ะ ถ้าถึงเวลาแล้วต้องทำอย่างนั้นทุกวัน ถ้าไม่ทำแล้วไม่สบายใจ นั่นเป็นฌานในพุทธานุสติ เป็นของง่าย ๆ เพราะวันนี้ท่านบอกให้พูดง่าย ๆ ใช้วิธีง่าย ๆ นะ ก็ว่าตามท่าน  
...ทีนี้เมื่อเมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัท นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าลืมพระที่ คอ นี่คือพระพุทธเจ้า อย่าง พระคำข้าว เป็นพระพุทธชินราช อย่าลืมน่ะ คือก็เหมือนกับพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งนั่นแหละ เป็นองค์แทนพระพุทธเจ้าท่าน และเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าท่านก็มาทำ อันนี้ไม่ได้โฆษณานะ พูดให้ฟัง คือเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าทุกองค์เสด็จมาหมด สมเด็จองค์ปฐมเป็นประธาน อยู่ข้างบนใช่ไหม และสมเด็จองค์ปัจจุบันคุมฉัน ท่านปล่อยกระแสจิตพุ่งสว่างเป็นลำพุ่งมาที่ใจฉัน แล้วบอกเธอนั่งนิ่งๆ อย่าคิดถึงเรื่องอะไรทั้งหมด ห้ามดูอะไรทั้งหมด ให้ทรงอารมณ์เฉยๆ ๑๐ นาที

ก็ทำตามท่าน แล้วท่านก็สั่งว่า ให้ว่าอิติปิโสฯ หลัง ๑๐ นาทีแล้ว ท่านบอกดูได้พุ่งใจไปที่ของได้ พอพุ่งใจไปที่ของ ที่เห็นเป็นลำ ไม่เห็นของที่ปลุกเลย แสงพระพุทธเจ้ากลบหมด หนามาก พระคำข้าว เด่นทางมหาลาภ มีรูปพระพุทธชินราช (พระพุทธกัสสป) ด้านหน้า และด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ

หลวงพ่อเคยบอกว่า สมเด็จเด็จองค์ปฐม ได้ให้พระพุทธกัสสป-พระพุทธทีปังกร คุมเรื่องลาภ  
(คัดลอกจากหนังสือธัมมวิโมกข์ฉบับที่ ๑๔๕ หน้า ๖๓)
      ..."องค์ปฐมก็มา และพระพุทธกัสสปก็มา สมเด็จพระพุทธทีปังกรก็มา...องค์ปฐมท่านบอกว่า เรื่องลาภนะ สมเด็จพระพุทธกัสสป หนักที่สุด และรองลงมาคล้ายคลึงกันคือ สมเด็จพระพุทธทีปังกร ก็เลยถามท่านว่า "พระพุทธเจ้ามีบารมีเต็มเหมือนกัน ทำไมแตกต่างกันเรื่องลาภ" ท่านบอกว่า "สุดแล้วแต่การเริ่มต้น คู่อันไหนแรงกว่ากัน"...ท่านบอก "ให้พระพุทธกัสสปคุมเพราะลาภมาก" องค์ปฐมบอกว่า..."ลีลาต่างกันนิดหนึ่ง...
     ...สมเด็จพระพุทธทีปังกร : มีกำลังแข็งมากสู้แรงมาก
     ...พระพุทธกัสสป : ท่านนิ่มนวลในทางลาภมหาศาล
     ...แต่ลาภมหาศาลทั้งคู่ : ท่านก็เลยบอกว่าเป็นหน้าที่ของทั้ง ๒ องค์
รายการจัดส่งวันนี้ 12/10/2555
1.คุณ ช่อยุวธิดา EX 0548 1862 3 TH
2.คุณ อรุชา EX 0548 1863 7 TH
ตอบกลับ  saijungt
koy_sara โพสต์เมื่อ 20-7-2012 10:15

เช่ายังจ๊ะ





รูปหล่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำ รุ่น4 พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำปลุกเสก)

สร้างจากชนวนหล่อพระต่างๆในวัดท่าซุง
เป็นรูปหล่อที่สร้างได้เหมือนและสวยที่สุดของหลวงพ่อเลยค่ะ

- ให้บูชา 7,000 บาท (ขอค่าจัดส่ง 50 บาทค่ะ)
กลับไปยังรายบอร์ด