กลับไปยังรายบอร์ด
ฟินแลนด์ทำเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติในหลวง
วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555 เวลา 15:01 น.









โรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์ ร่วมเฉลิมพระเกียรติในหลวง สร้างงานสุดวิเศษ เป็นเหรียญที่ระลึก 2 ชนิด 3 แบบ


วันนี้ (22 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์ ได้ผลิตเหรีญที่ระลึกร่วมเฉลิมพระเกียรติพระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ โดยใช้แนวคิดในการผลิตเหรียญที่ระลึกให้มีขนาดใหญ่ที่สุดเพื่อ “ความเป็นหนึ่งเดียวในโลก” นำขึ้นทูลเกล้าถวายแด่พระองค์ท่าน ส่วนรายได้หลังจากนำหน่ายเหรียญหักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย
เหรียญเงิน ใช้วัสดุเหรียญเงินสเตอร์ลิง (เงินแท้ 92.5% และทองแดง 7.5%) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม.
เหรียญทอง ใช้วัสดุเหรียญเงินสเตอร์ลิง เคลือบทองคำแท้หนา 0.2 ไมครอน น้ำหนัก 1 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม.
นายโจปี ฮัคคาเนน ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีของโรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์กล่าวว่า “งานชนิดนี้ต้องอาศัยผู้มีทักษะในการใช้แกะลวดลายที่เป็นเลิศ รวมถึงความระมัดระวังอย่างสูง เพื่อความเป็นเลิศของชิ้นงาน”
โดยเหรียญขนาดใหญ่นี้ แสดงให้เห็นถึงลวดลายการแกะสลักบนเหรียญอย่างชัดเจนเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยของการตีตราเหรียญที่ระลึก นอกจากเทคโนโลยี การตีตราด้วยวิธีกดอัดด้วยระบบไฮดรอลิกที่มีน้ำหนักสูงถึง 1,250 ตัน แล้ว แม่พิมพ์ของแต่ละเหรียญ ล้วนแต่ผ่านงานฝีมือที่ต้องอาศัยความชำนาญจากช่างแกะสลักผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้สั่งสมประสบการณ์ และการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน
สำหรับการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกทรงพระเจริญยิ่งยืนนานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมใจพสกนิกร ชาวไทยเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย

โครงการฯ นี้ โรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์ได้รับเกียรติ จาก หม่อมหลวง จิราธร จิรประวัติ ในการออกแบบพระบรมสาทิสลักษณ์ลายเส้น ภายใต้แนวคิด “Circle of life” เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย พระบารมี และ พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ทำให้วงจรชีวิตของปวงชนชาวไทยมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน โดยสื่อความหมายผ่านเหรียญที่ระลึกทั้ง 3 แบบ และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
sakdath
เหรียญผลิดอก วัสดุ โลหะผสม ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 27.25 มม. น้ำหนัก 27.25 กรับ บรรจุใน แคปซูลคุณภาพดีและบรรจุภัณฑ์เรียบโก้ (ราคา 399 บาท)
ด้านหน้า พระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “H.M. KING BHUMIBOL ADULYADEJ’S 84TH BIRTHDAY ANNIVERSARY”
ด้านหลัง ภาพลายเส้นรูปดอกไม้ผลิดอก สื่อถึงการเริ่มต้นอย่างสวยงามของปวงชน ชาวไทยทุกคน ภายใต้ พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “LONG LIVE THE KING OF THAILAND”

เหรียญออกผล วัสดุ เงินแท้ขัดเงา ลงสีชมพู ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 22 มม. น้ำหนัก 8.4 กรัม บรรจุในกล่องสวยหรู (ราคา 2,499 บาท)
ด้านหน้า พระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จประเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “H.M. KING BHUMIBOL ADULYADEJ’S 84TH BIRTHDAY ANNIVERSARY” พร้อมลงสีชมพูด้านหลัง ภาพลายเส้นรูปต้นไม้ออกผล สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย ภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “LONG LIVE THE KING OF THAILAND”

เหรียญร่มเย็น วัสดุ ทองคำแท้เคลือบบนโลหะผสม ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 27.25 มม. น้ำหนัก 10 กรัม บรรจุในกล่องสวยหรู (ราคา 2,499 บาท)
ด้านหน้า พระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จประเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “H.M. KING BHUMIBOL ADULYADEJ’S 84TH BIRTHDAY ANNIVERSARY”
ด้านหลัง ภาพลายเส้นรูปต้นไม้ใหญ่ ผลิดอก ออกผล สื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุข ของพสกนิกรชาวไทย ภายใต้ พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “LONG LIVE THE KING OF THAILAND”

ชุดเหรียญ Circle of Life
เหรียญผลิดอก เหรียญออกผล และเหรียญร่มเย็น
1 ชุดประกอบด้วย 3 เหรียญ เหรียญทองคำแท้เคลือบบนโลหะผสม เหรียญเงินแท้ขัดเงาลงสีชมพู และเหรียญโลหะผสม
บรรจุในกล่องสวยหรู ควรค่าแก่การเก็บสะสม มอบเป็นของที่ระลึกแด่คนสำคัญ หรือจัดทำเป็นเครื่องประดับ (ราคาชุดละ 4,999 บาท)
sakdath
ขสมก. เตรียมจัดทัวร์ 9 วัด เพิ่มอีก 2 เส้นทาง หลังรายได้หดขสมก. เตรียมจัดทัวร์ 9 วัด เพิ่มอีก 2 เส้นทาง หลังรายได้หด



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ขสมก. โอด น้ำท่วมปี 2554 ทำรายได้ต่ำกว่าเป้า เตรียมจัดทัวร์ 9 วัด เพิ่มอีก 2 เส้นทาง เริ่ม 11 สิงหาคมนี้  หวังดึงประชาชนใช้บริการมากขึ้น

         วันนี้ (23 สิงหาคม) นายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการครอบครัวสุขสันต์ หรือ ทัวร์ 9 วัด ของ ขสมก. มีรายได้ลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ปีงบประมาณ 2555 จะทำรายได้ 50 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมปลายปี 2554 ทำให้รายได้ ทัวร์ 9 วัด ลดลง โดยระหว่างเดือนตุลาคม 2554 - กรกฎาคม 2555 ขสมก. มีรายได้เพียง 25.38 ล้านบาท หรือลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากโครงการทัวร์ 9 วัด ในปีงบประมาณ 2554 ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 40 ล้านบาท ก็มีรายได้เพียง 31.5 ล้านบาท

          ทั้งนี้ เพื่อรับมือปัญหาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม เป็นต้นไป ขสมก. จะเพิ่มเส้นทางทัวร์ 9 วัด อีก 2 เส้นทาง คือ

          1. เส้นทางระยอง มีวัดวังหว้า (หลวงปู่คร่ำ) วัดลุ่มมหาชัยชุมพล วัดประดู่ (พระพุทธไสยาส) วัดละหารไร่ (หลวงปู่ทิม) วัดกองดิน ตลาดบ้านเพ ราคาคนละ 479 บาท

          2. เส้นทางสุพรรณบุรี มีวัดทับกระดาน (พุ่มพวง ดวงจันทร์) วัดบางซอ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดเขากำแพง วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม วัดเขาดีสลัก ราคา 429 บาท

          โดยคาดว่า การเพิ่มเส้นทางดังกล่าว น่าจะช่วยดึงดูดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
sakdath
วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์


เหรียญหลวงปู่เหรียญ รุ่น 1

เปิดตลับพระใหม่





′หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ′ หรือ พระสุธรรมคณาจารย์ แห่งวัดอรัญญบรรพต ต.บ้าน หม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พระเกจิวิปัสสนาชื่อดัง หนึ่งในศิษย์หลวงปู่มั่น



′หลวงปู่เหรียญ′ เกิดในสกุล ใจขาน เมื่อ วันที่ 8 มกราคม 2455 ที่ ต.บ้านหม้อ อ.ศรี เชียงใหม่ จ.หนองคาย



ศรัทธาออกบวช ที่วัดบ้านหงษ์ทอง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อเดือนมกราคม 2475 สังกัดมหานิกาย โดยมี พระครูวาปีดิฐวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์



ต่อมาพระอาจารย์กู่ได้พาท่านออกธุดงค์ไป จ.อุดรธานี และแปรญัตติเป็นธรรมยุต เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2476 ที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี โดยมี เจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์



จากนั้นออกธุดงค์ไปสถานที่ต่างๆ หลายจังหวัดภาคอีสาน ก่อนขึ้นไปทางเหนือและเข้าฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น มุ่งบำเพ็ญเพียรและเข้าจำพรรษาในหลายที่



แม้หลวงปู่จะมีฐานะทางการปกครองสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอศรีเชียงใหม่-สังคม ฝ่ายธรรมยุต และเป็นพระเถระอาวุโสแห่งเมืองหนองคาย แต่ท่านยังคงยึดแนวทางการครองตนตามแบบฉบับพระป่าในสายอีสานไว้อย่างเคร่งครัด



เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2548 ครั้งนั้นก็ถือเป็นวาระแห่งความสูญเสียของชาวพุทธศาสนิกหนองคายและชาวไทยทั่วประเทศ ′พระ สุธรรมคณาจารย์′ หรือ ′หลวงปู่เหรียญ วรลา โภ′ วัดอรัญญบรรพต ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ สิริอายุ 93 ปี พรรษา 73 ยังความอาลัยให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างยิ่ง



ย้อนหลังกลับไปในปีพ.ศ.2521 คณะลูกศิษย์ได้จัดสร้างวัตถุมงคล เป็นเหรียญพระอาจารย์เหรียญ รุ่น 1 เป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมน้ำตาล แต่ไม่ทราบจำนวนที่จัดสร้างแน่ชัด ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง



ด้านหน้าเหรียญ มีเส้นสันนูนรอบขอบเหรียญ ขอบเหรียญด้านในมีรอยหยักคล้ายฟันปลาล้อมรอบขอบเหรียญ ตรงกลางเหรียญมีภาพนูนเหมือนพระอาจารย์เหรียญครึ่งองค์ หันหน้าไปทางซ้ายของเหรียญ ด้านหลังสลักตัวหนังสือนูนคำว่า ′พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ′ ด้านหลังเหรียญ มีเส้นสันนูนหนารอบขอบเหรียญ ใต้หูห่วงท่อนบนสลักอักขระธรรมกำกับ กึ่งกลางเหรียญมีภาพเหมือนสลักคล้ายบาตร ร่ม และกาน้ำ ถัดลงมาสลักตัวหนังสือนูนระบุ ′รุ่นแรก พ.ศ.2521′ บรรทัดที่ 2 สลักระบุชื่อ ′กวี เหลืองตระกูล′ ผู้สร้างถวายกำกับไว้ บรรทัดล่างสุดตามส่วนโค้งครึ่งวงกลมของเหรียญสลักคำว่า ′วัดอรัญญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย′



เซียนพระเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า ′เหรียญหลังบาตร′ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขาย แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง



ราคาเช่าหาในปัจจุบันเนื้อทองแดงรมน้ำตาล สภาพสวยๆ ประมาณการ 2,500-3,000 บาท ตามสภาพความคมชัด



เป็นอีกเหรียญที่หลายคนเสาะแสวงหาเก็บไว้ในครอบครอง
sakdath
วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7939 ข่าวสดรายวัน


วัตถุมงคล-อายุยืน118ปี 'หลวงปู่สุภา กันตสีโล'





เมื่อต้นเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2555 พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 'หลวงปู่สุภา กันตสีโล' วัดสิริสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต ด้วยวัยที่ชราภาพมากขึ้น ประกอบกับสุขภาพของท่านเริ่มไม่ค่อยแข็งแรง ท่านจึงต้องการที่จะกลับมาพักผ่อนที่จังหวัดสกลนคร



โดยท่านได้สั่งให้ 'พระอาจารย์ดาและแม่ชีเปีย' ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของท่านและเป็นผู้ที่ดูแลปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดมายาวนาน และเป็นผู้ที่ท่านไว้วางใจ ให้พาท่านกลับมาพักผ่อนจำพรรษาที่ 'วัดคอนสวรรค์' ต.ค้อเขียว อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดหนึ่งในจำนวน 39 วัดที่หลวงปู่สุภาได้สร้างไว้ ตลอดระยะเวลายาวนานในการครองเพศบรรพชิตเกินร้อยปี



วัดคอนสวรรค์ยังเป็นวัดบ้านเกิดของท่านด้วย ฉะนั้นที่นี่จึงมีแต่ลูกหลานเหลนโหลนของหลวงปู่สุภา การกลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดคงจะทำให้มีสุขภาพจิตดีขึ้นและทำให้สุขภาพกายดีขึ้นตามไปด้วย เพราะได้อยู่ท่ามกลางลูกหลานของท่าน



หลังจากที่หลวงปู่สุภาจำพรรษาอยู่ที่วัดคอน สวรรค์ สุขภาพของท่านเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยอุปนิสัยของท่านที่เป็นพระที่ไม่หยุดนิ่งและเป็นพระที่มีความรับผิดชอบสูง จีงมีความเป็นกังวลเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ท่านได้ดำเนินการ ทั้งที่วัด สิริสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต หรือวัดอื่นๆ ที่ท่านได้สร้างไว้ จะไม่แล้วเสร็จ เพราะบางโครงการต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมาก ในการที่จะทำให้แล้วเสร็จ ท่านจึงได้มีดำริกับลูกศิษย์ลูกหาใกล้ชิด ให้ช่วยดำเนินการบอกบุญหาจตุปัจจัย เพื่อที่ท่านจะได้นำไปสร้างทำนุบำรุงบูรณะเสนาสนะต่างๆ ที่ได้ทำค้างคาไว้ ให้แล้วเสร็จตามเจตนารมณ์ของท่าน



'ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร' ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่มีความเคารพศรัทธาในเนื้อนาบุญของหลวงปู่สุภา จึงได้รับภาระเป็นประธานในโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นอายุยืน 118 ปี หลวงปู่สุภา กันตสีโล ที่ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อหารายได้มอบถวายหลวงปู่สุภา และร่วมฉลองที่ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีสิริอายุยืนยาวมากที่สุดในขณะนี้ คือมีอายุมากถึง 118 ปี
sakdath
วัตถุมงคลนี้มีหลายรูปสวยงามตามหลักพุทธศิลป์ และได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันสุดยอดอภิมหาฤกษ์เสาร์ที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 ไปแล้วเป็นวาระแรก และการทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลได้ปลุกเสกตามขั้นตอน พิธีกรรมของหลวงปู่สุภาที่ได้รับการถ่ายทอด 'วิชาแมงมุมเรียกทรัพย์' มาจาก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท แต่เพียง รูปเดียวทุกขั้นตอน



โดยมีหลวงปู่สุภาเป็นประธานสงฆ์ทำพิธีอธิษฐานจิตพุทธาภิเษก ด้วยตัวท่านเอง ทั้งที่สุขภาพของท่านไม่ค่อยแข็งแรง โดยที่เหล่าลูกศิษย์ลูกหาไม่ได้บังคับหรือร้องขอ แต่เป็นเจตนาของท่านที่ต้องการจะทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของท่านด้วยตัวท่านเอง เพื่อที่จะทำให้วัตถุมงคล รุ่นอายุยืน 118 ปีมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์อย่างที่สุด เพื่อที่ลูกศิษย์ลูกหานำไปบูชาจะได้มีความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวอย่างที่สุด



วัตถุมงคลรุ่นนี้กำหนดประกอบพิธีพุทธาภิเษกอีก 1 วาระในวันมหาฤกษ์กำเนิด ซึ่งวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่สุภา ในวันที่ 17 ก.ย.2555 ที่วัดคอนสวรรค์ หลวงปู่สุภาจะอธิษฐานจิตเดี่ยว และมีพระเกจิอาจารย์มานั่งปรก 4 รูป อาทิ หลวงปู่คำบุ จ.อุบลราชธานี เป็นต้น



วัตถุบูชาของหลวงปู่สุภา รุ่นอายุยืน 118 ปี ประกอบด้วย พระขนาดบูชา 1.พระนาคปรก (มี 2 แบบ นาคปรกสนิมดำองค์พระปิดทอง, นาคปรกสนิมเขียวองค์พระปิดทอง) 2.รูปเหมือนหลวงปู่สุภานั่งบนแมงมุม (มี 3 แบบ สนิมดำทั้งหมด, แมงมุมสนิมดำหลวงปู่ปิดทองแท้, ปิดทองแท้ทั้งหมด)



พระบูชาแบบแรกเป็นพระบูชาปางนาคปรก ขนาดหน้าตักองค์พระ 5 นิ้ว พระบูชาแบบที่สอง เป็นพระบูชารูปเหมือนหลวงปู่สุภา นั่งแมงมุมเรียกทรัพย์ ขนาดหน้าตักรูปเหมือนหลวงปู่ 3 นิ้ว และที่มีความพิเศษมากยิ่งขึ้นคือใต้ฐานขององค์พระทั้งสองแบบ หลวงปู่สุภาได้เมตตามอบชานหมากที่ท่านฉันแล้ว มาบรรจุเป็นมวลสารไว้ด้วย



ประเภทเหรียญ 1.ชุดทองคำ ราคา 200,000 บาท หนึ่งชุดประกอบด้วย 5 เหรียญคือ เหรียญเจ้าสัว เหรียญเจริญพร เหรียญศุขสุภา เหรียญเม็ดแตงของขวัญแม่ให้ลูก และเหรียญนาคปรก 2.ชุดเนื้อเงินแท้ ราคา 6,500 บาท ในชุดประกอบด้วย 5 เหรียญคือ เหรียญเจ้าสัว เหรียญเจริญพร เหรียญศุขสุภา เหรียญเม็ดแตงของขวัญแม่ให้ลูก และเหรียญนาคปรก 3.เหรียญหล่อโบราณเจ้าสัว 5 แผ่นดิน หลวงปู่สุภามี 4 แบบ (เนื้อเงินแท้หน้าทองคำ, เนื้อเงินแท้, เนื้อนวโลหะแก่ทองคำ, เนื้อสัมฤทธิ์



ขอโบรชัวร์ดูรายละเอียดได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา ทั่วประเทศ
sakdath
สิ้นพระสงฆ์ผู้มีคุณูประการแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี
วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2555 เวลา 20:23 น.




สิ้นพระสงฆ์ผู้มีคุณูประการแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี"พระครูโสภณสาธุการ" อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง

วันนี้(24 ส.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ ผู้แทนพระองค์อัญเชิญน้ำหลวงสรงศพถวายแก่ พระครูโสภณสาธุการ  อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง ต.สัมปทวน อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม  ที่มรณภาพลงด้วยโรงหัวใจที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา13.00น. วันที่ 23ส.ค.  รวมสิริอายุ 70 ปี 7 เดือน 14 วัน 49 พรรษา โดยมี พระราชรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอนุชา สระสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางความโศกเศร้าของศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก
พระครูโสภณสาธุการ อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง นับเป็นเจ้าแห่งการแพทย์แผนไทย ลุ่มน้ำนครชัยศรี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2485 บ้านเลขที่ 28  หมู่ 1 ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดกลางครูเวียง ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม บิดาชื่อนายเสาร์ ทุยเวียง มารดาชื่อนางพ้วน ทุยเวียง ได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2506 ณ วัดกลางคูเวียง โดยมีเจ้าคุณพุทธวิถีนายก ( เพิ่ม ) เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ ในปี พ.ศ. 2515
sakdath
วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 19:32 น. ข่าวสดออนไลน์


ชาวพุทธอาลัย สิ้น "หลวงพ่อสนอง" พระชื่อดังสายวิปัสสนากรรมฐาน วัดสังฆทาน




วันที่ 25 ส.ค. นายบุญเลิศ โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม พระอธิการสนอง กตปุญฺโญ หรือ หลวงพ่อสนอง เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคไต  ระหว่างกำลังจำพรรษาอยู่ที่ศูนย์ปฎิบัติธรรม กตปุญโญ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี สิริอายุรวม 68 ปี 4 เดือน 48 พรรษา ซึ่ งทางคณะศิษยานุศิษย์ได้เคลื่อนศพของพลวงพ่อสนองมาไว้ที่ศาลาทรงไทย วัดสังฆทาน เพื่อให้คณะศิษยานุศิษย์ได้สรงน้ำศพแล้ว ส่วนจะมีการตั้งศพไว้กี่วันนั้นทางวัดจะมีการหารือกับทางคณะลูกศิษย์อีกครั้ง เนื่องจากหลวงพ่อสนองมีลูกศิษย์จำนวนมาก จึงต้องมีการหารือเพื่อความชัดเจนก่อน

ทั้งนี้  ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี  ระบุว่า   หลวงพ่อสนอง เป็นลูกศิษย์หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก แห่งวัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี และยึดถือแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สอนวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของหลวงปู่สังวาลย์มาโดยตลอด     และเป็นพระที่มีชื่อเสียง  ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และด้านการวิปัสสนากรรมฐาน ทำให้มีลูกศิษย์เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก  ส่วนในเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น หลวงพ่อสนอง มีการเทศน์ผ่านรายการวิทยุ “รายการธรรมะสว่างใจ” ที่มีผู้ติดตามรับฟังเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาหลวงพ่อสนองได้จัดตั้ง สถานีวิทยุสังฆทานธรรม เพื่อใช้เป็นสื่อในการสร้างปัญญาทางธรรม ทั้งภาคภาษาไทย ในคลื่น FM 89.25 Mhz. และภาคภาษาอังกฤษ ในคลื่น FM 89.75 Mhz. โดยปัจจุบัน สถานีวิทยุสังฆทานธรรม ยังได้ขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศด้วย

หลวงพ่อสนอง เกิดวันที่ 5 เม.ย. 2487 ที่ ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ. สุพรรณบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน อุปสมบท เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2507 ที่วัดดอนไร่ ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ต่อมาเมื่อปี  พ.ศ. 2511 ในระหว่างที่หลวงพ่อสนอง ออกธุดงค์ในจ.นนทบุรี ก็ไปพบวัดสังฆทานซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างขึ้นโดยบังเอิญและมีเพียงองค์หลวงพ่อโต(พระประธานในอุโบสถวัดสังฆทาน) กับฐานอิฐเก่าๆ เท่านั้น  จึงเห็นว่าเป็นสถานที่สงบร่มรื่น เหมาะกับการปฏิบัติธรรม  จากนั้นก็คิดสร้างวัดสังฆทานให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาตามหลักธุดงคกรรมฐาน จึงตั้งใจที่จะบูรณะวัดนี้ขึ้น พร้อมทั้งสร้างอุโบสถแก้ว โดยแล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.2521

ปัจจุบัน วัดสังฆทานมีลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาในแนวทางการสอนวิปัสสนากรรมฐานของหลวงพ่อสนองจำนวนมาก ทำให้มีสาขาของวัดสังฆทานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และในต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 45 วัด

ที่มา : มติชนออนไลน์
sakdath
วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 14:44 น. ข่าวสดออนไลน์


ผอ.ศิลปากรที่ 7 ตรวจสอบรอยพระพุทธบาทวัดถ้ำขุมทรัพย์ เกาะคา




วันที่ 25 ส.ค. นายเมธาดล วิจักรขณะ ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน  และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบรอยพระพุทธบาทที่พบภายในวัดถ้ำขุมทรัพย์ หมู่ 5 ต.บ้านใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งว่าพบรอยพระพุทธบาทดังกล่าว โดยมีพระรัตนกิจ  อภิปุณโณ   พระที่ประจำวัดแห่งนี้ และเป็นผู้พบรอยพระพุทธบาทคอยให้รายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร พบว่าเป็นรอยพระพุทธบาทจริง รูปร่างสมบูรณ์โดยการแกะสลักลงบนหินศิลาแลง  และมีร่องรอยของการเทปูทับอีกชั้นหนึ่งซึ่งมีสีชมพูคล้ายกับมีส่วนผสมของชาด  นอกจากนั้นยังมีการวาดก้นหอยบริเวณนิ้วเท้า และมีพระธรรมจักรอยู่กลางฝ่าเท้า  ขนาดความยาว 2.40  ม.ความกว้างด้านบนนิ้ว  110 ซ.ม. และความกว้างบริเวณส้น  72 ซ.ม.  

นายเมธาดล วิจักรขณะ ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน เปิดเผยว่า สำหรับในอาณาจักรล้านนาที่เคยพบรอยพระพุทธบาทจะอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นรอยประเภทบริโภคเจดีย์ คือ มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในเส้นทางที่พระองค์เคยผ่านหรือเคยจำพรรษาอยู่  น่าจะสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช พ.ศ.1992 อายุราว 500-600 ปี  ส่วนรอยพระพุทธบาทที่พบที่วัดถ้ำขุมทรัพย์แห่งนี้ เป็นรอยที่มนุษย์ทำขึ้นเช่นกันโดยมีการแกะสลักลงบนพื้นหินศิลาแลง มีรูปร่าง นิ้ว ข้อพระบาท ลายก้นหอย และที่สำคัญมีรอยพระธรรมจักร ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นการแกะสลักเป็นรอยพระพุทธบาทคู่  คล้ายกับที่พบในเมืองศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี  สำหรับรอยพระบาทบนหินศิลาแลงที่พบนี้มีความเก่าแก่มาก  แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าในสมัยใด เนื่องจากต้องตรวจสอบมูลฐานที่ใกล้เคียงก่อนว่าในแถบนี้มีมูลฐานอยู่ในสมัยทวารวดีหรือสมัยล้านนา  ส่วนรอยปูนที่นำมาทับคาดว่าจะเป็นการเพิ่มเติมทีหลัง โดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปากรเข้ามาตรวจสอบว่าเป็นปูนชนิดใด ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นในสมัยล้านนาหรือไม่ เนื่องจากปูนที่ปิดทับนั้นมีสีชมพู  เพราะสมัยล้านนาส่วนใหญ่จะใช้การปิดทองร่องชาด ซึ่งชาดจะมีสีแดงหากมีการผสมกับปูนแล้วจะออกสีชมพูคล้ายกัน  จึงต้องใช้หลักฐานหลายอย่างที่จะนำมาพิจารณาอายุความเก่าแก่    แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัวสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 12  อย่างน้อยน่าจะเกิดขึ้นในสมัยล้านนา ซึ่งจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี  และหากมีหลักฐานตรวจสอบความเป็นมาและยุคสมัยได้ชันเจน กรมศิลป์ก็พร้อมที่จะขึ้นทะเบียน และมีแนวทางจะทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาร่วมกับจังหวัดต่อไป

sakdath
ในเบื้องต้น ผอ.กรมศิลปากรที่ 7 ได้แนะนำให้ทางวัดเก็บเหรียญที่ชาวบ้านนำมาโยนไว้ในพระพุทธบาทออก และติดป้ายห้ามไม่ให้มีการโยนเหรียญอีก เนื่องจากเกรงว่ารอยที่พบจะเกิดความเสียหาย พร้อมกับกำชับให้ดูแลรักษาไว้ให้ดีเพื่อจะให้นักโบราณคดีเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับการพบรอยพระพุทธบาทที่วัดถ้ำขุมทรัพย์นั้น  พระรัตนกิจ อภิปุณโณ  ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดเพียงรูปเดียว  เล่าว่า ได้ฝันว่าตนเองเดินจงกลมอยู่บริเวณจอมปลวก จากนั้นก็นั่งสมาธิและมือกวาดไปพบรอยพระบาทส่วนหัวแม่เท้าหนึ่งข้าง จากนั้นก็ตื่นแต่เนื่องจากฝันนั้นเหมือนจริงมากก็เลยเดินออกดูและพบจอมปลวกจริงจึงลองเขี่ยใบไม้ที่ทับถมกันดูก็พบรอยพระพุทธบาทอยู่จริง แต่รากของต้นโพธิ์พยายามชอนไชรอยพระพุทธบาท จึงได้ตัดต้นโพธิ์ทิ้งและนำเต้นมากางคลุมรอยพระพุทธบาทไว้ แต่ก็ไม่เคยบอกเรื่องดังกล่าวกับใครจะรู้ก็เพียงญาติโยมที่เข้ามาทำบุญเท่านั้น จึงไม่ได้รับการบูรณะดูแลเท่าที่ควร

ด้านนายมงคล ขัดผาบ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง เปิดเผยว่า วัดถ้ำขุมทรัพย์ ได้จดทะเบียนเป็นวัดเมื่อปี 2530 โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ห้างฉัตรเป็นผู้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ โดยมีพระครูตัน เป็นเจ้าอาวาส เริ่มแรกหลังมีการก่อตั้งวัด พระครูตันได้รับการบริจาคเงินจากองค์การกุศลระหว่างประเทศเพื่อให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่บำบัดรักษาผู้ติดเชื้อ HIV จนชาวบ้านที่อยู่โดยรอบไม่กล้าเข้ามาที่วัดแห่งนี้ เนื่องจากในสมัยนั้นเรื่องโรคเอดส์ยังเป็นที่รังเกียจของสังคม  และเมื่อไม่มีการช่วยเหลือต่อเนื่องทำให้ในปี 40-41 การรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ก็ต้องหยุดไปโดยปริยาย และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเข้ามาในวัดนี้อีกเลยจนกลายเป็นวัดร้างจนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา พระรัตนกิจ  อภิปุณโณ  อายุ 59  ปี  หลังบวชและมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา และปัจจุบันเป็นผู้ดูแลวัดแห่งนี้แทนพระครูตันเจ้าอาวาสซึ่งขณะนี้กำลังอาพาธอยู่  และได้พบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้จากในนิมิตฝันของตนเอง  แต่เมื่อนำเรื่องไปบอกชาวบ้านแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ  และด้วยกลัวรอยดังกล่าวจะหายไปจึงได้นำเต็นท์มากางครอบไว้พร้อมนำขดลวดมาขึงโดยรอบ กันไม่ให้สัตว์ต่างๆเข้ามาเหยียบย่ำจนเกิดความเสียหายได้ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารอยพระพุทธบาทที่พบนี้เป็นรอยพระพุทธบาทจริง แต่ยังไม่สามารถระบุอายุได้  จึงประสานงานไปยังสำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน เพื่อเข้ามาตรวจสอบอายุของรอยดังกล่าว หากมีอายุตามหลักเกณฑ์ที่กรมศิลป์กำหนดว่าต้องขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานก็ต้องขึ้นทะเบียนและอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากรต่อไป
sakdath
ส่องพระยอดนิยม วันที่ 26 สิงหาคม 2555
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.


















ส่องพระยอดนิยม วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ส.ค. คอเหล้า-สิงห์อมควันกระอักตามระเบียบ รัฐบาลงัดมาตรการ “รีดภาษีบาป” สุราและบุหรี่ทุกชนิดทุกยี่ห้อ ของนอกและของไทย โกยรายได้เข้าคลัง ปรับราคาขึ้นพรวด ๆ ชุดใหญ่ “เศรษฐี” มีสตางค์นั่งตีพุงไม่เดือดร้อน “คนธรรมดา” บ่นอุบ “สุราขาว” น้ำเมายอดฮิต “คนรากหญ้า” ก็โดนด้วย ต่อไปใครอยากเมาต้องจ่ายแพงกว่าเดิม พึงสังวรกันไว้ซะ

ชมพระแท้ ๆ สวย ๆ ดีกว่า วันนี้ธุดงค์มาอวดโฉมอื้อซ่า จะพิจารณานำเสนอคละเคล้ากันไป ทั้งพระกรุ พระเก่า พระใหม่ ของใครส่งมาไม่ลงอย่าเพิ่งน้อยใจ คอยลุ้นดี ๆ จะทยอยจัดให้สัปดาห์ต่อ ๆ ไป ถ้าอยู่ในเงื่อนไข สวย-แท้-ดูง่าย-สบายตา ยกเว้นดูยากหรือไม่ได้มาตรฐาน ขอสงวนสิทธิ์ไม่ลง โดยทุกองค์ผ่านการตรวจเช็กจากทีมงานและผู้ชำนาญมาแล้วทั้งสิ้น

องค์แรกเป็นพระเบญจภาคียอดนิยม พระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุมหาวันลำพูน เนื้อเขียว สวยสมบูรณ์คมชัดทุกมิติและมุมมอง พระเนตร (ตา) พระนาสิก (จมูก) พระโอษฐ์ (ปาก) พระกรรณ (หู) ครบถ้วน แบบที่เซียนรุ่นเก่า ๆ มักจะเรียกว่า “สวยหูตากะพริบ” เจ้าของคือผู้อ่านจากทางบ้าน ร้อยตรีจิระศักดิ์ อนุมาตรธรรม ส่งมาโชว์ด่วน ย้ำนักย้ำหนานี่แหละแชมป์ที่ ๑ งานโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานหมาด ๆ

องค์ที่สองอยู่ในทำเนียบพระเบญจภาคีเช่นกัน พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ผิวพรรณวรรณะแดงเข้มขลัง ฟอร์มสวยดูดี รารักประปราย เม็ดผด รอยเหี่ยวหดและลายนิ้วมือชัดเจน เสริมเสน่ห์ให้ชวนมอง เซียนใหญ่ในวงการ สมภพ ไทยธีระเสถียร หรือ เฮียอั้ง เมืองชล แห่งมณเฑียรพลาซ่า เพิ่งนิมนต์มาเข้ารัง

องค์ที่สามพระกรุนาน ๆ จะได้ยลโฉมกันที พระร่วงยืนประทานพร เนื้อดิน กรุเตาทุเรียง สุโขทัย ใครเห็นก็ต้องตะลึงในความงดงามระดับ “ขั้นเทพ” ทุกส่วนคมชัด ไม่ผ่านการใช้บูชาหรือถูกสัมผัสมาเลย เก็บรักษาไว้ดีเยี่ยม ของ สมาน บุญเพ็ญ หรือ สมาน คลองสาม เซียนใหญ่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน เจ้าของสโลแกน รับเช็กพระฟรีแม้ไม่เปิดราคา

ถัดมา พระนางพญา พิษณุโลก พิมพ์อกนูนเล็ก ขนาดกะทัดรัดน่าใช้น่าบูชา เนื้อหาจัดจ้านโดนใจ ผิวด้านหลังมีรารักและรอยหลุดร่อนตามธรรมชาติของพระเนื้อดินเก่า สวยซึ้งตาสุด ๆ ที่สุดแห่งความภูมิใจของ ธวัชพงศ์ ภวภัค หรือ เสี่ยหิน มาบตาพุด

เล่นพระหลัก ๆ จนโด่งดัง องอาจ แสงภักดี หรือ มหา แม่กลอง เจอหน้าทีไรต้องควักของดีมาอวด เที่ยวนี้เป็นเหรียญ พระครูภาวนาภิรัต หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง รุ่นแรก สวยแชมป์ชิดซ้าย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ แจกเป็นที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์ จำนวน ๑,๐๖๐ เหรียญ มีเนื้ออัลปาก้าชนิดเดียวเท่านั้น สนใจชมองค์จริงแวะไปคุยได้ทุกวันที่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน

ซุ่มเก็บของดีมาตลอด เต็ก บางน้อย น้องเลิฟของ เซียนป้อม ชลบุรี ตอนนี้เปิดศูนย์พระใหม่ใหญ่โตกว้างขวางที่ชมรมพระเครื่องชั้น ๕ เทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า เน้นสายนครปฐม หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม หลวงปู่เจือ และพระเกจิคณาจารย์ทั่วไป นาน ๆ เจอที ก็เลยฝากรูปหล่อบูชา หลวงพ่อดี วัดสุวรรณาราม รุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๑๘ ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว มาให้ชมกัน

นี่ก็ไม่ธรรมดา ได้รับความนิยมมากและหายากแล้ว เหรียญเจริญพรบน หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ว่ากันว่าใครพกติดตัวเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาด ปลอดภัย โดนใจ เสี่ยแมน ระยอง ลงทุนไปเสาะหาจ้าละหวั่นจนได้สวย ๆ มา ๑ เหรียญ รีบนิมนต์เข้าบ้านสบายใจ

เอ่ยถึงเกจิอีสาน หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ศักดิ์ สิทธิ์และขลังไม่เป็นรองใคร วัตถุมงคลของท่านทุกรุ่นเป็นที่นิยมกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ เชษฐ์ มหาชัยมงคล ก็เลยส่ง “ผ้าลายมือ” ของหลวงปู่มาให้ผู้ศรัทธาศึกษา แถมกระซิบมาว่าหายากและสร้างน้อย
sakdath
ขอบคุณแฟนพันธุ์แท้คอลัมน์นี้ นามว่า คุณยุทธนา ส่งภาพเหรียญหลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ รุ่นยันต์นอนหรือ ทอ.๒ มาเป็นวิทยาทาน สร้างโดย น.อ.เกษม งามเอก และคณะนายทหารอากาศ ปี ๒๕๑๔ จำนวน ๓,๐๐๐ เหรียญ

สังคมส่องพระ...เชิญร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถ วัดลาดศรัทธาราม (ศาลาหมูสี) ต.บ้านลาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เวลา ๑๔.๐๙ น. วันที่ ๓๐ ส.ค. ๕๕
เชิญผู้ศรัทธาร่วมพิธีเททองหล่อพระประธาน ขนาดหน้าตัก ๘๕ นิ้ว พร้อมพุทธาภิเษกพระพุทธรูปบูชาและพระเครื่องวัตถุมงคล ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กทม. ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๑ ก.ย. ๕๕

เสี่ยวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ เปิดรับตรวจเช็กพระเครื่องฟรี โดย ฉ่อย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญสายหลวงปู่ทวด ทุกบ่ายวันเสาร์และเช้าวันอาทิตย์ เริ่มวันที่ ๑-๒ ก.ย. ๕๕ ถามรายละเอียดที่ ๐-๒๗๑๔-๘๘๘๘

ส่งท้ายที่ ชมรมผู้ปกครองนักเรียนทุนรัฐบาลไทยร่วมกับสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ จัดบรรพชาสามเณรถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาสที่สมเด็จ
พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา๘๐ พรรษา ระหว่างวันที่ ๑-๒๕ ต.ค. ๕๕ ณ วัดปากน้ำญี่ปุ่น (สาขาวัดปากน้ำภาษีเจริญ) จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดรับสมัครเยาวชนอายุ ๘-๑๕ ปี เข้าร่วมโครงการและมีค่าใช้จ่าย ผู้ปกครองท่านใดสนใจติดต่อที่ นันทนา ศิรประภาศิริ โทร. ๐๘-๙๔๙๔-๒๖๗๗ หรือ nuntan50@gmail.com

หมู มหาเวทย์
sakdath
แห่สรงน้ำ "หลวงปู่อั๊บ" เกจิดังลุ่มน้ำท่าจีนมรณภาพด้วยโรคปอด
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 17:39 น.








ศิษยานุศิษย์แห่สรงน้ำ "หลวงปู่อั๊บ" พระเกจิดังแห่งลุ่มน้ำท่าจีน ที่มรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคปอด

วันนี้( 26 ส.ค.) ที่วัดท้องไทร ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ศิษยานุศิษย์ได้เคลื่อนสังขาร พระอธิการเกษม เขมจาโร หรือหลวงปู่อั๊บ อดีตเจ้าอาวาสฯ ซึ่งมรณภาพลงอย่างสงบเมื่อเวลา 04.09 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน อ.เมือง นครปฐม ด้วยโรคปอด ศิริอายุรวม 90 ปี  พรรษาที่ 70  ปัจจุบันตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ชั้น 2 หอสวดมนต์ ท่ามกลางความโศกเศร้าของศิษยานุศิษย์และชาวบ้านในชุมชน แห่กันมาร่วมสรงน้ำศพหลวงปู่กันเป็นจำนวนมาก

พระสุชาติ ธัมมธโช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ เผยว่า หลังทราบข่าวการมรณภาพของหลวงปู่ ชาวบ้านในชุมชนต่างก็มาช่วยกันจัดสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศล กระทั่งเคลื่อนสังขารของหลวงปู่มาที่วัด  นับเป็นปฏิหาริย์เกินความคาดหมาย  จากแสงแดดที่แผดจ้าและร้อนจัด  กลับเหลือแต่แสงที่ส่องสว่างไม่มีความร้อนตลอดการเดินทางระยะทางประมาณกว่า 10 กม. แต่เมื่อเคลื่อนสังขารของหลวงปู่ขึ้นบนหอสวดมนต์ กลับมีแสงแดดแผดจ้าขึ้นมาทันที นอกจากนี้หลังจากคณะสงฆ์และคนเฒ่าคนแก่ได้สรงน้ำหลวงปู่เสร็จ ฝนก็เทลงมาอย่างหนักประมาณ 20 นาที ทำให้สภาพอากาศเย็นชุ่มฉ่ำ ต่างก็บอกว่า แม้แต่เทวดาก็ยังร้องไห้

ทั้งนี้หลวงปู่อั๊บ เจ็บมานานเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ 3 ปีหลังเข้า-ออก รพ. อย่างต่อเนื่อง ทั้งรพ.ธนบุรี 1  รพ.สมเด็จพระยุพราช จ.สระบุรี ก่อนจะเข้ารักษาที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน จ.นครปฐม ด้วยโรคปอด ตับและโรคมะเร็ง
สำหรับประวัติ พระอธิการเกษม เขมจาโร หรือหลวงปู่อั๊บ เกิดในตระกูล ทิมมัจฉา เดือน ส.ค. 2465 ที่บ้านแหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทตามประเพณี ที่วัดทุ่งน้อย ก่อนจะมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท้องไทร 9 ปี และธุดงค์ไปศึกษาหาความรู้ในภาคอื่นๆ เกือบทั่วประเทศ ไปถึงประเทศพม่า กัมพูชา และไปจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสวัดต้านทาน อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งปี 2508 ศิษยานุศิษย์ได้นิมนต์มาจำวัดและเป็นเจ้าอาวาสที่วัดท้องไทร สมัยนั้นที่วัดมีเพียงโบสถ์และกุฎิหลังเดียว หลวงปู่่ได้พลังศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ร่วมกันสร้าง ซื้อที่ดิน ปัจจุบันมีกุฎิรอบวัด วิหารที่สวยงาม หอสวดมนต์อย่างดี หอระฆัง รวมถึงเมรุ ซึ่งใช้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรม จะต้องหารือกับคณะศิษยานุศิษย์ โดยวันที่ 27 ส.ค. จะเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำไปถึงเวลา 16.00 น. ก่อนจะมีพิธีน้ำหลวงสรงศพพระราชทาน
sakdath
ลือพระกรุนาดูนสมัยทวารวดีอายุ 1,200 ปีแตก
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 18:56 น.




ลือ พระกรุนาดูนสมัยทวารวดีอายุ 1,200 แตก ชาวบ้านนับพันแห่ขุดกันคึกคัก

วันนี้( 26 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากมหาสารคามว่า มีกระแสข่าวการพบกรุพระนาดูนสมัยทวารวดีอายุกว่า 1,200 ปี บริเวณที่นาของ นางภา ป้อมยาหยับ   อยู่ในพื้นที่ ต.พระธาต  อ.นาดูน    ห่างจากถนนทางเข้า อ.นาดูน  ประมาณ 800 เมตร เมื่อเดินทางเข้าไปถึงพบว่ามีประชาชนจากทั่วสารทิศเกือบ 2 พันคน เดินทางมาด้วยรถจยย.และรถยนต์เข้ามาในพื้นที่ต่างพากันใช้จอบและเสียมที่เตรียมมาขุด โดยก่อนขุดได้มีการจุดธูปขอขมาเจ้าที่ด้วย จากนั้นจึงลงมือขุด พบแต่ละหลุม ลึกกว่า 3 เมตร   จากการตรวจนับ มีไม่ต่ำกว่า 30 หลุม

สอบถามชาวบ้านที่มาแสวงโชคต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาขุดหาพระกรุนาดูน เนื่องจากมีข่าวลือว่าเจ้าของที่นาใช้รถแบ็กโฮขุดได้พระกรุนาดูนไปจำนวนหนึ่ง เมื่อข่าวแพร่ออกไปทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาขุดหาพระกรุนาดูนกันกันคึก แต่ช่วงที่คนมากจะเป็นช่วงกลางคืนมีไม่ต่ำกว่า 5-6 พันคน  ส่วนคนที่ได้พระไปต่างอุบเงียบเพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยึดเพราะเป็นสมบัติของแผ่นดิน   บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.นาดูน  10 นาย มาคอยรักษาความสงบ และมีบรรดาพ่อ ค้า แม่ค้า นำอาหารรวมทั้งเครื่องดื่มมาคอยบริการนักแสวงโชคปรากฏว่าขายดีทุกอย่าง

นายมีชัย ธรรมนานอก อายุ 60 ปี ชาวบ้านที่มาขุดหาพระ เล่าว่า เป็นคนงานก่อสร้าง พอทราบว่ามีการขุดพระกรุนาดุนได้ ระหว่างจะเข้าไปขุด เกิดปวดปัสสาวะ ก็เลยแวะเข้าไปข้างลำห้วย สักพักมองเห็นเป็นก้อนเล็กมีดินหุ้มอยู่ ซึ่งเป็นรอยที่ชาวบ้านขุดไว้แล้ว ก็เลยไปเขี่ยดูปรากฏเป็นพระนาดูนตัดหรือพระแผง จึงเตรียมนำกลับไปบูชาไว้ที่บ้าน

ด้านนายไสว พิชัยปวา  อายุ 35 ปี  หลานเจ้าของที่นา กล่าวว่า เนื่องจากที่นาบริเวณใกล้เคียงมีการขุดพบพระกรุสมัยทวาราวดีหรือพระกรุนาดูน กันบ่อยครั้ง จึงไปให้พระอาจารย์ที่เคารพนั่งทางในดูและบอกว่าบริเวณที่นาผืนนี้มีพระกรุนาดูนฝังอยู่จำนวนมาก สองวันที่ผ่านมาจึงไปจ้างรถแบ็กโฮมาขุด ปรากฏว่าเมื่อขุดลงไปลึกประมาณเมตรเศษ พบพระกรุนาดูนจำนวนหนึ่ง เนื้อเป็นหินออกสีดำสภาพแตกหักเป็นพิมพ์นั่งเมือง พิมพ์ซุ้มโพธิ์ และเป็นพระแผง จึงเก็บไว้ในที่ปลอดภัย แต่เมื่อจะขุดต่อปรากฏว่าชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันเข้ามาขุดกันจำนวนมาก

ส่วนนายจำรูญ  วิเศษยิ่ง ประธานชมรมพระ จ.มหาสารคาม  กล่าวว่า มีข่าวลือการขุดพบพระกรูนาดูน หลายครั้ง ซึ่งวงการพระเรียกกรุใหม่ ส่วนกรุเก่าแตกเมื่อปี พ.ศ. 2522 เท่าที่เคยเห็นพระเนื้อพระจะไม่แกร่งเท่ากรุเก่า  แต่วงการพระเครื่องมหาสารคาม ไม่ค่อยเช่าหาพระกรุใหม่เพราะลูกค้าไม่ค่อยชอบ แต่พระกรุที่ขุดในครั้งนี้เป้นพระแท้แต่ไม่สมบูรณ์ แต่หากใครต้องการเช่าบูชาก็ควรพิจารณาให้ดีและปรึกษากับผู้รู้ก่อนเพราะพระกรุนาดูนมีราคาสูงพอสมควร
sakdath
(^/\^)
วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์


พ.ต.ต.สมชัย โชติยะวัชชัย ศรัทธา"หลวงพ่อแดง"

พระเครื่องคนดัง





′พ.ต.ต.สมชัย โชติยะวัชชัย′ สารวัตรฝ่ายธุรการ สน.บางขุนนท์ กรุงเทพฯ ชื่นชอบสะสมพระเครื่อง มีพระเครื่องที่อาราธนาแขวนคอติดตัวเป็นประจำ คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม, ลูกแก้วหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และ เหรียญหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี



จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ทุกครั้งยามว่างเว้นจากหน้าที่การงานในราชการ มักจะใช้เวลาส่วนตัวด้วยการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับพระเครื่องวัตถุมงคล พร้อมทั้งนำกล้องมาส่องดูพระเครื่องด้วยความนิยมชมชอบ



นอกจากนี้ ยังชอบเข้าวัดทำบุญ ให้ความสนใจในการชมพระเครื่องวัตถุมงคลภายในวัดนั้นๆ ด้วย



′ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องที่ได้มาจากคุณพ่อหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมอบให้ หลังจากเข้ามารับราชการเพื่อให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและให้ทำงานโดยตั้งอยู่ในความไม่ประมาท′



ด้วยมีประสบการณ์การทำงาน พ.ต.ต.สมชัย เคยดำรงตำแหน่งรอง สว.สืบสวน สน.พหลโยธิน ก่อนชีวิตข้าราชการตำรวจต้องระหกระเหินย้ายไปปฏิบัติหน้าที่หลายพื้นที่ จนล่าสุดได้ลงมาประจำการที่ สน.บางขุนนท์



′ผมมีความนับถือ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เป็นพิเศษ ผมจึงได้ศึกษาประวัติท่าน หลวงพ่อแดง รตโน หรือ พระครูญาณวิลาศ วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี เป็นพระเกจิที่มีญาณสมาธิแก่กล้า เข้มขลังด้านวิทยาคม ท่านเกิดเมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย.2422 ที่บ้านสามเรือน หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 3 ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี′



พ.ต.ต.สมชัยบอกว่า พอได้ศึกษาประวัติของหลวงพ่อแดง เกิดความเลื่อมใสศรัทธา แต่สำหรับวัตถุมงคลของหลวงพ่อแดง ยังศึกษาไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้นเป็นเซียน ได้ศึกษาพอให้รู้เท่านั้น แต่เชื่อมั่นในเหรียญหลวงพ่อแดงทุกรุ่น มีพุทธ คุณที่ดี ผมจึงมีไว้ติดตัวเพื่อระลึกนึกถึง การแขวนพระเครื่องนั้น เชื่อว่าถ้าเรากระทำความดี ยึดถือธรรมะ ตั้งมั่นในศีลธรรม คุณพระก็จะคุ้มครอง′



ทั้งนี้ พ.ต.ต.สมชัย ยืนยันว่าเคยมีประสบการณ์เฉียดตายมาหลายครั้ง แต่รอดจากสภาวะอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นด้วยพุทธคุณแห่งวัตถุมงคลให้ความคุ้มครอง จนแคล้วคลาดได้อย่างปลอดภัย



′ผมมีความเชื่ออยู่ที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผมเป็นตำรวจต้องปกป้องคนดี ขจัดคนไม่ดีจากสังคม การที่เรามีพระเครื่องไว้ติดตัว ถือว่าเป็นการเสริมสร้างพลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่′ พ.ต.ต.สมชัยกล่าว
sakdath
วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์


เซียน"พรทิพย์ ชุมแพ" เหรียญดูยาก-บล็อกมาก






เซียนพระหนุ่มใหญ่′ธีระพงษ์ ธัญวานิชญ์′ ที่ชาววงการพระรู้จักกันดี ′พรทิพย์ ชุมแพ′ปัจจุบันกรรมการตัดสินเหรียญพระคณาจารย์ทั่วไป ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย



เซียนธีรพงษ์ กล่าวว่า เป็นกรรมการตัดสินพระโต๊ะ เหรียญพระคณาจารย์ทั่วไป ก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาคม ให้เข้ามาช่วยงานในตรงนี้ การที่เราจะมาเป็นกรรมการตัดสินพระได้ เราต้องมีความรู้ และต้องรู้จริง ถ้าเหรียญของเขาไม่ดีเก๊ เราก็ต้องบอกให้เขารู้ อธิบายให้เขาได้ว่าเก๊ยังไง แล้วแท้เป็นอย่างไร



′สมัยก่อนผมศึกษาพระแทบทุกอย่าง ส่วนตัวมีความชื่นชอบประเภทเหรียญ เพราะว่าพระเหรียญจะมีเอกลักษณ์ของเขา พระเหรียญเวลาพกพาไปไหนก็สะดวก ถ้าเป็นพระกรุก็จะมีแต่องค์โตๆ ถ้าองค์เล็กๆ ก็แตกหักง่าย เสน่ห์ของพระเหรียญ คือเวลาที่เขาสร้าง บางทีก็เป็นรูปพระพุทธ ผมจะชอบพระพุทธมาก อย่างเหรียญหลวงพ่อโสธร เหรียญวัดพนัญเชิง เป็นต้น และพระเกจิอาจารย์ที่มาอธิษฐานจิต ก็จะเก่งกล้ากันจริง มีวิชาอาคมกันทั้งนั้น และผมเห็นว่าพระเหรียญเก็บง่าย รักษาง่าย พกพาสะดวก พุทธศิลป์สวย พุทธคุณดี นี่ก็เป็นที่มา ซึ่งทำให้ผมชอบพระเหรียญ′



เซียนธีรพงษ์ กล่าวอีกว่า ตอนนั้นผมเรียนจบมัธยม 8 ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร ผมก็ออกมาทำงาน ทำอยู่หลายอาชีพ สุดท้ายก็มาทำงานกับพี่สาวที่หนองคาย ประจำอยู่ที่ด่านศุลกากร ทำการค้าขายกับประเทศลาว พอไปอยู่ที่นั้นสิ่งแรกที่เขาถามผม ถามว่าพี่ๆ มีพระหลวงพ่อใสไหม ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงอะไร แต่พอเขาถามขึ้นมาก็นึกได้ ตายแล้ว เราอยู่หนองคาย เราไม่มีหลวงพ่อพระใสแขวนก็จะเสียชื่อแน่ๆ หลังจากนั้นผมก็บอกเลยว่า ใครมีหลวงพ่อพระใส ผมรับเช่า จนผมมีหลวงพ่อพระใสแทบจะทุกรุ่น แล้วผมก็เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อใสมากเช่นกัน เพราะผมมีประสบ การณ์หลายต่อหลายครั้ง หลังจากนั้นผมก็เริ่มเก็บสะสม พระเกจิอาจารย์สายอีสานมาเรื่อย ทั้งที่นิยมและไม่นิยม ผมเก็บหมด ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อผาง หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่มั่น หลวงพ่อคูณ หลวงพ่อสุข วัดโพธิ์ทรายทอง และพระเกจิอาจารย์ดังอีกมากมาย คงเป็นเพราะผมทำงานอยู่ที่ด่าน จึงทำให้ผมพบปะผู้คนมากมาย ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน มีพระแท้ๆ ให้เห็น เป็นประจำเลย ทำให้เราพอมีความรู้ ทางด้านพระภาคอีสานอยู่บ้าง



สำหรับการดูพระเก๊แท้นั้น อันดับแรกเลย เราต้องจำพิมพ์ให้ได้ก่อน ต้องเคยเห็นของแท้มาก่อน พระเหรียญจะไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนมากนัก แต่ต้องใช้ความจำมากหน่อย อย่างพระเหรียญยอดนิยม จะดูไม่ค่อยยาก แต่พวกเหรียญทั่วไปจะดูยาก เพราะว่าบล็อกมันเยอะ บางทีมีเป็น 10 บล็อก มีทั้งบล็อกหน้า บล็อกหลัง สลับกันไปสลับกันมา แต่ก็จะมีวิธีดูอยู่ คือ พิมพ์ ดูว่าพิมพ์ข้างหน้าเป็นยังไง หลังเป็นยังไง ต้องจำให้ได้ว่า เขาเรียบเรียงมายังไง อันไหนเป็นบล็อกแรก อันไหนเป็นบล็อกนิยม อันไหนเป็นบล็อกธรรมดา โค้ดตอกตรงไหน บล็อกไหนใช้โค้ดอะไรและตอกตรงไหน สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความจำ



สำหรับการทำของปลอมปัจจุบัน เขาจะถอดพิมพ์เอาเลย ซึ่งมันจะใกล้เคียงกับของจริงมาก แต่ก็จะมีวิธีแยกแยะอีกเช่นกัน คือพระถอดพิมพ์ก็จะมีขนาดที่เล็กกว่าของเดิมเล็กน้อย เนื้อหาของโลหะก็จะแตกต่าง แต่ถ้าเขานำโลหะเก่ามาผสม ก็ต้องดูองค์ประกอบอื่นๆ อีก อย่างเช่นโค้ด ตำหนิ และขอบตัด หรือรอยของตัวตัด และถ้าเมื่อไหร่เขาทำเนื้อโลหะได้ทำขอบตัดได้ ก็ไม่ต้องเล่นหากันแล้ว คือพูดง่ายๆ ว่าไม่รู้อะไรเก๊อะไรแท้ แต่พวกนี้มันทำยังไงก็แล้วแต่ จะพยายามทำของปลอมออกมาให้ดียังไง



สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะคอยขัดขวางคนพวกนั้นอยู่ไม่ให้ทำสำเร็จ
sakdath
กราบมนัสการหลวงปู่เจ้าคะ
maik
ตอบกลับ 1306# sakdath
หลวงพ่อทวด รุ่นกฐิน 55 วัดพลานุภาพ มวลสารศักดิ์สิทธิ์ พ่อท่านพรหมเสกขลัง - เหนือลิขิตประกาศิตฟ้าดิน
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.






พ่อท่านพรหม ธัมมธิโร วัดพลานุภาพ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังอายุเกือบ ๑๐๐ ปี วันนี้ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ในฐานะเป็นภิกษุผู้หาญกล้า เชี่ยวชาญวิชาอาคมเข้มขลัง ได้รับความเคารพนับถือจากศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก วัตถุมงคลทุกรุ่น เครื่องรางของขลังทุกชิ้นที่ผ่านการอธิษฐานจิตจากท่าน ล้วนได้รับการเล่าขานถึงปาฏิหาริย์และประสบการณ์อันเหลือเชื่อมากมายเหลือคณานับจนถึงขั้นมีคำกล่าวเล่าลือเป็นที่คุ้นหูว่า สุดยอดของดีของขลังพ่อท่านพรหม หากใครบูชาหรือพกติดตัวไม่ต้องกลัวตายโหง คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ปลอดภัย ทุกหนแห่งที่ย่างกรายเข้าไป ไม่หวั่นแม้ภยันตรายหนักหนาสาหัสสักเพียงใดเลยทีเดียว วัตถุมงคลทุกรุ่นจึงได้รับความนิยมจากผู้ศรัทธาเสาะหากันจ้าละหวั่น ไม่ว่าจะจัดสร้างกี่รุ่น เพียงไม่นานก็จะหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับวันจะหาพระเกจิคณาจารย์ที่ได้รับการนับถืออย่างมากมายเช่นนี้ยากเย็นยิ่งนัก
พ่อท่านพรหม เป็นคนท้องถิ่นโดยกำเนิด เติบใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และใกล้เคียงมาตลอด ไม่เคยหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ร้ายแรงแต่อย่างใด ท่านเคยเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านสร้างความเจริญรุ่งเรืองและพัฒนาท้องถิ่นมายาวนาน เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทยพุทธและมุสลิม แต่แล้ววันหนึ่งท่านเกิดเบื่อหน่ายทางโลกตัดสินใจอุปสมบทเมื่อวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๓๐ ถวายตัวเป็นพุทธบุตรแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับจากนั้นเป็นต้นมา
ภายหลังเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ พ่อท่านพรหม ประพฤติตนด้วยดี เคร่งครัดในศีลและวัตรปฏิบัติ มักน้อย ถือสันโดษ ไม่ค่อยโอ้อวดคุณวิเศษใด ๆ แต่ลูกศิษย์ลูกหาทุกคนล้วนรู้ดี ที่สำคัญท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก ใครไปหาไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง ไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ นั่งสนทนาธรรมและสั่งสอนอบรมให้เป็นคนดีเท่าเทียมกันอย่างเสมอภาค ใครไปหาท่านล้วนซาบซึ้งและยิ่งเพิ่มพูนศรัทธามากขึ้นทุกวัน
ท่านยังเป็นสหายที่สนิทสนมกันมากกับ พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ พระเกจิอีกรูปหนึ่งที่โด่งดังมากในสายใต้ ท่านนั้นเล่าเรียนสรรพวิชามากมายหลายแขนง ทั้งคาถาอาคม ไสยเวท วิชาโหราศาสตร์ และทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ก็ยอดเยี่ยมและเข้มขลังไม่เป็นรองใคร ทำให้ทุกวันนี้มีผู้ศรัทธาและญาติโยมเดินทางมาหาท่าน เพื่อให้ท่านช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยและสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะข้าราชการ ทหาร ตำรวจและอาสาสมัคร ล้วนศรัทธาพ่อท่านพรหมมาก แต่ละวันหลั่งไหลมาขอของดีไม่ขาดสาย เพราะเชื่อมั่นในพุทธคุณและความศักดิ์สิทธิ์ ส่วนใหญ่แล้วล้วนผ่านประสบการณ์มาแทบทั้งสิ้น
sakdath
ว่ากันว่า เคยมีนายทหารและข้าราชการคล้องวัตถุมงคลของท่านออกปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบกับเหตุร้าย กลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดและซุ่มยิงหมายสังหาร น่าแปลกกลับรอดชีวิตมาได้อย่างเหลือเชื่อและน่าอัศจรรย์มาก บางรายสะเก็ดระเบิดและลูกปืนไม่ระคายผิวอย่างน่าพิศวง ทั้งหมดนั่นเป็นตำนานการเล่าขานเกี่ยวกับพ่อท่านพรหม รวมทั้งเรื่องเล่าลือว่า หากใครคล้องของดีท่านแล้ว “แมลงวันไม่มีทางได้กินเลือด” ประมาณนั้นเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลก็ตาม แต่ก็มีส่วนสำคัญมาก ที่ทำให้ชื่อเสียงของพ่อท่านพรหมดังกระหึ่มไปทั่วสารทิศอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย ทุกวันนี้บารมีของท่านมีมากมายเหลือคณานับ เห็นได้จากการพัฒนาและทำนุบำรุงวัดพลานุภาพ แต่เดิมวัดค่อนข้างเงียบเหงาและมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่น้อย พอพ่อท่านพรหมมาพำนักเพียงไม่นาน ญาติโยมรวมพลังศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์และทำบุญมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีการขยับขยายปลูกสร้างถาวรวัตถุ เทพื้นคอนกรีต สร้างศาลาการเปรียญและสร้างพระอุโบสถมหาอุดจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ในโอกาสดีปีมหามงคล ตรงกับปีมะโรง พ.ศ. ๒๕๕๕ ศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการวัดพลานุภาพ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นอีก ๑ รุ่น คือ หลวงปู่ทวดหรือหลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ รุ่นกฐิน ๕๕ โดยกำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษกในวัน ๙ เดือน ๙ หรือตรงกับวันที่ ๙ ก.ย. ๒๕๕๕ ณ พระอุโบสถมหาอุดของวัดพลานุภาพ ในครั้งนี้ พ่อท่านพรหมเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงปู่ทวดมาประทานพร ซึ่งพ่อท่านพรหมมุ่งมั่นให้พระทุกองค์ วัตถุมงคลทุกชิ้น อุดมไปด้วยพลังแห่งพุทธานุภาพ เพื่อคุ้มครองปกป้องผู้ที่เช่าบูชาติดตัวให้ปลอดภัย แคล้วคลาด และเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ สิ่งที่ปรารถนาวัตถุมงคลรุ่นกฐิน ๕๕ นี้ แบ่งออกเป็น หลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง หลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน หลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองแดงกะไหล่นาก และหลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองเหลืองรมดำโบราณ โดยผู้จัดสร้างได้นำพระหลวงพ่อทวดหรือหลวงปู่ทวดหลังเตารีดรุ่นตัวหนังสือใหญ่ พ.ศ.๒๕๐๕ เป็นต้นแบบ ทำให้รุ่นกฐิน ๕๕ สวยงดงามด้วยพุทธศิลป์และทุกองค์ใช้โลหะมวลสารศักดิ์สิทธิ์และแผ่นชนวนจารอักขระสุดเข้มขลัง ผู้หญิงก็คล้องได้ ผู้ชายก็คล้องดี เด็ก ๆ บูชาก็น่ารัก ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปนัก ในเมื่อหลวงปู่ทวดรุ่น ๒๕๐๕ มูลค่าแพงลิบลิ่ว รุ่นนี้สามารถใช้แทนกันได้อย่างสนิทใจ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วัดพลานุภาพ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โทร. ๐๘-๙๔๖๖-๓๙๘๗, ๐๘-๑๗๕๓-๘๑๖๗, ๐๘-๑๘๘๙-๖๗๗๗.
อาราธนานัง
sakdath
พระปิดตาสะดือเล็กหลังแบบ หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า ชลบุรี - ปกิณกะ พระดีพระเด่น
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.




อดีตพระเกจิคณาจารย์โด่งดังในภาคตะวันออกมีมากมาย นอกเหนือจาก หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส แล้ว อีกรูปหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลย นั่นคือ พระวรพรตปัญญาจารย์ (หลวงปู่เฮี้ยง) วัดอรัญญิกาวาส หรือ วัดป่า จ.ชลบุรี พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและอาคมเข้มขลังไม่ด้อยไปกว่าเกจิอื่นใดพระปิดตาพิมพ์สะดือเล็กหลังแบบ รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๕ พิมพ์งดงาม โดดเด่นพุทธคุณ รุ่นนี้ คุณบุญนาค การุณยวนิช คหบดีใจบุญของชลบุรี ได้นำพระปิดตาหลวงพ่อแก้วพิมพ์กลางหลังแบบที่บูชาติดตัวเป็นต้นแบบให้ช่างแกะเป็นแม่พิมพ์พร้อมมอบผงแท่ง ผงพุทธคุณ และผงวิเศษของหลวงพ่อแก้ว ให้แก่หลวงปู่เฮี้ยง เพื่อสร้างพระเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย
หลวงปู่เฮี้ยง ได้นำผงวิเศษของคุณบุญนาค และผงพุทธคุณของเกจิอื่น ๆ ที่ท่านเก็บรวบรวมเอาไว้มอบให้ พระใบฎีกาแฟ้ม อภิรโต อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๔ ของวัดป่า ทำการบดคลุกเคล้าสร้างพระปิดตาหลังแบบหรือในท้องถิ่นจะเรียกกันว่า “หลังพระ” จนสำเร็จตามวัตถุประสงค์พระปิดตารุ่นนี้มีข้อมูลว่า ๑๙ องค์แรก ทำจากเนื้อผงพุทธคุณล้วน ๆ ของหลวงพ่อแก้ว มีการปิดทองคำเปลวทั่วองค์ ที่เหลือจะเป็นพระปิดตาผสมผงวิเศษหลวงพ่อแก้วและผงของเกจิท่านอื่น ๆ ก่อนนำไปคลุกรัก ทั้ง ๒ ชนิดนี้ พุทธคุณไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สามารถบูชาแทนพระหลวงพ่อแก้วได้สนิทใจ สุดยอดเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ บันดาลโชคลาภ และเกื้อหนุนให้เจริญรุ่งเรืองทุก ๆ ด้าน
พระปิดตารุ่นนี้สร้างรวมทั้งสิ้น ๕๐๐ องค์ ทำพิธีพุทธาภิเษกครั้งแรกในพระอุโบสถวัดอรัญญิกาวาส หรือวัดป่า พ.ศ. ๒๔๙๕ จากนั้นหลวงปู่เฮี้ยง นำติดตัวไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนแจกให้ญาติโยมที่ทำบุญเป็นที่ระลึก และคุณบุญนาคได้ขอพระรุ่นนี้จำนวนหนึ่งไปแจกผู้ใกล้ชิด ปัจจุบันสภาพสวย ๆ หายาก ค่านิยมเกินกว่าเลข ๖ หลัก ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก พ.ต.ท.พรชัย อมรสวัสดิ์ศิริ หรือ ป้อม ชลบุรี.

ศิวะมนตรา
sakdath

ท้าวหิรัญพนาสูร

(ที่มา http://sites.google.com/site/5103853rs/arc-213/assignment)



            เมื่อพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยุ่หัวรัชกาล ที่6 ครั้งยังทรงพระเยาว์ ได้เสด็จออกมนฑลพายัพ คืนหนึ่งในขณะที่ทรงประทับอยุ่กลางป่า ทรงพระสุบินว่า มีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่โต มาเข้าฝันและกราบบังคมทูลว่า
           "ข้าพเจ้าเป็นอสูรชาวป่าวชื่อว่า ฮู ยึดมั่นอยู่ในสัมมาปฎิบัติ มีความลื่สมใสในพระองค์ จะขอติดตามคอยรับใช้เพื่อพิทักษ์เบื้องพระยุคลบาทมิให้ภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงทั้งหลายมากล้ำกลายพระองค์"
          เมื่อทรงตื่นจากบรรทมจึงโปรดให้จุดธูปเทียนบูชา พร้อมเครื่องสังเวยบอกกล่าว และหลังจากนั้นทุกวัน เมื่อทรงเสวยพระองค์ก็จะทรงแบ่งพระกระยาหาร เซ่นอสูรผู้นั้นเสมอ และยังมีคนเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ คอยอยู่ใกล้ ๆ ที่ประทับประจำ
          เมื่อทรงเสด็จกลับพระนครพระองค์จึงโปรดให้ พระยาอนุศาสตร จิตร เขียนรูปอสูรให้ตามที่รพะองค์ทรงพระสุบิน จนกระทั้ง พระองค์ครองราชในปี พ.ศ. 2465 ทรงพระราชทานนามให้อสูรตนนั้นว่า "ท้าวหิรัญอสูร" แต่คนทั่วไปเรียกว่า "ท้าวหิรัญ ฮู" หรือ ท้าวหิรัญพนาสูร

          ปัจจุบันศาลของท้าวหิรัญอสูรตั้งอยุ่ที่ด้านหลังของโรงพยาบาล พระมงกุฎฯ พญาไท  เป็นที่เคารพบูชาของบุคลทั่วไป
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/92443
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
sakdath
นินทร์พันธุ์ทิพย์ - ชนินทร์ สุขแก้ว หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ หนึ่งในดวงใจ - เปิดคัมภีร์ คนรัก
พระวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.






ในแวดวงนักนิยมพระเครื่องสายใต้ ชื่อเสียงของ ชนินทร์ สุขแก้ว หรือ นินทร์พันธุ์ทิพย์ เจ้าของศูนย์พระเครื่องธีระนันท์ ชั้น ๕ ห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า ไม่เป็นรองใครเช่นกัน อาศัยขยันหมั่นศึกษาจนก้าวหน้าขึ้นชั้น “เซียน” มีอันดับในปัจจุบัน
ชนินทร์ เกิดที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ไปเรียนด้านการเกษตรจนจบที่ จ.พัทลุง ตัดสินใจบากหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ยึดอาชีพเป็นช่างอัดกรอบพระแถวตลาดพญาไม้ เพราะหางานทำไม่ได้ บังเอิญพรรคพวกจะเซ้งร้าน ๓,๐๐๐ บาท จึงให้เพื่อนนำพระเครื่องหลวงพ่อปาน พิมพ์ขี่ไก่หางสามเส้นที่แขวนคอไปขายให้ สมัยนั้นเช่าบูชาแค่พันกว่าบาท สุดท้ายเงินไม่พอไปขอยืมเงินพี่ชายมาเติมจนครบ ก็เซ้งร้านเริ่มทำงานทันที
“ผมได้ร้านแล้วก็ลองทำดู เพราะชอบพระเครื่องอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ได้รับการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ เพราะแถวบ้านผมในสมัยนั้น พวกคอมมิวนิสต์เยอะมาก เคยมีคนถูกยิง ถูกแทงแต่ไม่เป็นอะไร ผมเคยไปเที่ยวงานวัด เห็นคนวิวาทกันขนาดโดนปืนยิงตั้งหลายนัด แต่ยิงไม่ออกก็มี สิ่งเหล่านี้มันฝังใจผมมาโดยตลอด ผมเชื่อมั่นในพุทธคุณของพระเครื่องว่าช่วยเราได้จริง ถ้าเราคิดดีทำดี”
“พอยึดอาชีพเลี่ยมพระได้สักระยะหนึ่งก็ย้ายร้านไปอยู่ที่ห้างพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ ตอนนั้นยังไม่ได้เล่นพระจริงจังมากนัก เพราะยังไม่มีทุน สมัยนั้นเหรียญหลวงปู่ทวดสวย ๆ เล่นหากันแค่องค์ละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท เลี่ยมพระอัดกรอบพระอยู่ประมาณครึ่งปี ก็มารู้จักเฮีย
เกี๊ยก ทวีทรัพย์ แรก ๆ ช่วยถือพระของเฮียไปขาย พอได้กำไรก็เอาไปเช่าพระที่ชื่นชอบเก็บไว้ ภายหลังมีเงินเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เช่าพระจากคนที่เชื่อถือได้ แล้วนำไปให้เช่าอีกทอดหนึ่ง ลูกค้าของผมในสมัยนั้นมีเยอะพอสมควร เท่าที่จำได้ก็มี พี่สม ป่าตอง และคุณประเสริฐ เรืองสุรัตน์ สองคนนี้เป็นขาประจำเลย”
“ย่างเข้าปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ผมเข้าวงการเต็มตัว เพราะศึกษาด้วยตัวเองจนชำนาญ โดยเฉพาะพระเครื่องพระสายใต้ ประเภท หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ หลวงปู่เขียว วัดหลงบน และพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน กล้าซื้อกล้าขายมากขึ้น กว่าผมจะเก่งเรื่องดูพระลำบากมาก ไม่มีใครคอยชี้แนะ อาศัยขยันและอดทนศึกษาด้วยตัวเอง กว่าจะถึงวันนี้เคยเช่าพระปลอมมาเยอะ ถือว่าผิดเป็นครู คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ” ชนินทร์ เปิดใจยาวเหยียด
จากนั้นเล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งผมถูกเชิญไปเป็นกรรมการตัดสินพระหลวงปู่ทวดที่ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างขับรถกลับบ้านที่ปากพนัง ผ่านพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ฝนตกหนักมาก รถเกิดเสียหลักตกข้างทาง ลึกกว่า ๓ เมตร เต็มไปด้วยป่าปาล์ม นานหลายชั่วโมงกว่าจะยกรถขึ้นบนถนนได้ พอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็ขับรถกลับบ้านที่ปากพนัง ทุกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไรเลย แปลกมาก วันนั้นผมไปกันทั้งครอบครัว มีลูก ๆ ๒ คนและภรรยา ผมแขวนหลวงปู่ทวด หลังเตารีดใหญ่ พิมพ์เอ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่เหลือทุกคนแขวนเหรียญเม็ดแตงหลวงพ่อทวด ทำให้เชื่อมั่นในพุทธคุณว่าท่านช่วยปกป้องผมและครอบครัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้พระในดวงใจวันนี้ก็คือ หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ วันนี้ขอโชว์แค่ ๒ องค์ เป็นพิมพ์เตารีดใหญ่เอและเหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ เนื้อทองแดง ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ สภาพสวยมาก.
มหายันต์ 108
sakdath
ส่องพระยอดนิยม วันที่ 2 กันยายน 2555
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.








ส่องพระยอดนิยม วันอาทิตย์ที่ ๒ ก.ย. สัปดาห์นี้ว่างเว้นงานประกวด นักนิยมพระก็พอมีเวลาไปเดินเสาะหา “พระสวย” ในดวงใจเก็บเข้ารังกัน ทำให้ตลาดพระพันธุ์ทิพย์พลาซ่างามวงศ์วาน มณเฑียรพลาซ่า ท่าพระจันทร์และโลตัสปิ่นเกล้าค่อนข้างคึกคักในวันหยุด สัปดาห์หน้าอย่าพลาด มหกรรมประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ จัดโดยคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.๓๒) ที่ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต บอกได้คำเดียวว่า มโหฬาร มีรายการพระกว่า ๒,๐๐๐ รายการ ให้เลือกประชันจุใจ ทั้งพระบูชา เทวรูป พระเนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อผง พระเบญจภาคีและพระคณาจารย์ยอดนิยม ทุกประเภทค่าส่ง ๓๐๐ บาทต่อ ๑ องค์ รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมรับถ้วยเกียรติยศนายกรัฐมนตรีพร้อมรถจักรยานยนต์ รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการรับหนังสือ ๔ พระเกจิ “จาด จง คง อี๋” ผลงานคุณภาพจากทีมงานท่าพระจันทร์เป็นที่ระลึก มาที่ความเคลื่อนไหวของพระแท้พระสวย ๆ วันนี้รับนิมนต์มากันเยอะ ประเดิมที่สุดยอดพระยอดนิยม สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม สภาพสวยสมบูรณ์ พิมพ์ทรงคมชัดทุกมุมมอง เนื้อหาจัดจ้าน มีร่องรอยลงรักปิดทองเก่ารักษาเนื้อพระเอาไว้แต่เดิม พอลอกออกเผยผิวพรรณวรรณะขาวนวลสะดุดตาสมราคาพระหลักล้าน ด้านหลังปริรานตามธรรมชาติ เสริมเสน่ห์ดูง่ายสบายตา เจ้าของคือ เสี่ยพิศาล เตชะวิภาค หรือ ป๋าต้อย เมืองนนท์ เจ้ากรมสมเด็จ ส่งมาโชว์ให้ชมกันเป็นบุญตา ถัดมาเป็นพระปิดตายอดนิยมของหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ว่ากันว่าหลวงปู่เริ่มสร้างพระปิดตาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ พิธีกรรมเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก ท่านระเบิดน้ำลงไปนั่งจารอักขระเลขยันต์กำกับไว้ทุกองค์ ซึ่งพระเกจิน้อยรูปนักที่จะแสดงอภินิหารได้เช่นนี้ ทำให้พระปิดตาของท่านพุทธคุณเด่นดังแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และมหาอุตม์หยุดลูกปืน ลือลั่นไปทั่วสารทิศ มีด้วยกันหลายพิมพ์ องค์นี้พิมพ์หูกระต่าย ดีกรีแชมป์รางวัลที่ ๑ งานโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน สุดหวงของ สุนทร บุญยะทวีวัฒน์ หรือ อ๊อดขาว นครปฐม ยอดเกจิดังเพชรบุรี พระครูญาณวิลาศ หรือหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ สร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น ล้วนได้รับความนิยม ประสบการณ์สูงมาก
sakdath
กลับไปยังรายบอร์ด