หน้าแรก's Archiver

sakdath กระทู้เมื่อ 22-8-2012 15:40

ฟินแลนด์ทำเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติในหลวง
วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555 เวลา 15:01 น.
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/150926.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/150926/0.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/150926/1.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/150926/2.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/150926/3.jpg[/img]




โรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์ ร่วมเฉลิมพระเกียรติในหลวง สร้างงานสุดวิเศษ เป็นเหรียญที่ระลึก 2 ชนิด 3 แบบ


วันนี้ (22 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์ ได้ผลิตเหรีญที่ระลึกร่วมเฉลิมพระเกียรติพระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ โดยใช้แนวคิดในการผลิตเหรียญที่ระลึกให้มีขนาดใหญ่ที่สุดเพื่อ “ความเป็นหนึ่งเดียวในโลก” นำขึ้นทูลเกล้าถวายแด่พระองค์ท่าน ส่วนรายได้หลังจากนำหน่ายเหรียญหักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย
[b]เหรียญเงิน ใช้วัสดุเหรียญเงินสเตอร์ลิง (เงินแท้ 92.5% และทองแดง 7.5%) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม.[/b]
[b]เหรียญทอง ใช้วัสดุเหรียญเงินสเตอร์ลิง เคลือบทองคำแท้หนา 0.2 ไมครอน น้ำหนัก 1 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม.[/b]
[b]นายโจปี ฮัคคาเนน [/b]ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีของโรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์กล่าวว่า “งานชนิดนี้ต้องอาศัยผู้มีทักษะในการใช้แกะลวดลายที่เป็นเลิศ รวมถึงความระมัดระวังอย่างสูง เพื่อความเป็นเลิศของชิ้นงาน”
โดยเหรียญขนาดใหญ่นี้ แสดงให้เห็นถึงลวดลายการแกะสลักบนเหรียญอย่างชัดเจนเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยของการตีตราเหรียญที่ระลึก นอกจากเทคโนโลยี การตีตราด้วยวิธีกดอัดด้วยระบบไฮดรอลิกที่มีน้ำหนักสูงถึง 1,250 ตัน แล้ว แม่พิมพ์ของแต่ละเหรียญ ล้วนแต่ผ่านงานฝีมือที่ต้องอาศัยความชำนาญจากช่างแกะสลักผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้สั่งสมประสบการณ์ และการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน
สำหรับการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกทรงพระเจริญยิ่งยืนนานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมใจพสกนิกร ชาวไทยเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย

โครงการฯ นี้ โรงกษาปณ์แห่งประเทศฟินแลนด์ได้รับเกียรติ จาก หม่อมหลวง จิราธร จิรประวัติ ในการออกแบบพระบรมสาทิสลักษณ์ลายเส้น ภายใต้แนวคิด “Circle of life” เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย พระบารมี และ พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ทำให้วงจรชีวิตของปวงชนชาวไทยมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน โดยสื่อความหมายผ่านเหรียญที่ระลึกทั้ง 3 แบบ และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

sakdath กระทู้เมื่อ 22-8-2012 15:40

[b]เหรียญผลิดอก[/b] วัสดุ โลหะผสม ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 27.25 มม. น้ำหนัก 27.25 กรับ บรรจุใน แคปซูลคุณภาพดีและบรรจุภัณฑ์เรียบโก้ (ราคา 399 บาท)
ด้านหน้า พระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “H.M. KING BHUMIBOL ADULYADEJ’S 84TH BIRTHDAY ANNIVERSARY”
ด้านหลัง ภาพลายเส้นรูปดอกไม้ผลิดอก สื่อถึงการเริ่มต้นอย่างสวยงามของปวงชน ชาวไทยทุกคน ภายใต้ พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “LONG LIVE THE KING OF THAILAND”

[b]เหรียญออกผล [/b]วัสดุ เงินแท้ขัดเงา ลงสีชมพู ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 22 มม. น้ำหนัก 8.4 กรัม บรรจุในกล่องสวยหรู (ราคา 2,499 บาท)
ด้านหน้า พระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จประเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “H.M. KING BHUMIBOL ADULYADEJ’S 84TH BIRTHDAY ANNIVERSARY” พร้อมลงสีชมพูด้านหลัง ภาพลายเส้นรูปต้นไม้ออกผล สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย ภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “LONG LIVE THE KING OF THAILAND”

[b]เหรียญร่มเย็น [/b]วัสดุ ทองคำแท้เคลือบบนโลหะผสม ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 27.25 มม. น้ำหนัก 10 กรัม บรรจุในกล่องสวยหรู (ราคา 2,499 บาท)
ด้านหน้า พระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จประเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “H.M. KING BHUMIBOL ADULYADEJ’S 84TH BIRTHDAY ANNIVERSARY”
ด้านหลัง ภาพลายเส้นรูปต้นไม้ใหญ่ ผลิดอก ออกผล สื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุข ของพสกนิกรชาวไทย ภายใต้ พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความ “LONG LIVE THE KING OF THAILAND”

[b]ชุดเหรียญ Circle of Life[/b]
เหรียญผลิดอก เหรียญออกผล และเหรียญร่มเย็น
1 ชุดประกอบด้วย 3 เหรียญ เหรียญทองคำแท้เคลือบบนโลหะผสม เหรียญเงินแท้ขัดเงาลงสีชมพู และเหรียญโลหะผสม
บรรจุในกล่องสวยหรู ควรค่าแก่การเก็บสะสม มอบเป็นของที่ระลึกแด่คนสำคัญ หรือจัดทำเป็นเครื่องประดับ (ราคาชุดละ 4,999 บาท)

sakdath กระทู้เมื่อ 23-8-2012 22:33

ขสมก. เตรียมจัดทัวร์ 9 วัด เพิ่มอีก 2 เส้นทาง หลังรายได้หดขสมก. เตรียมจัดทัวร์ 9 วัด เพิ่มอีก 2 เส้นทาง หลังรายได้หด
[p=30, 2, center][img=450,299]http://hilightad.kapook.com/img_cms2/user/suttichai/aa999999999/wwe.jpg[/img]
[/p]
[url=http://www.kapook.com/][color=#800080]เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม[/color][/url]

          [b]ขสมก. โอด น้ำท่วมปี 2554 ทำรายได้ต่ำกว่าเป้า เตรียมจัดทัวร์ 9 วัด เพิ่มอีก 2 เส้นทาง เริ่ม 11 สิงหาคมนี้  หวังดึงประชาชนใช้บริการมากขึ้น[/b]

[color=blue]         วันนี้ (23 สิงหาคม) นายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการครอบครัวสุขสันต์ หรือ ทัวร์ 9 วัด ของ ขสมก. มีรายได้ลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ปีงบประมาณ 2555 จะทำรายได้ 50 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมปลายปี 2554 ทำให้รายได้ ทัวร์ 9 วัด ลดลง โดยระหว่างเดือนตุลาคม 2554 - กรกฎาคม 2555 ขสมก. มีรายได้เพียง 25.38 ล้านบาท หรือลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากโครงการทัวร์ 9 วัด ในปีงบประมาณ 2554 ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 40 ล้านบาท ก็มีรายได้เพียง 31.5 ล้านบาท

[/color]         [b] ทั้งนี้ เพื่อรับมือปัญหาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม เป็นต้นไป ขสมก. จะเพิ่มเส้นทางทัวร์ 9 วัด อีก 2 เส้นทาง คือ[/b]

          [b]1. เส้นทางระยอง[/b] มีวัดวังหว้า (หลวงปู่คร่ำ) วัดลุ่มมหาชัยชุมพล วัดประดู่ (พระพุทธไสยาส) วัดละหารไร่ (หลวงปู่ทิม) วัดกองดิน ตลาดบ้านเพ ราคาคนละ 479 บาท

          [b]2. เส้นทางสุพรรณบุรี[/b] มีวัดทับกระดาน (พุ่มพวง ดวงจันทร์) วัดบางซอ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดเขากำแพง วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม วัดเขาดีสลัก ราคา 429 บาท

          โดยคาดว่า การเพิ่มเส้นทางดังกล่าว น่าจะช่วยดึงดูดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
[url=http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=137934&catid=176&Itemid=524][img]http://hilightad.kapook.com/img_cms2/logo/thannews.jpg[/img][/url]

sakdath กระทู้เมื่อ 24-8-2012 20:01

[size=2]วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000] ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]เหรียญหลวงปู่เหรียญ รุ่น 1 [/b][/color][/size]

[size=3][color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi][b]เปิดตลับพระใหม่[/b][/font]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040][b] [img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/08/13457350851345735097l.jpg[/img]
[/b]
[b]′หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi] หรือ พระสุธรรมคณาจารย์ แห่งวัดอรัญญบรรพต ต.บ้าน หม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พระเกจิวิปัสสนาชื่อดัง หนึ่งในศิษย์หลวงปู่มั่น[/font]



[b]′หลวงปู่เหรียญ′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi] เกิดในสกุล ใจขาน เมื่อ วันที่ 8 มกราคม 2455 ที่ ต.บ้านหม้อ อ.ศรี เชียงใหม่ จ.หนองคาย [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ศรัทธาออกบวช ที่วัดบ้านหงษ์ทอง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อเดือนมกราคม 2475 สังกัดมหานิกาย โดยมี พระครูวาปีดิฐวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ต่อมาพระอาจารย์กู่ได้พาท่านออกธุดงค์ไป จ.อุดรธานี และแปรญัตติเป็นธรรมยุต เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2476 ที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี โดยมี เจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]จากนั้นออกธุดงค์ไปสถานที่ต่างๆ หลายจังหวัดภาคอีสาน ก่อนขึ้นไปทางเหนือและเข้าฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น มุ่งบำเพ็ญเพียรและเข้าจำพรรษาในหลายที่[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]แม้หลวงปู่จะมีฐานะทางการปกครองสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอศรีเชียงใหม่-สังคม ฝ่ายธรรมยุต และเป็นพระเถระอาวุโสแห่งเมืองหนองคาย แต่ท่านยังคงยึดแนวทางการครองตนตามแบบฉบับพระป่าในสายอีสานไว้อย่างเคร่งครัด[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2548 ครั้งนั้นก็ถือเป็นวาระแห่งความสูญเสียของชาวพุทธศาสนิกหนองคายและชาวไทยทั่วประเทศ ′พระ สุธรรมคณาจารย์′ หรือ ′หลวงปู่เหรียญ วรลา โภ′ วัดอรัญญบรรพต ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ สิริอายุ 93 ปี พรรษา 73 ยังความอาลัยให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างยิ่ง[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ย้อนหลังกลับไปในปีพ.ศ.2521 คณะลูกศิษย์ได้จัดสร้างวัตถุมงคล เป็นเหรียญพระอาจารย์เหรียญ รุ่น 1 เป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมน้ำตาล แต่ไม่ทราบจำนวนที่จัดสร้างแน่ชัด ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ด้านหน้าเหรียญ มีเส้นสันนูนรอบขอบเหรียญ ขอบเหรียญด้านในมีรอยหยักคล้ายฟันปลาล้อมรอบขอบเหรียญ ตรงกลางเหรียญมีภาพนูนเหมือนพระอาจารย์เหรียญครึ่งองค์ หันหน้าไปทางซ้ายของเหรียญ ด้านหลังสลักตัวหนังสือนูนคำว่า ′พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ′ ด้านหลังเหรียญ มีเส้นสันนูนหนารอบขอบเหรียญ ใต้หูห่วงท่อนบนสลักอักขระธรรมกำกับ กึ่งกลางเหรียญมีภาพเหมือนสลักคล้ายบาตร ร่ม และกาน้ำ ถัดลงมาสลักตัวหนังสือนูนระบุ ′รุ่นแรก พ.ศ.2521′ บรรทัดที่ 2 สลักระบุชื่อ ′กวี เหลืองตระกูล′ ผู้สร้างถวายกำกับไว้ บรรทัดล่างสุดตามส่วนโค้งครึ่งวงกลมของเหรียญสลักคำว่า ′วัดอรัญญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย′ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนพระเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า ′เหรียญหลังบาตร′ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขาย แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ราคาเช่าหาในปัจจุบันเนื้อทองแดงรมน้ำตาล สภาพสวยๆ ประมาณการ 2,500-3,000 บาท ตามสภาพความคมชัด[/font]



[b]เป็นอีกเหรียญที่หลายคนเสาะแสวงหาเก็บไว้ในครอบครอง[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 24-8-2012 20:04

[font=Tahoma]วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7939 ข่าวสดรายวัน

[/font][color=#000000]
[b][font=Tahoma]วัตถุมงคล-อายุยืน118ปี 'หลวงปู่สุภา กันตสีโล'[/font][/b][/color]

[color=#000000][/color]

[table=360]
[tr][td][font=Tahoma][img=360,360]http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=news-photo/khaosod/2012/08/bud05240855p1.jpg&width=360&height=360[/img]
[color=#000000][/color][/font][/td][/tr]
[/table]เมื่อต้นเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2555 พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 'หลวงปู่สุภา กันตสีโล' วัดสิริสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต ด้วยวัยที่ชราภาพมากขึ้น ประกอบกับสุขภาพของท่านเริ่มไม่ค่อยแข็งแรง ท่านจึงต้องการที่จะกลับมาพักผ่อนที่จังหวัดสกลนคร



โดยท่านได้สั่งให้ 'พระอาจารย์ดาและแม่ชีเปีย' ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของท่านและเป็นผู้ที่ดูแลปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดมายาวนาน และเป็นผู้ที่ท่านไว้วางใจ ให้พาท่านกลับมาพักผ่อนจำพรรษาที่ 'วัดคอนสวรรค์' ต.ค้อเขียว อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดหนึ่งในจำนวน 39 วัดที่หลวงปู่สุภาได้สร้างไว้ ตลอดระยะเวลายาวนานในการครองเพศบรรพชิตเกินร้อยปี



[b]วัดคอนสวรรค์ยังเป็นวัดบ้านเกิดของท่านด้วย ฉะนั้นที่นี่จึงมีแต่ลูกหลานเหลนโหลนของหลวงปู่สุภา การกลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดคงจะทำให้มีสุขภาพจิตดีขึ้นและทำให้สุขภาพกายดีขึ้นตามไปด้วย เพราะได้อยู่ท่ามกลางลูกหลานของท่าน [/b]



หลังจากที่หลวงปู่สุภาจำพรรษาอยู่ที่วัดคอน สวรรค์ สุขภาพของท่านเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยอุปนิสัยของท่านที่เป็นพระที่ไม่หยุดนิ่งและเป็นพระที่มีความรับผิดชอบสูง จีงมีความเป็นกังวลเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ท่านได้ดำเนินการ ทั้งที่วัด สิริสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต หรือวัดอื่นๆ ที่ท่านได้สร้างไว้ จะไม่แล้วเสร็จ เพราะบางโครงการต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมาก ในการที่จะทำให้แล้วเสร็จ ท่านจึงได้มีดำริกับลูกศิษย์ลูกหาใกล้ชิด ให้ช่วยดำเนินการบอกบุญหาจตุปัจจัย เพื่อที่ท่านจะได้นำไปสร้างทำนุบำรุงบูรณะเสนาสนะต่างๆ ที่ได้ทำค้างคาไว้ ให้แล้วเสร็จตามเจตนารมณ์ของท่าน



'ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร' ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่มีความเคารพศรัทธาในเนื้อนาบุญของหลวงปู่สุภา จึงได้รับภาระเป็นประธานในโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นอายุยืน 118 ปี หลวงปู่สุภา กันตสีโล ที่ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อหารายได้มอบถวายหลวงปู่สุภา และร่วมฉลองที่ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีสิริอายุยืนยาวมากที่สุดในขณะนี้ คือมีอายุมากถึง 118 ปี

sakdath กระทู้เมื่อ 24-8-2012 20:05

[font=Tahoma]วัตถุมงคลนี้มีหลายรูปสวยงามตามหลักพุทธศิลป์ และได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันสุดยอดอภิมหาฤกษ์เสาร์ที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 ไปแล้วเป็นวาระแรก และการทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลได้ปลุกเสกตามขั้นตอน พิธีกรรมของหลวงปู่สุภาที่ได้รับการถ่ายทอด 'วิชาแมงมุมเรียกทรัพย์' มาจาก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท แต่เพียง รูปเดียวทุกขั้นตอน



โดยมีหลวงปู่สุภาเป็นประธานสงฆ์ทำพิธีอธิษฐานจิตพุทธาภิเษก ด้วยตัวท่านเอง ทั้งที่สุขภาพของท่านไม่ค่อยแข็งแรง โดยที่เหล่าลูกศิษย์ลูกหาไม่ได้บังคับหรือร้องขอ แต่เป็นเจตนาของท่านที่ต้องการจะทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของท่านด้วยตัวท่านเอง เพื่อที่จะทำให้วัตถุมงคล รุ่นอายุยืน 118 ปีมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์อย่างที่สุด เพื่อที่ลูกศิษย์ลูกหานำไปบูชาจะได้มีความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวอย่างที่สุด



วัตถุมงคลรุ่นนี้กำหนดประกอบพิธีพุทธาภิเษกอีก 1 วาระในวันมหาฤกษ์กำเนิด ซึ่งวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่สุภา ในวันที่ 17 ก.ย.2555 ที่วัดคอนสวรรค์ หลวงปู่สุภาจะอธิษฐานจิตเดี่ยว และมีพระเกจิอาจารย์มานั่งปรก 4 รูป อาทิ หลวงปู่คำบุ จ.อุบลราชธานี เป็นต้น



วัตถุบูชาของหลวงปู่สุภา รุ่นอายุยืน 118 ปี ประกอบด้วย พระขนาดบูชา 1.พระนาคปรก (มี 2 แบบ นาคปรกสนิมดำองค์พระปิดทอง, นาคปรกสนิมเขียวองค์พระปิดทอง) 2.รูปเหมือนหลวงปู่สุภานั่งบนแมงมุม (มี 3 แบบ สนิมดำทั้งหมด, แมงมุมสนิมดำหลวงปู่ปิดทองแท้, ปิดทองแท้ทั้งหมด)



พระบูชาแบบแรกเป็นพระบูชาปางนาคปรก ขนาดหน้าตักองค์พระ 5 นิ้ว พระบูชาแบบที่สอง เป็นพระบูชารูปเหมือนหลวงปู่สุภา นั่งแมงมุมเรียกทรัพย์ ขนาดหน้าตักรูปเหมือนหลวงปู่ 3 นิ้ว และที่มีความพิเศษมากยิ่งขึ้นคือใต้ฐานขององค์พระทั้งสองแบบ หลวงปู่สุภาได้เมตตามอบชานหมากที่ท่านฉันแล้ว มาบรรจุเป็นมวลสารไว้ด้วย



ประเภทเหรียญ 1.ชุดทองคำ ราคา 200,000 บาท หนึ่งชุดประกอบด้วย 5 เหรียญคือ เหรียญเจ้าสัว เหรียญเจริญพร เหรียญศุขสุภา เหรียญเม็ดแตงของขวัญแม่ให้ลูก และเหรียญนาคปรก 2.ชุดเนื้อเงินแท้ ราคา 6,500 บาท ในชุดประกอบด้วย 5 เหรียญคือ เหรียญเจ้าสัว เหรียญเจริญพร เหรียญศุขสุภา เหรียญเม็ดแตงของขวัญแม่ให้ลูก และเหรียญนาคปรก 3.เหรียญหล่อโบราณเจ้าสัว 5 แผ่นดิน หลวงปู่สุภามี 4 แบบ (เนื้อเงินแท้หน้าทองคำ, เนื้อเงินแท้, เนื้อนวโลหะแก่ทองคำ, เนื้อสัมฤทธิ์



[b]ขอโบรชัวร์ดูรายละเอียดได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา ทั่วประเทศ[/b][/font]

sakdath กระทู้เมื่อ 24-8-2012 22:49

สิ้นพระสงฆ์ผู้มีคุณูประการแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี
วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2555 เวลา 20:23 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/151400.jpg[/img]
[img=500,333]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151400/0.jpg[/img]
[img=500,375]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151400/1.jpg[/img]

สิ้นพระสงฆ์ผู้มีคุณูประการแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี"พระครูโสภณสาธุการ" อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง

วันนี้(24 ส.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ ผู้แทนพระองค์อัญเชิญน้ำหลวงสรงศพถวายแก่ พระครูโสภณสาธุการ  อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง ต.สัมปทวน อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม  ที่มรณภาพลงด้วยโรงหัวใจที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา13.00น. วันที่ 23ส.ค.  รวมสิริอายุ 70 ปี 7 เดือน 14 วัน 49 พรรษา โดยมี พระราชรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอนุชา สระสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางความโศกเศร้าของศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก
พระครูโสภณสาธุการ อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง นับเป็นเจ้าแห่งการแพทย์แผนไทย ลุ่มน้ำนครชัยศรี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2485 บ้านเลขที่ 28  หมู่ 1 ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดกลางครูเวียง ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม บิดาชื่อนายเสาร์ ทุยเวียง มารดาชื่อนางพ้วน ทุยเวียง ได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2506 ณ วัดกลางคูเวียง โดยมีเจ้าคุณพุทธวิถีนายก ( เพิ่ม ) เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ ในปี พ.ศ. 2515

sakdath กระทู้เมื่อ 25-8-2012 22:05

[size=2]วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 19:32 น.[/color] [size=2][color=#000000] ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]ชาวพุทธอาลัย สิ้น "หลวงพ่อสนอง" พระชื่อดังสายวิปัสสนากรรมฐาน วัดสังฆทาน[/b][/color][/size]
[b][size=4][color=#000040][/color][/size][/b]

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/08/13458980281345901928l.jpg[/img]

[size=3][color=#000040] วันที่ 25 ส.ค. นายบุญเลิศ โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม พระอธิการสนอง กตปุญฺโญ หรือ หลวงพ่อสนอง เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคไต  ระหว่างกำลังจำพรรษาอยู่ที่ศูนย์ปฎิบัติธรรม กตปุญโญ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี สิริอายุรวม 68 ปี 4 เดือน 48 พรรษา ซึ่ งทางคณะศิษยานุศิษย์ได้เคลื่อนศพของพลวงพ่อสนองมาไว้ที่ศาลาทรงไทย วัดสังฆทาน เพื่อให้คณะศิษยานุศิษย์ได้สรงน้ำศพแล้ว ส่วนจะมีการตั้งศพไว้กี่วันนั้นทางวัดจะมีการหารือกับทางคณะลูกศิษย์อีกครั้ง เนื่องจากหลวงพ่อสนองมีลูกศิษย์จำนวนมาก จึงต้องมีการหารือเพื่อความชัดเจนก่อน

ทั้งนี้  ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี  ระบุว่า   หลวงพ่อสนอง เป็นลูกศิษย์หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก แห่งวัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี และยึดถือแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สอนวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของหลวงปู่สังวาลย์มาโดยตลอด     และเป็นพระที่มีชื่อเสียง  ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และด้านการวิปัสสนากรรมฐาน ทำให้มีลูกศิษย์เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก  ส่วนในเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น หลวงพ่อสนอง มีการเทศน์ผ่านรายการวิทยุ “รายการธรรมะสว่างใจ” ที่มีผู้ติดตามรับฟังเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาหลวงพ่อสนองได้จัดตั้ง สถานีวิทยุสังฆทานธรรม เพื่อใช้เป็นสื่อในการสร้างปัญญาทางธรรม ทั้งภาคภาษาไทย ในคลื่น FM 89.25 Mhz. และภาคภาษาอังกฤษ ในคลื่น FM 89.75 Mhz. โดยปัจจุบัน สถานีวิทยุสังฆทานธรรม ยังได้ขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศด้วย

หลวงพ่อสนอง เกิดวันที่ 5 เม.ย. 2487 ที่ ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ. สุพรรณบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน อุปสมบท เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2507 ที่วัดดอนไร่ ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ต่อมาเมื่อปี  พ.ศ. 2511 ในระหว่างที่หลวงพ่อสนอง ออกธุดงค์ในจ.นนทบุรี ก็ไปพบวัดสังฆทานซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างขึ้นโดยบังเอิญและมีเพียงองค์หลวงพ่อโต(พระประธานในอุโบสถวัดสังฆทาน) กับฐานอิฐเก่าๆ เท่านั้น  จึงเห็นว่าเป็นสถานที่สงบร่มรื่น เหมาะกับการปฏิบัติธรรม  จากนั้นก็คิดสร้างวัดสังฆทานให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาตามหลักธุดงคกรรมฐาน จึงตั้งใจที่จะบูรณะวัดนี้ขึ้น พร้อมทั้งสร้างอุโบสถแก้ว โดยแล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.2521

ปัจจุบัน วัดสังฆทานมีลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาในแนวทางการสอนวิปัสสนากรรมฐานของหลวงพ่อสนองจำนวนมาก ทำให้มีสาขาของวัดสังฆทานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และในต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 45 วัด

[url=http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1345890978&grpid=01&catid=&subcatid=][color=#0066cc]ที่มา : มติชนออนไลน์[/color][/url]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 25-8-2012 22:08

[size=2]วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 14:44 น.[/color] [size=2][color=#000000] ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]ผอ.ศิลปากรที่ 7 ตรวจสอบรอยพระพุทธบาทวัดถ้ำขุมทรัพย์ เกาะคา [/b][/color][/size]
[b][size=4][color=#000040][/color][/size][/b]

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/08/13458807121345880730l.jpg[/img]

[size=3][color=#000040]วันที่ 25 ส.ค. นายเมธาดล วิจักรขณะ ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน  และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบรอยพระพุทธบาทที่พบภายในวัดถ้ำขุมทรัพย์ หมู่ 5 ต.บ้านใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งว่าพบรอยพระพุทธบาทดังกล่าว โดยมีพระรัตนกิจ  อภิปุณโณ   พระที่ประจำวัดแห่งนี้ และเป็นผู้พบรอยพระพุทธบาทคอยให้รายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร พบว่าเป็นรอยพระพุทธบาทจริง รูปร่างสมบูรณ์โดยการแกะสลักลงบนหินศิลาแลง  และมีร่องรอยของการเทปูทับอีกชั้นหนึ่งซึ่งมีสีชมพูคล้ายกับมีส่วนผสมของชาด  นอกจากนั้นยังมีการวาดก้นหอยบริเวณนิ้วเท้า และมีพระธรรมจักรอยู่กลางฝ่าเท้า  ขนาดความยาว 2.40  ม.ความกว้างด้านบนนิ้ว  110 ซ.ม. และความกว้างบริเวณส้น  72 ซ.ม.  

นายเมธาดล วิจักรขณะ ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน เปิดเผยว่า สำหรับในอาณาจักรล้านนาที่เคยพบรอยพระพุทธบาทจะอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นรอยประเภทบริโภคเจดีย์ คือ มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในเส้นทางที่พระองค์เคยผ่านหรือเคยจำพรรษาอยู่  น่าจะสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช พ.ศ.1992 อายุราว 500-600 ปี  ส่วนรอยพระพุทธบาทที่พบที่วัดถ้ำขุมทรัพย์แห่งนี้ เป็นรอยที่มนุษย์ทำขึ้นเช่นกันโดยมีการแกะสลักลงบนพื้นหินศิลาแลง มีรูปร่าง นิ้ว ข้อพระบาท ลายก้นหอย และที่สำคัญมีรอยพระธรรมจักร ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นการแกะสลักเป็นรอยพระพุทธบาทคู่  คล้ายกับที่พบในเมืองศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี  สำหรับรอยพระบาทบนหินศิลาแลงที่พบนี้มีความเก่าแก่มาก  แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าในสมัยใด เนื่องจากต้องตรวจสอบมูลฐานที่ใกล้เคียงก่อนว่าในแถบนี้มีมูลฐานอยู่ในสมัยทวารวดีหรือสมัยล้านนา  ส่วนรอยปูนที่นำมาทับคาดว่าจะเป็นการเพิ่มเติมทีหลัง โดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปากรเข้ามาตรวจสอบว่าเป็นปูนชนิดใด ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นในสมัยล้านนาหรือไม่ เนื่องจากปูนที่ปิดทับนั้นมีสีชมพู  เพราะสมัยล้านนาส่วนใหญ่จะใช้การปิดทองร่องชาด ซึ่งชาดจะมีสีแดงหากมีการผสมกับปูนแล้วจะออกสีชมพูคล้ายกัน  จึงต้องใช้หลักฐานหลายอย่างที่จะนำมาพิจารณาอายุความเก่าแก่    แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัวสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 12  อย่างน้อยน่าจะเกิดขึ้นในสมัยล้านนา ซึ่งจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี  และหากมีหลักฐานตรวจสอบความเป็นมาและยุคสมัยได้ชันเจน กรมศิลป์ก็พร้อมที่จะขึ้นทะเบียน และมีแนวทางจะทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาร่วมกับจังหวัดต่อไป

[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 25-8-2012 22:09

[color=#000040]ในเบื้องต้น ผอ.กรมศิลปากรที่ 7 ได้แนะนำให้ทางวัดเก็บเหรียญที่ชาวบ้านนำมาโยนไว้ในพระพุทธบาทออก และติดป้ายห้ามไม่ให้มีการโยนเหรียญอีก เนื่องจากเกรงว่ารอยที่พบจะเกิดความเสียหาย พร้อมกับกำชับให้ดูแลรักษาไว้ให้ดีเพื่อจะให้นักโบราณคดีเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับการพบรอยพระพุทธบาทที่วัดถ้ำขุมทรัพย์นั้น  พระรัตนกิจ อภิปุณโณ  ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดเพียงรูปเดียว  เล่าว่า ได้ฝันว่าตนเองเดินจงกลมอยู่บริเวณจอมปลวก จากนั้นก็นั่งสมาธิและมือกวาดไปพบรอยพระบาทส่วนหัวแม่เท้าหนึ่งข้าง จากนั้นก็ตื่นแต่เนื่องจากฝันนั้นเหมือนจริงมากก็เลยเดินออกดูและพบจอมปลวกจริงจึงลองเขี่ยใบไม้ที่ทับถมกันดูก็พบรอยพระพุทธบาทอยู่จริง แต่รากของต้นโพธิ์พยายามชอนไชรอยพระพุทธบาท จึงได้ตัดต้นโพธิ์ทิ้งและนำเต้นมากางคลุมรอยพระพุทธบาทไว้ แต่ก็ไม่เคยบอกเรื่องดังกล่าวกับใครจะรู้ก็เพียงญาติโยมที่เข้ามาทำบุญเท่านั้น จึงไม่ได้รับการบูรณะดูแลเท่าที่ควร

ด้านนายมงคล ขัดผาบ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง เปิดเผยว่า วัดถ้ำขุมทรัพย์ ได้จดทะเบียนเป็นวัดเมื่อปี 2530 โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ห้างฉัตรเป็นผู้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ โดยมีพระครูตัน เป็นเจ้าอาวาส เริ่มแรกหลังมีการก่อตั้งวัด พระครูตันได้รับการบริจาคเงินจากองค์การกุศลระหว่างประเทศเพื่อให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่บำบัดรักษาผู้ติดเชื้อ HIV จนชาวบ้านที่อยู่โดยรอบไม่กล้าเข้ามาที่วัดแห่งนี้ เนื่องจากในสมัยนั้นเรื่องโรคเอดส์ยังเป็นที่รังเกียจของสังคม  และเมื่อไม่มีการช่วยเหลือต่อเนื่องทำให้ในปี 40-41 การรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ก็ต้องหยุดไปโดยปริยาย และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเข้ามาในวัดนี้อีกเลยจนกลายเป็นวัดร้างจนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา พระรัตนกิจ  อภิปุณโณ  อายุ 59  ปี  หลังบวชและมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา และปัจจุบันเป็นผู้ดูแลวัดแห่งนี้แทนพระครูตันเจ้าอาวาสซึ่งขณะนี้กำลังอาพาธอยู่  และได้พบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้จากในนิมิตฝันของตนเอง  แต่เมื่อนำเรื่องไปบอกชาวบ้านแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ  และด้วยกลัวรอยดังกล่าวจะหายไปจึงได้นำเต็นท์มากางครอบไว้พร้อมนำขดลวดมาขึงโดยรอบ กันไม่ให้สัตว์ต่างๆเข้ามาเหยียบย่ำจนเกิดความเสียหายได้ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารอยพระพุทธบาทที่พบนี้เป็นรอยพระพุทธบาทจริง แต่ยังไม่สามารถระบุอายุได้  จึงประสานงานไปยังสำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน เพื่อเข้ามาตรวจสอบอายุของรอยดังกล่าว หากมีอายุตามหลักเกณฑ์ที่กรมศิลป์กำหนดว่าต้องขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานก็ต้องขึ้นทะเบียนและอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากรต่อไป[/color]

sakdath กระทู้เมื่อ 26-8-2012 12:04

ส่องพระยอดนิยม วันที่ 26 สิงหาคม 2555
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/151472.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/0.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/1.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/2.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/3.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/4.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/5.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/6.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151472/7.jpg[/img]

ส่องพระยอดนิยม วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ส.ค. คอเหล้า-สิงห์อมควันกระอักตามระเบียบ รัฐบาลงัดมาตรการ “รีดภาษีบาป” สุราและบุหรี่ทุกชนิดทุกยี่ห้อ ของนอกและของไทย โกยรายได้เข้าคลัง ปรับราคาขึ้นพรวด ๆ ชุดใหญ่ “เศรษฐี” มีสตางค์นั่งตีพุงไม่เดือดร้อน “คนธรรมดา” บ่นอุบ “สุราขาว” น้ำเมายอดฮิต “คนรากหญ้า” ก็โดนด้วย ต่อไปใครอยากเมาต้องจ่ายแพงกว่าเดิม พึงสังวรกันไว้ซะ

ชมพระแท้ ๆ สวย ๆ ดีกว่า วันนี้ธุดงค์มาอวดโฉมอื้อซ่า จะพิจารณานำเสนอคละเคล้ากันไป ทั้งพระกรุ พระเก่า พระใหม่ ของใครส่งมาไม่ลงอย่าเพิ่งน้อยใจ คอยลุ้นดี ๆ จะทยอยจัดให้สัปดาห์ต่อ ๆ ไป ถ้าอยู่ในเงื่อนไข สวย-แท้-ดูง่าย-สบายตา ยกเว้นดูยากหรือไม่ได้มาตรฐาน ขอสงวนสิทธิ์ไม่ลง โดยทุกองค์ผ่านการตรวจเช็กจากทีมงานและผู้ชำนาญมาแล้วทั้งสิ้น

องค์แรกเป็นพระเบญจภาคียอดนิยม พระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุมหาวันลำพูน เนื้อเขียว สวยสมบูรณ์คมชัดทุกมิติและมุมมอง พระเนตร (ตา) พระนาสิก (จมูก) พระโอษฐ์ (ปาก) พระกรรณ (หู) ครบถ้วน แบบที่เซียนรุ่นเก่า ๆ มักจะเรียกว่า “สวยหูตากะพริบ” เจ้าของคือผู้อ่านจากทางบ้าน ร้อยตรีจิระศักดิ์ อนุมาตรธรรม ส่งมาโชว์ด่วน ย้ำนักย้ำหนานี่แหละแชมป์ที่ ๑ งานโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานหมาด ๆ

องค์ที่สองอยู่ในทำเนียบพระเบญจภาคีเช่นกัน พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ผิวพรรณวรรณะแดงเข้มขลัง ฟอร์มสวยดูดี รารักประปราย เม็ดผด รอยเหี่ยวหดและลายนิ้วมือชัดเจน เสริมเสน่ห์ให้ชวนมอง เซียนใหญ่ในวงการ สมภพ ไทยธีระเสถียร หรือ เฮียอั้ง เมืองชล แห่งมณเฑียรพลาซ่า เพิ่งนิมนต์มาเข้ารัง

องค์ที่สามพระกรุนาน ๆ จะได้ยลโฉมกันที พระร่วงยืนประทานพร เนื้อดิน กรุเตาทุเรียง สุโขทัย ใครเห็นก็ต้องตะลึงในความงดงามระดับ “ขั้นเทพ” ทุกส่วนคมชัด ไม่ผ่านการใช้บูชาหรือถูกสัมผัสมาเลย เก็บรักษาไว้ดีเยี่ยม ของ สมาน บุญเพ็ญ หรือ สมาน คลองสาม เซียนใหญ่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน เจ้าของสโลแกน รับเช็กพระฟรีแม้ไม่เปิดราคา

ถัดมา พระนางพญา พิษณุโลก พิมพ์อกนูนเล็ก ขนาดกะทัดรัดน่าใช้น่าบูชา เนื้อหาจัดจ้านโดนใจ ผิวด้านหลังมีรารักและรอยหลุดร่อนตามธรรมชาติของพระเนื้อดินเก่า สวยซึ้งตาสุด ๆ ที่สุดแห่งความภูมิใจของ ธวัชพงศ์ ภวภัค หรือ เสี่ยหิน มาบตาพุด

เล่นพระหลัก ๆ จนโด่งดัง องอาจ แสงภักดี หรือ มหา แม่กลอง เจอหน้าทีไรต้องควักของดีมาอวด เที่ยวนี้เป็นเหรียญ พระครูภาวนาภิรัต หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง รุ่นแรก สวยแชมป์ชิดซ้าย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ แจกเป็นที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์ จำนวน ๑,๐๖๐ เหรียญ มีเนื้ออัลปาก้าชนิดเดียวเท่านั้น สนใจชมองค์จริงแวะไปคุยได้ทุกวันที่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน

ซุ่มเก็บของดีมาตลอด เต็ก บางน้อย น้องเลิฟของ เซียนป้อม ชลบุรี ตอนนี้เปิดศูนย์พระใหม่ใหญ่โตกว้างขวางที่ชมรมพระเครื่องชั้น ๕ เทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า เน้นสายนครปฐม หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม หลวงปู่เจือ และพระเกจิคณาจารย์ทั่วไป นาน ๆ เจอที ก็เลยฝากรูปหล่อบูชา หลวงพ่อดี วัดสุวรรณาราม รุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๑๘ ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว มาให้ชมกัน

นี่ก็ไม่ธรรมดา ได้รับความนิยมมากและหายากแล้ว เหรียญเจริญพรบน หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ว่ากันว่าใครพกติดตัวเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาด ปลอดภัย โดนใจ เสี่ยแมน ระยอง ลงทุนไปเสาะหาจ้าละหวั่นจนได้สวย ๆ มา ๑ เหรียญ รีบนิมนต์เข้าบ้านสบายใจ

เอ่ยถึงเกจิอีสาน หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ศักดิ์ สิทธิ์และขลังไม่เป็นรองใคร วัตถุมงคลของท่านทุกรุ่นเป็นที่นิยมกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ เชษฐ์ มหาชัยมงคล ก็เลยส่ง “ผ้าลายมือ” ของหลวงปู่มาให้ผู้ศรัทธาศึกษา แถมกระซิบมาว่าหายากและสร้างน้อย

sakdath กระทู้เมื่อ 26-8-2012 12:05

ขอบคุณแฟนพันธุ์แท้คอลัมน์นี้ นามว่า คุณยุทธนา ส่งภาพเหรียญหลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ รุ่นยันต์นอนหรือ ทอ.๒ มาเป็นวิทยาทาน สร้างโดย น.อ.เกษม งามเอก และคณะนายทหารอากาศ ปี ๒๕๑๔ จำนวน ๓,๐๐๐ เหรียญ

สังคมส่องพระ...เชิญร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถ วัดลาดศรัทธาราม (ศาลาหมูสี) ต.บ้านลาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เวลา ๑๔.๐๙ น. วันที่ ๓๐ ส.ค. ๕๕
เชิญผู้ศรัทธาร่วมพิธีเททองหล่อพระประธาน ขนาดหน้าตัก ๘๕ นิ้ว พร้อมพุทธาภิเษกพระพุทธรูปบูชาและพระเครื่องวัตถุมงคล ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กทม. ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๑ ก.ย. ๕๕

เสี่ยวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ เปิดรับตรวจเช็กพระเครื่องฟรี โดย ฉ่อย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญสายหลวงปู่ทวด ทุกบ่ายวันเสาร์และเช้าวันอาทิตย์ เริ่มวันที่ ๑-๒ ก.ย. ๕๕ ถามรายละเอียดที่ ๐-๒๗๑๔-๘๘๘๘

ส่งท้ายที่ ชมรมผู้ปกครองนักเรียนทุนรัฐบาลไทยร่วมกับสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ จัดบรรพชาสามเณรถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาสที่สมเด็จ
พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา๘๐ พรรษา ระหว่างวันที่ ๑-๒๕ ต.ค. ๕๕ ณ วัดปากน้ำญี่ปุ่น (สาขาวัดปากน้ำภาษีเจริญ) จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดรับสมัครเยาวชนอายุ ๘-๑๕ ปี เข้าร่วมโครงการและมีค่าใช้จ่าย ผู้ปกครองท่านใดสนใจติดต่อที่ นันทนา ศิรประภาศิริ โทร. ๐๘-๙๔๙๔-๒๖๗๗ หรือ [email]nuntan50@gmail.com[/email]

[i][b]หมู มหาเวทย์[/b][/i]

sakdath กระทู้เมื่อ 26-8-2012 20:48

แห่สรงน้ำ "หลวงปู่อั๊บ" เกจิดังลุ่มน้ำท่าจีนมรณภาพด้วยโรคปอด
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 17:39 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/151655.jpg[/img]

[img=500,332]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151655/0.jpg[/img]

[img=383,500]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151655/1.jpg[/img]

[img=500,331]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151655/2.jpg[/img]

ศิษยานุศิษย์แห่สรงน้ำ "หลวงปู่อั๊บ" พระเกจิดังแห่งลุ่มน้ำท่าจีน ที่มรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคปอด

วันนี้( 26 ส.ค.) ที่วัดท้องไทร ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ศิษยานุศิษย์ได้เคลื่อนสังขาร พระอธิการเกษม เขมจาโร หรือหลวงปู่อั๊บ อดีตเจ้าอาวาสฯ ซึ่งมรณภาพลงอย่างสงบเมื่อเวลา 04.09 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน อ.เมือง นครปฐม ด้วยโรคปอด ศิริอายุรวม 90 ปี  พรรษาที่ 70  ปัจจุบันตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ชั้น 2 หอสวดมนต์ ท่ามกลางความโศกเศร้าของศิษยานุศิษย์และชาวบ้านในชุมชน แห่กันมาร่วมสรงน้ำศพหลวงปู่กันเป็นจำนวนมาก

พระสุชาติ ธัมมธโช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ เผยว่า หลังทราบข่าวการมรณภาพของหลวงปู่ ชาวบ้านในชุมชนต่างก็มาช่วยกันจัดสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศล กระทั่งเคลื่อนสังขารของหลวงปู่มาที่วัด  นับเป็นปฏิหาริย์เกินความคาดหมาย  จากแสงแดดที่แผดจ้าและร้อนจัด  กลับเหลือแต่แสงที่ส่องสว่างไม่มีความร้อนตลอดการเดินทางระยะทางประมาณกว่า 10 กม. แต่เมื่อเคลื่อนสังขารของหลวงปู่ขึ้นบนหอสวดมนต์ กลับมีแสงแดดแผดจ้าขึ้นมาทันที นอกจากนี้หลังจากคณะสงฆ์และคนเฒ่าคนแก่ได้สรงน้ำหลวงปู่เสร็จ ฝนก็เทลงมาอย่างหนักประมาณ 20 นาที ทำให้สภาพอากาศเย็นชุ่มฉ่ำ ต่างก็บอกว่า แม้แต่เทวดาก็ยังร้องไห้

ทั้งนี้หลวงปู่อั๊บ เจ็บมานานเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ 3 ปีหลังเข้า-ออก รพ. อย่างต่อเนื่อง ทั้งรพ.ธนบุรี 1  รพ.สมเด็จพระยุพราช จ.สระบุรี ก่อนจะเข้ารักษาที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน จ.นครปฐม ด้วยโรคปอด ตับและโรคมะเร็ง
สำหรับประวัติ พระอธิการเกษม เขมจาโร หรือหลวงปู่อั๊บ เกิดในตระกูล ทิมมัจฉา เดือน ส.ค. 2465 ที่บ้านแหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทตามประเพณี ที่วัดทุ่งน้อย ก่อนจะมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท้องไทร 9 ปี และธุดงค์ไปศึกษาหาความรู้ในภาคอื่นๆ เกือบทั่วประเทศ ไปถึงประเทศพม่า กัมพูชา และไปจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสวัดต้านทาน อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งปี 2508 ศิษยานุศิษย์ได้นิมนต์มาจำวัดและเป็นเจ้าอาวาสที่วัดท้องไทร สมัยนั้นที่วัดมีเพียงโบสถ์และกุฎิหลังเดียว หลวงปู่่ได้พลังศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ร่วมกันสร้าง ซื้อที่ดิน ปัจจุบันมีกุฎิรอบวัด วิหารที่สวยงาม หอสวดมนต์อย่างดี หอระฆัง รวมถึงเมรุ ซึ่งใช้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรม จะต้องหารือกับคณะศิษยานุศิษย์ โดยวันที่ 27 ส.ค. จะเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำไปถึงเวลา 16.00 น. ก่อนจะมีพิธีน้ำหลวงสรงศพพระราชทาน

sakdath กระทู้เมื่อ 26-8-2012 20:53

ลือพระกรุนาดูนสมัยทวารวดีอายุ 1,200 ปีแตก
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 18:56 น.
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/151684.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151684/0.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151684/1.jpg[/img]
[img]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/151684/2.jpg[/img]
ลือ พระกรุนาดูนสมัยทวารวดีอายุ 1,200 แตก ชาวบ้านนับพันแห่ขุดกันคึกคัก

วันนี้( 26 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากมหาสารคามว่า มีกระแสข่าวการพบกรุพระนาดูนสมัยทวารวดีอายุกว่า 1,200 ปี บริเวณที่นาของ นางภา ป้อมยาหยับ   อยู่ในพื้นที่ ต.พระธาต  อ.นาดูน    ห่างจากถนนทางเข้า อ.นาดูน  ประมาณ 800 เมตร เมื่อเดินทางเข้าไปถึงพบว่ามีประชาชนจากทั่วสารทิศเกือบ 2 พันคน เดินทางมาด้วยรถจยย.และรถยนต์เข้ามาในพื้นที่ต่างพากันใช้จอบและเสียมที่เตรียมมาขุด โดยก่อนขุดได้มีการจุดธูปขอขมาเจ้าที่ด้วย จากนั้นจึงลงมือขุด พบแต่ละหลุม ลึกกว่า 3 เมตร   จากการตรวจนับ มีไม่ต่ำกว่า 30 หลุม

สอบถามชาวบ้านที่มาแสวงโชคต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาขุดหาพระกรุนาดูน เนื่องจากมีข่าวลือว่าเจ้าของที่นาใช้รถแบ็กโฮขุดได้พระกรุนาดูนไปจำนวนหนึ่ง เมื่อข่าวแพร่ออกไปทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาขุดหาพระกรุนาดูนกันกันคึก แต่ช่วงที่คนมากจะเป็นช่วงกลางคืนมีไม่ต่ำกว่า 5-6 พันคน  ส่วนคนที่ได้พระไปต่างอุบเงียบเพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยึดเพราะเป็นสมบัติของแผ่นดิน   บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.นาดูน  10 นาย มาคอยรักษาความสงบ และมีบรรดาพ่อ ค้า แม่ค้า นำอาหารรวมทั้งเครื่องดื่มมาคอยบริการนักแสวงโชคปรากฏว่าขายดีทุกอย่าง

นายมีชัย ธรรมนานอก อายุ 60 ปี ชาวบ้านที่มาขุดหาพระ เล่าว่า เป็นคนงานก่อสร้าง พอทราบว่ามีการขุดพระกรุนาดุนได้ ระหว่างจะเข้าไปขุด เกิดปวดปัสสาวะ ก็เลยแวะเข้าไปข้างลำห้วย สักพักมองเห็นเป็นก้อนเล็กมีดินหุ้มอยู่ ซึ่งเป็นรอยที่ชาวบ้านขุดไว้แล้ว ก็เลยไปเขี่ยดูปรากฏเป็นพระนาดูนตัดหรือพระแผง จึงเตรียมนำกลับไปบูชาไว้ที่บ้าน

ด้านนายไสว พิชัยปวา  อายุ 35 ปี  หลานเจ้าของที่นา กล่าวว่า เนื่องจากที่นาบริเวณใกล้เคียงมีการขุดพบพระกรุสมัยทวาราวดีหรือพระกรุนาดูน กันบ่อยครั้ง จึงไปให้พระอาจารย์ที่เคารพนั่งทางในดูและบอกว่าบริเวณที่นาผืนนี้มีพระกรุนาดูนฝังอยู่จำนวนมาก สองวันที่ผ่านมาจึงไปจ้างรถแบ็กโฮมาขุด ปรากฏว่าเมื่อขุดลงไปลึกประมาณเมตรเศษ พบพระกรุนาดูนจำนวนหนึ่ง เนื้อเป็นหินออกสีดำสภาพแตกหักเป็นพิมพ์นั่งเมือง พิมพ์ซุ้มโพธิ์ และเป็นพระแผง จึงเก็บไว้ในที่ปลอดภัย แต่เมื่อจะขุดต่อปรากฏว่าชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันเข้ามาขุดกันจำนวนมาก

ส่วนนายจำรูญ  วิเศษยิ่ง ประธานชมรมพระ จ.มหาสารคาม  กล่าวว่า มีข่าวลือการขุดพบพระกรูนาดูน หลายครั้ง ซึ่งวงการพระเรียกกรุใหม่ ส่วนกรุเก่าแตกเมื่อปี พ.ศ. 2522 เท่าที่เคยเห็นพระเนื้อพระจะไม่แกร่งเท่ากรุเก่า  แต่วงการพระเครื่องมหาสารคาม ไม่ค่อยเช่าหาพระกรุใหม่เพราะลูกค้าไม่ค่อยชอบ แต่พระกรุที่ขุดในครั้งนี้เป้นพระแท้แต่ไม่สมบูรณ์ แต่หากใครต้องการเช่าบูชาก็ควรพิจารณาให้ดีและปรึกษากับผู้รู้ก่อนเพราะพระกรุนาดูนมีราคาสูงพอสมควร

Praewki กระทู้เมื่อ 26-8-2012 21:14

(^/\^)

sakdath กระทู้เมื่อ 28-8-2012 13:36

[size=2]วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000]ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]พ.ต.ต.สมชัย โชติยะวัชชัย ศรัทธา"หลวงพ่อแดง"[/b][/color][/size]

[size=3][color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi][b]พระเครื่องคนดัง[/b][/font]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040][b][img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/08/13460811091346081123l.jpg[/img]
[/b]
[b]′พ.ต.ต.สมชัย โชติยะวัชชัย′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi] สารวัตรฝ่ายธุรการ สน.บางขุนนท์ กรุงเทพฯ ชื่นชอบสะสมพระเครื่อง มีพระเครื่องที่อาราธนาแขวนคอติดตัวเป็นประจำ คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม, ลูกแก้วหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และ เหรียญหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ทุกครั้งยามว่างเว้นจากหน้าที่การงานในราชการ มักจะใช้เวลาส่วนตัวด้วยการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับพระเครื่องวัตถุมงคล พร้อมทั้งนำกล้องมาส่องดูพระเครื่องด้วยความนิยมชมชอบ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]นอกจากนี้ ยังชอบเข้าวัดทำบุญ ให้ความสนใจในการชมพระเครื่องวัตถุมงคลภายในวัดนั้นๆ ด้วย[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องที่ได้มาจากคุณพ่อหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมอบให้ หลังจากเข้ามารับราชการเพื่อให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและให้ทำงานโดยตั้งอยู่ในความไม่ประมาท′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ด้วยมีประสบการณ์การทำงาน พ.ต.ต.สมชัย เคยดำรงตำแหน่งรอง สว.สืบสวน สน.พหลโยธิน ก่อนชีวิตข้าราชการตำรวจต้องระหกระเหินย้ายไปปฏิบัติหน้าที่หลายพื้นที่ จนล่าสุดได้ลงมาประจำการที่ สน.บางขุนนท์[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′ผมมีความนับถือ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เป็นพิเศษ ผมจึงได้ศึกษาประวัติท่าน หลวงพ่อแดง รตโน หรือ พระครูญาณวิลาศ วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี เป็นพระเกจิที่มีญาณสมาธิแก่กล้า เข้มขลังด้านวิทยาคม ท่านเกิดเมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย.2422 ที่บ้านสามเรือน หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 3 ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี′ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]พ.ต.ต.สมชัยบอกว่า พอได้ศึกษาประวัติของหลวงพ่อแดง เกิดความเลื่อมใสศรัทธา แต่สำหรับวัตถุมงคลของหลวงพ่อแดง ยังศึกษาไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้นเป็นเซียน ได้ศึกษาพอให้รู้เท่านั้น แต่เชื่อมั่นในเหรียญหลวงพ่อแดงทุกรุ่น มีพุทธ คุณที่ดี ผมจึงมีไว้ติดตัวเพื่อระลึกนึกถึง การแขวนพระเครื่องนั้น เชื่อว่าถ้าเรากระทำความดี ยึดถือธรรมะ ตั้งมั่นในศีลธรรม คุณพระก็จะคุ้มครอง′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ทั้งนี้ พ.ต.ต.สมชัย ยืนยันว่าเคยมีประสบการณ์เฉียดตายมาหลายครั้ง แต่รอดจากสภาวะอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นด้วยพุทธคุณแห่งวัตถุมงคลให้ความคุ้มครอง จนแคล้วคลาดได้อย่างปลอดภัย[/font]



[b]′ผมมีความเชื่ออยู่ที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผมเป็นตำรวจต้องปกป้องคนดี ขจัดคนไม่ดีจากสังคม การที่เรามีพระเครื่องไว้ติดตัว ถือว่าเป็นการเสริมสร้างพลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่′ พ.ต.ต.สมชัยกล่าว[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 29-8-2012 13:51

[size=2]วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000]ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]เซียน"พรทิพย์ ชุมแพ" เหรียญดูยาก-บล็อกมาก[/b][/color][/size]
[b][size=4][color=#000040][/color][/size][/b]
[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/08/13461660051346166017l.jpg[/img]

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/08/13461660051346166023l.jpg[/img]


[size=3][color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนพระหนุ่มใหญ่[/font][b]′ธีระพงษ์ ธัญวานิชญ์′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi] ที่ชาววงการพระรู้จักกันดี [/font][b]′พรทิพย์ ชุมแพ′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ปัจจุบันกรร[/font][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]มการตัดสินเหรียญพระคณาจารย์ทั่วไป ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนธีรพงษ์ กล่าวว่า เป็นกรรมการตัดสินพระโต๊ะ เหรียญพระคณาจารย์ทั่วไป ก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาคม ให้เข้ามาช่วยงานในตรงนี้ การที่เราจะมาเป็นกรรมการตัดสินพระได้ เราต้องมีความรู้ และต้องรู้จริง ถ้าเหรียญของเขาไม่ดีเก๊ เราก็ต้องบอกให้เขารู้ อธิบายให้เขาได้ว่าเก๊ยังไง แล้วแท้เป็นอย่างไร[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′สมัยก่อนผมศึกษาพระแทบทุกอย่าง ส่วนตัวมีความชื่นชอบประเภทเหรียญ เพราะว่าพระเหรียญจะมีเอกลักษณ์ของเขา พระเหรียญเวลาพกพาไปไหนก็สะดวก ถ้าเป็นพระกรุก็จะมีแต่องค์โตๆ ถ้าองค์เล็กๆ ก็แตกหักง่าย เสน่ห์ของพระเหรียญ คือเวลาที่เขาสร้าง บางทีก็เป็นรูปพระพุทธ ผมจะชอบพระพุทธมาก อย่างเหรียญหลวงพ่อโสธร เหรียญวัดพนัญเชิง เป็นต้น และพระเกจิอาจารย์ที่มาอธิษฐานจิต ก็จะเก่งกล้ากันจริง มีวิชาอาคมกันทั้งนั้น และผมเห็นว่าพระเหรียญเก็บง่าย รักษาง่าย พกพาสะดวก พุทธศิลป์สวย พุทธคุณดี นี่ก็เป็นที่มา ซึ่งทำให้ผมชอบพระเหรียญ′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนธีรพงษ์ กล่าวอีกว่า ตอนนั้นผมเรียนจบมัธยม 8 ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร ผมก็ออกมาทำงาน ทำอยู่หลายอาชีพ สุดท้ายก็มาทำงานกับพี่สาวที่หนองคาย ประจำอยู่ที่ด่านศุลกากร ทำการค้าขายกับประเทศลาว พอไปอยู่ที่นั้นสิ่งแรกที่เขาถามผม ถามว่าพี่ๆ มีพระหลวงพ่อใสไหม ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงอะไร แต่พอเขาถามขึ้นมาก็นึกได้ ตายแล้ว เราอยู่หนองคาย เราไม่มีหลวงพ่อพระใสแขวนก็จะเสียชื่อแน่ๆ หลังจากนั้นผมก็บอกเลยว่า ใครมีหลวงพ่อพระใส ผมรับเช่า จนผมมีหลวงพ่อพระใสแทบจะทุกรุ่น แล้วผมก็เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อใสมากเช่นกัน เพราะผมมีประสบ การณ์หลายต่อหลายครั้ง หลังจากนั้นผมก็เริ่มเก็บสะสม พระเกจิอาจารย์สายอีสานมาเรื่อย ทั้งที่นิยมและไม่นิยม ผมเก็บหมด ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อผาง หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่มั่น หลวงพ่อคูณ หลวงพ่อสุข วัดโพธิ์ทรายทอง และพระเกจิอาจารย์ดังอีกมากมาย คงเป็นเพราะผมทำงานอยู่ที่ด่าน จึงทำให้ผมพบปะผู้คนมากมาย ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน มีพระแท้ๆ ให้เห็น เป็นประจำเลย ทำให้เราพอมีความรู้ ทางด้านพระภาคอีสานอยู่บ้าง[/font]



[b]สำหรับการดูพระเก๊แท้นั้น อันดับแรกเลย เราต้องจำพิมพ์ให้ได้ก่อน ต้องเคยเห็นของแท้มาก่อน พระเหรียญจะไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนมากนัก แต่ต้องใช้ความจำมากหน่อย อย่างพระเหรียญยอดนิยม จะดูไม่ค่อยยาก แต่พวกเหรียญทั่วไปจะดูยาก เพราะว่าบล็อกมันเยอะ บางทีมีเป็น 10 บล็อก มีทั้งบล็อกหน้า บล็อกหลัง สลับกันไปสลับกันมา แต่ก็จะมีวิธีดูอยู่ คือ พิมพ์ ดูว่าพิมพ์ข้างหน้าเป็นยังไง หลังเป็นยังไง ต้องจำให้ได้ว่า เขาเรียบเรียงมายังไง อันไหนเป็นบล็อกแรก อันไหนเป็นบล็อกนิยม อันไหนเป็นบล็อกธรรมดา โค้ดตอกตรงไหน บล็อกไหนใช้โค้ดอะไรและตอกตรงไหน สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความจำ [/b]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]สำหรับการทำของปลอมปัจจุบัน เขาจะถอดพิมพ์เอาเลย ซึ่งมันจะใกล้เคียงกับของจริงมาก แต่ก็จะมีวิธีแยกแยะอีกเช่นกัน คือพระถอดพิมพ์ก็จะมีขนาดที่เล็กกว่าของเดิมเล็กน้อย เนื้อหาของโลหะก็จะแตกต่าง แต่ถ้าเขานำโลหะเก่ามาผสม ก็ต้องดูองค์ประกอบอื่นๆ อีก อย่างเช่นโค้ด ตำหนิ และขอบตัด หรือรอยของตัวตัด และถ้าเมื่อไหร่เขาทำเนื้อโลหะได้ทำขอบตัดได้ ก็ไม่ต้องเล่นหากันแล้ว คือพูดง่ายๆ ว่าไม่รู้อะไรเก๊อะไรแท้ แต่พวกนี้มันทำยังไงก็แล้วแต่ จะพยายามทำของปลอมออกมาให้ดียังไง [/font]



[b]สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะคอยขัดขวางคนพวกนั้นอยู่ไม่ให้ทำสำเร็จ[/b] [/color][/size]

พอแล้ว กระทู้เมื่อ 30-8-2012 23:14

กราบมนัสการหลวงปู่เจ้าคะ

พอแล้ว กระทู้เมื่อ 31-8-2012 12:03

[b]ตอบกลับ [url=http://www.yantip.com/redirect.php?goto=findpost&pid=949327&ptid=12744]1306#[/url] [i]sakdath[/i] [/b]

sakdath กระทู้เมื่อ 1-9-2012 10:18

หลวงพ่อทวด รุ่นกฐิน 55 วัดพลานุภาพ มวลสารศักดิ์สิทธิ์ พ่อท่านพรหมเสกขลัง - เหนือลิขิตประกาศิตฟ้าดิน
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/152627.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152627/0.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152627/1.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152627/2.jpg[/img]


พ่อท่านพรหม ธัมมธิโร วัดพลานุภาพ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังอายุเกือบ ๑๐๐ ปี วันนี้ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ในฐานะเป็นภิกษุผู้หาญกล้า เชี่ยวชาญวิชาอาคมเข้มขลัง ได้รับความเคารพนับถือจากศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก วัตถุมงคลทุกรุ่น เครื่องรางของขลังทุกชิ้นที่ผ่านการอธิษฐานจิตจากท่าน ล้วนได้รับการเล่าขานถึงปาฏิหาริย์และประสบการณ์อันเหลือเชื่อมากมายเหลือคณานับจนถึงขั้นมีคำกล่าวเล่าลือเป็นที่คุ้นหูว่า สุดยอดของดีของขลังพ่อท่านพรหม หากใครบูชาหรือพกติดตัวไม่ต้องกลัวตายโหง คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ปลอดภัย ทุกหนแห่งที่ย่างกรายเข้าไป ไม่หวั่นแม้ภยันตรายหนักหนาสาหัสสักเพียงใดเลยทีเดียว วัตถุมงคลทุกรุ่นจึงได้รับความนิยมจากผู้ศรัทธาเสาะหากันจ้าละหวั่น ไม่ว่าจะจัดสร้างกี่รุ่น เพียงไม่นานก็จะหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับวันจะหาพระเกจิคณาจารย์ที่ได้รับการนับถืออย่างมากมายเช่นนี้ยากเย็นยิ่งนัก
พ่อท่านพรหม เป็นคนท้องถิ่นโดยกำเนิด เติบใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และใกล้เคียงมาตลอด ไม่เคยหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ร้ายแรงแต่อย่างใด ท่านเคยเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านสร้างความเจริญรุ่งเรืองและพัฒนาท้องถิ่นมายาวนาน เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทยพุทธและมุสลิม แต่แล้ววันหนึ่งท่านเกิดเบื่อหน่ายทางโลกตัดสินใจอุปสมบทเมื่อวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๓๐ ถวายตัวเป็นพุทธบุตรแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับจากนั้นเป็นต้นมา
ภายหลังเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ พ่อท่านพรหม ประพฤติตนด้วยดี เคร่งครัดในศีลและวัตรปฏิบัติ มักน้อย ถือสันโดษ ไม่ค่อยโอ้อวดคุณวิเศษใด ๆ แต่ลูกศิษย์ลูกหาทุกคนล้วนรู้ดี ที่สำคัญท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก ใครไปหาไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง ไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ นั่งสนทนาธรรมและสั่งสอนอบรมให้เป็นคนดีเท่าเทียมกันอย่างเสมอภาค ใครไปหาท่านล้วนซาบซึ้งและยิ่งเพิ่มพูนศรัทธามากขึ้นทุกวัน
ท่านยังเป็นสหายที่สนิทสนมกันมากกับ พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ พระเกจิอีกรูปหนึ่งที่โด่งดังมากในสายใต้ ท่านนั้นเล่าเรียนสรรพวิชามากมายหลายแขนง ทั้งคาถาอาคม ไสยเวท วิชาโหราศาสตร์ และทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ก็ยอดเยี่ยมและเข้มขลังไม่เป็นรองใคร ทำให้ทุกวันนี้มีผู้ศรัทธาและญาติโยมเดินทางมาหาท่าน เพื่อให้ท่านช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยและสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะข้าราชการ ทหาร ตำรวจและอาสาสมัคร ล้วนศรัทธาพ่อท่านพรหมมาก แต่ละวันหลั่งไหลมาขอของดีไม่ขาดสาย เพราะเชื่อมั่นในพุทธคุณและความศักดิ์สิทธิ์ ส่วนใหญ่แล้วล้วนผ่านประสบการณ์มาแทบทั้งสิ้น

sakdath กระทู้เมื่อ 1-9-2012 10:19

ว่ากันว่า เคยมีนายทหารและข้าราชการคล้องวัตถุมงคลของท่านออกปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบกับเหตุร้าย กลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดและซุ่มยิงหมายสังหาร น่าแปลกกลับรอดชีวิตมาได้อย่างเหลือเชื่อและน่าอัศจรรย์มาก บางรายสะเก็ดระเบิดและลูกปืนไม่ระคายผิวอย่างน่าพิศวง ทั้งหมดนั่นเป็นตำนานการเล่าขานเกี่ยวกับพ่อท่านพรหม รวมทั้งเรื่องเล่าลือว่า หากใครคล้องของดีท่านแล้ว “แมลงวันไม่มีทางได้กินเลือด” ประมาณนั้นเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลก็ตาม แต่ก็มีส่วนสำคัญมาก ที่ทำให้ชื่อเสียงของพ่อท่านพรหมดังกระหึ่มไปทั่วสารทิศอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย ทุกวันนี้บารมีของท่านมีมากมายเหลือคณานับ เห็นได้จากการพัฒนาและทำนุบำรุงวัดพลานุภาพ แต่เดิมวัดค่อนข้างเงียบเหงาและมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่น้อย พอพ่อท่านพรหมมาพำนักเพียงไม่นาน ญาติโยมรวมพลังศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์และทำบุญมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีการขยับขยายปลูกสร้างถาวรวัตถุ เทพื้นคอนกรีต สร้างศาลาการเปรียญและสร้างพระอุโบสถมหาอุดจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ในโอกาสดีปีมหามงคล ตรงกับปีมะโรง พ.ศ. ๒๕๕๕ ศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการวัดพลานุภาพ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นอีก ๑ รุ่น คือ หลวงปู่ทวดหรือหลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ รุ่นกฐิน ๕๕ โดยกำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษกในวัน ๙ เดือน ๙ หรือตรงกับวันที่ ๙ ก.ย. ๒๕๕๕ ณ พระอุโบสถมหาอุดของวัดพลานุภาพ ในครั้งนี้ พ่อท่านพรหมเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงปู่ทวดมาประทานพร ซึ่งพ่อท่านพรหมมุ่งมั่นให้พระทุกองค์ วัตถุมงคลทุกชิ้น อุดมไปด้วยพลังแห่งพุทธานุภาพ เพื่อคุ้มครองปกป้องผู้ที่เช่าบูชาติดตัวให้ปลอดภัย แคล้วคลาด และเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ สิ่งที่ปรารถนาวัตถุมงคลรุ่นกฐิน ๕๕ นี้ แบ่งออกเป็น หลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง หลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน หลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองแดงกะไหล่นาก และหลวงพ่อทวดหลังหนังสือใหญ่ เนื้อทองเหลืองรมดำโบราณ โดยผู้จัดสร้างได้นำพระหลวงพ่อทวดหรือหลวงปู่ทวดหลังเตารีดรุ่นตัวหนังสือใหญ่ พ.ศ.๒๕๐๕ เป็นต้นแบบ ทำให้รุ่นกฐิน ๕๕ สวยงดงามด้วยพุทธศิลป์และทุกองค์ใช้โลหะมวลสารศักดิ์สิทธิ์และแผ่นชนวนจารอักขระสุดเข้มขลัง ผู้หญิงก็คล้องได้ ผู้ชายก็คล้องดี เด็ก ๆ บูชาก็น่ารัก ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปนัก ในเมื่อหลวงปู่ทวดรุ่น ๒๕๐๕ มูลค่าแพงลิบลิ่ว รุ่นนี้สามารถใช้แทนกันได้อย่างสนิทใจ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วัดพลานุภาพ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โทร. ๐๘-๙๔๖๖-๓๙๘๗, ๐๘-๑๗๕๓-๘๑๖๗, ๐๘-๑๘๘๙-๖๗๗๗.
อาราธนานัง

sakdath กระทู้เมื่อ 1-9-2012 13:32

พระปิดตาสะดือเล็กหลังแบบ หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า ชลบุรี - ปกิณกะ พระดีพระเด่น
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/152630.jpg[/img]

[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152630/0.jpg[/img]

อดีตพระเกจิคณาจารย์โด่งดังในภาคตะวันออกมีมากมาย นอกเหนือจาก หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส แล้ว อีกรูปหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลย นั่นคือ พระวรพรตปัญญาจารย์ (หลวงปู่เฮี้ยง) วัดอรัญญิกาวาส หรือ วัดป่า จ.ชลบุรี พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและอาคมเข้มขลังไม่ด้อยไปกว่าเกจิอื่นใดพระปิดตาพิมพ์สะดือเล็กหลังแบบ รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๕ พิมพ์งดงาม โดดเด่นพุทธคุณ รุ่นนี้ คุณบุญนาค การุณยวนิช คหบดีใจบุญของชลบุรี ได้นำพระปิดตาหลวงพ่อแก้วพิมพ์กลางหลังแบบที่บูชาติดตัวเป็นต้นแบบให้ช่างแกะเป็นแม่พิมพ์พร้อมมอบผงแท่ง ผงพุทธคุณ และผงวิเศษของหลวงพ่อแก้ว ให้แก่หลวงปู่เฮี้ยง เพื่อสร้างพระเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย
หลวงปู่เฮี้ยง ได้นำผงวิเศษของคุณบุญนาค และผงพุทธคุณของเกจิอื่น ๆ ที่ท่านเก็บรวบรวมเอาไว้มอบให้ พระใบฎีกาแฟ้ม อภิรโต อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๔ ของวัดป่า ทำการบดคลุกเคล้าสร้างพระปิดตาหลังแบบหรือในท้องถิ่นจะเรียกกันว่า “หลังพระ” จนสำเร็จตามวัตถุประสงค์พระปิดตารุ่นนี้มีข้อมูลว่า ๑๙ องค์แรก ทำจากเนื้อผงพุทธคุณล้วน ๆ ของหลวงพ่อแก้ว มีการปิดทองคำเปลวทั่วองค์ ที่เหลือจะเป็นพระปิดตาผสมผงวิเศษหลวงพ่อแก้วและผงของเกจิท่านอื่น ๆ ก่อนนำไปคลุกรัก ทั้ง ๒ ชนิดนี้ พุทธคุณไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สามารถบูชาแทนพระหลวงพ่อแก้วได้สนิทใจ สุดยอดเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ บันดาลโชคลาภ และเกื้อหนุนให้เจริญรุ่งเรืองทุก ๆ ด้าน
พระปิดตารุ่นนี้สร้างรวมทั้งสิ้น ๕๐๐ องค์ ทำพิธีพุทธาภิเษกครั้งแรกในพระอุโบสถวัดอรัญญิกาวาส หรือวัดป่า พ.ศ. ๒๔๙๕ จากนั้นหลวงปู่เฮี้ยง นำติดตัวไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนแจกให้ญาติโยมที่ทำบุญเป็นที่ระลึก และคุณบุญนาคได้ขอพระรุ่นนี้จำนวนหนึ่งไปแจกผู้ใกล้ชิด ปัจจุบันสภาพสวย ๆ หายาก ค่านิยมเกินกว่าเลข ๖ หลัก ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก พ.ต.ท.พรชัย อมรสวัสดิ์ศิริ หรือ ป้อม ชลบุรี.

[color=plum]ศิวะมนตรา[/color]

sakdath กระทู้เมื่อ 1-9-2012 23:02

[p=30, 2, center][attach]169687[/attach][/p][p=30, 2, center][color=#000000][b]ท้าวหิรัญพนาสูร[/b][/color][/p][p=30, 2, center](ที่มา [url=http://sites.google.com/site/5103853rs/arc-213/assignment][color=#0000bb]http://sites.google.com/site/5103853rs/arc-213/assignment[/color][/url])[/p]

            [b]เมื่อพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยุ่หัวรัชกาล ที่6 ครั้งยังทรงพระเยาว์[/b] ได้เสด็จออกมนฑลพายัพ คืนหนึ่งในขณะที่ทรงประทับอยุ่กลางป่า ทรงพระสุบินว่า มีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่โต มาเข้าฝันและกราบบังคมทูลว่า
           [b][color=#0000ff]"ข้าพเจ้าเป็นอสูรชาวป่าวชื่อว่า ฮู ยึดมั่นอยู่ในสัมมาปฎิบัติ มีความลื่สมใสในพระองค์ จะขอติดตามคอยรับใช้เพื่อพิทักษ์เบื้องพระยุคลบาทมิให้ภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงทั้งหลายมากล้ำกลายพระองค์"[/color][/b]
          เมื่อทรงตื่นจากบรรทมจึงโปรดให้จุดธูปเทียนบูชา พร้อมเครื่องสังเวยบอกกล่าว และหลังจากนั้นทุกวัน เมื่อทรงเสวยพระองค์ก็จะทรงแบ่งพระกระยาหาร เซ่นอสูรผู้นั้นเสมอ และยังมีคนเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ คอยอยู่ใกล้ ๆ ที่ประทับประจำ
          เมื่อทรงเสด็จกลับพระนครพระองค์จึงโปรดให้ [b][color=#0000ff]พระยาอนุศาสตร จิตร[/color][/b] เขียนรูปอสูรให้ตามที่รพะองค์ทรงพระสุบิน จนกระทั้ง พระองค์ครองราชในปี พ.ศ. 2465 ทรงพระราชทานนามให้อสูรตนนั้นว่า [color=#ff0000][b]"ท้าวหิรัญอสูร"[/b][/color] แต่คนทั่วไปเรียกว่า [b][color=#ff0000]"ท้าวหิรัญ ฮู" หรือ ท้าวหิรัญพนาสูร
[/color][/b]
          [b]ปัจจุบันศาลของท้าวหิรัญอสูรตั้งอยุ่ที่ด้านหลังของโรงพยาบาล พระมงกุฎฯ พญาไท  เป็นที่เคารพบูชาของบุคลทั่วไป[/b]
[b][url=http://www.gotoknow.org/blogs/posts/92443]http://www.gotoknow.org/blogs/posts/92443[/url][/b]

sakdath กระทู้เมื่อ 2-9-2012 11:25

นินทร์พันธุ์ทิพย์ - ชนินทร์ สุขแก้ว หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ หนึ่งในดวงใจ - เปิดคัมภีร์ คนรัก
พระวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/152632.jpg[/img]

[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152632/0.jpg[/img]

[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152632/1.jpg[/img]

ในแวดวงนักนิยมพระเครื่องสายใต้ ชื่อเสียงของ ชนินทร์ สุขแก้ว หรือ นินทร์พันธุ์ทิพย์ เจ้าของศูนย์พระเครื่องธีระนันท์ ชั้น ๕ ห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า ไม่เป็นรองใครเช่นกัน อาศัยขยันหมั่นศึกษาจนก้าวหน้าขึ้นชั้น “เซียน” มีอันดับในปัจจุบัน
ชนินทร์ เกิดที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ไปเรียนด้านการเกษตรจนจบที่ จ.พัทลุง ตัดสินใจบากหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ยึดอาชีพเป็นช่างอัดกรอบพระแถวตลาดพญาไม้ เพราะหางานทำไม่ได้ บังเอิญพรรคพวกจะเซ้งร้าน ๓,๐๐๐ บาท จึงให้เพื่อนนำพระเครื่องหลวงพ่อปาน พิมพ์ขี่ไก่หางสามเส้นที่แขวนคอไปขายให้ สมัยนั้นเช่าบูชาแค่พันกว่าบาท สุดท้ายเงินไม่พอไปขอยืมเงินพี่ชายมาเติมจนครบ ก็เซ้งร้านเริ่มทำงานทันที
“ผมได้ร้านแล้วก็ลองทำดู เพราะชอบพระเครื่องอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ได้รับการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ เพราะแถวบ้านผมในสมัยนั้น พวกคอมมิวนิสต์เยอะมาก เคยมีคนถูกยิง ถูกแทงแต่ไม่เป็นอะไร ผมเคยไปเที่ยวงานวัด เห็นคนวิวาทกันขนาดโดนปืนยิงตั้งหลายนัด แต่ยิงไม่ออกก็มี สิ่งเหล่านี้มันฝังใจผมมาโดยตลอด ผมเชื่อมั่นในพุทธคุณของพระเครื่องว่าช่วยเราได้จริง ถ้าเราคิดดีทำดี”
“พอยึดอาชีพเลี่ยมพระได้สักระยะหนึ่งก็ย้ายร้านไปอยู่ที่ห้างพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ ตอนนั้นยังไม่ได้เล่นพระจริงจังมากนัก เพราะยังไม่มีทุน สมัยนั้นเหรียญหลวงปู่ทวดสวย ๆ เล่นหากันแค่องค์ละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท เลี่ยมพระอัดกรอบพระอยู่ประมาณครึ่งปี ก็มารู้จักเฮีย
เกี๊ยก ทวีทรัพย์ แรก ๆ ช่วยถือพระของเฮียไปขาย พอได้กำไรก็เอาไปเช่าพระที่ชื่นชอบเก็บไว้ ภายหลังมีเงินเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เช่าพระจากคนที่เชื่อถือได้ แล้วนำไปให้เช่าอีกทอดหนึ่ง ลูกค้าของผมในสมัยนั้นมีเยอะพอสมควร เท่าที่จำได้ก็มี พี่สม ป่าตอง และคุณประเสริฐ เรืองสุรัตน์ สองคนนี้เป็นขาประจำเลย”
“ย่างเข้าปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ผมเข้าวงการเต็มตัว เพราะศึกษาด้วยตัวเองจนชำนาญ โดยเฉพาะพระเครื่องพระสายใต้ ประเภท หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ หลวงปู่เขียว วัดหลงบน และพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน กล้าซื้อกล้าขายมากขึ้น กว่าผมจะเก่งเรื่องดูพระลำบากมาก ไม่มีใครคอยชี้แนะ อาศัยขยันและอดทนศึกษาด้วยตัวเอง กว่าจะถึงวันนี้เคยเช่าพระปลอมมาเยอะ ถือว่าผิดเป็นครู คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ” ชนินทร์ เปิดใจยาวเหยียด
จากนั้นเล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งผมถูกเชิญไปเป็นกรรมการตัดสินพระหลวงปู่ทวดที่ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างขับรถกลับบ้านที่ปากพนัง ผ่านพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ฝนตกหนักมาก รถเกิดเสียหลักตกข้างทาง ลึกกว่า ๓ เมตร เต็มไปด้วยป่าปาล์ม นานหลายชั่วโมงกว่าจะยกรถขึ้นบนถนนได้ พอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็ขับรถกลับบ้านที่ปากพนัง ทุกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไรเลย แปลกมาก วันนั้นผมไปกันทั้งครอบครัว มีลูก ๆ ๒ คนและภรรยา ผมแขวนหลวงปู่ทวด หลังเตารีดใหญ่ พิมพ์เอ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่เหลือทุกคนแขวนเหรียญเม็ดแตงหลวงพ่อทวด ทำให้เชื่อมั่นในพุทธคุณว่าท่านช่วยปกป้องผมและครอบครัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้พระในดวงใจวันนี้ก็คือ หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ วันนี้ขอโชว์แค่ ๒ องค์ เป็นพิมพ์เตารีดใหญ่เอและเหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ เนื้อทองแดง ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ สภาพสวยมาก.
มหายันต์ 108

sakdath กระทู้เมื่อ 2-9-2012 11:30

ส่องพระยอดนิยม วันที่ 2 กันยายน 2555
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/152801.jpg[/img]
[img=550,328]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152801/0.jpg[/img]
[img=550,317]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152801/1.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152801/2.jpg[/img]
[img=550,195]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152801/3.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152801/4.jpg[/img]
[img=550,340]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/152801/5.jpg[/img]

ส่องพระยอดนิยม วันอาทิตย์ที่ ๒ ก.ย. สัปดาห์นี้ว่างเว้นงานประกวด นักนิยมพระก็พอมีเวลาไปเดินเสาะหา “พระสวย” ในดวงใจเก็บเข้ารังกัน ทำให้ตลาดพระพันธุ์ทิพย์พลาซ่างามวงศ์วาน มณเฑียรพลาซ่า ท่าพระจันทร์และโลตัสปิ่นเกล้าค่อนข้างคึกคักในวันหยุด สัปดาห์หน้าอย่าพลาด มหกรรมประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ จัดโดยคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.๓๒) ที่ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต บอกได้คำเดียวว่า มโหฬาร มีรายการพระกว่า ๒,๐๐๐ รายการ ให้เลือกประชันจุใจ ทั้งพระบูชา เทวรูป พระเนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อผง พระเบญจภาคีและพระคณาจารย์ยอดนิยม ทุกประเภทค่าส่ง ๓๐๐ บาทต่อ ๑ องค์ รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมรับถ้วยเกียรติยศนายกรัฐมนตรีพร้อมรถจักรยานยนต์ รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการรับหนังสือ ๔ พระเกจิ “จาด จง คง อี๋” ผลงานคุณภาพจากทีมงานท่าพระจันทร์เป็นที่ระลึก มาที่ความเคลื่อนไหวของพระแท้พระสวย ๆ วันนี้รับนิมนต์มากันเยอะ ประเดิมที่สุดยอดพระยอดนิยม สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม สภาพสวยสมบูรณ์ พิมพ์ทรงคมชัดทุกมุมมอง เนื้อหาจัดจ้าน มีร่องรอยลงรักปิดทองเก่ารักษาเนื้อพระเอาไว้แต่เดิม พอลอกออกเผยผิวพรรณวรรณะขาวนวลสะดุดตาสมราคาพระหลักล้าน ด้านหลังปริรานตามธรรมชาติ เสริมเสน่ห์ดูง่ายสบายตา เจ้าของคือ เสี่ยพิศาล เตชะวิภาค หรือ ป๋าต้อย เมืองนนท์ เจ้ากรมสมเด็จ ส่งมาโชว์ให้ชมกันเป็นบุญตา ถัดมาเป็นพระปิดตายอดนิยมของหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ว่ากันว่าหลวงปู่เริ่มสร้างพระปิดตาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ พิธีกรรมเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก ท่านระเบิดน้ำลงไปนั่งจารอักขระเลขยันต์กำกับไว้ทุกองค์ ซึ่งพระเกจิน้อยรูปนักที่จะแสดงอภินิหารได้เช่นนี้ ทำให้พระปิดตาของท่านพุทธคุณเด่นดังแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และมหาอุตม์หยุดลูกปืน ลือลั่นไปทั่วสารทิศ มีด้วยกันหลายพิมพ์ องค์นี้พิมพ์หูกระต่าย ดีกรีแชมป์รางวัลที่ ๑ งานโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน สุดหวงของ สุนทร บุญยะทวีวัฒน์ หรือ อ๊อดขาว นครปฐม ยอดเกจิดังเพชรบุรี พระครูญาณวิลาศ หรือหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ สร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น ล้วนได้รับความนิยม ประสบการณ์สูงมาก

sakdath กระทู้เมื่อ 2-9-2012 11:32

เหรียญนี้เรียกว่ารุ่นแจกผ้าป่า พ.ศ. ๒๕๑๖ เนื้อทองคำ ถอดแบบมาจากรุ่นแรก สวยและสร้างน้อย ใครมีไว้ครอบครองต่างหวงแหนกันมาก ไพฑูรย์ ประเสริฐทรัพย์ หรือ เสี่ยเขียด ทองคำ ส่งมาโชว์แถมกระซิบหายากจริง ๆ ในชีวิตผ่านตาไม่เกิน ๓ เหรียญ พระพุทธนฤมิตรโชค หรือหลาย ๆ ท่านจะเรียกขานว่า พระพุทธประทานพร ของพระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ได้รับการกล่าวขาน ใครบูชาติดตัวล้วนโชคดีมีชัย เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา จึงเป็นที่แสวงหาของผู้ศรัทธา พระรุ่นนี้หลวงพ่อรวบรวมมวลสารและแร่ต่าง ๆ ๑๖ ชนิด มาบดและคลุกเคล้ากัน พิมพ์เป็นพระแจกในงานทำบุญ พ.ศ. ๒๕๑๑ ถือว่าเป็นรุ่นแรก มีทั้งพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ ปัจจุบันได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งความภูมิใจของ ดาบตำรวจวิรัตน์ บางยี่ขัน คนสีกากีหัวใจรักพระ แรงไม่หยุด หลวงพ่อชื้น อริยะธัมโม วัดปฐมเทศนาอรัญวาสี (เขาพลอง) จ.ชัยนาท ฉายาเทพเจ้าแห่งเขาพลอง ศิษย์สายตรงหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา พระอภิญญากสิณไฟและเป็นอาจารย์สอนกรรม ฐาน หลวงพ่อบุญเกิด วัดเขาดิน ภายหลังประวัติและเกียรติคุณได้รับการเผยแพร่ ตอน นี้เหรียญอาร์มรุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๑๔ ฮิตติดลมบนไปแล้ว ผู้ศรัทธา หากันวุ่น เพราะมีแค่ ๕๐๐ เหรียญ มีเนื้อทองแดงกะไหล่ทองและผิวไฟ สวย ๆ ยิ่งหายาก ณรัฐ สุวรรณกิจ หรือ อาร์ต คลองสาม เขยรัก สมาน คลองสาม มีเหมือนกัน ส่งมาอวด ๑ เหรียญ ผิวไฟแดงแปร๊ดแสบตา งามขั้นเทพ อยากศึกษาองค์จริงแวะไปได้ที่ชั้น ๓ พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ล้ำค่าและหายากมาก ผ้ารอยเท้า หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ อริยสงฆ์แห่งวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม สร้างน้อยและแจกเฉพาะศิษย์ใกล้ชิดไม่กี่คน เชษฐ์ มหาชัยมงคล โชคดีได้มาครบทั้ง “รอยมือ-รอยเท้า” ส่งมาให้ชม ยืนยันขอเก็บเอาไว้เป็นสมบัติให้ลูกหลาน สังคมส่องพระ...ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดสร้าง พระพุทธชยันตี (ปางสมาธิ) ให้เช่าบูชาในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในเทศกาลวิสาขบูชา ๒๕๕๕ และฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จัดพิธีพุทธาภิเษกแผ่นทอง แผ่นเงิน แผ่นนาก และชนวนมวลสารในวันเสาร์ที่ ๕ เดือน ๕ ปี ๕๕ ณ วิหารพุทธมณฑล จ.นครปฐม และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประกอบพิธีเททองณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ ๒๖ พ.ค. ๒๕๕๕ รายได้ทั้งหมดใช้ในกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา สนใจโทร. ๐-๒๔๓๓-๖๙๙๖ หรือสอบถามที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา เชิญร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมรูปหล่อพระร่วงเจ้าขึ้นประดิษฐานในพุทธอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ที่วัดสังฆาราม (หลวงพ่อจง) ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ พระโสภณธรรมวงศ์ วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม โทร. ๐๘-๖๘๓๔-๒๘๓๕ วัดเสลา ต.ชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ขอเชิญร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพไถ่ชีวิตโค-กระบือประจำปี ๒๕๕๕ ถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ พระอธิการสลาม เตชฺพโล โทร. ๐๘-๓๙๖๒-๑๔๙๒ เชิญสั่งจองเหรียญที่ระลึก “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ เป็นครั้งแรกที่อัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ลายเส้นบนเหรียญ โดย ม.ล.จิราธร จิรประวัติ สอบถามที่ ๐-๒๗๑๑-๗๖๐๐ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หรือ [url]www.mint.fi/thaiking[/url] หรือ [url]www.AmuletAt7.com...[/url]
หมู มหาเวทย์

sakdath กระทู้เมื่อ 2-9-2012 12:34

[font=Tahoma]วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7948 ข่าวสดรายวัน

[/font][color=#000000]
[b][font=Tahoma]เหรียญมหาลาภ ครูบาบุญทา ยติกโร[/font][/b][/color]

[font=Tahoma][color=#000000]คอลัมน์ หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ
[/color]

[/font][table=360]
[tr][td][font=Tahoma][img=360,360]http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=news-photo/khaosod/2012/09/bud05020955p1.jpg&width=360&height=360[/img]
[color=#000000][/color][/font][/td][/tr]
[/table]พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "ครูบาบุญทา ยติกโร" เจ้าอาวาสวัดเจดีย์สามยอด อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เชี่ยวชาญวิทยาคมได้รับการยกย่องในล้านนา



วัตถุมงคลประเภทพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก



บุคลิกที่โดดเด่นของครูบาบุญทา ในขณะอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลและเครื่องมงคลในสายล้านนาก็คือ มักจะนำเหรียญวัตถุมงคล ตั้งชูไว้ในมือและหันเหรียญไปรอบทิศหลายช่วงเวลาตลอดพิธี ซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่ศิษย์ที่รับใช้ใกล้ชิด แม้ท่านบริกรรมพระคาถาปลุกเสกวัตถุมงคลอื่นใดที่ผู้มีจิตศรัทธานำมากราบขอบารมีท่าน เพียงแค่อึดใจศิษย์หลายคนต่างมั่นใจวัตถุมงคลนั้นๆ แล้ว



หลังจากเสร็จพิธีท่านอธิบายอย่างย่อให้ศิษย์ฟังว่า "เพื่อรับพลังพุทธานุภาพ พรหมานุภาพ และเทวานุภาพ และโพธิสัตว์บารมีจากครูบาอาจารย์ที่ท่านเชิญมาร่วมพิธี ซึ่งอยู่รายล้อมรอบทิศทั่วบริเวณวัด"



สำหรับวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงของครูบาบุญทา คือ เหรียญรุ่นแรก วัวแดง ยันต์หนีบ และตะกรุดปัญญาไว ซึ่งมีพุทธคุณที่เชื่อว่าจะทำให้เรียนหนังสือได้เก่ง ดังนั้น คณะศิษย์ที่มีความเลื่อมใสครูบาบุญทา มักจะนำไปมอบให้เด็กนักเรียนไว้ติดตัวเป็นสิริมงคล



ทั้งนี้ ครูบาบุญทาอนุญาตอย่างเป็นทางการให้มูลนิธิพระอภิญญาจารย์ จัดสร้าง ด้วยวัตถุประสงค์เป็นอาจาริยบูชา ถวายวัดเจดีย์สามยอด นำออกให้บูชาสมทบทุนหารายได้สร้างเสนาสนะภายในวัด อีกทั้งมอบตอบแทนแก่ ผู้ร่วมบริจาคทรัพย์สมทบทุนมูลนิธิ ที่รับอุปถัมภ์มูลนิธิดังกล่าว



วัตถุมงคลที่กำลังเป็นที่นิยมของนักนิยมพระขลังทั่วประเทศ ไล่เรียงตั้งแต่เหรียญรุ่นแรก รูปไข่ ครึ่งองค์ หลังยันต์แก้วมณีโชติ ที่สร้างเพียง 3 เนื้อ คือ เนื้อเงิน, เนื้อสัตโลหะ และเนื้อทองแดง เหตุที่ได้รับความนิยม เพราะ ครูบา ท่านปลุกเสกเหรียญด้วยพิธีเปิดโลก ตามแบบของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก เมื่อวันเสาร์ ที่ 5 เดือน 5 ปี 55 (วันฉัตรมงคล)



ส่วนเหรียญวัดสร้าง อีกรุ่น ชื่อ "มหาลาภ" เป็นเหรียญทรงกลม รูปครูบาบุญทาครึ่งองค์ ช่างแกะแม่พิมพ์ได้เหมือนครูบาป่าซางเป็นที่สุด จัดพิธีปลุกเสกเมื่อวันพฤหัสที่ 26 ก.ค.2555 โดยครูบาบุญทาปลุกเสกเหรียญด้วยพิธีเปิดโลกอีกเช่นเคย



การปลุกเสกแบบเปิดโลก เป็นการอธิษฐานพลังงานชั้นสูงให้ประสานกันหมด มาจากพุทธประวัติ ตอนพระพุทธเจ้าเปิดโลก หลังจากเสด็จโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พิธีอย่างนี้เคยมีครั้งหนึ่งตอนที่ "หลวงปู่ดู่" วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา ปลุกเสกเหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นเปิดโลก โดยอัญเชิญบารมีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์, พระปัจเจกพุทธ, พระอรหันต์, พระโพธิสัตว์ และบารมีชั้นสูง ทุกรูปทุกนาม ประมวลกันเป็นพลังงานประจุในพระเครื่อง



นี่จึงทำให้วัตถุมงคลของ "ครูบาบุญทา" มีพลังงานสูง เมื่อบูชาแล้วเป็นการเปิดโอกาส เปิดความเจริญก้าวหน้า เปิดสิ่งดีๆ ให้เข้ามาในชีวิตอย่างมากมาย เปิดยศถาบรรดาศักดิ์ เปิดทรัพย์สินเงินทองเข้ามา



"เหรียญมหาลาภ" มีพุทธคุณในด้านเร่งลาภ เร่งผล เร่งโชค โภคทรัพย์ทั้งปวง ทำมาหากินคล่อง ทำมาหากินขึ้น หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทองไปทุกอย่าง ข้าวเต็มล้นฉาง น้ำล้นคลอง เงินทองเต็มล้นบ้าน ซื้อง่ายขายคล่อง จึงร่ำรวยเร็ว เป็นเศรษฐีไว จัดสร้าง 2 เนื้อ คือ เนื้อเงิน จำนวน 488 เหรียญ มีโค้ด และหมายเลขกำกับทุกเหรียญ และเนื้อทองแดง สร้างจำนวน 5,000 เหรียญ



นอกจากนี้ ยังมีเหรียญเนื้อทองแดง แจกกรรมการโดยพอกครั่งมดดำ และฝังพลอยเสกไว้ด้านหลังอีก 1,000 เหรียญด้วย



สนใจร่วมบุญบูชาได้ที่วัดเจดีย์สามยอด อ.ป่าซาง จ.ลำพูน และศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วไป

sakdath กระทู้เมื่อ 3-9-2012 21:04

[flash]http://www.youtube.com/v/1n6_2JEDzQI[/flash]

sakdath กระทู้เมื่อ 6-9-2012 12:48

[size=2]วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000]ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]เซียนปิยะ นาคทรัพย์ รู้จริงวัตถุมงคลหลวงปู่เผือก[/b][/color][/size]
[b][size=4][color=#000040][/color][/size][/b]

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13468584921346858504l.jpg[/img]

[size=3][color=#000040][b]′ปิยะ นาคทรัพย์′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]หรือ [/font][b]′เซียนปิยะ′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เป็นบุคคลที่คนในวงการพระเมืองสมุทรปรา[/font][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]การ ยกให้เป็นเซียนพระเครื่องหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ด้วยประสบการณ์นานกว่า 10 ปี[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]แม้จะเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว (อบต.บางแก้ว) จ.สมุทรปราการ แต่ยามว่างจากงานประจำ เซียนปิยะจะใช้เวลาส่วนตัว ด้วยการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับพระเครื่องวัตถุมงคล โดยเฉพาะวัตถุมงคลสายหลวงปู่เผือก รวมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิชาความรู้ทางด้านพระเครื่องกับเซียนพระรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องที่ได้มาจากคุณพ่อหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมอบให้หลังจากเริ่มทำงาน เพื่อให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและให้ทำงานโดยตั้งอยู่ในความไม่ประมาท[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ด้วยความที่ผมเป็นคนสมุทรปราการ เกิดและเติบโตที่นี่ จึงให้ความเลื่อมใสศรัทธาพระเกจิ อาจารย์เมืองสมุทรปราการและพระเกจิสายภาคตะวันออก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายท่าน โดยเฉพาะหลวงปู่เผือก ปัญญาธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ในสมัยที่หลวงปู่เผือก หรือพระครูกรุณา วิหารี ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง อาทิ พระเนื้อผง พระเนื้อผงผสมว่าน พระสมเด็จ พระนางพญา พระปิดตา ส่วนเหรียญท่านสร้างเหรียญฝาบาตรและพระพุทธชินราช พระรูปเหมือน รูปถ่าย ตะกรุด แหวน ลูกอม ผ้ายันต์ เป็นต้น [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]วัตถุมงคลของหลวงปู่เผือกนั้น ที่รู้จักกันแพร่หลายกันมาก คือ พระผงรุ่นขุดสระ ซึ่งมีทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก มูลเหตุในการสร้าง คือ พื้นที่ของวัดส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม และหลวงปู่เผือกท่านก็ดำริจะสร้างโบสถ์จึงได้ขอแรงชาวบ้านในละแวกนั้นให้มาช่วยกันขุดดินนำไปถมในที่ลุ่มและปรับพื้นที่ที่จะสร้างโบสถ์ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนปิยะกล่าวว่า ′พื้นที่ที่ถูกขุดดินไปเป็นบ่อเป็นสระใหญ่ สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และเพื่อเป็นอนุสรณ์สินน้ำใจที่บรรดาศิษย์และชาวบ้าน ได้มาช่วยกันขุดและขนดินปรับพื้นที่ให้ทางวัด หลวงปู่เผือกจึงได้สร้างพระเนื้อผงขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แจกเป็นของที่ระลึก ชาวบ้านจึงเรียกพระรุ่นนี้ว่า ′พระรุ่นขุดสระ′ และเรียกกันมาจนทุกวันนี้′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′พระเครื่องที่ผมห้อยแขวนนำติดตัวทุกวัน คือ หลวงปู่เผือก พิมพ์ขุดสระเล็ก วัดกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ สร้างปี 2460-2465 ซึ่งเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยคุณปู่ ตกทอดมาถึงรุ่นปัจจุบัน′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนปิยะบอกเล่าว่า การจะเป็นนักสะสมพระที่ดี ต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่รู้ข้อมูลตรงไหน ให้สอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน วิธีการดูมาจากการได้ของจริงมาแล้ว นำมาเปรียบเทียบกับหนังสือพระเครื่อง จะต้องดูให้ละเอียดทั้งพิมพ์ ทรง เนื้อ ให้ชัดเจนลงลึกไปถึงการสร้าง จำนวนเหรียญ ใครเป็นผู้สร้าง วัตถุประสงค์การสร้าง จะต้องดูบ่อยและดูซ้ำกัน [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′แม้จะมีวัตถุมงคลหลวงปู่เผือกมาครอบครอง แต่ถ้ามีเพื่อนเซียนพระมาขอเช่าบูชาด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ผมก็จะให้เช่าบูชา ไม่ได้คิดเก็บไว้ครอบครองเพียงคนเดียว แม้ตามปกติผมจะศึกษา หากมีโอกาสจะขอเช่าบูชาวัตถุมงคลของหลวงปู่เผือกเก็บไว้บูชาด้วยความเลื่อมใส และที่สำคัญพระหลวงปู่เผือกนั้น ไม่ได้มีความต้องการเฉพาะที่สมุทรปราการ แต่ทั่วประเทศรู้จักกันเป็นอย่างดี มีความนิยมต้องการเก็บบูชาเป็นเจ้าของไม่แพ้วัตถุมงคลพระอาจารย์รูปอื่น′ [/font]



[b]′ผมเชื่อมั่นในวัตถุมงคลหลวงปู่เผือก มีพุทธคุณที่ดี ผมจึงมีไว้ติดตัวเพื่อระลึกนึกถึง การแขวนพระเครื่องนั้น เชื่อว่าถ้าเรากระทำความดี ยึดถือธรรมะ ตั้งมั่นในศีลธรรม คุณพระก็จะคุ้มครอง′ เซียนปิยะกล่าวทิ้งท้าย[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 8-9-2012 17:12

วันเกิดพ่อคูณแจกเหรียญฟรีรุ่นดีจริงจริง
วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2555 เวลา 14:50 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/154018.jpg[/img]
[img=620,913]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/154018/0.jpg[/img]
[img=620,881]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/154018/1.jpg[/img]
[img=620,802]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/154018/2.jpg[/img]
[img=620,792]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/154018/3.jpg[/img]



ลูกศิษย์คนสนิทหลวงพ่อคูณสร้างเหรียญแจกฟรีในงานวันเกิดหลวงพ่อคูณ "รุ่นดีจริงจริง" มอบให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมในงานวันเกิด 4 ตุลาคมนี้เท่านั้น



วันนี้ (9 ก.ย.) นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ หรือ ไก่โต้ง เลขานุการคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และยังเป็นลูกศิษย์คนสนิท พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิชื่อดัง เปิดเผยว่า ทางวัดบ้านไร่ ได้เตรียมการจัดงานพิธีแสดงมุทิตาสักการะแต่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครอบรอบ 68 พรรษา อายุ 89 ปี ในวันที่ 4 ตุลาม พ.ศ.2555 ที่วัดบ้านไร่ โดยคณะกรรมการวัดได้เตรียมการจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 3 -4 ตุลาคม จึงขอเชิญชวนศิยานุศิษย์ ร่วมงานในวันดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ในปีนี้ยังถือเป็นปีมหามงคล เพื่อเป็นการฉลองพุทธยันตี 2.600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จึงได้กราบขออนุญาตหลวงพ่อคูณจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อแจกในงานดังกล่าวด้วย โดยหลวงพ่อคูณก็เห็นชอบ และบอกด้วยว่าให้สร้างชื่อรุ่น ดีจริง จริง โดยด้านหนึ่งเป็นรูปหลวงพ่อคง พุทธสโร วัดถนนหักใหญ่ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อคูณ อีกด้านหนึ่งเป็นรูปหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ โดยเหรียญจะเป็นเนื้อทองแดง จัดสร้างจำนวน 24,466 องค์ตามปีเกิดของหลวงพ่อคูณคือ 2466 ซึ่งเหรียญจะมีโค้ด และหมายเลขกำกับทุกองค์ โดยจะแจกให้สำหรับผู้ที่เดินทางมาร่วมงานในวันที่ 4 ตุลาคมเท่านั้น และจะไม่มีการให้เช่า หรือให้ซื้อขายอย่างเด็ดขาด จะแจกฟรีอย่างเดียวโดยไม่ขอรับเงินจากการให้เหรียญดังกล่าว หรือถ้ามีการแอบอ้างขายเหรียญดังกล่าวก็ไม่ใช่เหรียญนี้ที่หลวงพ่อคูณอนุญาตให้สร้างแจก และให้ใช้ชื่อรุ่น ดีจริง จริง อย่างแน่นอน เพราะรุ่นนี้จะไม่มีให้เช่า จะแจกให้อย่างเดียว

ลูกศิษย์คนสนิทหลวงพ่อคูณ เปิดเผยอีกว่า เหรียญรุ่นนี้ จะมีการปลุกเสกเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย โดยทำการปลุกเสก 3 วัด คือที่วัดแจ้งนอก ที่วัดถนนหัก และที่วัดบ้านไร่ ซึ่งเหรียญรุ่นนี้เก็บไว้ในห้องหลวงพ่อคูณอยู่แล้ว จึงถือเป็นสิริมงคลที่หลวงพ่อคูณได้อธิฐานจิตปลุกเสกให้เป็นเวลาหลายวันจนกว่าจะถึงงานวัดเกิด จึ่งเชื่อว่าเหรียญรุ่นนี้ผู้ที่ได้ไปครอบครองจะถือเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญไม่มีให้เช่าไม่มีซื้อขายผู้ที่ต้องการได้ต้องเดินทางไปร่วมรับแจกในงานวัดเกิดหลวงพ่อคูณเท่านั้นหมดแล้วก็หมดเลยไม่มีทำเพิ่มอีกอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าในวันดังกล่าวจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานอย่างเนื่องแน่นเหมือนทุกปีที่ผ่านมา.

sakdath กระทู้เมื่อ 9-9-2012 21:21

[size=2]วันที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000] ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]แพะเหลียวหลัง รุ่นแรก หลวงปู่อาด วัดบุญสัมพันธ์[/b][/color][/size]

[size=3][color=#000040][b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]หลังเลนส์ส่องพระ[/font]
[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เอกอุ[/font][/b]
[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13470310661347031080l.jpg[/img]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]พระ[/font][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองชล มนต์น้ำเค็ม "หลวงปู่อาด ปิยธัมโม" วัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สิริอายุ 76 ปี [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ปัจจุบันวัตถุมงคลประเภทพระเครื่องและเครื่องรางของขลังของท่านกำลังมาแรงในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม ท่านเป็นศิษย์สายตรง "หลวงพ่อยิ้ม วัดเจ้าเจ็ด" ซึ่งเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับสมัญญานามว่า "สามเสือกรุงเก่า" ศิษย์มักเรียกผูกกันว่า "ยิ้ม-ปาน-จง" [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]หลวงปู่อาด ยังเป็นศิษย์หลวงพ่อไวย์ วัดบรมวงศ์ และศิษย์ก้นกุฏิของพระครูอุดมสมาธิวัตร หรือหลวงปู่เปลื้อง ศิษย์สายตรงเจ้าคุณพระเขมเทพาจารย์ (เจ้าคุณเทพ) ผู้เป็นอาจารย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ) [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]วัตถุมงคลประเภทเครื่องรางของขลังของหลวงปู่อาดที่ถูกถามหาในหมู่นักสะสมอย่างมากอยู่ในขณะนี้ก็คือ "แพะเหลียวหลัง" ตำรับเดียวกับของอดีตพระเกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่ออ่ำ" นักสะสมมักกล่าวกันว่า "ระยอง ชลบุรีนี้ แพะเขาแน่" วิชาแพะนี้เริ่มแต่หลวงพ่ออ่ำ ต่อด้วยหลวงพ่อรัตน์ วัดหนองกระบอก หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกะเฌอ สืบทอดมา[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]"หลวงปู่อาด" ได้วิชาแพะมาถ่ายทอดจากหลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกะเฌอ ซึ่งสมัยก่อนป่าเขาแยะเยอะ วิชาปลุกเสกวัตถุมงคลจะสอนกันตอนคืนเดือนหงาย ปลุกเสกกลางจันทร์ ว่าคาถาจนแพะที่จัดสร้างขึ้นนั้นกระโดดและวิ่งได้ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]"แพะเหลียวหลังรุ่นแรก" ของหลวงปู่อาด จะมีลักษณะเป็น แพะเหลียวหลัง นั่งคร่อมตอ หน้ายาว เขายาว เครายาว เป็นแพะเจ้าพ่อ ลงอักขระเลขยันต์ตามตำรา ต้นตำรับสายตรงหลวงพ่ออ่ำ แต่ใช้สูตรเฉพาะตัวหลวงปู่อาด เป็นแพะเหลียวหลังรุ่นแรก สวยคมอลังการองค์ใหญ่ เน้นด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ว่ากันว่าแพะเหลียวหลังรุ่นนี้นำไปใช้เคราะห์หดหาย เคราะห์จืด เคราะห์จาง เคราะห์หมด แพะรับเคราะห์แทนเรา แพะกินเคราะห์ กินสิ่งไม่ดี แปลถ่ายออกมาไปในรูปของเมตตามหาเสน่ห์ มหานิยม คนต้องเหลียวหลัง เคราะห์มากเท่าไหร่แพะแปรสภาพมาเป็นเสน่ห์ออกมากเท่านั้น[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ใต้ฐานแพะเหลียวหลังรุ่นแรกอุดผงนางอกแตก นางใจอ่อน ผงไม้แหย่แย้ ผงดอกบัวผึ้งรุม เขาควายฟ้าผ่า ล้วนแต่มีผลทางเมตตา มหาเสน่ห์ตัวพ่อทั้งนั้น นอกจากนั้นเอาสีผึ้ง 7 จันทร์ ผงมหาเสน่ห์ขั้นครูปรมาจารย์ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ปิดด้วยตะกรุดสาลิกา[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]สร้างเนื้อนวะอุดตะกรุดสาลิกาคู่ สร้างจำนวน 596 ตัว เนื้อทองแดงอุดตะกรุดสาลิกาเดี่ยว สร้างจำนวน 1,396 ตัว แพะเหลียวหลังนั่งคร่อมมีโค้ดและหมายเลขกำกับ [/font]



[b]บูชาได้ที่วัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 11-9-2012 16:55

[size=2]วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000]ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]วัตถุมงคล84ปี "หลวงปู่อ่อง" วัดป่าภูธรฯ-ตระการพืชผล [/b][/color][/size]
[b][size=4][color=#000040][/color][/size][/b]

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13472911251347291140l.jpg[/img]

[size=3][color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]หลวงปู่อ่อง ฐิตธัมโม หรือพระครูสถิตธรรมมงคล พระเกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองอุบลราชธานี หนึ่งในพระปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน[/font][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]สายหลวงปู่สมเด็จลุน หรือ ′สำเร็จลุน′ วัดเวินไซ บูรพาจารย์พระเวทแห่งนครจำปาสัก ผู้เรืองวิทยาคมแห่งสองฝั่งแม่น้ำโขงไทย-ลาว [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ท่านเป็นหลานแท้ๆ หลวงปู่กรรมฐานแพง จันทสาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสิงหาญ อ.ตระการ พืชผล จ.อุบลราชธานี ศิษย์อีกรูปของสำเร็จลุน [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]แม้ ′หลวงปู่อ่อง′ จะสืบสายพุทธาคมมาทางด้านอิทธิปาฏิหาริย์ แต่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็น ยกเว้นสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นเองในคราวจำเป็น หรือมีใครทดลอง เพราะได้รับคำแนะนำจากพระกรรมฐาน แพง จันทสาโร ศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่สมเด็จลุนที่จำได้ทุกตัวอักษรว่า ′หากไม่มีเหตุจำเป็น อย่าแสดงแผลงฤทธิ์เดชใดๆ′ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ท่านเป็นศิษย์ผู้น้องของ ′ญาท่านสวน ฉันทโร′ อดีตเจ้าอาวาสวัดนาอุดม อ.ตาลสุม จ.อุบลฯ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]มีนามเดิมว่า อ่อง อัจฤกษ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 5 ก.ย.2471 อายุ 14 ปี บรรพชาเป็นสามเณรและคอยอุปัฏฐากหลวงปู่กรรมฐานแพง จึงมีโอกาสได้ศึกษาอักขระขอม ธรรมะลาว คาถาอาคม ศึกษาวิชากรรมฐาน[/font]



[b]จวบจนอายุ 20 ปีบริบูรณ์ พ.ศ.2491 เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อุปสมบท มีพระครูโสภิตพิริยคุณ (หลวงปู่ฤทธิ์) วัดสระกุศกร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุนทรวิริยกิจ (ชู) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสิริปุญญรักษ์ (สวน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ [/b]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ได้ฉายาว่า ′ฐิตธัมโม′ แปลว่า ′ผู้มีจิตตั้งมั่นในธรรม′ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]หลังบวชได้ตั้งใจทบทวนเวทมนต์คาถาที่เรียนมา โดยผู้ที่เรียนวิชาในสายสำเร็จลุนจะต้องถือสัจจะเมื่อเรียนสำเร็จจะต้องบวชไม่สึก จากนั้นได้กราบลาหลวงปู่กรรมฐานแพงออกเดินธุดงค์เพื่อฝึกจิตใจให้สงบ ค้นหาครูบาอาจารย์เพื่อศึกษาด้านพุทธาคมเพิ่มเติม โดยธุดงค์ผ่านแม่น้ำโขงเข้าภูเขาควายจนถึงภูมะโรง กระทั่งพรรษาที่ 10 จึงกลับวัดสิงหาญเพื่อคอยดูแลรับใช้หลวงปู่กรรมฐานแพงและเรียนวิชาในสายสำเร็จลุนจนหมดสิ้นวิชาทุกแขนง[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2509 หลวงปู่กรรมฐานแพงมรณภาพ หลวงปู่อ่องจึงออกธุดงค์และจำพรรษาในหลายสถานที่ อีกทั้งยังช่วยสร้างวัดต่างๆ อีกมากมาย จนถึงปีพ.ศ.2536 จึงกลับมาวัดสิงหาญและได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปีพ.ศ.2547 ต่อมาในปีพ.ศ.2550 ได้รับแต่งตั้งเป็น ′พระครูสถิตธรรมมงคล′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ปัจจุบัน หลวงปู่อ่อง มาพำนักอยู่ในกุฏิกลางป่าหลังวัดป่าภูธรวนาราม ต.โคกจาน อ.ตระการพืช ผล จ.อุบลราชธานี ด้วยสถานที่มีความสัปปายะ หลีกเร้นจากผู้คน เหมาะสำหรับปฏิบัติภาวนา ซึ่งมี ′พระอาจารย์วิไล เขมิโย′ เป็นเจ้าอาวาส และมีศักดิ์เป็นหลานหลวงปู่ และเป็นผู้นิมนต์ท่านมาจำพรรษา [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ขณะนี้ทางวัดป่าภูธรวนาราม ได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาหลังใหม่มาหลายปี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะขาดปัจจัยจำนวนมาก หลวงปู่อ่อง จึงเมตตาให้จัดสร้าง ′วัตถุมงคล รุ่นมหามงคล 7 รอบ 84 ปี′ เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาของวัดป่าภูธรวนารามต่อไป และเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ท่านเจริญอายุครบ 84 ปี เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2555 [/font]



[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 11-9-2012 16:56

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13472911251347291140l.jpg[/img]

[color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]วัตถุมงคลรุ่นมหามงคล 7 รอบ 84 ปีจัดสร้าง 5 แบบคือ 1.พระปรกใบมะขามรุ่นแรก เนื้อทองคำ, เนื้อนว โลหะ, อัลปาก้า, ทอง แดงทองฝาบาตร 2.เหรียญเสมานั่งเต็มองค์บนมังกรคู่หลังสิงหราช รุ่นแรก เนื้อทองคำ, เนื้อเงินหน้าทองคำ, เนื้อเงินลงยาราชาวดีสองหน้า-หน้าเดียว, เนื้อนวะหน้าทอง คำ, เนื้อนวะธรรมดา, เนื้อนวะหน้ากากเงิน, เนื้อทองฝาบาตร 3.ล็อกเกตนั่งเต็มองค์ฉากทองจัมโบ้ และฉากฟ้า หลังอุดผง ปิดด้วยแผ่นจาร 4.รูปเหมือนหล่อขนาดบูชา 5 นิ้ว ใต้ฐานบรรจุแผ่นจารยันต์มหาเมตตา ตะกรุดโชคลาภ 1 ดอก, จีวร พร้อมหินกายสิทธิ์ (หลวงปู่จารทุกแผ่นทุกดอก) 5.ตะกรุดมหาเมตตา-มหาโชคลาภ-มหาแคล้วคลาดปลอดภัย 3 กษัตริย์ จารมือ-ตอกโค้ด [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เดิมทีกำหนดพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกวันที่ 5 ก.ย.2555 แต่หลวงปู่เกิดอาพาธกะทันหัน ทางคณะแพทย์จึงให้ท่านหยุดพักผ่อนจึงเลื่อนไปจัดพิธีในวันอังคารที่ 25 ก.ย.2555 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง ซึ่งเป็นฤกษ์ดีมีมงคล [/font]



[b]รุ่นนี้วัตถุประสงค์ดี รูปแบบเด่น เชิญศิษยานุศิษย์ร่วมบุญสั่งจองได้ตามศรัทธา[/b] [/color]

sakdath กระทู้เมื่อ 14-9-2012 20:37

[size=2]วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000] ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]เซียนจั๊ว ตลาดพลู เห็นสมเด็จแท้-เยอะมาก[/b][/color][/size]

[size=3][color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi][b]มองอย่างเซียน[/b][/font]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040][b] [img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13475511731347551188l.jpg[/img]
[/b]
[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ได้ชื่อว่าเป็นเซียนพระอาวุโส[/font][b] ′บรรจง จงปัญญางาม′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi] หรือที่เรียกกันในวงการพระเครื่องว่า [/font][b]′จั๊ว ตลาดพลู′[/b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi] ปัจจุบันอายุกว่า 70 ปีแล้ว อยู่ในวงการมายาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบันเปิดศูนย์พระเครื่องบริการลูกค้าอยู่ที่ ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น 3 ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน จ.นนทบุรี[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เซียนจั๊วเล่าว่า เดิมทีครอบครัวผมมีอาชีพทำร้านขายทองและรับเลี่ยมพระเครื่อง ทุกๆ วันก็จะมีลูกค้าเอาพระมาเลี่ยม ทำให้เกิดความชอบ และเริ่มค้นคว้าศึกษาอย่างจริงจัง จนในที่สุดจากช่างทำทอง ก็ก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่องอย่างเต็มตัว ด้วยเป็นคนมีความจำดีและมุ่งมั่นจึงพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจนได้รับฉายาจากปรมาจารย์พระเบญจภาคีคือ อาจารย์ตรียัมปวาย ตั้งฉายาว่า ′จั๊วเล็กพระแท้-พระดี′ ซึ่ง ′จั๊วเล็ก′ มาจากรูปร่างที่เล็กนี่แหละ[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′ในช่วงที่ทำร้านทองนั้นพระที่ผ่านตามาเยอะที่สุดก็คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ เห็นตั้งแต่แรกแล้วก็ชอบที่สุด แรกๆ ก็ยังไม่กล้าเช่าหา เพราะราคายังถือว่าสูง แล้วอีกอย่างคนเริ่มต้นเล่นพระทุกคนต้องเล่นเหรียญก่อน เพราะประเภทเหรียญดูง่าย พกง่าย ราคาไม่สูง โดยเหรียญที่เช่าครั้งแรกก็คือ เหรียญหลวงพ่อเสือ วัดพยัคฆาราม จ.ลพบุรี ปี 2463 สมัยนั้นราคาไม่กี่ตังค์ไม่ถึงร้อย ได้แขวนอยู่สักพัก หลังจากนั้นก็เช่าเรื่อยๆ ที่จำได้ก็มีเหรียญหลวงปู่เอี่ยมสมัยนั้นสภาพสวยๆ ก็ยังไม่ถึงพัน มีองค์หนึ่งสวยระดับแชมป์โลกเลยราคา 2,700 บาท แต่ตอนนี้เช่ากัน 4-5 ล้าน′ [/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เริ่มจากเหรียญพอหนักเข้า มีพวกเอาพระสมเด็จฯ มาให้เลี่ยม เลยสนใจ ได้ดูพอเป็นบ้าง เริ่มต้นก็เอาพระกำนันชาติมาแขวน ตั้งแต่เขายังไม่เป็นกำนัน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ก็ยืมมาแขวน เพราะสมัยนั้นองค์ไม่กี่ตังค์ ตอนหลังก็คืนเขาไป ก็เลยเริ่มกล้าเช่าสมเด็จวัดระฆังฯ ครั้งแรกองค์ละ 9,000 บาท สวยระดับแชมป์เลย ประมาณปี 2510 ซึ่งพระสมเด็จองค์แรกที่ผมเช่ามานั้น ก็สามารถให้เช่าต่อได้ทันที ในราคา 14,000 บาท ซึ่งหากเป็นสมัยนี้ยังไม่แน่ใจว่ามีเงิน 10 ล้านจะสามารถหาเช่าได้หรือไม่[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′ในชุดเบญจภาคีทั้งหมด พระที่ผ่านมือผมมากที่สุดคือ พระสมเด็จนับไม่ถ้วนเยอะมากอย่าง สมเด็จวัดระฆังฯ สมเด็จบางขุนพรหมคงซัก 200 องค์อย่างน้อย และถ้ามีประเภทคาบลูกคาบดอกมาปรึกษาก็มีอีกเยอะ ใช่เราก็บอกว่าใช่ ไม่ใช่ก็จะบอกไม่ใช่ ตอนอยู่ท่าพระจันทร์ จะซื้อขายเองตลอดไม่เคยร่วมทุนกับใคร แล้วถ้าผมเช่าแล้ว ก็จะมีคนต้องมาขอนั้งอยู่บ่อยๆ คือ ออกให้เช่าต่อได้แน่นอน แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยได้ให้ลูกค้าข้างนอก พอเช่ามาได้ทันที ก็มีเซียนมาขอเช่าต่อ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีคนดูว่าเก๊กันทั้งสนาม พระราคา 5 แสน ไม่มีใครเช่า พอดีวันนั้นเด็กบอกผมว่า สมเด็จองค์นี้ 5 แสนไม่มีใครเช่า ตอนนี้เหลือแสนเดียว ผมก็เดินไปดูแล้วเช่ามาหนึ่งแสน จากนั้นเซียนกวงเดินเข้ามา ผมบอกให้เช่า 4.5 ล้าน เขาต่อ 4 ล้าน นี่เป็นเรื่องจริงในตอนนั้น′[/font]



[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]′ถ้าถามผมชื่นชอบพระอะไรมากที่สุดก็คือพระสมเด็จนี่แหละ ถ้าจะใช้ให้มีพุทธคุณ ต้องสมเด็จฐานแซม ถ้าวางคู่กัน พิมพ์ใหญ่ ฐานแซมเจดีย์ ถ้าใช้ก็จะใช้ฐานแซม โบราณพูดได้ว่าถ้าจะใช้พระให้ใช้ฐานแซมทั้งแคล้ว คลาดปลอดภัย โชคลาภ พุทธคุณดีที่สุด′ [/font]



[b]เซียนจั๊วให้คำแนะนำนักสะสมพระรุ่นใหม่ๆ ที่สนใจจะเข้าสู่วงการพระเครื่อง ว่า ′ก่อนจะเล่นพระ อย่ารั้นกับครูที่เก่งกว่า ถ้าเราอยากได้วิชาความรู้จากเขา ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าถือว่าเช่าพระได้องค์ 2 องค์ ก็คิดว่าตัวเองเป็นอาจารย์ ควรอ่อนน้อมถ่อมตน ถึงจะได้วิชาความรู้เขา′[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 15-9-2012 10:13

คุยเซียนเปี๊ยก กำแพง-ชลธี สังข์ทอง เล่นพระต้องหมั่นศึกษา หาตัวเองให้เจอ - เปิดคัมภีร์คนรักพระ
วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/155151.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155151/0.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155151/1.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155151/2.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155151/3.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155151/4.jpg[/img]

รูปหล่อหลวงปู่สีรุ่นแรก
พระสรรค์นั่งข้างเม็ด
พระกำแพงสรรค์หย่อง
พระกรุวัดคู้ยาง
เหรียญลพ.ชื้นรุ่นแรก


วันนี้หากเอ่ยชื่อ ชลธี สังข์ทอง หรือ เปี๊ยก กำแพง รับรองเป็นที่คุ้นเคยของเพื่อนพ้องและพี่ ๆ นักนิยมพระชาวกำแพงเพชรเป็นอย่างดี เพราะเขาคลุกคลีอยู่ในวงการมานานหลายปี แม้จะไม่ใช่เซียนใหญ่หรือเซียนดัง แต่ก็สั่งสมความรู้และความชำนาญในการพิจารณา “พระแท้-พระเก๊” จนพึ่งตัวเองได้อย่างไม่อายใคร

เปี๊ยก กำแพง ภูมิลำเนาเป็นชาว จ.กำแพงเพชร เรียนหนังสือจบก็เข้าสู่วงการพระเครื่องเต็มตัว ลองผิดลองถูก ซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุมงคลมาหลายปี อาศัยหมั่นแสวงหาความรู้และขยันเดินสนามพระ ทำให้พระแทบทุกประเภทผ่านสายตามากมาย ชินตาทั้งพิมพ์ทรงองค์พระ เนื้อหามวลสาร และร่องรอยความเก่าตามธรรมชาติ โดยยึดมั่นเป็นคติประจำใจเสมอว่า หากเข้าใจถ่องแท้และจำได้แม่นยำแล้ว ก็ย่อมทำให้เชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ผมเริ่มศึกษาพระเครื่องเกจิคณาจารย์ใน จ.กำแพงเพชร เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของตัวเอง เช่น หลวงพ่อวิเชียร หลวงพ่อขำ และพระวิบูลวชิรธรรม หรือหลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา และขยับขยายไปเล่นสายอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ทั้งหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค หลวงพ่อโอด วัดจันเสน หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุนนาค รวมทั้งพระกรุพระเก่า กรุทุ่งเศรษฐี นางกำแพงเพชร พระกำแพงสรรค์ชัยนาท พระสกุลลำพูน หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ และพระยอดนิยมต่าง ๆ” เปี๊ยกเปิดฉากสนทนาพร้อมรอยยิ้ม

ก่อนเล่าต่อว่า ปัจจุบันมีพระเครื่องที่สะสมเอาไว้จำนวนพอสมควร ขอแบ่งจากพี่ที่สนิท ๆ กันบ้าง ไปเดินเจอในสนามพระบ้าง ถูกใจก็เช่ามาเลย พระบางองค์อยู่ไม่ถึงครึ่งวัน พรรคพวกรู้เข้าก็มาเช่าต่อ หมุนเวียนเปลี่ยนมือกันไป มีกำไรพอเลี้ยงครอบครัวได้

จากนั้น เปี๊ยก ก็ควักพระเครื่องออกมาโชว์เป็นวิทยาทาน ได้แก่ รูปหล่อรุ่นแรก หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุนนาค เนื้อทองเหลืองรมดำ พระสรรค์นั่งข้างเม็ด
พิมพ์ใหญ่ กรุวัดพระนอน พระกำแพงสรรค์หย่อง กรุวัดท้ายย่าน ชัยนาท พระกรุวัดคู้ยาง พิมพ์พระคง และที่พลาดไม่ได้เลยคือ เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อชื้น อริยธัมโม วัดปฐมเทศนาอรัญวาสี (เขาพลอง) ชัยนาท เนื้อทองแดงผิวไฟสภาพสวยแชมป์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและเสาะหากันมาก เนื่องจากประสบการณ์สูง หนังเหนียวคงกระพัน แคล้วคลาดครบเครื่อง เหรียญนี้เปี๊ยกบูชาติดตัวมาพอสมควรและยืนยันว่า ตั้งแต่คล้องแล้วชีวิตดีขึ้น ทำมาหากินคล่อง เงินทองไหลมาเทมา เจริญรุ่งเรือง เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัยหายห่วง
เปี๊ยก ตบท้ายฝากถึงคนหน้าใหม่ที่คิดจะเล่นพระว่า ให้เข้ามาเลย อย่ากลัว ทำตัวให้สนุกอย่ามองในแง่ธุรกิจอย่างเดียวและควรค้นหาตัวเองให้พบเสียก่อนว่าชอบประเภทไหน เกจิรูปใด แล้วหมั่นศึกษาและที่สำคัญต้องมีเพื่อน มีพวกพ้องเอาไว้แลกเปลี่ยนความรู้ ก็จะทำให้เราพัฒนาเร็วและเล่นพระได้อย่างสบายใจ.

[i][b]มหายันต์ ๑o๘ [/b][/i]

sakdath กระทู้เมื่อ 15-9-2012 10:15

พระกริ่งพุทธชยันตี สุดขลัง-ศักดิ์สิทธิ์ ฉลอง๒๖๐๐ปีแห่งการตรัสรู้พระพุทธเจ้า - เหนือลิขิตประกาศฺตฟ้าดิน
วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/155147.jpg[/img]

[img=620,414]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155147/0.jpg[/img]

[img=620,414]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155147/1.jpg[/img]

[img=620,466]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155147/2.jpg[/img]

[img=620,469]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155147/3.jpg[/img]

[img=620,467]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155147/4.jpg[/img]

[img=620,479]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155147/5.jpg[/img]

พระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานพิธีปลุกเสกชนวนมวลสาร
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๔ มิ.ย. ๒๕๕๕
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเททอง
พระกริ่งพุทธชยันตี เนื้อเงิน
พระกริ่งพุทธชยันตี เนื้อนวโลหะ
พระกริ่งพุทธชยันตี เนื้อผง
พระกริ่งพุทธชยันตี เนื้อสำริด


หากเอ่ยถึงคำว่า พุทธชยันตี หลายคนอาจจะสงสัยว่าหมายความว่าอย่างไร? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเสียก่อน คำว่า “ชย” แปลว่า ชัยชนะ นำมารวมกับ พุทธะ ย่อมหมายถึง ชัยชนะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงโดยสิ้นเชิงนั่นเอง

พุทธชยันตี ในความหมายโดยรวมสรุปว่าเป็น “การตรัสรู้ และการบังเกิดขึ้นขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย” ในปัจจุบันพุทธชยันตียังถูกตีความในความหมายถึง ชัยชนะของพุทธศาสนาและชาวพุทธด้วย เช่น การได้รับเอกราช และมีสิทธิในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นครั้งแรกของชาวพุทธในศรีลังกา การฉลองปีใหม่ชาวพุทธโดยไม่มีเหล้าสุรายาเสพติดสิ่งมึนเมาทั่วทั้งประเทศศรีลังกา การเอาชนะสิ่งเลวร้ายในสังคม จนทำให้ประเทศศรีลังกามีสถิติก่อคดีอาชญากรรมที่น้อยมาก

ความสำคัญของพุทธชยันตี (Buddha Jayanti) จึงเป็นชื่อเรียกงานเฉลิมฉลองหรือพิธีบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวาระแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาในประเทศไทยนั่นเอง พุทธชยันตี เป็นที่รู้จักกันดีของชาวพุทธทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศศรีลังกา อินเดีย พม่า ไทย ล้วนคุ้นเคยและคุ้นหูกับคำคำนี้เป็นอย่างดี

ในยุคกึ่งพุทธกาล หรือ ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ มีการเริ่มต้นเฉลิมฉลองพุทธชยันตีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายหลังจากศรีลังกาได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี พ.ศ.๒๔๙๑ รวมทั้ง ดร.อัมเบดการ์ (Dr.Babasaheb Bhimrao Ramji Ambedkar) ได้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย โดยนำชาวอินเดียกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ เมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค. ๒๔๙๙ (อินเดีย ศรีลังกา นับเป็น พ.ศ.๒๕๐๐ เร็วกว่าไทย ๑ ปี) เพื่อเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ นอกจากนี้รัฐบาลประเทศอินเดียยังได้สร้าง “สวนสาธารณะพุทธชยันตี” ไว้ที่กรุงนิวเดลี เพื่อเป็นอนุสรณ์อีกด้วย

ในประเทศไทยยุคของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี (สมัยนั้น) ได้ร่วมฉลองพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ โดยมีการสร้าง “พุทธมณฑลเป็นอนุสรณ์สถาน” ประกาศให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยกำหนดให้วันพระ หรือวันธรรมสวนะเป็นวันหยุดราชการ (ตามประกาศสำนักคณะรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙ ลง วันที่ ๑ ต.ค. ๒๔๙๙) และมีการพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาไทยครบชุดฉบับแรก
สำหรับในปีนี้ถือว่า เป็นมหาธัมมาภิสมัยพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จึงจัดสร้างวัตถุมงคล พระพุทธชยันตี (ปางสมาธิ) ทั้งพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก เพื่อเป็นที่ระลึกงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๔ มิ.ย. ๒๕๕๕ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

sakdath กระทู้เมื่อ 15-9-2012 10:16

เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการจัดงาน ได้จัดพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกแผ่นเงิน, ทอง, นาก และชนวนมวลสาร ณ วิหารพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยพระเกจิคณาจารย์ ๙ รูป ประกอบด้วย พระธรรมปริยัติเวที วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม, หลวงปู่แคล้ว วัดดอนเมือง กรุงเทพฯ, หลวงพ่อแย้ม วัดไร่ขิง จ.นครปฐม, พระมหาเฉลา วัดราชคฤห์ กรุงเทพฯ, พระรัตนมงคลโมลี วัดธาตุทอง กรุงเทพฯ, พระครูชัยศรี วัดตุ๊กตา จ.นครปฐม, ครูบาหลวงปู่เสาร์ สำนักสงฆ์อำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่, พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร วัดกุศลสมาคร และองอนันตสรนาท วัดอุทัยภาติการาม (ซำปอกง) จ.ฉะเชิงเทรา

ต่อมาในวันเสาร์ที่ ๒๖ พ.ค. ๒๕๕๕ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประกอบพิธีเททอง พระพุทธชยันตี (ปางสมาธิ) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีพระเกจิคณาจารย์นั่งอธิษฐานจิตอีก ๑๑ รูป ได้แก่ หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์, หลวงปู่บัว วัดเกาะตะเคียน, หลวงพ่อแถม วัดช้างเทกระจาด, หลวงพ่อสิน วัดระหารใหญ่, หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว, หลวงพ่อคง วัดเขากลิ้ง, หลวงพ่อหวัน วัดคลองคูณ, หลวงพ่อสวาท วัดอ่าวหมู, หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม,หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน และหลวงพ่อเอนก วัดนาหนอง

วัตถุมงคลรุ่นนี้จึงเข้มขลังน่าบูชาติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวยิ่งนัก แบ่งออกเป็น พระกริ่งพุทธชยันตี (ปางสมาธิ) เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อนวโลหะ และเนื้อสำริด พระเนื้อผงพุทธชยันตี (ปางสมาธิ) แบ่งอีก ๒ พิมพ์ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นที่ระลึกงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในเทศกาลวิสาขบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และจัดหากองทุนจัดงานวิสาขบูชา และกองทุนส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา

สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โทร.๐-๒๙๕๔-๖๙๙๖, ๐-๒๔๓๓-๖๙๙๖ หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ.

[i][b]อาราธนานัง[/b][/i]

sakdath กระทู้เมื่อ 15-9-2012 17:19

[size=2]วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000]ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]พระกริ่งพระเจ้าทันใจ หลวงปู่ครูบาบุดดา ลำพูน[/b][/color][/size]

[size=3][color=#000040][b][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]หลังเลนส์ส่องพระ[/font]
[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เอกอุ[/font][/b]

[img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13476351801347635193l.jpg[/img]

[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]พระเกจิอาจารย์ชื่อดังละสังขารไปอีกรูป ′หลวงปู่ครูบาบุดดา อินทปัญ โญ′ เจ้าอาวาสวัดหนองวัวคำ อ.ลี้ จ[/font][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi].ลำพูน ท่านเป็นพระเถราจารย์ผู้ทรงเวทวิทยาคมขลังแห่งแดนล้านนา มรณภาพเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2555 ยังความโศกเศร้าเสียใจแก่ศิษยา นุศิษย์ทุกท่าน[/font]


[b]หลวงปู่ครูบาบุดดา ถือเป็นศิษย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยอีกรูป สิริอายุ 97 ปี [/b]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ท่านเรียกครูบาเจ้าศรีวิชัยว่า ′ครูบาพ่อ′ เรื่องที่ไม่น่าเชื่อเมื่อหลวงปู่ครูบาบุดดา ท่านโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างนี้ เครื่องรางของขลังของท่านใช้ดีมีประสบ การณ์ เพราะท่านเป็นศิษย์ขนานแท้ของครูบาศรีวิชัย และยังไปเรียนกับครูบาวัง วัดบ้านเด่น, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธโร) วัดสามพระยา และพระเกจิอาจารย์เมืองเหนืออีกมากมาย อาจารย์ฆราวาสก็มีทั้งเป็นชาวกะเหรี่ยง พม่า ไทยใหญ่ [/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]จากอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน พระเกจิภาคเหนือนิยมเรียกกันว่า ′ครูบา′ ความหมายของคำว่านี้เป็นภาษาบาลี คำเดิมคือคำว่า ′ครุปา′ มาจากคำว่า ′ครุปิ อาจาริโย′ แปลว่า เป็นทั้งครูและอาจารย์ ต่อมาได้กร่อน และเพี้ยนเป็น ′ครูบา′ ในที่สุด นิยมใช้กันเฉพาะในวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น [/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]คำว่า ′ครูบา′ มีใช้กันมานานแล้ว ส่วนใหญ่จะเรียกพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นสามัญชนธรรมดา ส่วนพระภิกษุผู้มีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ นิยมเรียกว่า ′ครูบาเจ้า′ เช่น ครูบาเจ้าเกษม เขมโก, ครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นต้น [/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]วัตถุมงคลที่หลวงปู่ครูบาบุดดาจัดสร้างและอธิษฐานจิตปลุกเสก ได้รับความนิยมมากมายหลายรุ่น ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์เป็นที่กล่าวขวัญ ในความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก[/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]วัตถุมงคลชุดสุดท้าย ที่ท่านตั้งใจสร้างและตั้งใจปลุกเสกอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันพญาวัน เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2555 เหมือนท่านล่วงรู้วันละสังขาร[/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]พระกริ่งพระเจ้าทันใจ 9 คำภีร์ ฝังผงสัตนาเค ผงพระเจ้าทันใจ ฝังตะกรุดอุปคุตปราบมาร, ตะกรุดรวยทันใจ สร้างจำนวน 599 องค์ มีโค้ดและหมายเลขกำกับ พระกริ่งพระเจ้าทันใจ 9 คำภีร์ ฝังผงสัตนาเค ผงพระเจ้าทันใจ สร้างจำนวน 1,200 องค์ ล็อกเกตรุ่นแรกครึ่งองค์ หลังอุดผง, พระผงนั่งกระต่าย ฝังตะกรุดเงิน 9 ดอก, พระผงนั่งกระต่าย ฝังตะกรุดเงิน 5 ดอก, พระผงนั่งกระต่าย ฝังตะกรุดเงิน 1 ดอก, ตะกรุด, กุมารดูดรกรุ่นแรก และลูกอมม้า เป็นต้น[/font]


[b]พระกริ่งรุ่นนี้นำต้นแบบมาจากพระเจ้ารวยทันใจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด เป็นแบบพระกริ่งหล่อโบราณ ก้นอุดผงวิเศษ และมวลสารมงคลอีกหลายชนิด มี 2 แบบคือแบบอุดอย่างธรรมดา และแบบอุดพิเศษแจกกรรมการ[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 16-9-2012 22:29

เกจิดังทำนาย "อภิสิทธิ์"นั่งนายกฯอีกครั้ง
วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 เวลา 21:51 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/155534.jpg[/img]
[img=620,453]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155534/0.jpg[/img]
[img=620,465]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155534/1.jpg[/img]
[img=620,446]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155534/2.jpg[/img]
[img=620,482]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155534/3.jpg[/img]
[img=620,464]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155534/4.jpg[/img]

"พ่อท่านเอื้อม”เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำปากพนังทำนาย”มาร์ค” รีเทิร์นนายกฯ แน่นอน และหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ขณะที่ลงพื้นที่นครศรีฯมาร์ค ร่วมเตะบอลโต๊ะเล็กด้วย


วันนี้ (16 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้เดินทางลงพื้นที่นครศรีธรรมราช เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล พ่อท่านเอื้อม กตปุญโญ พระเถราจารย์แห่งภาคใต้ในวัย 108 ปี ที่วัดสุวรรณจัตตุพลปันนาราม หรือวัดบางเนียน หมู่ 4 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับจำนวนมาก  
สำหรับพ่อท่านเอื้อม กตปุญโญ เป็นพระเกจิชื่อดังของภาคใต้ ท ได้ปรารภกับบรรดาศิษยานุศิษย์ว่า  ก่อนที่จะละสังขารอยากจะสร้างเจดีย์วัดบางเนียนให้แล้วเสร็จเสียก่อนและอยากพบนายอภิสิทธิ์ ซึ่งพ่อท่านเอื้อม ได้ทำนายว่านายอภิสิทธิ์ จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และจะพ้นข้อกล่าวหาในทุก ๆ คดี
ในช่วงเย็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันฟุตซอลเดือนสิบ “เทพไทคัพ” ครั้งที่ 8 ณ.ลานคนเมือง เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช และลงแข่งขันฟุตซอลคู่พิเศษระหว่างทีมพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าทีมกับทีมรวมนครศรีธรรมราช โดยมี ผศ.เชวน์วัศ  เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนคร นครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับท่ามกลางประชาชนที่มาชมและเชียร์จำนวนหลายร้อยคน.

sakdath กระทู้เมื่อ 19-9-2012 22:32

[size=2]วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555[/size][color=#808080] เวลา 00:01 น.[/color] [size=2][color=#000000] ข่าวสดออนไลน์[/color][/size]


[size=4][color=#000040][b]เหรียญพระพุทธโสธร 2460[/b][/color][/size]

[size=3][color=#000040][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi][b]ราม วัชรประดิษฐ์[/b][/font]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040]
[/color][/size]
[size=3][color=#000040][b] [img]http://www.khaosod.co.th/online/2012/09/13479822581347982271l.jpg[/img]
[/b]
[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]พระพุทธโสธร นับเป็น[/font][font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]พระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากถึงมากที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย วันนี้เลยถือโอกาสพูดถึงสุดยอดเหรียญพระพุทธโสธร ที่เรียกว่า "แพง" ที่สุดในโลก ซึ่งได้แก่เหรียญพระพุทธโสธรรุ่นแรก พ.ศ.2460 เรียกกันว่า ?เหรียญรูปอาร์ม? (ตราอาร์ม เป็นคำจากอังกฤษเรียก Coat of arms หรือ armorial achievement ใช้แพร่หลายในยุโรปทวีปยุโรป พัฒนามาจากตราของอัศวินในยุโรปสมัยโบราณ เพื่อจำแนกพวกของตนออกจากพวกของศัตรู ในบ้านเราให้ความหมายว่า เป็นรูปโล่ผูกขึ้นเป็นลวดลายต่างๆ)[/font]


[b]ซึ่งความจริงแล้วเหรียญรุ่นแรกนี้จะมี 2 แบบ คือ รูปอาร์มและรูปเสมา แต่นิยมแบบอาร์มมากกว่า ซึ่งลักษณะจะเป็นเหรียญปั๊ม หูในตัว รูปอาร์ม ขอบด้านหน้ายกเป็นเส้นลวดแบบขอบกระด้ง ด้านหลังไม่มีเส้นขอบทำให้ขอบเหรียญด้านหลังดูโค้งเล็กน้อย ตรงกลางเป็นองค์หลวงพ่อนั่งสมาธิบนอาสนะ ใต้ลงมาเป็นที่สร้าง "พ.ศ.๒๔๖๐" เหนือลายกระหนกหน้าสิงห์ มีอักษรไทยเขียน "พระพุทธโสธร เมืองฉะเชิงเทรา" มี "ตัว อุ" ปิดหัวท้าย ด้านหลัง เป็นอักขระขอมภาษาบาลีใต้ อุณาโลมอ่านว่า "นะโมพุทธายะ อายุวัณโณสุขังพะลัง" [/b]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]เข้าใจว่าผู้สร้าง คือ อาจารย์หลิน ขณะรักษาการเจ้าอาวาส มีขุนศิริ นิพัฒน์ มัคนายก เป็นผู้ดำเนินงาน เพื่อหารายได้ซ่อมแซมฐานชุกชีขององค์หลวงพ่อ[/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]วิธีดูนั้น มีข้อสรุปง่ายๆ ว่า มีเนื้อเงิน เนื้อสำริด เนื้อทองแดง ส่วน ?เนื้อทองคำ? นั้นหายากมากๆ คนเก่าคนแก่เล่นกันเป็น ?สระอุ? ใต้คำว่า "พระพุทธ" ติดชัดเจน เจอในเนื้อเงินและสำริด ส่วน ?สระอุติดไม่ชัด? เจอในเนื้อทองแดง แต่อาจจะมีพิมพ์สระอุติดชัดในเนื้อทองแดงบ้างเหมือนกันแต่น้อยมาก เรื่องทองคำขอยกไว้ก่อนยังไม่พูดถึง [/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ในพิมพ์สระอุติดชัด เนื้อเงินและสำริดนั้น ให้ส่องดูเส้นขอบด้านหน้าเหนือคำว่า "โส" เส้นนอกจะยกเป็นขดลวดเหมือนขอบกระด้ง มีรอยเส้นตีคู่เป็นเส้นใน แต่ไม่เป็นเส้นกลับเป็นเม็ดไข่ปลาเล็กๆ เรียงกัน ส่วนในพิมพ์สระอุติดไม่ชัด เส้นเดียวกันนี้ (เส้นใน) จะเห็นเป็นเส้น [/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ต่อมาให้ดู ?พระกรรณ? ขององค์พระ ถ้าเป็นพิมพ์สระอุติดชัด จะยาวปลายไม่แตกเป็นปากตะขาบ ในพิมพ์สระอุติดไม่ชัดพระกรรณจะสั้นกว่าและปลายแตกเป็นปากตะขาบทั้งสองข้าง และตัว ?พ? ในพิมพ์แรกหางจะสั้น สระอุติดชัด อีกพิมพ์หนึ่ง ตัว พ หางจะยาวกว่า ส่วนสระอุจะติดเลือนๆ ขณะที่พิมพ์แรกจะมีเส้นพระศอโค้งงอสองเส้น อีกพิมพ์หนึ่งจะไม่มีเส้นพระศอ อีกอย่างหนึ่งให้ดูตัวเลข พ.ศ. พิมพ์แรกปลายหางเลข ๔ กับเลข ๖ จะจรดกัน อีกพิมพ์หนึ่งปลายหางเลข ๔ จะยาวกว่าเลข ๖ ส่วนด้านหลังพิมพ์แรกตัวอักขระจะเล็กกว่าพิมพ์ที่สอง[/font]


[font=′ms sans-serif′, Tahoma, ′DB ThaiTextFixed′, Thonburi]ขอบเหรียญนั้นจะเห็นเป็นเส้นเล็กๆ ในแนวดิ่งเกิดจากรอยปั๊มขอบ พื้นเหรียญอาจเห็นรูพรุนกระจายอยู่บ้างทำให้บางเหรียญมีรอยขี้กลาก ให้เอียงเหรียญส่องดู เนื่องจากช่างพยายามขัดไม่ให้เห็นรูพรุนทั้งด้านหน้าด้านหลังพื้นเหรียญจึงปรากฏเป็นลูกคลื่นไม่เสมอกัน [/font]


[b]ที่สำคัญเส้นสายที่ปรากฏจะต้องพลิ้วเป็นธรรมชาติตัวหนังสือขึ้นเป็นเหลี่ยมคมชัดครับผม[/b]
[/color][/size]

sakdath กระทู้เมื่อ 20-9-2012 19:57

บวงสรวงพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2555 เวลา 11:55 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/156343.jpg[/img]
[img=620,496]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/156343/0.jpg[/img]

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร สมโภชพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2555 โดยมีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี มาเป็นประธานบวงสรวงและสมโภชน์
พระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์


เมื่อเวลา 10.39 น.วันนี้ (20 ก.ย.) ได้มีพิธีบวงสรวงและสมโภชพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ ที่บริเวณ พระตำหนักชั่วคราว ศาลาโรงช้าง ภายในศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีมาเป็นประธานบวงสรวง และสมโภชน์ ซึ่งในช่วงบ่ายได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล
สำหรับพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์นี้ นายถูเจี๋ย ศิลปินแกะสลักไม้จากสถาบันแกะสลัก โอว อา หมิง ชิง นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้แกะสลักจากไม้จันทน์เหลือง ซึ่งมีอายุกว่า 1 พันปี  มีความสูง 6 เมตร เพื่อให้เท่ากับการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้ำหนัก 5300 ก.ก. เท่ากับการครองราชย์ 53 ปี โดยได้มีพิธีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 5 ธ.ค.2542  โดยมีพิธีสมโภชทุกปี ปีละ 2 ครั้งในเดือน มี.ค.และ ก.ย.ทุกวันที่ 20 และ 21

sakdath กระทู้เมื่อ 20-9-2012 20:42

[font=Tahoma]วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7966 ข่าวสดรายวัน

[/font][color=#000000]
[b][font=Tahoma]เหรียญนั่งพาน'หลวงพ่อสม' ร่วมบูรณะกุฏิ'วัดโพธิ์ทอง'[/font][/b][/color]

[color=#000000][/color]

[table=360]
[tr][td][font=Tahoma][img=360,360]http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=news-photo/khaosod/2012/09/bud04200955p1.jpg&width=360&height=360[/img]
[color=#000000][/color][/font][/td][/tr]
[/table]"วัดโพธิ์ทอง" ตั้งอยู่ที่ ต.คำหยาด อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่เจ้าฟ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 33 แห่งกรุงศรีอยุธยา เคยเสด็จฯ มาประทับและได้สร้างพระตำหนักคำหยาดไว้เป็นที่ประทับด้วย โดยตัวตำหนักอยู่ไม่ไกลจากวัดโพธิ์ทองมากนัก ปัจจุบันโบราณสถานอันสำคัญนี้ยังปรากฏหลักฐานให้เห็นอยู่ โดยพระตำหนักยังเหลือผนัง 4 ด้าน และช่องคูหาของผนังชั้นล่าง นอกจากนี้ รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จฯ มาประทับร้อนเมื่อคราวเสด็จประพาสลำน้ำน้อย ลำน้ำใหญ่ มณฑลกรุงเก่า เมื่อปีพ.ศ.2459

ปัจจุบันมี "หลวงพ่อสม สุชีโว" หรือ "พระครูโสภณสิริธรรม" เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอโพธิ์ทอง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เพียบพร้อมด้วยพุทธาคม น้ำมนต์ขลัง ผงศักดิ์สิทธิ์ ธูปเสกค้าขายดี อีกทั้งยังเป็นแพทย์แผนโบราณ เป็นพระนักการศึกษา พระนักปกครอง และพระนักพัฒนา

ท่านสืบทอดวิชาอาคมสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ผ่านมาทางหลวงน้าแท้ๆ ของท่านคือ "หลวงพ่อเก็บ" แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ศุข เกสโร ได้ตั้งใจศึกษาวิทยาคมสายหลวงปู่ศุขอย่างจริงจังจนสำเร็จ ส่งผลให้วัตถุมงคลที่ท่านได้ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตมีความเข้มขลัง ได้รับการยอมรับจากบรรดานักสะสมนิยมพระเครื่องเป็นอย่างยิ่ง [table=360]
[tr][td][img=360,360]http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=news-photo/khaosod/2012/09/bud04200955p2.jpg&width=360&height=360[/img]
[color=#000000][/color][/td][/tr]
[/table]

พระอาจารย์สำคัญอีกท่านคือ หลวงพ่อทรัพย์ วัดอินทาราม (วัดตลุก) ได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์แผนโบราณให้ เนื่องจากหลวงพ่อทรัพย์ท่านเป็นหมอยาไทยที่มีชื่อเสียงมากในอดีต จะมีผู้คนมาให้ท่านรักษากันมาก และท่านมอบหมายให้หลวงพ่อสมเป็นผู้ปรุงยาตามที่ท่านสั่ง นอกจากนี้ ยังได้เรียนเกี่ยวกับคาถาจากหลวงพ่อทรัพย์ด้วย รวมทั้งเรียนวิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เดินทางมาอยู่ปริวาสที่วัดตลุก อาทิ หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

ปัจจุบันหลวงพ่อสมได้รับนิมนต์เป็นผู้บรรยายวิชาแพทย์แผนโบราณให้กับหน่วยงานของทางราชการ หน่วยงานเอกชนได้รับรู้รับทราบกัน ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลอ่างทอง เป็นต้น ทำให้องค์กรและสถานที่เหล่านั้นรู้จักหลวงพ่อสม สุชีโว เป็นอย่างดีในฐานะหมอยา

ในด้านวัตถุมงคลนั้นท่านมีชื่อเสียงเกียรติคุณในเรื่องการสร้างพระผงโดยใช้มวลสารผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห ที่ได้ผ่านการเขียนสูตร เรียกสูตร ลบสูตรทุกขั้นตอนตามแบบโบราณ ท่านสร้างไว้หลายอย่าง แต่ละอย่างไม่มากนักจึงหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว โดยวัตถุมงคลที่สร้างครั้งแรกคือพระสมเด็จเนื้อผง ออกที่วัดชัยมงคล จ.อ่างทอง เมื่อปีพ.ศ.2521 หลังจากนั้นในปีพ.ศ.2525 ได้สร้างพระสมเด็จฐาน 3 ชั้น เนื้อผงสีเหลืองขมิ้น ซึ่งถือว่าเป็นพระสมเด็จรุ่นแรกของวัดโพธิ์ทองและรุ่นแรกของหลวงพ่อสมที่ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังจากนั้นท่านได้สร้างวัตถุมงคลในนามวัดโพธิ์ทองออกมาอีกหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน

สืบเนื่องจากกุฏิที่พักอาศัยของหลวงพ่อสมเริ่มชำรุดทรุดโทรมลง ท่านจึงอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น "เสกตะบัน" เพื่อนำปัจจัยมาเป็นทุนบูรณะ โดยที่มาของคำว่า "เสกตะบัน" หมายถึง การปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นนี้หลายครั้ง ปลุกเสกบ่อยๆ นานๆ เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังอย่างเต็มที่

sakdath กระทู้เมื่อ 20-9-2012 20:42

รูปแบบประกอบด้วย เหรียญรูปเหมือนนั่งพาน รุ่นแรก เนื้อเงินลงยา เนื้อเงินหน้ากากทองคำ เนื้อนวะหน้ากากเงิน เนื้อนวะธรรมดา เนื้ออัลปาก้า เนื้อทองฝาบาตร เนื้อทองแดงลงยา เนื้อทองแดง กลองตะโพนครูใหญ่ รุ่นแรก ขนาดใหญ่ 5 คูณ 7 นิ้ว และขนาดเล็ก 3 คูณ 5 นิ้ว ตะกรุดจารมือ ขนาด 3 นิ้ว ถักเชือกสีดำและถักเชือกสีน้ำตาล ตะกรุดอุดมนาง ขนาด 2 เซนติเมตร (ปลอกลูกปืนอุดผงอิทธิเจสีขาว-เหลือง)

สำหรับกลองตะโพนครูใหญ่ขนาดบูชานั้นยังไม่เคยมีวัดไหนจัดทำมาก่อน โดยใช้ไม้คูนที่เป็นไม้มงคลหายากตามความเชื่อของคนโบราณและยุคปัจจุบันนิยมนำมาใช้กัน เมื่อนำเข้าบ้านเรือน ร้านค้า จะมีคุณทางเมตตามหานิยม ค้าขายเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ มีความเด่นดังประดุจเสียงตะโพน รวมทั้งขจัดปัดเป่าภยันตราย

วัตถุมงคลรุ่นนี้ผ่านความเห็นชอบจากหลวงพ่อสม และท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้หลายครั้งหลายครา โดยใช้พระคาถาอาคมตำรับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า และหลวงพ่อทรัพย์ วัดตลุก ทุกแบบตอกโค้ดและหมายเลขชัดเจน

สนใจติดต่อบูชาได้โดยตรงที่วัดโพธิ์ทอง

sakdath กระทู้เมื่อ 20-9-2012 23:01

ยูเนสโกประกาศ“พระบรมธาตุนครฯ”ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2555 เวลา 18:11 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/156391.jpg[/img]
[img=577,337]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/156391/0.jpg[/img]

ยูเนสโกประกาศ“พระบรมธาตุนครฯ” ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลกแล้ว คาด 2 ปี ประกาศเป็นมรดกโลก ระบุเข้าหลักเกณฑ์ 3 ข้อของทั้งหมด 10 ข้อตามคุณสมบัติจะเป็นมรดกโลก
พระบรมธาตุนคร จ.นครศรีธรรมราช


วันนี้ (20 ก.ย.) นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร และคณะกรรมการมรดกโลก เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ส่งชื่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อเสนอไปที่ศูนย์มรดกโลกของยูเนสโกพิจารณาเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative Lists) เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในอนาคตนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ศูนย์มรดกโลกได้ประกาศชื่อวัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราชเข้าสู่บัญชีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว  โดยขั้นตอนต่อจากนี้คณะกรรมการของจังหวัดจะต้องจัดทำรายละเอียดข้อมูลที่เรียกนอมิเนชั่น (Nommination dosier) คุณสมบัติต่างๆ ของความโดดเด่นวัดพระมหาธาตุฯ ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 ส่งไปยังศูนย์ฯ ดังกล่าวเข้าไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายการพิจารณา ซึ่งจะต้องใช้เวลา 1 ปีครึ่ง จากนั้นจะบรรจุเข้าการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 38 หรือสมัยที่ 39 ระหว่างปี  2557-2558 เพื่อให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก

นางโสมสุดา กล่าวต่อไปว่า วัดพระมหาธาตุฯ เข้าหลักเกณฑ์ 3 ข้อของทั้งหมด 10 ข้อตามคุณสมบัติจะเป็นมรดกโลก ดังนี้ หลักเกณฑ์ข้อ 1 เป็นตัวแทนผลงานของการสร้างจากอัจฉริยะของมนุษย์ แสดงถึงการออกแบบอาคารและการออกแบบแผนผังของสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา โดยพระบรมธาตุเจดีย์ฯ องค์นี้มีสถูปทรงกลมขนาดใหญ่มีต้นแบบมาจากสถูปในศิลปะลังกา และปลียอดทรงดอกบัวตูมที่ประดับด้วยลูกปัดแก้ว ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสุโขทัย จึงเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมชิ้นเลิศที่สร้างจากอัจฉริยภาพของศิลปิน

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์ข้อ 2 แสดงถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคุณค่าของมนุษย์ตามกาลเวลา หรือในวัฒนธรรมด้านใดด้านหนึ่งของโลก ในการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือทางเทคโนโลยีศิลปสถาปัตยกรรมโบราณ การออกแบบผังเมือง หรือการออกแบบภูมิทัศน์ โดยพระบรมธาตุเจดีย์ฯ แสดงถึงการสืบทอดคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา พัฒนาการสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง และแผนผัง ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะของคาบสมุทรไทยตอนบนกับศิลปะลังกา นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่รับพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทจากศรีลังกา และเผยแผ่ไปยังอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยา ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอาณาจักรศรีวิชัย ที่ปรากฏเจดีย์ทรงระฆังในอาณาจักรเหล่านี้

“หลักเกณฑ์ข้อ 6 มีความสัมพันธ์โดยตรงหรือเห็นได้ชัดเจนกับเหตุการณ์ หรือประเพณีที่ยังคงอยู่ หรือความคิด หรือความเชื่อ งานศิลปกรรม และวรรณกรรม ที่มีความสำคัญโดดเด่นเป็นสากล ประเพณีพิธีกรรมประจำปีที่เกี่ยวเนื่องกับพระบรมธาตุองค์นี้ คือ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ มีความสัมพันธ์กับพุทธศาสนิกชนในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก ในฐานะสัญลักษณ์แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมหาศาลเดินทางเข้ามาร่วมพิธีกรรมปีละหลายครั้ง” นางโสมสุดา กล่าว

ยุพิน กระทู้เมื่อ 20-9-2012 23:39

[b]ตอบกลับ [url=http://www.yantip.com/redirect.php?goto=findpost&pid=1010334&ptid=12744]1345#[/url] [i]sakdath[/i] [/b]

สาธุ....[attach]181040[/attach]

sakdath กระทู้เมื่อ 21-9-2012 22:29

{:5_355:} [url=http://www.uamulet.com/faq.aspx]http://www.uamulet.com/faq.aspx[/url]

sakdath กระทู้เมื่อ 22-9-2012 00:25

[img]http://i227.photobucket.com/albums/dd187/sirirrin/10407-1.jpg[/img]


[img=481,0]http://ohonline.in.th/home/wp-content/uploads/2012/03/สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม1.png[/img]

sakdath กระทู้เมื่อ 22-9-2012 00:26

เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ขลัง-พุทธคุณครบเครื่อง - ปกิณกะพระดีพระเด่น
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/156461.jpg[/img]

วันนี้เสนอเรื่องราวของเหรียญหลักในวงการของอดีตพระเถราจารย์รูปหนึ่ง นั่นคือ เหรียญพระภาวนาโกศลเถร หรือ หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร วัดหนังราชวรวิหาร ฝั่งธนบุรี

ซึ่งถูกจัดอันดับ ๑ ใน ๕ ของเบญจภาคีเหรียญยอดนิยม มูลค่าเกินหลักล้านบาทและอาจสูงถึงหลาย ๆ ล้าน ถ้าสภาพสวยสมบูรณ์

วัดหนัง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ฝั่งเหนือคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ สันนิษฐานว่าก่อสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยอ้างอิงข้อมูลจากจารึกสร้างระฆังเก่าใน พ.ศ. ๒๒๖๐ และได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ในรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงยุค หลวงปู่เอี่ยม มาปกครองก็ได้พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองตามลำดับ

เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง สร้างเมื่อคราวคณะศิษย์ได้ขออนุญาตทำแจกเป็นที่ระลึก หลวงปู่ก็ได้อนุญาตให้ดำเนินการ โดยลูกศิษย์ชื่อ โกศล สิริเวชกุล หรือ “หมอกิม” จ้าง นายเนียม ช่างทองรับไปทำเป็นครั้งแรกคือเหรียญยันต์สี่ มี ๒ เนื้อคือ เนื้อทองแดง และเนื้อเงิน ด้านหลังเหรียญแบ่งเป็น ๒ แบบเรียกกว่า บล็อก ๓ จุด และบล็อก ๔ จุด จำนวนสร้างประมาณ ๕,๐๐๐ เหรียญ เป็นแบบ ๔ จุด ๔,๐๐๐ เหรียญ และแบบ ๓ จุด ๑,๐๐๐ เหรียญ

เหรียญรุ่นนี้ช่างได้ทำแบบพิเศษด้วย แต่มีจำนวนน้อยตามผู้สั่งจอง ได้แก่ เหรียญฉลุยกหน้า เนื้อทองคำและเนื้อเงิน เหรียญฉลุเนื้อทองคำ เหรียญฉลุเนื้อทองคำลงยา เหรียญพิเศษนี้หมอกิม ให้ช่างทองอีกคนหนึ่ง คือช่างเจ๋ง ที่ภาษีเจริญ เป็นผู้ทำ เหรียญแบบพิเศษ ๓ แบบนี้แกะแม่พิมพ์ขึ้นใหม่

ในภาพเป็น เหรียญหลวงปู่เอี่ยม หลังยันต์สี่ เนื้อเงิน เหรียญรุ่นนี้หลวงปู่เอี่ยมท่านได้แจกจ่ายให้แก่ผู้บริจาคเงินสมทบทุน การปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญของวัดหนัง ทั้งแบบเนื้อทองแดง เนื้อเงินและแบบพิเศษ ทุกเหรียญหลังจากตัดขอบปั๊มเสร็จแล้ว จะตัดขอบซ้ำอีกครั้งด้วยการใช้เลื่อยฉลุทุกเหรียญ ผู้ชำนาญพระเหรียญนิยมเรียกแบบนี้ว่า “ข้างเลื่อย”

หลักพิจารณาต้องจดจำใบหน้าของหลวงปู่ ตัวอักษร ลักษณะผิวเหรียญ รวมทั้งรอยเลื่อยขอบข้างให้แม่นยำมาก ๆ เพราะรุ่นนี้เป็นเหรียญยอดนิยม การทำเลียนแบบมีค่อนข้างมาก ระบาดมานานแล้วและฝีมือค่อนข้างใกล้เคียงเสียด้วย ถ้าไม่มั่นใจควรปรึกษาผู้ชำนาญหรือผู้รู้จะปลอดภัยที่สุด

ขอบคุณภาพเหรียญสวย ๆ จาก ชัยญา ลิ้นปราชญา ที่ฝากมาโชว์เป็นวิทยาทาน.

[i][b]ศิวะมนตรา[/b][/i]

sakdath กระทู้เมื่อ 22-9-2012 12:56

“น้อย อุตรดิตถ์” ชวลิตร พุ่มหิรัญ เชี่ยวชาญพระยอดนิยมทุกประเภท - เปิดคัมภีร์คนรักพระ
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/156460.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/156460/0.jpg[/img]

[img=620,501]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/156460/1.jpg[/img]

เหรียญเข็มกลัด ลพ.เพชร วัดท่าถนน พิมพ์กนกนอก
พระปิดตา ลพ.กล่อม วัดป่ากะพี้ พิมพ์นิยม


ในวงการพระเครื่องเอ่ยนาม ชวลิตร พุ่มหิรัญ หรือ น้อย อุตรดิตถ์ รับรองนักสะสมจะต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี ในฐานะเซียนดังคนหนึ่งและเป็นผู้ชำนาญพระเครื่องหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น พระกรุ พระเก่า พระเบญจภาคียอดนิยม และพระเกจิคณาจารย์ต่าง ๆ ล้วนผ่านสายตามาแล้วทั้งสิ้น

น้อย เกิดที่อุตรดิตถ์ บ้านอยู่แถวบ้านคลองโพธิ์ ในตัวเมือง เรียนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนอรัญญิการามและจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนพัฒนศึกษา แล้วเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยครู เรียนได้ไม่นานทางบ้านประสบปัญหา จึงเลิกเรียนเข้าทำงานโรงพิมพ์แถวบ้าน บังเอิญโรงพิมพ์อยู่ติดกับวัดท่าถนน ซึ่งมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประดิษฐานอยู่ นั่นคือ หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมากมาย หน้าวัดจะมีแผงพระมาตั้งขาย ทำให้มีโอกาสเห็นพระทุกวัน อาศัยพักเที่ยงแวะไปดูพระ แรก ๆ ไม่ได้เช่าบูชา เพราะยังไม่ชำนาญและยังไม่เก่ง เห็นบางคนเช่าพระ ๓๐๐ บาท ให้เช่าต่อ ๑,๐๐๐ บาท ทำงานแทบตายได้เงินเดือนแค่ ๗๐๐ บาท ก็เกิดแรงบันดาลใจให้ศึกษาเรื่องพระ ตอนนั้นประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙

“ผมสนใจศึกษาพระเครื่องจริงจังมาก เห็นว่าทำเงินให้เราได้ ใหม่ ๆ มีพลาดเช่าพระเก๊เหมือนกัน ครอบครัวก็เดือดร้อน ช่วงนั้นเพิ่งแต่งงาน เงินไม่ค่อยมี บังเอิญไปรู้จัก คุณลุงกมล ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว แกเมตตาสอนผมดูพระเป็นปีเลย พอมีความรู้ติดตัวบ้าง ว่าง ๆ ก็ไปนั่งร้านกาแฟ แบ่งพระกันชม แลกเปลี่ยนบ้าง มีเวลาผมจะนั่งรถไฟไปกลับระหว่าง จ.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ไปหาเช่าพระ ผมตัดสินใจเลือกเล่นพระกรุก่อนอันดับแรก เช่น พระกรุอรัญญิก กรุท่ามะปรางค์ กรุวัดจุฬามณี เช่ามา ๑๐๐ บาท ให้เช่าต่อได้กำไร ๓๐๐-๕๐๐ บาท พระคงลำพูนเช่ามา ๑๐๐ บาท ให้เช่าต่อ ๒๕๐ บาท พอเลี้ยงตัวได้ เล่นพระแบบนั้นมาเป็นสิบปีเลย”

“ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ผมเข้าวงการพระเครื่องเล่นพระเต็มตัวเลย เพราะประสบการณ์พอสมควรแล้ว ในชีวิตเคยโชคดีมาก เช่าพระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายในราคาแค่ ๕๐๐ บาท ไปหาเฮียอ้า สุพรรณ แกส่องดูแล้วขอเช่าต่อไปกว่า ๔ แสนบาท เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ให้เช่าพระราคาสูงขนาดนั้น ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ผมเปิดศูนย์พระเครื่องที่ จ.สุโขทัย หุ้นกับ บุญมี พิษณุโลก และเฮียอ้า สุพรรณ ได้ประมาณ ๑ ปี เฮียอ้า ย้ายมาเปิดร้านที่โรงแรมมณเฑียรพลาซ่า ผมก็เลยตามมาอยู่กับพี่จุก อุตรดิตถ์ สัก ๒ ปี จึงเซ้งห้องต่อจาก ใจ จีวรศิลป์ รับถ่ายรูปและรับเช่าให้เช่าพระเครื่อง วัตถุมงคลทุกประเภท” เซียนน้อยเล่าความหลังให้ฟังก่อนโชว์พระสวย ๆ เป็นวิทยาทาน ๒ องค์ คือ เหรียญเข็มกลัด หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน อุตรดิตถ์ ปี ๒๔๘๓ พิมพ์กนกนอก และพระปิดตาหลวงพ่อกล่อม วัดป่ากะพี้ อุตรดิตถ์ พิมพ์นิยมสิ่งสำคัญที่ น้อย อุตรดิตถ์ ยึดถือมาตลอดชีวิตคือ ความซื่อสัตย์ สุจริตและจริงใจในวิชาชีพ ไม่ว่าใครอยากได้ความรู้หรืออยากมาปรึกษาเรื่องพระเครื่องเขายินดีต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและไมตรีอันดียิ่ง ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผงาดอยู่ในวงการได้อย่างภาคภูมิใจจนทุกวันนี้.

[i][b]มหายันต์ ๑๐[/b][/i][i][b]๘[/b][/i]

sakdath กระทู้เมื่อ 22-9-2012 13:03

ส่องพระยอดนิยม วันที่ 16 กันยายน 2555
วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 เวลา 00:00 น.
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/cover/155302.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/0.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/1.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/2.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/3.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/4.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/5.jpg[/img]
[img=620,334]http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/155302/6.jpg[/img]



ส่องพระยอดนิยม วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ก.ย. สัปดาห์นี้ไม่มีงานประกวดพระ เซียนน้อยเซียนใหญ่ก็เลยหลั่งไหลเข้าสนามพระเครื่องกันคึกคัก
พระบูชาสมัยสุโขทัย งามล้ำค่า และสุดคลาสสิกด้วยพุทธศิลป์แบบ "สุโขทัยบริสุทธิ์" อายุประมาณ 700 ปี
เหรียญพระอาจารย์ฝั้น เนื้อทองคำ ศิลษ์สกลนครสร้างถวาย พ.ศ.2513
พระปิดตายันต์ยุ่ง เนื้อทองคำ หลวงพ่อเกษม เขมโก อริยสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง 1 ใน 9 องค์ในโลก
รูปหล่อหลวงปู่ขันตี เนื้อทองคำ วัดป่าม่วงไข่ จ.เลย
หลวงปู่ทวดวัดไทร สวยเดิม
เหรียญหลวงพ่อทองสุข หลังพอกครั่งฝังปลาตะเพียน
เหรียญรูปเหมือนขอบสตางค์หลวงพ่อสวาท วัดอ่าวหมู จ.จันทบุรี


ส่องพระยอดนิยม วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ก.ย. สัปดาห์นี้ไม่มีงานประกวดพระ เซียนน้อยเซียนใหญ่ก็เลยหลั่งไหลเข้าสนามพระเครื่องกันคึกคัก “ส่องพระ-เช่าพระ” เอาไว้ประชันโฉมในงานใหญ่ สัปดาห์หน้าที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา จัดโดยคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น ๒๕๕๒ พลาดไม่ได้เชียว
แวดวงพระเครื่องวันนี้คัดสวยแชมป์ ๆ มาโชว์ เริ่มที่ พระบูชาสุโขทัย ปางมารวิชัย เนื้อสำริด หน้าตัก ๓๙ นิ้ว อายุประมาณ ๗๐๐ ปี งามวิจิตรคลาสสิกด้วยพุทธศิลป์ “สุโขทัยบริสุทธิ์” ได้รับอิทธิพลจากลังกามาผสมผสานกลมกลืน กลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พระพักตร์ (ใบหน้า) รูปไข่ พระขนง (คิ้ว) โก่ง พระนาสิก (จมูก) โด่งงุ้ม พระโอษฐ์ (ปาก) เล็กเรียวบาง คล้ายอมยิ้ม พระหนุ (คาง) เป็นปม เม็ดพระศกลายก้นหอย นี่แหละเซียนยุคเก่านิยมเรียกว่า “หน้านาง-คางหยิก” รูปทรงองค์พระสมส่วน อกใหญ่ ไหล่กว้าง เอวคอด จีวรบาง แขนกลมมน นิ้วเรียวยาวไม่เท่ากัน ปัจจุบันหาชมได้ยากยิ่ง ผู้ครอบครองล้วนเศรษฐีและผู้มีอันจะกิน ขอบคุณ เสี่ยพิศาล เตชะวิภาค หรือ ป๋าต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยส่งภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทาน ใครอยากดูองค์จริงก็ต้องไปที่ร้านชาวนนท์ พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานเอาเอง
ถัดมา พระปิดตายันต์ยุ่ง เนื้อทองคำ หลวงพ่อเกษม เขมโก อดีตพระอริยสงฆ์แห่งสุสานไตรลักษณ์ ลำปาง ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จริยวัตรงดงามสมดั่งเป็นพุทธบุตรโดยแท้ รุ่นนี้สร้างในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทำตามจำนวนสั่งจอง เท่าที่มีข้อมูลมีเพียง ๙ องค์ในโลก องค์นี้เจ้าของคือ ตุ้ม ท่าพระ เซียนดัง
อีกองค์เป็นวัตถุมงคลสายพระป่า เหรียญทองคำ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร สร้างถวายโดยคณะศิษย์สกลนครในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ด้านหลังมีอักษรคำว่า “เหรียญทองคำรุ่นแรก” ลักษณะเหรียญกลมสวยงาม ผู้หญิงคล้องได้ผู้ชายคล้องดี ว่ากันว่าสร้างไม่มาก ใครมีติดตัวล้วนหวงแหน จึงไม่ค่อยเห็นหมุนเวียนในสนามพระเครื่อง องค์นี้ เสี่ยโหน่ง สกลนคร แฟนพันธุ์แท้ทางบ้านส่งมาให้ศึกษาพร้อมหุ้มจีวรทองคำเหลืองอร่าม
ส่วนอีกองค์ หลวงปู่ทวดวัดไทร พิมพ์หลังเตารีด พ.ศ. ๒๕๐๖ พระพิมพ์นี้ไม่ค่อยเห็นมากนัก ใครมีไว้มักเก็บเงียบ เพราะ “ขลัง” ประวัติการสร้างชัดเจน ผู้อ่านทางบ้านนาม คุณยุทธ ส่งมาอวดพร้อม ๆ กับจีวรทองคำลายสวย ๆ โดนใจ ขอขอบพระคุณไว้ตรงนี้
เอ่ยถึง วัดไทร หลาย ๆ คนอาจไม่รู้จัก ก็บอกกันไว้เป็นวัดเก่าแก่ของ จ.นครสวรรค์ หรือปากน้ำโพ สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ เดิมชื่อ วัดไทรทอง แต่มีการสร้าง วัดไทรเหนือ ขึ้นมาย่านใกล้เคียง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดไทรทองใต้ แต่ชาวบ้านในท้องถิ่นจะเรียกติดปากว่า วัดไทร นานวันเข้าชื่อเลยหดเหลือแค่ วัดไทร ล้วน ๆ จากนั้นมา

หน้า: 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29 30 31 32 33 34 35 36

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)