สมาชิกล่าสุดที่อ่านหัวข้อนี้

กลับไปยังรายบอร์ด
“การให้ธรรมะพ่อแม่ เป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด”(สมเด็จโต พรหมรังสี)



ลูกเอ๋ย…ยามที่พ่อแม่ของเจ้ามีอายุมากขึ้น ย่อมมีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ความแข็งแรงของร่างกายที่เคยมีก็ลดลง ใจน้อย โกรธง่าย ความจำก็เสื่อม ขี้หลงขี้ลืม จิตใจก็หมดความสุขสดชื่น ถึงแม้พวกเจ้าจะคอยเอาใจใส่ดูแลใกล้ชิดสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่อาจช่วยให้พ่อแม่ของเจ้ามีความสุขได้เต็มที่ เพราะพวกเจ้าทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้าช่วยท่านให้ได้รับความสุขเพียงการให้กินอยู่หลับนอน อันเป็นความสุขทางกายเท่านั้น แต่จิตใจของท่าน หาได้ร่าเริงสดชื่นผ่องใสไม่ เจ้าจงจำไว้ว่า การให้ความสุขแก่พ่อแม่อย่างแท้จริงก็คือ การให้ธรรมะ ด้วยการสอนหลักธรรมง่ายๆให้พ่อแม่ของเจ้า พาท่านไปทำบุญทำทาน สอนท่านให้รู้จักการปฏิบัติบูชา สวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ธรรมะจะอยู่ในจิตใจของพ่อแม่เจ้าทุกภพทุกชาติ ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด เจ้าจงจำไว้นะลูกเอ๋ย…..”ธรรมโอสถ”…..คำสอนของสมเด็จโต ท่านได้บันทึกเอาไว้ด้วยลายมือของงท่าน อันเป็นอมตะวาจา……

คัดลอกจาก หนังสือ อมตะธรรมสมเด็จโต
sakdath


ธรรมะที่ช่วยประคองใจให้เกิดความมั่นคงไม่ต้องลงอบายภูมิ มีนรกเป็นต้นนี้ก็ได้แก่
กรรมบถ ๑๐ ประการ คือ
๑. ไม่ฆ่าสัตว์หรือไม่ทรมานสัตว์ให้ได้รับความลำบาก
๒. ไม่ลักทรัพย์ คือไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เขาไม่ให้ด้วยความเต็มใจ
๓. ไม่ทำชู้ในบุตรภรรยาและสามีของผู้อื่น (ขอแถมนิดหนึ่ง ไม่ดื่มสุราและเมรัยที่ทำให้มึนเมาไร้สติ)
๔. ไม่พูดวาจาที่ไม่ตรงความเป็นจริง
๕. ไม่พูดวาจาหยาบคายให้สะเทือนใจผู้รับฟัง
๖. ไม่พูดส่อเสียดยุให้รำตำให้รั่ว ทำให้ผู้อื่นแตกร้าวกัน
๗. ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
๘. ไม่คิดอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นที่เจ้าของเขาไม่ยกให้
๙. ไม่คิดประทุษร้ายใคร คือไม่จองล้างจองผลาญเพื่อทำร้ายใคร
๑๐. เชื่อพระพุทธเจ้าและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านด้วยดี
ท่านที่ปฏิบัติในกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ ท่านเรียกชื่อเป็นกรรมฐานกองหนึ่งเหมือนกันคือ ท่านเรียกว่า สีลานุสสติกรรมฐาน หมายความว่าเป็นผู้ทรงสมาธิในศีล
(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
sakdath



มรรค ผล นิพพาน เป็นสิ่งปัจจัตตัง คือ รู้เห็น ได้จำเพาะตนโดยแท้
ผู้ใดปฏิบัติเข้าถึง ผู้นั้นเห็นเองแจ่มแจ้งเอง หมดสงสัยในพระศาสนาได้โดยสิ้นเชิง
มิฉะนั้นแล้วจะต้องเดาอยู่ร่ำไป
แม้จะมีผู้สามารถอธิบายให้ลึกซึ้งอย่างไร ก็รู้ได้แบบเดา สิ่งใดยังเดาอยู่สิ่งนั้นก็ยังไม่แน่นอน
ยกตัวอย่างเช่น เต่ากับปลา เต่าอยู่ได้สองโลก คือ โลกบนบกกับโลกในน้ำ
ส่วนปลาอยู่ได้โลกเดียว คือ ในน้ำ ขืนมาบนบกก็ตายหมด
วันหนึ่ง เต่าลงไปในน้ำแล้ว ก็พรรณนาความสุขสบายบนบกให้ปลาฟังว่า
มันมีแต่ความสุขสบายแสงสีสวยงาม ไม่ต้องลำบากเหมือนอยู่ในน้ำ
ปลาพากันฟังด้วยความสนใจ และอยากเห็นบก จึงถามเต่าว่า บนบก ลึก มากไหม เต่าว่า มีนจะลึกอะไรก็มันบก
เอ บนบกนั้นมีคลื่นมากไหม มันจะคลื่นอะไรก็มันบก
เอ บนบกมีเปือกตมมากไหม มันจะมีเปือกตมอะไรก็มันบก
ให้สังเกตดูคำที่ปลาถาม เอาแต่ความรู้ที่มีอยู่ ในน้ำถามเต่า เต่าก็ได้แต่ปฏฺิเสธ
“จิตปุถุชน ที่เดามรรคผลนิพพาน ก็ไม่ต่างอะไรกับปลา”

จากหนังสือ หลวงปู่ฝากไว้
บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
ของ พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
sakdath


“เมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินโลกุตรมนุษย์ได้เป็นพระอรหันต์เข้าพระนิพพานไปแล้ว..พระนิพพานก็ยังมีอยู่ไม่เสื่อมสูญ..
พระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพาน ก็มีอยู่ในพระนิพพานนั้นแล
พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร พระอนุรุทธ พระอานนท์เข้านิพพานก็มีอยู่ในนิพพานนั้นแล
นางภิกษุณีทั้งหลายได้บวชกาย วาจา ใจ ใจก็เป็นพระนิพพานแล้วเข้าพระนิพพานได้ด้วย
เหมือนกับพระจันทร์..พระจันทร์ไม่มีวันแก่..พระจันทร์ไม่มีวันเจ็บ..พระจันทร์ไม่มีร้อนไม่มีหนาว ดาวไม่มีเกิด ไม่มีตาย
คนเรานี้เป็นบ้าเป็นบอ คอยาว ตาขาว ลิ้นยาว ใช้ไม่ได้
…ส่วนพระธรรมคำสั่งสอนเกิดจากหัวใจของพระพุทธเจ้า เกิดจากหัวใจของพระอรหันต์ทั้งหลาย
ทำไมพวกเราทั้งหลายและท่านทั้งหลายจึงไม่รู้ ทำไมจึงไม่เห็น..
ถ้าเราเป็นพระอรหันต์ เป็นพระโสดาบัน เป็นพระอนาคาเมื่อใด ก็เมื่อนั้นแหละจึงจะเห็น
จะรู้ที่อยู่พระพุทธเจ้า ที่อยู่ของพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย”

(อาจาริยธัมโมทยาน พ.ศ. ๒๕๓๖ หน้า๑๒๗)
หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
วัดป่าอรัญวิเวก
ต.บ้านป่า อ.สรีสงคราม จ.นครพนม
sakdath
พระเดชพระคุณพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ
กล่าวไว้ในโอวาทของท่าน ในหนังสือมุตโตทัย หน้า ๒๔ ว่า

“แม้พระบรมศาสดาของเราก็เช่นเดียวกัน พระองค์ประทับนั่งอยู่ ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์แห่งเดียว
เมื่อจะดับโลกสาม ก็มิได้เหาะขึ้นไปในโลกสาม คงดับอยู่ที่จิต
ที่จิตนั้นเองเป็นโลกสาม ฉะนั้นท่านผู้ที่ต้องการดับโลกสาม
พึ่งดับจิตของตนๆ จนทำลายกิริยา คือ ตัวสมมติหมดสิ้นจากจิต
ยังเหลือแต่อกิริยา เป็น ฐีติจิต ฐีติธรรม อันไม่รู้จักตาย ฉะนี้แล”

sakdath
โอวาทธรรมยามอาพาธ พระอาจารย์หลวงตา มหาบัว ญาณสัมปันโน








๒๔ พ.ย. ๕๓
ผมอ่อนลงเรื่อยๆ จะหนักไปข้างหน้า แต่ผมมีสติอยู่ตลอด ไม่เผลอ ผมปล่อยวางทั้งหมด ใครจะสรรเสริญหรือนินทา ผมไม่สนใจ ถึงเวลาก็ดีดผึงเลบ แต่ก่อนหมู่เพื่อนไม่ได้ เข้ามายุ่งกับผมที่กุฏิ แต่คราวนี้ผมช่วยตัวเองไม่ได้ จะจับจะยกแะไรให้ค่อยๆ คนแก่ก็เหมือนเด็ก

๖ ธ.ค. ๕๓
ถูกต้องแล้ว..พุทธบริษัท ต้องเป็นห่วงกัน จึงจะถึงต้องเป็นธรรม

๑๒ ธ.ค. ๕๓
เราปล่อยวางหมดแล้ว ไม่มีสมมุติใดๆ เหลืออยุ่ในจิตใจ ชาตินี้เราพอใจ เราทำสุดกำลังของเรา

๒๖ ธ.ค. ๕๓
ระยะนี้ไม่ต้องทำอะไร ให้ภาวนาตั้งสติอยู่ตลอดเวลา
ผมเห็นคุณค่าของสติมากผมลงใจในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นมากที่สุด พูดอะไรตรงเป้งเลย
เราไอมาก-จะเป็นปอดนะ เราจะอ่อนลงไปเรื่อยๆ นะ ผมบอกตรงๆ เลย ผมมาเกิดเป็นชาติสุดท้าย ไม่มาเกิดอีกผู้มาศึกษากับผม มีหลักมีเกณฑ์อยู่หลายองค์นะผมเคยพูดให้ฟังไหม เรื่องตอนที่อยู่ห้วยทราย ระยะท้าย ผมจะกว้างขวางมากผมมาเกิดเป็นชาติสุดท้าย ไม่มาเกิดอีก สมมุติในใจไม่เหลือ

๑๑ มค ๕๔
พระพุทธเจ้ามีองค์เดียว ธรรมวินัยก็อันเดียว ให้ตั้งใจภาวนา เอาให้ดีนะ

อ้างอิง http://luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=373&type=

sakdath
สาธุค่ะ
ผ่าน 7 วัน“หลวงพ่อคูณ”อาการดีขึ้นต่อเนื่อง
วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2556 เวลา 11:23 น.


แพทย์ประเมินอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ผ่านระยะ 1 สัปดาห์ เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะและปอดมีแนวโน้มลดลง ยังต้องให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์ให้เชื้อหายขาด เข้มงวดห้ามเยี่ยมเด็ดขาด

หลังจากที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เกิดอาพาธอีกรอบด้วยภาวะติดเชื้อท่อปัสสาวะและหลอดลมอักเสบ เข้ารับการรักษาที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ ยาละลายเสมหะ และยาขยายหลอดลม จนอาการดีขึ้นตามลำดับ และเข้มงวดห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมโดยเด็ดขาด

ความคืบหน้าวันนี้ ( 11 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์ยังไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในห้องพักได้ เกรงจะรบกวนการพักผ่อนของหลวงพ่อคูณ ญาติโยมที่แวะเวียนมากราบนมัสการทำได้เพียงแค่เซ็นชื่อในสมุดเยี่ยมที่จัดไว้ให้บริเวณหน้าทางเข้าห้องพักหรือเฝ้ามองผ่านช่องกระจกของประตูห้องเท่านั้น

นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า ต้องเข้มงวดเรื่องการห้ามเยี่ยมเป็นพิเศษ เกรงหลวงพ่อจะติดเชื้อแทรกซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือดี ตอนนี้หลวงพ่ออาการดีขึ้นแล้ว ญาติโยมศิษยานุศิษย์ก็อยากเห็นหลวงพ่อกลับวัดบ้านไร่ หลวงพ่อเองก็บ่นว่าอยากกลับมาโดยตลอด ฉะนั้นแพทย์ต้องรักษาประคับประคองให้ดีที่สุด เพื่อให้หลวงพ่อได้หายจากอาพาธดีก่อนอนุญาตให้กลับวัดอย่างสบายใจ

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินผลการรักษามาตลอด 1 สัปดาห์ หลวงพ่อฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว รู้สึกตัวดี พูดคุยได้มากขึ้น ขณะที่ภาวะติดเชื้อในท่อปัสสาวะและที่ปอด เริ่มดีขึ้นตามลำดับ ปัสสาวะจากที่ขุ่นก็เริ่มขุ่นน้อยลง ส่วนเสมหะก็ลดลงบ้างแล้ว แต่ยังต้องให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อทั้ง 2 จุดให้หายขาด ที่สำคัญต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ช่วงนี้ต้องให้ทำกายภาพบำบัดบนเตียงคนไข้ ยกมือ แขนขา และพยุงตัวลุกจากเตียงเดินวนไปมาเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายกะปรี้กะเปร่ามากขึ้น.
sakdath
คุยกับ พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.นักสืบ มั่นใจขุนแผนบ้านกร่างช่วยรอดลูกปืน - เปิดคัมภีร์คนรักพระ
วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2556 เวลา 00:00 น.



ในแวดวงยุทธจักรสีกากี หากเอ่ยชื่อของ พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล ๔ (ผกก.สส.บก.น.๔) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รับรองเป็นที่ครั่นคร้ามของเหล่าโจรผู้ร้ายและมิจฉาชีพในเมืองหลวง เพราะชื่อชั้นติดโผหนึ่งในทำเนียบ “มือปราบพระกาฬ” ตัวจริง และเป็นนายตำรวจที่ขยันขันแข็ง ทุ่มเททำงาน ผลงานเข้าตาเจ้านายอยู่เสมอ
พ.ต.อ.สง่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม (นรต.พ.) รุ่นที่ ๑๒ เข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าตามลำดับ ส่วนใหญ่คร่ำหวอดกับงานสืบสวนและงานปราบปราม เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้กำกับการอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหาด จ.สระแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้กำกับการกองกำกับสืบสวนกองคับการตำรวจภูธร (ผกก.สส.ภ.จว.) จังหวัดตราด และมาเป็นผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล ๔ (ผกก.สส.บก.น.๔) จนปัจจุบัน
“ผมบรรจุเป็นนายตำรวจครั้งแรกของชีวิต คุณพ่อมอบพระขุนแผนบ้านกร่างมาให้ ๑ องค์ เป็นพิมพ์ ๕ เหลี่ยมอกใหญ่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน ผมแขวนติดตัวมาตลอดเพียงองค์เดียว เปรียบเสมือนตัวแทนความรักความห่วงใยจากคุณพ่อและคอยเตือนสติในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้เกิดความประมาท ทำให้รอดปลอดภัยมาได้ทุกครั้ง” พ.ต.อ.สง่า รำลึกความหลัง
ก่อนเล่าต่อว่า ในชีวิตเคยเกิดเรื่องเหลือเชื่อ ตอนนั้นเป็นรองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว มีคดีปล้นทรัพย์ธนาคารทหารไทยสาขาโชคชัย ๔ ผมออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าคนร้ายเป็นโจรชื่อดังก่อคดีโชกโชนหนีไปกบดานแถวย่านราษฎร์บูรณะ ตัดสินใจขับรถไปซุ่มรอคนเดียว พอดีคนร้ายออกมา จึงแสดงตัวจับกุม แต่คนร้ายชักปืนยิงใส่ระยะเผาขน ผมไม่เป็นอะไรเลย ไม่รู้ว่ารอดได้ยังไง ชักปืนยิงสวนไป ๑ นัด ถูกคนร้ายตาย ตั้งแต่นั้นเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องเรา ขอเพียงยึดมั่นในความดี สิ่งดี ๆ ก็จะเข้ามาเอง.
มหายันต์๑๐๘
sakdath
พระร่วงหลังลายผ้าลพบุรี สุดยอดมหาอำนาจ-บารมี - ปกิณกะ พระดีพระเด่น
วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2556 เวลา 00:00 น.


พระร่วงหลังลายผ้าสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี จัดอยู่ในทำเนียบ “พระยอดขุนพล” เนื้อชินยอดนิยมในตระกูลพระร่วงยืนประทานพร (ปางห้ามญาติ) ที่ได้รับการเสาะแสวงหามานานจาก “นักเลงพระ” ตั้งแต่ยุคคุณปู่คุณตา เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลังสุดยอด ปัจจุบันของแท้ ๆ และสวย ๆ หาชมได้ยาก
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี เป็นวัดเก่าแก่กลางเมืองลพบุรี สันนิษฐานว่าก่อสร้างตั้งแต่ยุคขอมเรืองอำนาจ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ครั้งใหญ่ที่สุดในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดพระกรุมากมาย อาทิ พระร่วงหลังลายผ้า พระหูยานกรุเก่า-กรุใหม่ พระนาคปรก พระยอดขุนพล เป็นต้น
พระร่วงหลังลายผ้า จัดเป็นพระเครื่องชั้นสูง สันนิษฐานว่าผู้สร้างคือกษัตริย์ผู้เรืองอำนาจ พุทธลักษณะปางยืนประทานพร (ปางห้ามญาติ) โดดเด่นในซุ้มเรือนแก้ว ศิลปะเขมรแบบบายน พระพักตร์ (หน้า) กว้างเคร่งขรึมดุดัน พระโอษฐ์ (ปาก) แบะ พระหนุ (คาง) ป้าน องค์พระสวมใส่เครื่องทรง ด้านหลังมีลายผ้า อายุไม่ต่ำกว่า ๘๐๐ ปี แตกกรุครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๓๐ จากองค์พระปรางค์ประธานในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มีเนื้อชินเงิน ชินตะกั่วสนิมแดงไม่มากนัก ต่อมาแตกกรุอีก ๒ ครั้ง (พ.ศ.๒๔๕๕ กับ พ.ศ.๒๔๕๘) และแตกกรุครั้งสุดท้ายปี พ.ศ.๒๕๑๕ ที่โรงเรียนช่างกล ซึ่งเดิมเป็นวัดเก่าแก่ย่านใกล้เคียง เจอพระร่วงประมาณ ๒๐๐ องค์ รวมกับพระพิมพ์อื่น ๆ
ผู้ชำนาญพระกรุพระเก่าแบ่งพระร่วงหลังลายผ้าเป็น ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ แยกเป็นพิมพ์พระพักตร์ใหญ่และพระพักตร์เสี้ยมแหลม ส่วนพิมพ์เล็ก แยกเป็นพิมพ์หน้าหนูและปลายติ่ง
พุทธคุณครบเครื่องครอบจักรวาล สุดยอดคงกระพันชาตรี มหาอุตม์หยุดลูกปืน แคล้วคลาด มหาอำนาจ มหาบารมี เมตตามหานิยม และโชคลาภ ใครอยากเป็นเจ้าคนนายคนควรเสาะหามาขึ้นคอ เพราะประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์แก่นักเลงพระและผู้ศรัทธามายาวนาน คุณวิเศษไม่ต่างจากพระร่วงหลังรางปืนสนิมแดง สุโขทัย ซึ่งล้วนหายากทั้ง ๒ กรุ มูลค่าเปลี่ยนมือจึงสูงมาก
ใครมีไว้บูชาย่อมอุดมด้วยอำนาจ วาสนา บารมี.
ศิวะมนตรา
sakdath



หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
วัดศรีอภัยวัน
ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย


หลวงปู่เมตตาแจกรูปภาพหลวงปู่ให้แก่ญาติโยม หลวงปู่ปรารภกับญาติโยมว่ารุ่นนี้ดีจริงๆ ไม่เคยติ ไม่เคยบ่น ไม่เคยเหล่ใครเลย ไม่เคยโกรธให้ใคร ไม่เคยเคียดให้ใคร เขาเอาไปทำอะไรก็เฉยเขาเอาไปตากแดดก็เฉย เอาไปแช่น้ำก็เฉย นั่งทับก็เฉย ใครจะทำอะไรก็เฉยเลยว่าดี ดีจริงๆ ถ้าตัวจริงนะลองดูสิ ใครมาทำไม่ดี สู้นะ

หลวงปู่ท่อน

ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
sakdath
แห่ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อพูนวัดบ้านแพน
วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2556 เวลา 13:23 น.


แห่ร่วมพิธีเป่ามหายันต์ตรีนิสิงเห หลวงพ่อพูนวัดบ้านแพนเนืองแน่น เพื่อความสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว


เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่วัดบ้านแพน ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พระครูสุวรรณศีลาธิคุณ หรือหลวงพ่อพูน ฐิตสีโล เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าตำหรับตระกรุดดอกไม้ดอกไม้ทอง ประกอบพิธีไหว้ครู บุรพาจารย์ครอบเศียรครู และเป่ามหายันต์ตรีนิสิงเหให้กับประชาชนและศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมพิธีกว่า 1,000 คน พร้อมรับแจกพระสมเด็จพุทธปาฎิหาริย์ทรงหนุมานคนละ 1 องค์ และผ้ายันต์หนุมานเชิญธง รุ่นแรกอีก 1 ผืน เพื่อความเป็นสิริมงคล
พระครูวินัยธรยิ่งยศ อุตฺตมปญฺญฺ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสบ้านแพน กล่าวว่า สำหรับพิธีในวันนี้เป็นพิธีที่หลวงพ่อพูน ประกอบพิธีเป่ามหายันต์ตรีนิสิงเห โดยเริ่มตั้งแต่การเรียกสูตรพระยันต์ จนถึงพิธีการสุดท้าย คือ การเป่ายันต์ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพุทธมนต์คาถา ขณะที่ หลวงพ่อพูนจะประกอบพิธีเป่ายันต์เพียงปีละครั้งเดียวเท่านั้น จึงถือว่าเป็นความสิริมงคลกับชีวิตทำให้การค้าการงาน เจริญก้าวหน้า รอดพ้นทุกข์ภัยทุกประการ.
sakdath
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 เวลา 08:47 น.







พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีสนามหลวง


เมื่อวันที่ 13 พ.ค.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขว่ัญ ณ พลับพลาพิธีท้องสนามหลวง ในโอกาสนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดยเสด็จในการนี้ด้วย
ทั้งนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้แก่ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนเทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวสุมาลี จำเริญ นิติกรชำนาญการ กรมปศุสัตว์ และนางสาวสุวิสาข์ เกตุอินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพชร ลาภผล นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กรมประมง นางสาวกาญจนา มาลัยกฤษณะชาลี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คู่เคียงมีจำนวน 16 ราย และผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย พระโคแรกนา ได้แก่ พระโคฟ้า และ พระโคใส ส่วนพระโคสำรอง ได้แก่ พระโคมั่น และ คงเมื่อถึงฤกษ์พิธีไถหว่าน พระยาแรกนาจะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และพราหมณ์นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง
พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนาเจิมพระโค และไถดะไปโดยรี 3 รอบ และไถขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดินให้ละเอียดพร้อมหว่านเมล็ดธัญพืช พระยาแรกนาส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าพราหมณ์ถือไว้ เพื่อหยิบพันธุ์ข้าวเปลือกในกระบุงทองกระบุงเงินที่เทพีหาบ ตามหว่านลงในลานแรกนาพร้อมไถกลบ 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืชลงในดินเมื่อครบแต่ละรอบพนักงานประโคมฆ้องชัยเครื่องดุริยางค์ ครั้งหว่านเสร็จพระยาแรก นารับพระแสงปฏักจากหัวหน้าพราหมณ์กลับเข้าสู่โรงพิธีพราหมณ์พร้อมด้วยเทพี
พนักงานผู้ทำหน้าที่ดูแลพระโคปลดพระโคออกจากแอกแล้วจูงพระโคทั้งคู่ไปยืนที่ขอบลานแรกนา ตรงหน้าพลับพลาที่ประทับ พราหมณ์ถือถาดวางกระทงบรรจุของ เลี้ยงพระโคเป็นการเสี่ยงทายถาดละ 7 สิ่งคือ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่ว งา เหล้า น้ำ หญ้า
สำหรับการเสี่ยงทายผ้านุ่งของพระยาแรกนา ได้ผ้า 4 คืบ พยากรณ์ว่า   ปีนี้น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี  นอกจากนี้ พระโคยังกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์เพียงพอ พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี หลังจากเสร็จพิธีแล้วประชาชนต่างกรูเข้าเก็บเมล็ดข้าวเพื่อเก็บไว้เป็นศิริมงคลด้วย
สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในปีนี้ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือพระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 12 พ.ค.เวลา 17.00 น.กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง
sakdath
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือเรียกสั้นๆ ว่า พิธีแรกนา เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น และเมื่อครั้งครั้งถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานเหมือนกับสมัยกรุงสุโขทัย แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ และจะทรงจำศีลเงียบ ๓ วัน ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
            
จากนั้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพหลเทพคู่กันกับการยืนชิงช้า แต่พอถึงรัชกาลที่ 3 ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนาด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
สำหรับความมุ่งหมายอันเป็นมูลเหตุให้เกิดมีพระราชพิธีนี้ขึ้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาบายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน ว่า"การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นธรรมเนียมนิยมมีมาแต่โบราณ เช่น ในเมืองจีนสี่พันปีล่วงมาแล้วพระเจ้าแผ่นดินก็ทรงลงไถนาเองเป็นคราวแรก พระมเหสีเลี้ยงตัวไหม ส่วนจดหมายเรื่องราวอันใดในประเทศสยามที่มีปรากฏอยู่ในการแรกนานี้ก็มีอยู่เสมอเป็นนิจไม่มีเวลาว่างเว้น ด้วยการซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือทำเองเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจหมั่นในการที่จะทำนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้อาศัยเลี้ยงชีวิตทั่วหน้า เป็นต้นเหตุของความตั้งมั่น และความเจริญไพบูลย์แห่งพระนครทั้งปวง แต่การซึ่งมีพิธีเจือปนต่างๆ ไม่เป็นแต่ลงมือไถนาเป็นตัวอย่างเหมือนอย่างชาวนาทั้งปวงลงมือไถนาของตนตามปกติก็ด้วยความหวาดหวั่นต่ออันตราย คือ น้ำฝนน้ำท่า มากไปน้อยไปด้วงเพลี้ยและสัตว์ต่างๆ จะบังเกิดเป็นอันตรายไม่ให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิและมีความปรารถนาที่จะให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิเป็นกำลังจึงต้องหาทางที่จะแก้ไขและทางที่จะอุดหนุนและที่จะเสี่ยงทายให้รู้ล่วงหน้าจะได้เป็นที่มั่นอกมั่นใจโดยอาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้างให้เป็นการช่วยแรงและเป็นที่มั่นใจตามความปรารถนาของมนุษย์ซึ่งคิดไม่มีที่สิ้นสุด”
sakdath
อ๋อ วันนี้หรอ^^ ....
อ๋อ วันนี้หรอ^^ ....
tadtad โพสต์เมื่อ 13-5-2013 14:14

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 เวลา 08:47 น.




























พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีสนามหลวง


เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 08.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง มายังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2556 พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ทั้งนี้พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2556 และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยประกอบ พระราชพิธีในวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. 2556 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
โดยพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและ ส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ในระหว่างช่วงเวลา 08.19 - 08.49 น. ผู้ทำหน้าที่ เป็นพระยาแรกนา คือ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.สุมาลี จำเริญ นิติกรชำนาญการ กรมปศุสัตว์ และ น.ส.สุวิสาข์ เกตุอินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ น.ส.พชร ลาภผล นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กรมประมง และน.ส.กาญจนา มาลัยกฤษณะชลี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
พระโคแรกนา ได้แก่ ฟ้า และ ใส พระโคสำรอง ได้แก่ มั่น และ คง โดยในวันประกอบพระราชพิธีครั้งนี้ ได้มีการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ ซึ่งในปีนี้ พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกายได้ผ้า 4 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ นอกจากนี้พราหมณ์ได้เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค ซึ่งผลเสี่ยงทายพระโคกิน ข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี และพระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ได้มีประชาชน และเกษตรกร จำนวนมาก กรูกันเข้าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ใช้หว่านในพระราชพิธี เพื่อเก็บไว้เป็นศิริมงคล
sakdath
แห่รับเหรียญ “พระหลวงพ่อทวด รุ่นเจ้าสัวแสนล้าน” วัดห้วยมงคลจนแน่นวัด
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 เวลา 18:26 น.








ประชาชนกว่าครึ่งหมื่น แห่รับเหรียญ “พระหลวงพ่อทวด รุ่นเจ้าสัวแสนล้าน” วัดห้วยมงคลจนแน่นวัด


วันนี้ ( 13 พ.ค.) ที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน พระครูปภัสสรวรพินิจ (อาจารย์ไพโรจน์ ปภัสโร ) เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ถือฤกษ์ดีวันพืชมงคล ประกอบพิธีบวงสรวง ปลุกเสกเหรียญ “พระหลวงพ่อทวด รุ่นเจ้าสัวแสนล้าน” เป็นครั้งที่ 3 ท่ามกลางพระเกจิชื่อดังหลายรูป โดยมี นายจำนงค์  ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอหัวหิน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ, พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน, นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และประชาชนหลายพันคนร่วมในพิธี

สำหรับเหรียญรุ่นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากนายจำนงค์  ภิรมย์ภักดี เป็นจำนวนเงิน 1.5 ล้านบาท จัดสร้างรวม 3 พิมพ์ เพื่อนำไปแจกจ่ายคุ้มครองปกปักรักษาให้กับทหารหาญที่ลงไปปฎิบัติหน้าที่ยัง  3 ชายแดนภาคใต้ โดยถอดรูปแบบมาจากเหรียญเจ้าสัวหลวงปู่บุญ หรือพระพุทธวิถีนายก อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งเซียนพระต่างถือว่าเป็นสุดยอดของเหรียญหลวงปู่บุญ หลังเสร็จพิธีแล้วได้มีพิธีมอบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่จำนวน 1 คัน ให้กับ สภ.หัวหิน โดยมี พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ เป็นผู้รับมอบ จากนั้นพระครูปภัสสรวรพินิจ และนายจำนงค์  ภิรมย์ภักดี แจกจ่ายเหรียญรุ่นดังกล่าวให้กับประชาชนทุกคนที่มาเข้าแถวยาวเหยียดรอบหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ ท่ามกลางอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนก่อนเดินทางกลับ.

sakdath
“หลวงพ่อคูณ”รอแพทย์ประเมินอาการเสาร์นี้
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2556 เวลา 12:22 น.


แพทย์เผยหลวงพ่อคูณ อาการโดยรวมดีขึ้นต่อเนื่อง รู้ตัวดี ท่อปัสสาวะติดเชื้อลดลง แต่ยังมีเสมหะมาก ยังคงให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง และจะครบกำหนดในวันเสาร์ที่ 18 พ.ค.นี้ จากนั้นจะประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง


ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลังเข้ารับการรักษาภาวะติดเชื้อในท่อปัสสาวะและหลอดลมอักเสบจากชื้อแบคทีเรีย ที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กระทั่งอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์สั่งงดเยี่ยมโดยเด็ดขาด
ล่าสุด วันที่ 14 พ.ค. นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า จากผลการตรวจของคณะแพทย์พบว่า อาการโดยรวมของหลวงพ่อคูณดีขึ้น ภาพรวมเกิน 80% แล้ว รู้ตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ต่อเนื่องกันนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว รับอาหารทางสายยางผ่านทางหน้าท้องได้ดีวันละ 2,000 มิลลิกรัม ขณะที่ภาวะติดเชื้อในท่อปัสสาวะเริ่มลดลงชัดเจน ปัสสาวะขุ่นน้อยลง แต่ยังคงมีเสมหะค่อนข้างมาก
โดยแพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำที่เจาะใส่หลอดสำหรับใส่เข็มฉีดยาบริเวณข้อเท้าข้างขวาอย่างต่อเนื่อง และจะครบกำหนดให้ยาฆ่าเชื้อในวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ จากนั้นถึงค่อยมาประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งว่าหลวงพ่อหายดีหรือยัง นอกจากนั้นยังมีการทำกายภาพบนเตียงให้กับหลวงพ่อวันละ 1-2 รอบๆละ 15-20 นาที โดยให้หลวงพ่อยกมือ ยกแขนและขา และนวดแผนโบราณ เพื่อให้หลวงพ่อได้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย และช่วยลดอาการอ่อนเพลียเพื่อให้มีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตามคณะแพทย์ยังคงเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนในระบบต่าง ๆ ที่อาจจะตามมาอย่างใกล้ชิด และสั่งงดเยี่ยมอย่างเด็ดขาด เพื่อให้หลวงพ่อได้พักผ่อน..
sakdath
ชวนพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จฯ "สมเด็จพระเทพฯ"
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2556 เวลา 13:43 น.


พ่อเมืองกาญจนบุรี เชิญชวนเหล่าพสกนิกร ทั้งในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เฝ้ารับเสด็จฯ "สมเด็จพระเทพฯ" วันที่ 20 พ.ค. นี้ ณ วัดเทวสังฆาราม


วันนี้(14 พ.ค.) นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณะ ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า  อาคารสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นที่ตั้งศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา เพื่อให้ประชาชน และข้าราชการมีสถานที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนาและประเพณี วัฒนธรรมที่สำคัญ เพื่อให้องค์กรทางพระพุทธศาสนา รัฐและประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้าง ดูแลรักษา และพัฒนาให้พระพุทธศาสนสถานของส่วนรวม เป็นสถานที่จัดแสดงกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในโอกาสต่างๆใช้เป็นที่พักผ่อนทั้งทางร่างกาย ทางใจ แก่ประชาชนทั่วไป เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะในจังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งในวันที่ 20 พ.ค. นี้ เวลา 16.00 น. ณ บริเวณวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ต.บ้านเหนือ อ.อเมือง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทรงเปิดอาคารหอพระประวัติฯ จึงขอเชิญชวนพสกนิกรชาวจังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ โดยพร้อมเพรียงกันตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด.
sakdath
ร่วมประดับธงตราสัญลักษณ์ฉลอง 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวรฯ
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2556 เวลา 14:19 น.





ขอเชิญร่วมประดับธงตราสัญลักษณ์ฉลอง 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวรฯ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.  นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช   สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงเจริญพระชันษา 100 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2556   ซึ่งในโอกาสสำคัญจึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน พร้อมใจกันประดับธงตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆ ปริณายก ตามอาคารของหน่วยงานและบ้านเรือนในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน -  31 ธันวาคม 2556  และเนื่องในวันที่ 21 เมษายน 2556 เป็นวันครบ 2 รอบหรือ 24 ปีของการได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช สำหรับสีของผืนผ้าธงตราสัญลักษณ์นั้น ให้ใช้สีเหลืองแบบธงตราธรรมจักร  ลำดับการติดตั้ง ได้แก่ ธงชาติ – ธงศาสนา – ธงพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ในบริเวณที่เหมาะสม.
sakdath
วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์


เหรียญพระอาจารย์ฝั้น สมศักดิ์ สุขประเสริฐ

พระเครื่องคนดัง
สุพจน์ สอนสมนึก







"การห้อยพระ ไม่ได้หมายถึง ให้พระคุ้มครองอย่างเดียว แต่ที่สำคัญกว่านั้นหมายถึงเราเป็นชาวพุทธ ที่ยึดมั่นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราเป็นชาวพุทธ พบพระมาตั้งแต่เกิด สิ่งที่ต้องยึดก็คือความดีงาม หลักคำสั่งสอนให้เป็นคนดี เป็นสิ่งที่มาสำหรับการห้อยพระจนทุก วันนี้" นี่คือความเชื่อของ นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอสว่างแดนดิน จ.สกลนคร



ชีวิตรับราชการ วนเวียนอยู่หลายจังหวัด และที่ จ.สกลนคร ดูเหมือนจะยาวนานกว่าที่อื่น นายสมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอหลายอำเภอ นายสมศักดิ์ บอกเล่าว่า หลังจากเรียนจบ ได้เข้ารับราชการในสายงานปกครอง วนเวียนไปตามตำแหน่งหน้าที่การงาน ก่อนเข้ารับตำแหน่งล่าสุด เป็นนายอำเภอสว่างแดนดิน



ในฐานะที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของ อ.สว่างแดนดิน มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ต้องปกครองดูแลหลายสิบชีวิต แต่ด้วยความที่เป็นคนมีจิตใจฝักใฝ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ จึงต้องนำหลักธรรมคำสอนมาใช้เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตและบริหารงานในองค์กร



"เมื่อผู้บริหารขององค์กรเป็นคนมีเมตตาธรรมต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ย่อมให้ความรักเคารพให้ความร่วมมือในการทำงาน ส่งผลดีต่องานในหน้าที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี



ผมเป็นข้าราชการในสายกระทรวงมหาดไทย คลุกคลีกับ ชาวบ้านเกือบทุกหมู่บ้าน ต้องรู้จักคนในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะวัด ซึ่งจังหวัดสกลนคร มีวัดชื่อดังหลายแห่ง ที่มีครูบาอาจารย์สายวิปัสสนาปฏิบัติ เป็นบูรพาจารย์ที่เคร่งวัตรปฏิบัติธรรม หากเอ่ยชื่อน้อยคนนักที่ไม่รู้จัก อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นต้น"



นายอำเภอสว่างแดนดิน บอกเล่าถึงการห้อยพระเครื่อง ว่า รับราชการมายาวนาน ชีวิตไม่มีอะไรมากนอกจากการมุ่งทำแต่สิ่งดีไว้ เพราะทรัพย์สินอย่างอื่นไม่สามารถนำติดตัวไป ไม่ได้ เมื่อเราจากโลกนี้ไป สำหรับพระเครื่องที่ห้อยคอนายอำเภอสว่างแดนดิน เป็นเหรียญพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร รุ่น 9 เนื้อทองฝาบาตร



"หากถามว่าทำไมห้อยรุ่นนี้ ทั้งที่มีหลากหลายรุ่น ก็เหมือนคนอื่น ถือว่าชอบส่วนตัว แต่ความจริงเราก็ยึดว่าเลข 9 เป็นเลขมงคล เมื่อทำอะไรก็ก้าวหน้าเจริญขึ้น รุ่นนี้ ได้มาจากผู้ที่เคารพให้มา จึงห้อยติดตัวตลอดเวลา ก่อนมาอยู่ที่นี่ผมก็ได้ศึกษาประวัติ พระอาจารย์ฝั้นมาก่อน และชอบอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระอาจารย์ฝั้น จึงมีความศรัทธา ในตัวท่านพร้อมกับยึดเอาคำสอนสิ่งดีมาใช้ในชีวิตประจำวัน"


sakdath



นายสมศักดิ์เล่าอีกว่า ถึงแม้พระอาจารย์ฝั้นจะละสังขารไปจากโลกนี้แล้ว แต่คุณงาม ความดีของท่านยังอยู่ในศรัทธาของสาธุชนชาวเมืองสกลนคร และทุกวันก่อนที่จะออกไปทำงาน จะสวดมนต์ไหว้พระประธานที่บ้านพักแล้วจึงอาราธนาพระเครื่องหลวงปู่ฝั้นขึ้นคอ ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นใจในการทำงานและเกิดความสบายใจเป็นอย่างยิ่ง



อธิษฐานให้ช่วยปกปักรักษา คุ้มครองให้ปลอดภัย ทำงานให้มีแต่ความราบรื่น พร้อมแผ่เมตตาขอบุญบารมีท่านดลบันดาลให้มีสติทุกเมื่อ ไม่ให้หลงผิดไปในทางที่ไม่ดี เท่านี้ก็พอแล้ว



พร้อมกันนี้ นายสมศักดิ์ยังเชื่อว่า "คนเราหากทำความดี ย่อมได้รับผลกรรมแห่งความดี คือเชื่อว่า ใครทำกรรมอะไรไว้ย่อมได้ผลของกรรมนั้น เชื่อว่าบาปบุญมีจริง



สำหรับการห้อยพระขึ้นคอจะยกมือพนมจรดหัวกล่าวอาราธนาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทำอย่างนี้มาตลอดจนเป็นกิจวัตร และทุกครั้งก็มักจะพาครอบครัวเข้าวัด และทำบุญ ก่อนนอนไหว้พระ นั่งสมาธิ เพราะการทำงานจะต้องมีสมาธิ คนเราขาดสิ่งนี้ก็ทำงานยาก



เมื่อแขวนพระแล้วเรายึดหลักคำสอนของท่านมาดำเนินชีวิต ทำแต่สิ่งดี คิดดี ก็จะทำให้เราประสบแต่ความดีงาม ห้อยพระเครื่องแล้วไม่มีธรรมะอยู่ในใจ มีแต่ความโลภ กิเลสเข้าครอบงำ ก็ไร้ประโยชน์"
sakdath
วันนี้มีงานใหญ่ ตำรวจนครบาลจัดประกวดพระเครื่องที่เมืองทองธานี

เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อทองคำ เคยมีการซื้อขายกันไปถึง 13 ล้าน

เหรียญนี้สร้างปี 08 ในวาระหลวงปู่ทิมได้เลื่อนเป็นพระครูพัดขาว

@@@ วันนี้มีงานใหญ่ ตำรวจนครบาลจัดประกวดพระเครื่องที่เมืองทองธานี อาคาร 9 บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นแม่งาน คนนี้คลุกคลีกับวงการพระเครื่องมานาน แถมได้ พล.ต.ต จิตติ รอดบางยาง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรรมการตัดสินพระเบญจภาคีของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยเป็นผู้ประสานงาน จัดเต็มรายการพระมีให้ส่ง 2,272 รายการ คนถามพระขุนแผนเคลือบกรุวัดอัมพวัน บางใหญ่ มีให้ประกวดหรือเปล่า มีครับใครมีสวยๆ ช่วยไปลุ้นรางวัลดีๆ งานนี้แจกรถจักรยานยนต์ถึง 3 คัน ชนะเลิศคะแนนรวมได้ถ้วยรองนายกรัฐมนตรีและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชนะเลิศพระยอดนิยมได้ถ้วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชนะเลิศพระทั่วไปได้ถ้วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการได้หนังสือพระยอดนิยมเนื้อดิน ชิน ผง ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ จัดทำ แจกในงานทันที เล่มนี้ไม่มีขาย อยากได้ต้องส่งพระประกวดครับ

ลงคู่ให้ชม พระทั้งสององค์นี้เป็นของเสี่ยรัชดา ได้จากเซียนใหญ่ในวงการพระเมืองไทยหลายปีก่อน

องค์แรกสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์สองหลวงพ่อทวดเตารีดใหญ่ทองคำ

@@@ เมื่อคืนที่ผ่านมา บิ๊กแจ๊สจัดงานเลี้ยงกรรมการรับตัดสินพระ มีประมูลพระได้เงินไปอยู่ในมือแล้วกว่า 20 ล้าน คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมพระฯ ออกปากชมอยากให้ทุกงานจัดหาคนประมูลพระไว้เหมือนงานบิ๊กแจ๊ส คนวงการพระให้พระไปไม่ต้องประมูลกลับ สุดยอดการเตรียมงาน ตนเป็นที่พึ่งของตน วันนี้คนวงการไปช่วยรับและตัดสินพระอย่างน้อยมี 300 คนอยู่แล้ว ไม่มีค่าจ้างรางวัล

พระบูชาหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปัตตานี ปี 07 เป็นพระรูปเหมือนบูชาที่นิยมเล่น

หาในวงการรองลงมาจากปี 02 ฉ่อย ท่าพระจันทร์ ยอมจ่ายหลายแสน

sakdath

@@@ งานประกวดพระเครื่อง วันนี้หวังว่าไม่มีเหลือบมาเกาะกินรางวัลอย่างงานที่ผ่านมา ที่สื่อเรียกว่าปล้นรางวัลคนส่งพระนั่นแหละ ก็งานที่แล้วเป็นงานใหญ่ขนาดกองทัพไทยจัด บิ๊กตำรวจภูธรภาค 1 ให้คนไปส่งพระหลวงพ่อทวด เหรียญเสมาก็วุ่นๆ สับรายการไม่ผ่านให้ เรื่องนี้เซียนใต้ แมว ทุ่งสง ลงเคลียร์เองจบ ไม่มีปัญหาคาใจไร้รอยแตก แต่อีกรายการหลวงพ่อทวดทั่วไป เหรียญรุ่น รุนหนึ่ง เจ้าของพระอ้างเห็นติดรางวัลชนะเลิศแล้ว พอไปรับพระคืนกลายเป็นที่ 2 โดนกรรมการชุด นะ โมพุทธายะใช้คาถานี้ปรับแก้อย่างไรไม่ชัดแจ้ง ทำให้มีปัญหาคาใจ วันอังคารนี้ พล.ต.ต ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เจ้าของพระ จะเข้าพบคนชื่อพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เพื่อให้ตรวจสอบพระชุดนี้ว่าใครสวยกว่ากันจะได้หายข้องใจครับ

พระหลวงพ่อปานวัดบางนมโค อยุธยา มาแรงพิมพ์ขี่ไก่หางพวง องค์นี้ล้านกว่าพิชิตรางวัล

ชนะเลิศมาหลายสนาม เยาวลักษณ์ สารสุวรรณ์ ลงสู้ทุกงาน

พระปิดตาองค์หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง องค์นี้คุณชรัช ม่วงสกุล สน.สายไหม ส่งมาอวดสวยแท้เลยจับลงโชว์หน้าพระเครื่องซะเลย

@@@ เรื่องนี้ เล่นเอาประธานตัดสินพระหลวงพ่อทวดงานนั้น ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง เหนื่อย ต้องออกมาเจรจาหาข้อเท็จจริง ทั้งที่เคยบอกกล่าวไปหลายหนแล้ว คราวนี้เจอโจทย์เต็มตูด ตกเป็นจำเลยเต็มๆ เลยตัดสินใจตั้งกรรมการกลางมาตรวจเช็คอีกหนในวันสองวันนี้แหละเพราะมีรูปถ่ายในงานพร้อมอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเฮียล้งเพื่อนผมหัวหน้าใหญ่ทีมถ่ายรูปจะลบไปแล้วยัง ถ้าเป็นผมลบไปแล้วเพราะล้นซิมครับ

เหรียญหลวงปู่ท่อนทองคำ รุ่นเศรษฐี ปี 56 นันต์ ท่าพระจันทร์ ร่วมสร้างเจดีย์ 5 แสน

ได้มา 1 เหรียญอยากร่วมบุญกับหลวงปู่อ่านข่าวหน้านี้

@@@ ป๋ายัพฉุน เอาชื่อไปอ้างได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เป็นสมาชิกเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ค้าพระเครื่องได้ ข่าวมีว่า พ่อค้าวัตถุมงคลชาวจีนหัวดีไม่มีคุณธรรม แอบอ้างโฆษณาว่าตนเองได้รับตั้งให้เป็นตัวแทนค้าวัตถุมงคลพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง มีกระทั่งอีเป๋อ ครกสากตำหน้าตำหลังกอดกันกลม จิ้งจกตุ๊กแกมีสารพัด อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญไปหลอกเพื่อนชาวจีนด้วยกันจนร่ำรวย เรื่องนี้มีร้องเรียนมายังสมาคมพระฯ คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมฯ ไม่สบายใจที่ไปอ้างพร้อมรูปถ่ายกับคุณพยัพ รูปถ่ายที่ชาวต่างชาติไม่ว่าจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซียหรือใครที่ขอถ่ายรูปกับคุณพยัพ ท่านไม่เคยขัดข้องจึงง่ายต่อการแอบอ้างให้หลงเชื่อ เรื่องนี้คุณพยัพ คำพันธุ์ บอกมาว่า กำลังให้เว็บไซต์สมาคมฯ ออกชี้แจงไปทั่วโลกแล้ว ทางสมาคมฯ ไม่เคยแต่งตั้งให้คนจีนหรือคนชาติใดๆ เป็นผู้ชำนาญการตัวแทนสมาคมพระเครื่อง เป็นการแอบอ้างทั้งสิ้นอย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด ชาวจีนที่เป็นนักสะสมวัตถุมงคลที่ดีมีคุณธรรมยังมีอีกเยอะ เล่นหาพระแท้ๆ เราต้องส่งเสริมและดูแลไว้ หากสงสัยสอบถามได้ที่ 0-2952-7898 000 พยัพ คำพันธุ์ เสียดายกระบี่มือหนึ่ง ถึงแก่กรรมแล้ว ตี๋ ยางตัน นายกสมาคมพระบอก เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการพระเครื่อง คนดีมีความรู้เรื่องพระหลวงพ่อทวด หลวงปู่โต๊ะ เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือวงการและสังคม เป็นที่รักของเพื่อนพ้องน้องพี่ คนวงการพระล้นวัดไปฌาปนกิจศพ ตี๋ ยางตัน ส่งดวงวิญญาณของเขาสู่สัมปรายภพที่ดีเมื่อวานนี้ ที่ฌาปนสถานวัดบัวขวัญ

sakdath
กลับไปยังรายบอร์ด